“ไปหาพวกพี่น่ากลัวก่อนแล้วกัน!” ฉันเพิ่งย้ายมาใหม่ทำให้ไม่รู้ว่าที่อยู่ตามในนามบัตรมันคือที่ไหน และที่นึกออกก็มีแต่ทางเข้าก่อนหน้าเพราะงั้นเลยตัดสินใจว่าจะไปที่นั่นแทน
ระหว่างทาง
“ขอโทษค่ะคุณลุง!” เพราะความรีบเลยทำให้ฉันเกือบชนคุณลุงที่กำลังเข็นรถอยู่
“จะรีบไปไหนนังหนู วัยรุ่นนี่ช่างใจร้อนเสียจริง”
“หนูขอโทษค่ะ!” ฉันหยิบของที่ตกอย่างรีบร้อนพลางมองนาฬิกาบนข้อมือไปด้วย
“ย้ายมาใหม่เรอะ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“ใช่ค่ะ เอ่อ...ลุงคะ รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน” แต่เพราะมันเสียเวลามากแล้วฉันเลยตัดสินใจถามเอาจากลุงแทน
“รู้สิ คนที่นี่เขารู้จักกันหมดนังหนู”
หลายนาทีผ่านไป
โรงรับจำนำศรีวรรณวิไล
ฉันมองตึกหรูสไตล์วินเทจสูงหลายชั้นตรงหน้า ตอนนี้มีผู้คนมากมายแต่งตัวไม่เหมือนกันและก็แตกต่างจากบ้านนอกที่ฉันอยู่มาก เพราะมันมีทั้งเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาไปจนถึงเสื้อผ้าที่ดูมีความระยิบระยับแทรกเข้ามา
คนเ่าั้เดินเข้าออกร้านตรงหน้าอย่างกับว่ามีงานวัดหรืองานทำบุญใหญ่อยู่ข้างใน
มันเยอะมากจนฉันเกือบตาลาย
“สวัสดีค่ะ เดี๋ยวรบกวนกดบัตรคิวก่อ...”
“ช่วยด้วยค่ะ! เพื่อนหนูถูกพวกที่มาจากเขตอื่นไล่ตาม ตะ...ตอนนี้หนูไม่รู้ว่าเธอเป็ยังไง ชะ...ช่วยเพื่อนหนูทีนะคะ หนูขอร้อง!” ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็พนักงานของที่นี่ยังพูดไม่ทันจบฉันก็แทรกออกไปพร้อมวางนามบัตรที่เขาคนนั้นทิ้งไว้ให้ลงไปตรงหน้าเธอ
“เชิญค่ะ” เธอผายมือให้ฉันเดินไปด้านหลัง ซึ่งตรงนั้นมีคนยืนบังประตูอยู่สองคนและก็แต่งตัวคล้ายกับกลุ่มคนก่อนหน้าที่เจอ
“…” ฉันเม้มปากด้วยความกลัวแต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนี่เป็ทางเดียวแล้วที่จะช่วยผู้หญิงคนนั้นได้
หนึ่งปีผ่านไป
มหาวิทยาลัยแองกัส
05:51 p.m.
“วันนี้ไว้แค่นี้ก่อน แล้วเดี๋ยววันพุธหน้าอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับควิซเก็บคะแนนพิเศษนะครับนักศึกษา”
“โห~” สิ้นเสียงอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าให้คะแนนยาก เสียงโห่ร้องก็ดังระงมเมื่ออาจารย์พูดถึงคะแนนพิเศษที่มีจุดประสงค์ไว้เพื่อดึงเกรดหากทำคะแนนในการสอบจริงไม่ดี
“แกได้กลิ่นอะไรไหม” ฉันหยุดมือที่กำลังเก็บชีตเข้ากระเป๋าเมื่อเสียงพูดบางอย่างดังมาจากหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้น
“กลิ่นขี้วัวกลิ่นขี้ควายปะ” พูดจบเสียงหัวเราะก็ดังลั่น
“พอได้แล้ว” แล้วก็มีเสียงผู้ชายที่คุ้นเคยดังขึ้นในเวลาต่อมา
“ทำไม หรือว่ายังมีเยื่อใยกับมันอยู่?” จากนั้นบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป
“…” ฉันละความสนใจหลังเก็บของเสร็จและก็รีบเดินออกเพราะไม่อยากเสียเวลามานั่งฟังคำพูดไม่ดีของคนที่ฉันเองก็ไม่ได้ชอบพอ ๆ กับที่พวกเธอไม่ชอบฉัน
“เหอะ! พวกเด็กบ้านนอกสกปรกที่อยากจะอัปเกรดตัวเองด้วยการแย่งของเพื่อน” คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินก่อนจะก้าวขาออกช่างเป็คำต่อว่าที่ให้ความรู้สึกอยากจะปากระเป๋าใบโปรดใส่หน้าสวย ๆ ของเธอคนนั้นเสียจริง
แต่...ฉันทำไม่ได้หรอก เพราะไม่ว่าจะทำอะไรคนอื่นก็มองว่าฉันมันไม่ดีและผิดก่อนเสมออยู่แล้ว
เื่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นตอนปีหนึ่งเทอมสอง เป็ตอนที่ฉันยังสนิทกับกลุ่มนั้น ไม่สิ...สนิทกับคนคนหนึ่งในกลุ่มนั้นมากกว่า
เพราะแฟนของเธอเอาแต่มาตามตอแยฉันพอถูกจับได้ก็มาโยนความผิดว่าฉันเป็ฝ่ายไปตามตอแยเขา
เื่ราวก็เลยกลับตาลปัตรไปหมดเมื่อเพื่อนที่คิดว่าสนิทกันแล้วดันเลือกที่จะเชื่อผู้ชายคนนั้นมากกว่า
จากเพื่อนรักก็กลายเป็ศัตรู
และข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงก็ทำให้ฉันถูกแบน
ทั้งที่ทำให้ฉันกลายเป็ขี้ปากคนอื่น แต่เมื่อกี้เขายังมีหน้ามาแสร้งทำตัวเป็สุภาพบุรุษบอกให้พองั้นเหรอ ตลกชะมัด
ระหว่างทางเดินไปซุ้มวินมอเตอร์ไซค์
“ดูนั่นสิ เ้าชายของแกมานู่นแล้ว” เสียงนักศึกษาสาวหน้าตาสวยสองคนที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนพากันผลักกันไปมาคล้ายกำลังเขิน เพราะบนใบหน้าพวกเธอมันแดงพอประมาณ
ฉันเลยมองตามสายตาไปก็พบว่าเป็คนที่คาดเอาไว้
นี่ถ้าเดาหวยถูกเหมือนอย่างเดาอันนี้บางก็คงดี
ฉันอาจกลายเป็เศรษฐินีไปแล้วก็ได้
รุ่นพี่ปีสาม ทารัส ประธานสภาคณะบริหารธุรกิจซึ่งเป็คณะเดียวกับที่ฉันลงเรียน และชื่อเสียงของพี่เขามันโด่งดังมาั้แ่ฉันอยู่ปีหนึ่ง หล่อ เก่ง ฉลาด นักกิจกรรมที่ทำได้ทุกอย่าง ล้วนแต่เป็คำที่เหล่าสาว ๆ บัญญัติให้กับผู้ชายคนนี้
ขนาดตอนนี้ที่พี่เขากำลังจะเดินออกจากมหา’ ลัยก็ยังถือแฟ้มเอกสารและเปิดอ่านมันอยู่เลย แล้วไอ้ท่าทางขยับแว่นนั่นก็ด้วย ‘ฮอตเนิร์ด’ อย่างที่ใครเขาพูดกันเลยแฮะ
แรก ๆ ฉันไม่รู้หรอกว่ามันมีความหมายว่าไง แต่พอได้รู้เท่านั้นแหละ ยอมรับเลยว่ามันเป็ฉายาที่คู่ควรกับพี่เขามาก
พี่ทารัสไว้ผมคอมม่าผสมมัลเล็ต เพราะมีเรือนผมที่ดำสนิทเลยทำให้พี่เขาดูน่าค้นหา แถมยังมีั์ตาสีดำประกายน้ำตาลแดงอ่อนที่ไม่เหมือนใคร มันช่างรับกับสีผมได้อย่างลงตัว
จะว่าไปพี่เขาก็สูงมากกว่าฉันอีก ถ้าให้เดาคงจะประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเิเแน่ ๆ แม้จะอยู่ในชุดนักศึกษาแต่ก็ยังทำให้พอเดาได้ว่าใต้ชุดสีขาวน่าจะมีกล้ามซิกซ์แพ็กแน่นซ่อนอยู่
ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นใบหน้าหล่อคมเข้ม กรอบหน้าชัดฉบับพระเ้ายกให้เป็ลูกรักของพี่เขาหรอก
ไหนจะสีผิวที่ไม่ขาวจนเกินไปแต่ก็ไม่ดำคล้ำนั่นก็ด้วย
ลงตัวจนไม่รู้จะว่าไงแล้ว ขนาดฉันที่ไม่ประสีประสาเื่ผู้ชายเพราะที่บ้านนอกมีแต่ผู้หญิงพอมาเจอพี่เขายังมีสตันไปเกือบหนึ่งนาทีเลย
ยอมรับตามตรงว่าพี่เขาแม่งโคตรหล่อดูดีสุด ๆ
แต่ก็นั่นแหละเพราะที่ว่ามาทั้งหมดนี้มันคือความคิดเมื่อตอนปีหนึ่ง และเมื่อขึ้นปีสองฉันก็ไม่ได้อะไรแล้ว
ก็ตลอดเวลาที่เรียนมหา’ ลัยนี้มาฉันไม่เคยเฉียดเข้าไปใกล้หรือแม้แต่จะเคยได้ยินเสียงหล่อ ๆ อันเลื่องลือเลยด้วยซ้ำ
ถึงพี่เขาจะเป็ประธานสภาและนักกิจกรรมตัวยงก็จริง แต่ส่วนใหญ่เหมือนพี่เขาจะอยู่แต่เื้ัมากกว่าก็เลยเจอตัวยาก และนาน ๆ ทีจะเห็นออกมาเดินเหมือนอย่างวันนี้
สงสัยฉันคงโชคดีละมั้งถ้าไม่นับรวมสถานการณ์ที่เจอก่อนหน้าอ่านะ =_=
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————