ตอนที่ 1 (4)
เวลาตอนนี้คือตีสามครึ่ง ซึ่งบังเอิญเป็วันหยุดพักร้อนและประตูของโลกล่างเปิดวันแรกพอดี ดังนั้นทั้งคนและไม่ใช่คนในกลุ่มต่างก็ยุ่งจนหัวหมุน ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะมีคนตอบ
ดาวดวงน้อย : ‘ชั้นเก้าเหรอ’ อีกฝ่ายจำยันต์พิเศษที่ติดตั้งในโรงพยาบาลเหอผิงได้
เห่าฟ้า[1]ส่งข้อความเสียงระหว่างการลาดตระเวน : ‘หน้าด้านข้างเห็นไม่ชัด! พี่หงซูมกล้องเข้าไปถ่ายใกล้ๆ หน่อย’
บอสน้อยร้านหมั้นหมาย : “ี้เีขยับ”
หวังป้า : ‘พี่หง ยื่นนิ้วของนายไปแล้วกางออกไปทางสองมุมของหน้าจอก็สามารถซูมเข้าได้แล้ว’
ในกลุ่มเริ่มมี ‘คน’ สอนหงเซี่ยน ‘ใช้มือถืออย่างไรให้ถูกต้อง’ แล้ว
“...” หงเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิบัติตามคำสอนของผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มอย่างเงียบๆ เพื่อใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ที่เขาไม่ค่อยจะคุ้นเคย
หลังจากถ่ายรูปได้ชัดและไม่เบลอลงกลุ่มได้ในที่สุด ทุกคนในกลุ่มที่ไม่ว่าจะเป็หรือตายไปแล้วต่างก็พากันพูดคุยไม่หยุด
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฟ้าฟาดเปรี้ยงดังสนั่นที่ขอบฟ้าอีกครั้ง ทำเอาทุกคนสั่นสะท้านตามไปด้วย
‘ฟ้านี่ก็ร้องมาทั้งคืนละ ตกลงเทพอัสนี[2]กับเทพีสายฟ้า[3]กำลังไล่ล่าปีศาจอะไรอยู่กันแน่’
‘แม่งเอ๊ยจะใตายอยู่แล้วเนี่ย หัวใจมนุษย์ของฉันทนเสียงฟ้าร้องดังขนาดนี้ไม่ได้นะเว้ย แก้วหูจะแตกแล้ว ะเิอยู่ข้างหูฉันเนี่ย!’
หงเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ พิมพ์ข้อความ ว่า “คนคนนี้ถูกฟ้าผ่าเมื่อคืนนี้ จะเกี่ยวอะไรกันไหม”
‘ฟ้าผ่าในวันแรกของเดือนเจ็ดเนี่ยนะ!’
‘โดนฟ้าผ่าจริงๆ เหรอ’
‘ในรอบพันปีเลยนะเนี่ย!’
“รอเดี๋ยว ข้าอยู่กับเทพีสายฟ้า!”
ในกลุ่มหยุดไปพักหนึ่ง จากนั้นจู่ๆ ก็มีข้อความเสียงเด้งขึ้นมา
‘แม่งเอ๊ยกำลังไล่ล่าปีศาจกันอยู่จริงๆ เว้ย! เทพีสายฟ้าบอกว่าสามีของนางสังเกตเห็นกลิ่นอายปีศาจที่เต็มท้องฟ้าจนแทบจะเต็มไปถึงสรวง์เบื้องบนเหนือสวนสาธารณะต้ากวงิ ฟาดสายฟ้าใส่ไปตั้งหลายทีแต่ก็ไม่โดนไอ้สิ่งนั้นสักที ตอนนี้ก็ยังกำลังไล่ล่าอยู่...’
นี่คือข้อความเสียงของเห่าฟ้าที่พิมพ์ไม่เป็และเขียนตัวหนังสือไม่ได้เลย ‘เอ้อร์หลาง[4]บ้านข้า้าให้ข้าไปสนับสนุนเดี๋ยวนี้ ไปก่อนละนะ!’
หงเซี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะเคลื่อนไปที่ใบหน้าของเจี่ยนอินที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติอีกครั้ง แล้วค่อยๆ พิมพ์ข้อความลงไปอีกครั้ง “เป็มนุษย์หรือปีศาจ”
ในกลุ่มเงียบกริบ ไม่มีใครรู้
‘มนุษย์’
ทันใดนั้นก็มีคนส่งแค่หนึ่งคำนี้ขึ้นมา ชื่อเล่นไอดีคือ ‘กรมควบคุมปีศาจ’
เมื่อชื่อนี้ปรากฏขึ้นในกลุ่ม สมาชิกทุกคนก็เงียบไปสามวินาที จากนั้นก็แตกตื่นกันทันที
‘สวัสดีลูกพี่!’
‘ลูกพี่ดึกขนาดนี้ยังไม่นอน!’
‘จิตใจที่อุทิศให้แก่งานนั้นช่างน่ายกย่อง!’
‘สมกับที่เป็แบบอย่างในโลกของผม!’
หงเซี่ยนพิมพ์ช้ามาก “รู้ได้ยังไง เคยเห็นมาก่อนเหรอ ใช่ผู้ที่หลบหนีมาจากกรมควบคุมปีศาจเมื่อปลายปีหรือเปล่า”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ ทุกคนในกลุ่มต่างก็พากันเงียบกริบเหมือนไก่ทันที ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงอีก
เมื่อปลายปีที่แล้วเกิดเื่ใหญ่ขึ้น กรมควบคุมปีศาจถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ อาคารหรูสุดอลังการทั้งอาคารถูกไฟไหม้จนวอด ส่วนปีศาจระดับสูงอายุหลายพันปีที่ถูกคุมขังอยู่ในกรมควบคุมก็ใช้โอกาสจากความโกลาหลนี้หลบหนีออกไปหลายตัว จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังตามจับได้ไม่ถึงครึ่งตัว
กรมควบคุมปีศาจพิมพ์มาสองสามคำ ‘รอยแว่นตา’
หงเซี่ยนเงยหน้าขึ้นไปมองเจี่ยนอินอีกครั้ง
ใช่แล้ว แก้มทั้งสองข้างของเจี่ยนอินมีร่องรอยของการสวมแว่นตา ไม่มีทางที่ปีศาจจะสายตาสั้นได้ นั่นเป็ข้อบกพร่องที่มนุษย์เท่านั้นถึงจะมีได้
และก็เป็เวลานี้เองที่เจี่ยนอินลืมตาขึ้นมา เขามองไปที่เพดานอย่างทึ่มทื่อครู่หนึ่ง ถึงค่อยๆ หันศีรษะมา ดวงตาค่อยๆ สบเข้ากับหงเซี่ยน
ตอนที่พวกเขาทั้งสองสบตากัน หงเซี่ยนก็รู้สึกว่าหัวใจของตนพลันเต้นแรงระรัวขึ้นอย่างกะทันหัน มันยกขึ้นสูง และตกลงมาอย่างแรง ราวกับตกลงไปในทะเลลึกที่ลึกและหนาวที่สุด จนทำให้เขาจมน้ำ หายใจไม่ออก
เจี่ยนอินขยี้ตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาที่เดิมทีเป็สีทองและรูม่านตาตั้งตรงก็กลายเป็สีดำตามปกติ เพียงแต่ดวงตานั้นค่อนข้างโตแต่ว่างเปล่า ดูงุนงงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณเป็ใคร…ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านของผม…” เสียงที่เจี่ยนอินเปล่งออกมาอ่อนนุ่ม ราวกับว่าคนที่เพิ่งจะคลุ้มคลั่งในห้องฉุกเฉินไม่ใช่เขาเลยอย่างนั้น
สิ่งที่ตามมาเมื่อเจี่ยนอินตื่นขึ้นนั้นคือ พลังที่แผ่ออกมายามหายใจและสามารถสั่นะเืชั้นเก้าได้ พลันอันตรธานหายไปสิ้น มันถูกเก็บกลับเข้าไปในส่วนลึกของร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์ ราวกับว่าไม่เคยมีอยู่เลย
“นายเป็ตัวอะไร” หงเซี่ยนเปิดปากถาม
...
เชิงอรรถ
^ เห่าฟ้าหรือเซี่ยวเทียนเฉวี่ยน เป็นสุนัขสวรรค์ข้างกายของแม่ทัพสวรรค์หยางเจี่ยนหรือเอ้อร์หลางเสิ่น^ เทพอัสนี หรือ เหลยกง เป็นเทพที่จะคอยลงทัณฑ์ต่อผู้ก่อกรรมชั่วที่เกินกว่าจะให้อภัยได้ การลงโทษของท่านคือการบันดาลให้ฟ้าผ่าลงไปที่คนนั้น^ เทพีสายฟ้า หรือ เตี้ยนหมู่ เป็นภรรยาของเทพอัสนี ทำหน้าที่ส่องกระจกลงมาเพื่อแยกแยะความมืดและความสว่าง (หรือฟ้าแลบนั่นเอง) ให้เทพอัสนีเห็นว่าใครที่เป็นคนดีและคนชั่วก่อนลงโทษเพื่อที่จะได้ลงโทษไม่ผิดคน^ เอ้อร์หลาง เป็นคำเอาไว้เรียกบุตรชายคนที่สองของครอบครัว