“ท่านพ่อเห็นแก่ความเป็พ่อลูกกัน เห็นแก่ท่านแม่ข้าที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านสั่งให้ภรรยาท่านหยุดร้องไห้เถิด ภรรยาใหม่ของท่านบอกว่าข้านั้นขัดหูขัดตามาตลอด และข้าเองก็ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับนาง ที่ข้าทำทุกวันนี้ก็เพราะกตัญญูต่อท่านเพียงคนเดียว” หลินต้วนเหรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขอร้องแล้วมองไปทางพ่อเฒ่าหลิน
“ท่านอย่าไปฟังลูกใหญ่นะเ้าคะ พวกนั้นแค่ไม่อยากส่งเงินเข้ากองกลาง เอาอย่างนี้ดีหรือไม่อยากแยกก็แยกไป แต่หากขอส่วนแบ่งจากเงินครอบครัวข้าไม่ยินยอม พวกเ้าก็อยู่ที่นี่แต่แยกกันอยู่จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าซื้อที่ดินใหม่” แม่เฒ่าหลินรีบปาดน้ำตาแล้วเอ่ยอย่างร้อนใจ
หลินหยุนซีขมวดคิ้วแน่น แบบนี้เรียกว่าแยกบ้านหรือ? เหตุใดแยกบ้านจึงไม่ใช่แยกครอบครัวออกไปเล่า ไฉนจึงยังต้องอาศัยอยู่ร่วมชายคากัน นางเองก็ยังไม่เข้าใจโลกนี้ดีพอ บางทีการอยู่อาศัยและค่านิยมของที่นี่อาจแตกต่างจากยุคโบราณที่โลกเดิมก็เป็ได้ แม้นางจะเหม็นขี้หน้าบ้านสี่เต็มกลืนแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงสิ่งใดเพิ่มเติม อีกอย่างเดิมทีนี่เป็เื่ของบ้านสามอย่างนางที่ขอแยกบ้าน เหตุใดกลายมาเป็บ้านใหญ่แยกบ้านได้ หลินหยุนซีไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ส่วนคนที่ถูกหลินหยุนซีเหม็นขี้หน้านั้น ในตอนนี้ก็รู้สึกโล่งใจและยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของบ้านใหญ่และหลินหยุนซีที่ขอแยกตัว เื่เงินที่ต้องแบ่งเข้ากองกลางครอบครัวสี่ของนางไม่มีปัญหาอันใดเพราะได้รับมากกว่าจ่ายไปคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม การที่แม่เฒ่าหลินตัดสินให้แบบนี้ทำให้เงินกองกลางที่ควรจะแจกจ่ายตอนแยกบ้านก็เป็อันยกเลิก แต่เดี๋ยวนานๆ ไปหลินต้วนเหรินก็จะถูกแม่เฒ่าหลินเกลี้ยหล่อมให้แบ่งเงินรายได้เข้ากองกลางเหมือนเดิมนั่นแหละ
“อาฟางเ้าหยุดได้แล้ว เงินกองกลางมีเท่าไหร่เ้าเอาออกมา เ้าใหญ่กับเ้าสามทำงานส่งเงินเข้าบ้านมากมาย หากแยกบ้านก็ต้องคิดส่วนแบ่งกลับคืนไปให้”
แม่เฒ่าหลินหลบสายตาชายชราแล้วเอ่ยเสียงอ่อยว่า“แต่เ้าสามไม่ได้อยากแยกบ้านด้วยนี่ นั่นเป็ความคิดของนังเด็กนั่นเพียงผู้เดียว”
พ่อเฒ่าหลินได้ฟังดังนั้นก็มองไปหลินไห่เทาและมองปราดไปทางหลินหยุนซี“บ้านสามตกลงพวกเ้าจะเอาอย่างไร จะแยกบ้านด้วยหรือไม่?”
“แยกเ้าค่ะ!”
“ไม่แยกขอรับ!” สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน แต่ถ้อยคำนั้นแตกต่างกัน
นางซูซุนลี่ลำบากใจมากเมื่อเห็นว่าสามีและลูกสาวมีความ้าไม่เหมือนกัน ใจก็อยากจะห้ามปรามให้หลินหยุนซีเชื่อฟังหลินไห่เทาเพราะอย่างไรเขาก็เป็พ่อ แต่อีกใจนึงก็มีความปรารถนาเล็กๆ ที่้าออกจากบ้านนี้ ความสัมพันธ์ที่รักกันดุจสามีภรรยานั้นไม่เคยมีั้แ่ต้นเพราะการที่นางแต่งงานกับหลินไห่เทานั้นมิได้เกิดจากความรัก แต่เมื่ออยู่กินกันไปก็ต้องเคารพและเชื่อฟังครอบครัวสามี
“ซีซี” นางซูซุนลี่เอ่ยเสียงเบาราวกับยุงบินแล้วจับมือบุตรสาว
หลินหยุนซีปรายตามองใบหน้าของมารดาแล้วอยากจะถอนหายใจเป็ร้อยครั้ง จิตใจนางไม่ได้มีความผูกพันธ์กับบุคคลตรงหน้าแม้เพียงนิดเดียว ที่พยายามแยกบ้านก็เพราะรับปากกับเ้าของร่างเดิมไว้ว่าจะช่วยดูแลครอบครัวให้
‘นี่ข้ากำลังช่วยฉุดเ้าขึ้นมาจากนรก เหตุใดเ้าจึงไม่พูดเพื่อตัวเองหน่อยเล่า หากไม่คิดถึงข้าก็คิดถึงหยูเจ๋อกับจุนจุนบ้าง’
“ข้าเป็หัวหน้าครอบครัว ข้าบอกไม่แยกก็ไม่แยก เ้ากลับมาก็เอาแต่สร้างความวุ่นวายจนบ้านลุกเป็ไฟ ทำงานมาเงินก็ต้องให้ท่านย่าเ้าสิ หากเ้าอยากแยกบ้านนักเ้าก็แยกไปผู้เดียว ดูซิถ้าไม่มีข้าไม่มีแม่เ้าไม่มีบ้านนี้คนอย่างเ้าจะอยู่ได้อย่างไร” หลินไห่เทากอดอกมองลูกสาว เมื่อเห็นว่านางก้มหน้าไม่พูดอะไรเขาก็กระหยิ่มยิ้มในใจ คนดื้อรั้นแบบนางต้องเจอแบบนี้แหละ
หลินหยุนซีไม่รู้เลยว่าหลินไห่เทาในใจคิดอะไรอยู่ หากนางดึงดันจะให้นางซูซุนลี่มาอยู่ด้วยกันก็จะกลายเป็การยุแยงให้คู่สามีภรรยาหย่าร้างกันอีก คนมองมากมายเช่นนี้คงได้เป็ที่ครหาแน่ ลำพังตัวนางนั้นไม่สนใจอยู่แล้วแต่นางซูซุนลี่เล่า คำว่าหญิงหม้ายในสมัยนี้ไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไร และกรณีที่ขอแยกบ้านขอหย่าร้างเพราะหาเงินได้เองไม่อยากส่งเข้ากองกลางนั้นไม่เคยมีเกิดขึ้น แล้วนางจะทำอย่างไรเพื่อให้มารดารวมถึงพี่น้องอย่างหลินหยูเจ๋อและหลินจุนจุนออกมาอยู่ด้วยกันได้
พ่อเฒ่าหลินมองหลานสาวแล้วเอ่ยถาม “ว่าไง ตกลงเ้าจะเอาอย่างไรซีซี”
“ให้นางแยกไปเถิดเ้าค่ะท่านพ่อ แต่ก่อนตอนไม่มีนางบ้านเราก็สงบสุขดี ดูนางสิไม่ใช่ว่ากำลังคิดหาทางให้สามีภรรยาแยกทางกันอยู่เหรอ สะใภ้สามน่ะรักนางอย่างกับอะไรดี หากนางแยกตัวไปสะใภ้สามต้องไปด้วยเป็แน่” นางหลิวลี่ฮวาพูดอย่างรู้ทัน
หลินหยุนซีมองนางแวบหนึ่งด้วยความแปลกใจ
‘โอ้ อาสะใภ้สี่ก็ฉลาดนี่นา’
“ได้ที่ไหนกัน! หากเ้าอยากตกระกำลำบากก็ไปคนเดียวสิ จะมาให้ข้ากับแม่เ้าหย่าร้างกันได้อย่างไร! ตัวเ้าแปดเปื้อนไม่บริสุทธิ์แล้วก็อย่ามาทำให้คนอื่นแปดเปื้อนไปด้วย นิสัยที่ยั่วยุให้สามีภรรยาหย่าร้างกันนี่คงมาจากอาชีพโสเภณีที่เ้าไปทำที่หอนางโลมกระมัง” หลินไห่เทาได้ฟังที่นางหลิวลี่ฮวาพูดก็ด่าหลินหยุนซีด้วยความไม่พอใจจนหลุดกล่าวความลับของหลินหยุนซีต่อหน้าผู้คนมากมายโดยที่เขาไม่รู้ตัว
พอหลินไห่เทาพูดจบ ชาวบ้านก็ซุบซิบกันอย่างตื่นใ“เด็กสาวบ้านหลินเป็โสเภณีอย่างนั้นเหรอ”
“คนเป็พ่อพูดเองจะผิดได้อย่างไร จึ๊ๆ ดูนางดีๆ ก็งดงามอยู่นะ”
“นั่นสิ ดูเหมือนผิวดีกว่าคนอื่นในบ้านด้วย”
“แสดงว่าที่นางไปอยู่กับหลินฮุ่ยที่ต่างเมืองก็เพราะไปขายเรือนร่างน่ะสิ!”
ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่ตื่นใ นางหลิวลี่ฮวาก็กดใจไม่แพ้กัน นางนึกย้อนไปถึงท่าทีของพ่อเฒ่าและแม่เฒ่าหลินตอนที่หลินหยุนซีกลับมาแรกๆ
“ท่านแม่เื่ที่พี่ชายสามพูดเป็เื่จริงหรือเ้าคะ ท่านจะให้นางอยู่ร่วมกับพวกเราไม่ได้นะ! หากติดโรคขึ้นมาจะทำอย่างไร ไหนจะชื่อเสียงของหลานสาวท่านที่ยังไม่ออกเรือนอีก ถ้านางยังอยู่ต่อ อาตี้ของข้าก็คงไม่ได้แต่งงานกันพอดี”
หลินตี้เบิกตากว้างแล้วบิดผ้าเช็ดหน้าแน่น อนาคตของนางต้องมาแปดเปื้อนเพราะลูกพี่ลูกน้องหน้าไม่อายนี่อย่างนั้นหรือ นางจะกลับมาทำไมนะ แล้วนี่ลุงสามเหตุใดจึงโง่เง่าพูดออกมาต่อหน้าชาวบ้านมากมายแบบนี้ เื่พรรค์นี้รู้แค่ในครอบครัวก็พอแล้ว ถ้ามีแค่นางที่รู้ก็คงนำความลับนี้นางจะไม่มีทางบอกคนอื่น แต่จะใช้ความลับนี้ไว้ควบคุมให้หลินหยุนซีฟังคำสั่งนางหาเงินให้นาง แบบนั้นดีกว่าเห็นๆ
ส่วนหลินหยุนซีเมื่อถูกบิดาแท้ๆ เผยความลับที่งามหน้าของนางให้ทุกคนได้รับรู้ นางก็โกรธและอายเช่นกันจนสติขาดผึ่ง แม้นางจะมาจากอนาคตแต่เื่การขายเรือนร่างก็ไม่ได้เสรีเช่นกัน ใครที่ถูกตราหน้าว่าเป็โสเภณีใช่ว่าจะเชิดหน้าเดินได้อย่างภูมิใจ คำว่าโสเภณีในหอนางโลมนางรับคำครหานี้ไม่ไหวจริงๆ