ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 82 ซูเฟยถูกพิษ

            หนิงมู่ฉือเห็นพระสนมเต๋อเฟยลอบกลืนน้ำลายคิดจะยกปิ่งไปวางตรงหน้าให้สักชิ้นกลับคาดไม่ถึงว่าพระสนมเต๋อเฟยจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยออกมา “พี่สาว ท่านทานเถิดข้ายังมีเรื่องที่ตำหนักต้องกลับไปจัดการ ไม่รบกวนพี่สาวแล้ว”

            ซูเฟยกำลังทานปิ่งอย่างเอร็ดอร่อยไหนเลยจะสนใจว่าเต๋อเฟยกล่าวคำใดบ้าง ทานจนเริ่มอิ่มได้พอประมาณถึงค่อยหันไปมองหนิงมู่ฉืออย่างพิจารณา

            ในใจนางเกิดความรู้สึกลังเลขึ้นมาหากต่อมาไม่นานก็ส่ายหน้าสลัดความคิดนี้ทิ้งไป มองหนิงมู่ฉือด้วยสีหน้าเย็นชา “คาดไม่ถึงเลยว่าปิ่งที่เจ้าทำจะรสชาติดีถึงเพียงนี้”

            หลังจากพระสนมเต๋อเฟยกลับไปหนิงมู่ฉือก็เหมือนไร้ที่พึ่ง ในใจนางตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวยิ่ง เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่นเทาอยู่ตลอด

            นางเหลือบไปมองนอกหน้าต่าง อาทิตย์อัสดงท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มจนกลายเป็นสีน้ำหมึกในที่สุด นางขมวดคิ้วในใจนึกถึงประโยคที่จ้าวซีเหอพูดกับนางเมื่อเช้า เขากล่าวว่าจะรอนางอยู่หน้าวังนางรู้สึกเป็นห่วงเขายิ่งนัก

            จ้าวซีเหอในเวลานี้กำลังรอหนิงมู่ฉืออยู่หน้าวังหลวงฟ้ามืดแล้วทว่าเขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของนาง จึงเริ่มร้อนใจ

            คนขับรถม้าถอนหายใจออกมา “ซื่อจื่อให้ข้าน้อยเป็นส่งท่านที่ตำหนักก่อนดีหรือไม่ขอรับถึงอย่างไรแม่นางหนิงก็ไม่สำคัญเท่าท่าน”

            เขาขมวดคิ้ว มองออกไปไกล “ไม่เป็นไร ข้าจะรอนางกลับพร้อมกัน”

            คนขับรถม้ามองจ้าวซีเหอด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนจะมองเข้าไปในวัง จากนั้นถอนหายใจออกมาอีกครา “ไม่รู้ว่าแม่นางหนิงทำบุญมากี่ชาติถึงทำให้ซื่อจื่อรักใคร่ได้ถึงเพียงนี้!”

            เขาได้ฟังยกยิ้มมุมปากก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นหม่นลง ใช่ ต้องทำบุญมากี่ชาติถึงจะได้ความรักจากเขาแต่แล้วเหตุใดสตรีผู้นั้นถึงไม่เข้าใจความในใจของเขาเสียที!

            ทันใดนั้นเขามองเห็นเงาของคนผู้หนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ในตอนนี้หิมะเริ่มโปรยลงมาบางเบา ในวังสว่างไสวด้วยโคมไฟสีเหลืองเขามองคนผู้นั้นที่กำลังวิ่งมาหา

            เขามองคนผู้นั้นที่กางร่มวิ่งมาทางนี้ด้วยในใจตื่นเต้นทว่ายิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กลับพบว่าคนผู้นั้นไม่ใช่หนิงมู่ฉือใจที่พองโตเมื่อสักครู่เหี่ยวเฉาลงด้วยความผิดหวังเอามือฟาดไปที่รถม้าอย่างไม่สบอารมณ์

            รับรู้ได้ว่ารถม้าขยับ คนขับรถม้าตกใจยิ่งนักขณะที่สายตาเหลือบเห็นขันทีน้อยผู้หนึ่งกางร่มน้ำมันวิ่งตรงมาหา เมื่อมาถึงก็คุกเข่าลงก่อนจะเอ่ย“เรียนซื่อจื่อวันนี้แม่นางหนิงจะไม่กลับตำหนักอ๋องขอรับ พระสนมซูเฟยรับสั่งว่าวันนี้นางจะพักในอยู่วังคืนหนึ่งขอรับ”

            จ้าวซีเหอรู้สึกโมโหยิ่งนักตะโกนสั่งคนขับรถม้าเสียงเข้ม “กลับตำหนัก!”

            สตรีนางนี้เอาแต่ใจเกินไปแล้วถึงขั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นห่วงนางเพียงใด กลับคิดจะพักอยู่ในวังคงถูกพระสนมเต๋อเฟยหลอกเข้าให้อีกแล้วสิ!

            ท้องของจ้าวซีเหอตอนนี้อัดแน่นไปด้วยโทสะนั่งอยู่ในรถม้าไม่กล่าวว่าจาใดสักคำ หิมะบางส่วนถูกลมพัดเข้ามาในรถม้าทางหน้าต่าง 

            คนขับรถม้าเหล่มองอย่างเป็นห่วงคิดจะกล่าวเตือนให้ปิดผ้าม่านหน้าต่างลงแต่เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของซื่อจื่อก็ไม่กล้าพูดออกไปแม้แต่คำเดียว

            หนิงมู่ฉือมองพระสนมซูเฟยที่ทานจนปิ่งเหลือแค่ไม่กี่ชิ้นอย่างพึงพอใจในใจนึกตกตะลึงยิ่งนักกับความสามารถในการทานของพระสนมซูเฟย ทานจนอิ่มพระสนมซูเฟยก็เอามือลูบท้องอย่างสบายใจเช็ดปาก แล้วมองมายังนาง

            นางรับรู้ได้ถึงสายตาคมปลาบก็รีบก้มหน้าไม่เอ่ยวาจาใดกลับได้ยินพระสนมซูเฟยกล่าวแค่ว่า “เจ้าไปทำของหวานมาให้ข้าที”

            นางเงยหน้าขึ้นมาโดยพลัน นึกว่าตัวเองฟังผิดไปมองพระสนมซูเฟยอย่างไม่อยากจะเชื่อ พร้อมกับอุทานว่า “หา” หนึ่งคำ

            นางฟังผิดไปหรือ ไม่กลัวอ้วนหรืออย่างไรหรือว่าทานแล้วค่อยให้หมอหลวงสั่งยาช่วยย่อยให้!

            ซูเฟยพูดให้ฟังอีกรอบอย่างอดทนครั้งนี้นางรีบวิ่งไปที่ห้องครัว เมื่อไปถึงพบว่าในห้องครัวครานี้มีวัตถุดิบมากมายในใจรู้สึกดีใจยิ่งนัก

            นางได้กลิ่นกั่วเจี้ยง[1] ในห้องครัวจึงขมวดคิ้ว “กั่วเจี้ยงเหล่านี้ใส่น้ำตาลเยอะเกินไป!”

            นางเอานิ้วเขี่ยดอกมะลิแห้งที่วางอยู่ด้านข้างไปมาทำให้นิ้วนางมีกลิ่นมะลิติดมา

            เช่นนั้นทำขนมเปี๊ยะเทพเซียนมะลิดีกว่านางมองดอกมะลิแห้งเหล่านี้พร้อมรอยยิ้ม ขยำดอกมะลิแห้งจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำไปผสมกับแป้งน้ำ แล้วเริ่มนวด

            มือนางตอนนี้มีแต่กลิ่นดอกมะลินางนึกชอบใจเป็นยิ่งนัก ก่อนจะหยิบถั่วเขียวและถั่วแดงไปผสมกับกั่วเจี้ยงเล็กน้อย จากนั้นนำไปบดให้ละเอียดกลิ่นที่โชยขึ้นมานางถึงกับเคลิ้ม

            นางนำแป้งที่นวดเสร็จเรียบร้อยแล้วมารีดเป็นแผ่นใส่ไส้ถั่วเขียวถั่วแดงที่ผสมกับกั่วเจี้ยงไว้ตรงกลาง ก่อนจะปั้นให้เป็นรูปดอกมะลินางมองผลงานที่อยู่ในมือพร้อมกับยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

            นางรีบปั้นอีกหลายชิ้น ก่อนจะวางลงในลังถึงนั่งรอได้ครู่หนึ่งกลิ่นหอมของดอกมะลิก็อวลไปทั่วทั้งห้องครัวนางนึกถึงใบหน้าดุร้ายของพระสนมซูเฟยให้นึกแค้นใจยิ่งนักอยากให้อีกฝ่ายทานจนจุกอกตายไปเลย!

            ในเวลานี้ซูเฟยกำลังวางแผนร้ายนางมองยาในมือองค์หญิงซีเยวี่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเงยหน้าเอ่ยถามออกมา “ข้าไม่ใช้วิธีนี้มิได้หรือ”

            องค์หญิงซีเยวี่ยส่ายหน้าเป็นคำตอบด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว พูดด้วยภาษาจีนที่ยังไม่ค่อยจะคล่องแคล่วดีนัก“พี่สาว ที่ราบภาคกลางไม่ใช่มีคำกล่าวว่าไม่เสียสละบุตรไม่ได้หมาป่าหรอกหรือ พี่สาวอย่าได้ลืมว่าสิ่งที่ท่านต้องการคือสิ่งใด”

            ซูเฟยได้ยินเช่นนั้น หลับตากัดฟันพร้อมกับพยักหน้าจากนั้นยื่นมือไปรับยามา “ได้ข้าจะทานเดี๋ยวนี้”

            นางนำเม็ดยาใส่ปาก ก่อนจะดื่มน้ำชาตามทิ้งรอยชาดสีแดงไว้บนแก้วชา รวมถึงเศษผงของเม็ดยาด้วย

            หนิงมู่ฉือยกขนมเปี๊ยะเทพเซียนมะลิที่นึ่งเสร็จใหม่ๆเข้าไปให้พระสนมซูเฟยในตำหนัก โดยไม่คาดคิดเลยว่ามีเรื่องยุ่งเกิดขึ้นแล้ว

            ใบหน้าของซูเฟยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมานขณะเอามือกุมท้อง

            ซูเฟยชี้นิ้วมาทางหนิงมู่ฉือพร้อมกับเอ่ย “ทุกคนรีบไปจับตัวนังบ่าวร้ายกาจที่ทำร้ายข้าผู้นี้เอาไว้ประเดี๋ยวนี้เป็นเพราะข้าทานปิ่งตัดวิญญาณของนางจึงทำให้ถูกพิษ!”

            หนิงมู่ฉือได้ฟังรู้ทันทีว่านางตกลงไปในกับดักของพระสนมซูเฟยเข้าให้แล้วนางเห็นทหารองครักษ์มากมายเข้ามาจะมาจับตัวนางในขณะที่พระสนมซูเฟยปวดท้องจนเป็นลมหมดสติไป

            นางในตอนนี้ต่อให้มีร้อยปากก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อีกแล้วนางมองบรรดาขันทีทั้งหลายที่ตะโกนเรียกหมอหลวงอย่างตื่นตระหนกไปพลางวิ่งออกข้างนอกไปพลางทั้งยังมีขันทีบางคนรีบวิ่งไปรายงานฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินที่ตำหนัก

            สีหน้านางตอนนี้มีแต่ความสิ้นหวังนางหันไปมององค์หญิงซีเยวี่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลอีกฝ่ายตะโกนใส่หน้านางด้วยน้ำเสียงดุดัน “ปิ่งตัดวิญญาณหรือ ตัดวิญญาณสมชื่อจริงๆมีแต่คนจิตใจโหดร้ายเช่นเจ้าถึงจะคิดวิธีฆ่าคนเช่นนี้ออกมาได้!”

            ข่าวที่พระสนมซูเฟยถูกวางยาพิษรู้กันไปทั่วทั้งวังหลวงภายในเวลาไม่นานแม้แต่อัครมหาเสนาบดีก็ยังทราบ จึงรีบเดินทางเข้ามาในวังหลวงอย่างร้อนใจ

             

            [1] กั่วเจี้ยง คือแยมผลไม้

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247