อวี้จื่อหานยกสุราจิบ
ว่านซินส่งเสียงเรียกเข้าไปก่อน“คุณชายเ้าคะ”
“เข้ามา” อวี้จื่อหานบอกวางจอกสุราลง
ว่านซินเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง“ท่าน้าอะไรเพิ่มหรือเ้าคะ?”
อวี้จื่อหานและหวังโหย่วหันไปมองเถ้าแก่เนี้ย
“เ้าได้สุรานี่มาจากไหนหรือ?ข้าชอบ อยากเหมาทั้งหมด แล้วขนมนี่ใครเป็คนทำหรือ? ตามตัวมาพบข้าหน่อยข้าชอบมากอยากตบรางวัลให้สักหน่อย” อวี้จื่อหานบอกสีหน้าเรียบเฉย
“ได้เ้าค่ะ”ว่านซินยิ้มแย้มแล้วก็หันไปสั่งเสี่ยวเอ้อว่า “ไปเรียกพ่อครัวมาทีคุณชายอยากให้รางวัล”
“ขอรับ” เสี่ยวเอ้อรีบไปตามพ่อครัวมา
“ว่าแต่ท่านจะให้ข้าจัดส่งสุราไปที่ไหนเ้าคะ?”ว่านซินถาม
“ไม่ต้องส่งเก็บไว้ที่นี่ เวลาข้ามาก็เอามาให้ข้า ห้ามขายให้คนอื่น” อวี้จื่อหานสั่ง
“เ้าค่ะ”ว่านซินรับคำสั่งแล้วก็บอกว่า “สุราทั้งหมด 200 ไหรวมทั้งสิ้น....เ้าค่ะ”
200 ไห! ทำไมร้านนี้มีสุรานี่ตั้ง 200 ไห? หวังโหย่วใแต่พอหันไปสบตาสหายก็รีบหยิบตั๋วเงินให้เถ้าแก่เนี้ย
ว่านซินยิ้มแย้ม“ขอบคุณเ้าค่ะ” แล้วก็เดินเข้าไปเก็บตั๋วเงิน นางรินสุราเติมให้เมื่อเห็นว่าจอกสุราพร่องไป
“พ่อครัวมาแล้วขอรับ”เสี่ยวเอ้อบอก
พ่อครัวเดินเข้าไปคารวะ“คารวะคุณชายทั้งสองขอรับ”
“เ้าเป็คนทำขนมนี่รึ?”อวี้จื่อหานถาม มองสำรวจพ่อครัวั้แ่หัวจรดเท้า
“ขอรับ”พ่อครัวพยักหน้ารับ
“เ้าได้สูตรขนมนี่มาจากที่ใดรึ?”อวี้จื่อหานถามอีก
พ่อครัวยิ้มแล้วตอบว่า“ต้องขออภัยที่ข้าไม่อาจบอกได้ขอรับ เป็ความลับทางการค้าขอรับ”
“นี่เ้า!” อวี้จื่อหานโมโหลุกพรวดไปขยุ้มคอเสื้อพ่อครัวจ้องหน้าข่มขู่“เ้าจะบอกข้าดีๆหรือไม่ห๊ะ!”
พ่อครัวยิ้มอย่างใจเย็น“ขออภัยที่ข้าไม่อาจบอกได้จริงๆขอรับเป็ความลับทางการค้าที่ไม่อาจเปิดเผยได้ขอรับ คุณชายโปรดเมตตาสักครั้งเถอะขอรับหากวันหน้าคุณชายอยากกินอีกก็เชิญมาที่นี่ได้ขอรับเพียงแต่ช่วยแจ้งล่วงหน้ามาสักหนึ่งวันให้ข้าได้มีเวลาจัดเตรียมวัตถุดิบสักหน่อยขอรับ”
อวี้จื่อหานปล่อยมือแล้วก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้เขาส่งสายตาให้หวังโหย่ว
หวังโหย่วก็รีบล้วงเงินส่งให้“เอ้านี่รางวัลของเ้า ไปได้แล้ว”
พ่อครัวเดินเข้าไปรับรางวัลแล้วก็รีบออกไป
ว่านซินคารวะแล้วก็เดินตามพ่อครัวออกไปด้วยพร้อมกับปิดประตูห้องให้ด้วย
อวี้จื่อหานยกสุราขึ้นจิบมุมปากเหยียดยิ้มนิดๆ พ่อครัวไม่ใช่คนทำขนม ดูท่าร้านนี้คงไม่ยอมเปิดเผยตัวคนทำขนม
เขาหยิบขนมขึ้นมาส่งเข้าปากข้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็คนทำขนมนี่
ทางด้านว่านซินก็ไปรายงานคุณหนูไป๋
“ท่าทางคุณชายทั้งสองตอนเห็นขนมใกันน่าดูเ้าค่ะ” ว่านซินรายงาน “ส่วนสุราก็เหมาทั้งหมดไม่ให้ขายให้ผู้ใด”
ไป๋เฟิ่งหวงพยักหน้ารับรู้แล้วก็โบกมือ
ว่านซินคารวะแล้วก็ออกจากห้องกลับไปทำงานต่อ
ไป๋เฟิ่งหวงระแคะระคายเื่คุณชายทั้งสองที่เหมาห้องส่วนตัวตลอดทั้งเดือนส่งคนไปซุ่มเฝ้าที่บ้านตระกูลไป๋ไม่พอ ยังคิดจะตามมาจับตาดูนางถึงที่นี่อีกงั้นรึ
วันนี้นางจึงอยากทดสอบเขาให้แน่ใจว่าเขาคือคนที่นางสงสัยจึงแกล้งส่งสุราโม่หลี่ฮวา(โม่หลี่ฮวา คือดอกมะลิ) ไปทดสอบซึ่งสุราโม่หลี่ฮวาเป็สุราที่ผลิตในวังหลวงหนานถิงโดยเฉพาะ สุราที่มีกลิ่นดอกโม่หลี่ฮวาเป็เอกลักษณ์เฉพาะนางเคยดื่มสุรานี้ตอนที่ยังเป็ฮองเฮา แคว้นหนานถิงส่งสุรานี้มาเป็ของขวัญวันเกิดฮ่องเต้ในปีหนึ่งนางติดใจความหอมอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะจึงพยายามทำเลียนแบบอยู่หลายคราแต่ก็ไม่สำเร็จจนกระทั่งได้ไปเรียนวิชากับเฒ่าร้อยพิษ เห็นสุราที่เฒ่าร้อยพิษหมักบ่มเอาไว้ได้ลองชิมจึงรู้สูตรทำสุราโม่หลี่ฮวาขึ้นมาทันใด นางจึงลงมือหมักสุราโมหลี่ฮวาเอาไว้ก่อนที่จะเข้าหน้าฝนแล้วไม่มีดอกโม่หลี่ฮวาอีกต้องรอจนถึงหน้าร้อนครั้งถัดไปจึงจะมีดอกไม้ให้ใช้ทำสุรา
ด้วย้าเอาสุรามาทดสอบคนนางจึงส่งคนขึ้นเขาไปขนสุราลงมาจากหุบเขาร้อยพิษเฒ่าร้อยพิษจึงฝากคำจดหมายมากับคนของนางเมื่อนางเปิดอ่านก็เห็นคำว่า...นังเด็กอกตัญญู
หึๆๆๆ เอาน่าอาจารย์อดใจรอไปก่อน เสร็จศึกแก้แค้นเมื่อไหร่ข้าจะรีบขึ้นเขาไปทำขนมให้ท่านกิน
ส่วนขนมหนวดัก็เป็แคว้นหนานถิงส่งพ่อครัวมาทำถวายฮ่องเต้ถึงที่นี่ถือเป็ของขวัญอีกอย่างจากแคว้นหนานถิงในคราวนั้นนางติดใจในรสชาติจึงจดจำวิธีทำขนมเอาไว้แม่นยำ เห็นเพียงครั้งเดียวนางก็จดจำได้หมด
นางไม่รู้ว่าเขามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใดแต่ถ้าจะมาเกะกะงานของนางก็คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้เช่นกัน!นาง้าจะเตือนให้เขารู้ว่านางรู้สถานะของเขาแล้วอย่าได้คิดยื่นมือเท้าเข้ามาเกะกะงานของนางเด็ดขาด! อวี้จื่อหาน
อวี้จื่อหานจิบสุราไปกินขนมไป “ท่าทางว่าสถานะของข้าคงถูกเปิดเผยแล้ว”
“ใครกันนะที่รู้สถานะของเ้าได้น่ะ?”หวังโหย่วครุ่นคิด “แล้วจะเป็อันตรายกับพวกเรารึเปล่า?”
“รอดูต่อไป”อวี้จื่อหานบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน “ดำเนินแผนการของพวกเราต่อไป”
“ได้”หวังโหย่วรับคำสั่ง
อวี้จื่อหานหันไปเรียกเสี่ยวเอ้อ“เสี่ยวเอ้อ”
“ขอรับคุณชาย”เสี่ยวเอ้อรีบเปิดประตูเข้าไป
“ไปถามเถ้าแก่เนี้ยทีวันนี้ยังมีเมนูอะไรจากหนานถิงอีก ก็ยกเข้ามาได้เลย” อวี้จื่อหานสั่ง
“ขอรับคุณชาย”เสี่ยวเอ้อค้อมตัวแล้วก็เดินออกจากห้องไป
ครู่ต่อมาอาหารวังหลวงหนานถิงก็ถูกส่งมาขึ้นโต๊ะ
อวี้จื่อหานมองการท้าทายนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
เสี่ยวเอ้อวางจดหมายไว้บนโต๊ะเป็ลำดับสุดท้ายแล้วก็ออกจากห้องไป
หวังโหย่วมองจดหมายอย่างสงสัยหยิบไปเปิดดู เขาอ่านจดหมายแล้วก็ทำสีหน้ายุ่งยาก จากนั้นก็ยื่นจดหมายให้สหาย
อวี้จื่อหานรับไปอ่าน‘ข้าไม่อาจย้ายวังหนานถิงมาที่นี่ได้ ทำได้เพียงจัดหาสุราและอาหารหนานถิงให้ท่านได้เท่านั้นหวังว่าท่านจะสำราญพระทัยในสิ่งที่ข้าเตรียมให้’
เรียวปากยกยิ้ม
หวังโหย่วทำหน้ายุ่ง“สถานะของเ้ามีคนล่วงรู้แล้วจริงๆ”
“รู้แล้วยังไง?”อวี้จื่อหานย้อนถามอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หากเื่นี้รู้ไปถึงฮ่องเต้หลงถังเล่า?”หวังโหย่วพูดอย่างกังวล
“หากนางอยากเอาเื่นี้ไปบอกเ้าฮ่องเต้นั้นนางคงทำไปนานแล้วล่ะ แต่สิ่งที่นางทำคือการเตือนข้าว่าอย่าทำอะไรล้ำเส้น”อวี้จื่อหานลุกไปเปิดฝาเตากำยานแล้วก็จ่อกระดาษกับกำยานที่กำลังเผาไหม้จนกระดาษติดไฟ เขาปล่อยให้ไฟลามเกือบถึงมือก็ปล่อยกระดาษลงในเตากำยานพริบตาเดียวกระดาษก็มอดไหม้หมด เขาปิดฝาเตาแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก หึๆๆๆ คุณหนูตระกูลไป๋ ดูถูกนางไม่ได้จริงๆ
หวังโหย่วหยิบตะเกียบขึ้นคีบอาหารเข้าปาก สมองก็ครุ่นคิดหาทางอารักขาคนตรงหน้า หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเขาจะได้ส่งคนเป็สหายและเ้านายออกจากเมืองไปก่อนดูท่าต้องเรียกกำลังมาเสริมเสียแล้ว
หลังจากกินอาหารเสร็จอวี้จื่อหานกับหวังโหย่วก็ออกจากร้าน ทั้งสองเดินผ่านโรงหมอซันหลิวเห็นผู้คนมาต่อแถวรอตรวจยาวเหยียดก็พยายามเดินเลี่ยงคนพวกนั้นไป
พลัน! เด็กที่กำลังต่อแถวอยู่หน้าร้านคนหนึ่งกำลังกินพุทธาแล้วเกิดติดคอขึ้นมาค๊อกๆๆๆ
“อาเหมาเ้าเป็อะไร?” คนเป็แม่หันไปมอง
อาเหมาไอค๊อกแค๊กหน้าแดงน้ำตาไหลชี้ที่คอ พยายามส่งเสียงบอก “ชะ...แค๊กๆ”
แม่พยายามช่วยทุบหลังแต่ทำอย่างไรก็ไม่หาย “อาเหมาๆ”
หมอซันหลิวได้ยินเสียงดังก็เงยหน้าไปมองเห็นเด็กกำลังหน้าเขียวก็รีบลุกไปดู
“ท่านหมอช่วยลูกข้าด้วย” คนเป็แม่รีบคารวะปะหงกๆ
หมอซันหลิวอ้อมไปข้างหลังตัวเด็ก โอบสองมือประสานไปใต้ลิ้นปี่แล้วก็กระแทกแรงๆสองที พุทธาก็หลุดกระเด็นออกมา
เด็กหายใจออกหน้าเริ่มหายเขียว หมอก็ปล่อยตัวเด็ก
“ขอบคุณท่านหมอขอบคุณเ้าค่ะ” แม่เด็กคารวะปะหงกๆ “อาเหมา เป็ยังไงมั่ง?”
เด็กเช็ดน้ำตาส่ายหน้า“ข้าไม่เป็อะไรแล้วแม่” เด็กหันไปคารวะหมอ “ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยชีวิตขอรับ”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว”หมอซันหลิวเอื้อมมือไปขยี้ผมเด็กอย่างเอ็นดู
อวี้จื่อหานซึ่งกำลังจะเข้าไปช่วยเด็กแต่ก็ช้ากว่าหมอไปสองก้าว จึงขยับเข้าไปยืนดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆ
หมอยิ้มให้สองแม่ลูกแล้วก็เดินกลับเข้าไปด้านในเขาเดินผ่านอวี้จื่อหานไป
อวี้จื่อหานกำลังจะเดินจากไปแต่เมื่อหมอเดินผ่านเขาไป คนตัวโตกว่าก็ชะงักกึก!คว้าแขนหมอทันที “เดี๋ยวก่อน”
หมอซันหลิวหันไปมองมือที่จับแขนรั้งไว้แล้วก็เงยหน้ามองคนตัวใหญ่กว่า เอ่ยเสียงแหบต่ำว่า “มีอะไรหรือ?”
อวี้จื่อหานขยับเข้าไปชิดตัวหมอ
หมอมองด้วยดวงตาสงบนิ่งแล้วก็ชี้มือไปที่ปลายแถว “หากจะมาตรวจก็ไปเข้าแถว อย่าได้คิดตัดหน้าคนอื่น”
อวี้จื่อหานยกยิ้มมุมปากปล่อยแขนแล้วก็เดินจากไป
หมอมองตามอย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เดินกลับไปตรวจคนไข้ต่อ
หวังโหย่วรีบขยับเข้าไปกระซิบถาม“มีอะไรงั้นรึ?”
อวี้จื่อหานกระซิบตอบ“ข้ารู้แล้วว่าใครเป็คนทำขนมนั่น”
หวังโหย่วเหลือบไปมองโรงหมอแล้วก็หันไปมองสหาย“เ้าหมอคนนั้นน่ะรึ?”
อวี้จื่อหานพยักหน้ากระซิบว่า “จับตาดูหมอซันหลิวด้วยข้าว่าเ้านั่นต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับร้านไป๋เฟิ่งหวงแน่ๆสืบประวัติเ้านั่นมาด้วย”
“ได้” หวังโหย่วพยักหน้ารับ
ข่าวเื่ร้านไป๋เฟิ่งหวงทำอาหารได้อร่อยล้ำเลิศเลื่องลือไปจนถึงในวัง
ฮองเฮาเย่เฟยได้ยินข่าวก็อยากจะลองชิมอาหารนั้นดูบ้างจึงมีรับสั่งให้ร้านไป๋เฟิ่งหวงเข้าวังไปทำอาหารถวาย
“คุณหนูจะสั่งการอย่างไรเ้าคะ?”ว่านซินถามหลังจากขันทีนำพระเสาวนีย์มาถึงที่ร้าน
“ส่งพ่อครัวเข้าไป”ไป๋เฟิ่งหวงสั่ง
“เ้าค่ะ”ว่านซินรับคำสั่ง แล้วก็จัดส่งพ่อครัวเข้าวัง
ณ วังหลวง พ่อครัวทำอาหารสุดฝีมือ
เกากงกงเชิญเครื่องเสวยไปถวายฮ่องเต้และฮองเฮา
หลังเสวยเสร็จฮ่องเต้ก็ตรัสอย่างพอพระทัยว่า “อาหารวันนี้รสชาติถูกใจข้านัก เรียกคนทำมาทีข้าจะตบรางวัลให้”
“พระเ้าข้า”เกากงกงรับพระบัญชาแล้วก็เรียกตัวพ่อครัวไปเข้าเฝ้า
พ่อครัวเข้าเฝ้าฮ่องเต้ด้วยท่าทางเลิ่กลั่กหวั่นกลัว
“เ้ารึที่ทำอาหารได้ถูกใจข้า?”ฮ่องเต้ถาม มองคนที่หมอบตัวสั่นอยู่บนพื้น
พ่อครัวเหลือบไปมองเกากงกงอย่างหวั่นกลัว
เกากงกงดุ“ฝ่าาถาม เ้าก็ตอบไปซิ”
“ขอรับ เอ้ยพระ...พระ...เ้าข้า” พ่อครัวกราบทูล
“เช่นนั้นเ้าก็มาเป็พ่อครัวให้ข้าเถอะ”ฮ่องเต้ตรัส
“หา!” พ่อครัวตกตะลึง
“ยังไม่รีบขอบพระทัยอีก”เกากงกงดุ
“ขอบ...ขอบ...พระทัย...พระ...เ้าข้า”พ่อครัวพูดตะกุกตะกัก ก้มหน้าซ่อนแววตาสมใจ ปลาติดเบ็ดแล้ว
“อ่อ จริงซิเ้าเป็คนของร้าน...” ฮ่องเต้พยายามนึก
“ร้านไป๋เฟิ่งหวงพะย่ะค่ะ”เกากงกงรีบทูล
“อ่อร้านไป๋เฟิ่งหวงข้ายังไม่ได้ถามความยินยอมจากเถ้าแก่ของเ้าเลยนี่น่าว่ายอมให้เ้ามาทำงานให้ข้ารึเปล่า?”ฮ่องเต้ตรัสไปงั้นแหละ ลองไม่ยอมซิ!
“เรียกตัวเถ้าแก่มาซิ”ฮ่องเต้รับสั่ง
เกากงกงปาดเหงื่อทันที“เอ่อ...คือว่าเถ้าแก่เนี้ยไม่ได้มาด้วยพะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาหรี่เนตรอย่างไม่พอพระทัย“อะไรกัน! ข้าเรียกเข้าวัง มีคนกล้าไม่มาด้วยรึ!”
เกากงกงรีบบอก“ได้ยินว่าเถ้าแก่เนี้ยป่วยพะย่ะค่ะ จึงมาไม่ได้พะย่ะค่ะ”
“งั้นรึ”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์แล้วก็ตรัสว่า “เช่นนั้นก็นำทองไปมอบให้นาง 200 ตำลึงทองเป็ค่าตอบแทนที่ข้าขอพ่อครัวของนางก็แล้วกัน”
“รับด้วยเกล้าพระเ้าข้า”เกากงกงรับพระบัญชา
ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์
เกากงกงจึงดึงคอเสื้อคนที่หมอบติดพื้นให้ลุกขึ้นเดินตามไป“มากับข้า”
พ่อครัวรีบลุกขึ้นเลิ่กลั่กตามไป
หลังจากนั้นเกากงกงก็นำทองไปมอบให้เถ้าแก่เนี้ยแล้วก็กลับวังไป
ไป๋เฟิ่งหวงมองทองบนถาดแล้วก็โบกมือ“เอาไปเก็บ”
“เ้าค่ะ”ว่านซินรับคำสั่งแล้วก็เอาทองไปเก็บ
ไป๋เฟิ่งหวงเหยียดยิ้มปลากินเบ็ดแล้ว ฮุบเข้าไปคำโตเสียด้วย หึๆๆๆๆ
ณ ที่พักของอวี้จื่อหาน
“สายรายงานว่ามาฮ่องเต้ฉกพ่อครัวร้านไป๋เฟิ่งหวงไปแล้วเช่นนี้ร้านไป๋เฟิ่งหวงคงแย่แน่” หวังโหย่วรายงาน
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ