เย่เทียนเข้าใกล้ศพของมังกรเขียวในระยะ100,000เมตร และทันใดนั้นแรงกดดันที่น่ากลัวก็กดทับร่างกายของเขาอีกครั้ง
ร่างกายของเย่เทียนเริ่มปรากฏรอยแตกร้าวโลหิตสีสดจำนวนมากไหลรินออกมา!
เขาจึงรีบคัดลอกพรสวรรค์กรงเล็บระดับดาราและพรสวรรค์ค่ายกลระดับจันทราของมังกรเขียว และรีบหันหลังถอยออกไป
เมื่อออกห่างจากศพของมังกรเขียวจนไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันแล้วเย่เทียนก็สูดหายใจเข้าลึก อาการบาดเจ็บทั่วร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วโดยพรสวรรค์ในการรักษาและพรสวรรค์แห่งชีวิต
พรสวรรค์แห่งชีวิตระดับลึกลับถูกคัดลอกมาจากมังกรเขียวและก่อนหน้านี้เขาก็ได้หลอมรวมมันเรียบร้อยแล้ว
พรสวรรค์แห่งชีวิตนั้นท้าทายสวรรค์อย่างมากมันสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและพลังชีวิตได้ทั้งหมด ตราบใดที่เขาไม่ตาย เขาก็สามารถใช้พรสวรรค์นี้ฟื้นฟูร่างกายของเขาได้เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บทางวิญญาณ พรสวรรค์ของเขาจะไร้ผล
พรสวรรค์ในการรักษาสามารถถือได้ว่าเป็นพรสวรรค์ประเภทเดียวกันกับพรสวรรค์แห่งชีวิตแต่พรสวรรค์แห่งชีวิตกลับแข็งแกร่งมากกว่า
หลังจากอาการบาดเจ็บของเขาฟื้นตัวจนเสร็จสิ้นเย่เทียนก็ยังไม่รีบร้อนที่จะไปเอามรดกค่ายกล แต่เขาเลือกที่จะเริ่มผสานพรสวรรค์กรงเล็บระดับดาราและพรสวรรค์ค่ายกลระดับจันทราทันทีเพราะในมิติแห่งความว่างเปล่านี้ไม่มีสัตว์อสูรตนใดแล้ว มันจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการหลอมรวมพรสวรรค์
ตูม!!!!
กระบวนการหลอมรวมได้เริ่มขึ้นแล้ว!
สิบนาทีต่อมากระบวนการหลอมรวมพรสวรรค์กรงเล็บระดับดาราก็เสร็จสิ้น
หลังจากพักผ่อนอยู่ครึ่งชั่วโมงเย่เทียนก็หลอมรวมพรสวรรค์ด่านค่ายกลระดับจันทราอีกครั้ง
เมื่อพรสวรรค์หลอมรวมสำเร็จเย่เทียนก็มาถึงบอลแสงมรดกค่ายกลและเขาก็เก็บมันเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที
วินาทีต่อมา
เมื่อพลังลึกลับก็ปรากฏขึ้นร่างของเย่เทียนก็ถูกส่งออกไป
เมื่อเย่เทียนได้สติกลับมาเขาก็พบว่าตนเองได้ยืนอยู่ในห้องโถงมรดกมังกรแล้ว
เมื่อเดินออกจากห้องโถงมรดกมังกรเขาก็ได้พบกับซากศพของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมาก และทั้งหมดก็เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่เขาเจอก่อนหน้านี้พวกมันต่างก็เป็นผู้ที่ได้รับสมบัติจากมิติแห่งความว่างเปล่ามา
แต่ตอนนี้มันล้วนแล้วแต่ถูกสังหารจนสิ้น
“น่าจะเป็นฝีมือของจ้าวแห่งสัตว์อสูรพวกนั้น!”
เย่เทียนคาดเดา
เขาถึงกับสงสัยว่าเหล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรพวกนั้นจะฆ่ากันเองหรือไม่?
ความเป็นไปได้นี้ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลที่สัตว์อสูรระดับเทพทั้งเก้าตัวเมื่อเก้าพันปีก่อนไม่ได้ฆ่ากันเองก็เพราะว่าตอนนั้นพลังของพวกมันไม่ได้ด้อยกว่ากันมากนักบวกกับหลังจากที่ออกจากตำหนักมังกรแล้ว พวกมันก็ถูกยอดฝีมือของเผ่ามังกรพาตัวไปอย่างรวดเร็ว
แต่ตอนนี้จ้าวแห่งสัตว์อสูรเหล่านี้ยังไม่ได้กลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพพวกมันมายังตำหนักมังกรก่อนกำหนด บางทีพวกมันอาจฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงสมบัติ เพราะสมบัติของมังกรเขียวนั้นล้ำค่าเกินไปมันไม่ใช่สิ่งที่จะพบเจอได้ในโลกภายนอก
แน่นอนว่าเหล่าสัตว์อสูรย่อมต้องคิดแย่งชิงสมบัติจากกันเอง
การฆ่าสัตว์อสูรด้วยกันเพื่อแย่งชิงสมบัติเป็นเรื่องปกติในโลกของสัตว์อสูรนี้
เย่เทียนออกสำรวจภายในตำหนักมังกรอยู่พักหนึ่งและได้สะกดจิตสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบางตัวเพื่อสอบถามข้อมูล เขาจึงได้รู้ว่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรหลายตัวเพิ่งออกไปเมื่อไม่นานมานี้
จ้าวแห่งสัตว์อสูรเหล่านั้นพบทางออกแล้วพวกมันจึงรีบออกจากตำหนักมังกรไป
เห็นได้ชัดว่าพวกมันรู้ดีว่าไม่มีสมบัติอะไรเหลือในตำหนักมังกรนี้แล้วการจะอยู่ต่อย่อมเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า
คนแรกที่จากไปคือจ้าวอสูรอีกาโลหิตและจ้าวแห่งสัตว์อสูรอีก5ตน ส่วนจักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตก็เพิ่งตามออกไป
“บางทีอาจจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่ด้านนอก!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเย่เทียนก็รีบออกจากตำหนักมังกรทันที
ไม่นานเย่เทียนก็ออกจากตำหนักมังกรผ่านค่ายกลขนาดใหญ่อย่างง่ายดายและมาถึงยังโลกภายนอก
ค่ายกลของตำหนักมังกรเป็นค่ายกลเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตภายนอกเข้ามาแต่ไม่ได้จำกัดสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในไม่ให้ออกไป ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่ถูกค่ายกลป้องกันนี้ขวางไว้
ทันทีที่เขาออกจากค่ายกลเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหน
ตูม!!!!
ในมหาสมุทรที่ห่างไกลเหล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เนื่องจากการต่อสู้ที่รุนแรงเย่เทียนจึงสามารถปลดเปลื้องสถานะล่องหนได้โดยไม่ดึงดูดความสนใจของจ้าวแห่งสัตว์อสูรตนใด
ตอนนี้การต่อสู้กำลังเปลี่ยนทิศทางเนื่องจากจักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเริ่มลงมือบดขยี้จ้าวแห่งสัตว์อสูรอีกห้าตัวทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
“จักรพรรดิเงินเขาทอง จักรพรรดิแมวเก้าชีวิต พวกเจ้าอย่าทำเกินไปนัก พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับตะวันของพวกเราเป็นที่ต้องการของเผ่ามังกรอีกไม่นานพวกเจ้าก็จะก้าวเข้าสู่ระดับเทพ เมื่อยอดฝีมือของเผ่ามังกรกลับมา และพบว่ามีเพียงเจ้า2 ตนที่เป็นสัตว์อสูรระดับเทพ เผ่ามังกรจะรู้ได้ทันที เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษ”จ้าวอสูรอีกาโลหิตคำรามออกมา
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตยังคงโจมตีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยมันยิ้มเยาะและกล่าวว่า “อีกาโลหิต เมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเจ้าก็ตายไปแล้ว และธรรมชาติของสัตว์อสูรคือการกลืนกินผู้อ่อนแอนี่เป็นเรื่องปกติที่สัตว์อสูรเช่นเราจะสู้กันเอง”
หลังจากนั้นไม่นานจ้าวอสูรอีกาโลหิตก็ถูกจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตสังหารสมบัติทั้งหมดของมันก็ถูกจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเอาไป
ส่วนจักรพรรดิเงินเขาทองก็ได้สังหารจ้าวแห่งภูเขาไท่ซานและเริ่มไล่ล่าจ้าวแห่งสัตว์อสูรตัวอื่น
หลังจากนั้นไม่นาน
จ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งห้าก็ถูกสังหารโดยจักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตสมบัติที่พวกมันได้รับมาล้วนถูกแย่งชิงไปจนหมด
ตอนนี้โลกของสัตว์อสูรนี้เหลือจ้าวแห่งสัตว์อสูรแค่เพียง2ตนเท่านั้น
เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง“จ้าวแห่งสัตว์อสูรทั้งห้าตายหมดแล้ว เราไม่ต้องลงมือเลยสักนิด!”
เขายังคงสังเกตสถานการณ์ต่อไปและยังไม่ได้ลงมือทำอะไร
จักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตยังไม่ได้จากไปพวกมันซ่อนกลิ่นอายของพวกมันเพื่อรอสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวอื่นๆ ออกมาจากตำหนักมังกร
เห็นได้ชัดว่าพวกมันทั้งสองเตรียมจะสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งหมดที่เข้าไปยังตำหนักมังกรโดยไม่เหลือไว้สักตัว
บางทีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิบางตนอาจจะได้สมบัติจากมรดกแห่งมังกรเช่นกันแม้ว่าจะแค่ 1ชิ้น แต่มันก็ยังคงเป็นสมบัติล้ำค่า!
เมื่อเวลาผ่านไปเหล่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ทยอยกันออกมา
แต่ทันทีที่พวกมันออกมาพวกมันก็ถูกสังหารโดยจักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิต
พริบตาเดียวสิบวันก็ผ่านไป
ในวันนี้
ตำหนักมังกรเริ่มสั่นไหวและค่อยๆเลือนรางหายไปจากทะเล
เย่เทียนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตำหนักมังกรยังคงอยู่ในที่ใดสักแห่งในทะเลแห่งนี้แต่เขาเดาว่าการจะค้นพบมันอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องยาก
ไกลออกไป
จักรพรรดิเงินเขาทองและจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตต่างระแวงซึ่งกันและกันก่อนที่พวกมันจะแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง
เย่เทียนเลือกที่จะติดตามจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตไปก่อนและยังคงไม่ได้สนใจจักรพรรดิเงินเขาทองในตอนนี้ เนื่องจากเขารู้ดีว่าจักรพรรดิเงินเขาทองยังไม่มีแผนที่จะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับเทพแต่จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตนั้นแตกต่างกัน
ดังนั้นเป้าหมายแรกของเขาจึงเป็นจักรพรรดิแมวเก้าชีวิต
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตบินอยู่เป็นเวลานานและในที่สุดมันก็ออกจากเขตทะเล เตรียมที่จะมุ่งหน้ากลับไปยังรังของมัน
ทันใดนั้น
พลังแห่งมิติก็ได้ปรากฏขึ้นและกักขังแช่แข็งพื้นที่ทั่วบริเวณ
“พรสวรรค์ด้านมิติ!!!”
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตตกใจมากเพราะมันสัมผัสได้ว่าพลังแห่งมิตินี้รุนแรงเป็นอย่างมาก อีกทั้งมันยังคาดเดาตัวตนของศัตรูไม่ได้แต่มันแน่ใจว่าอีกฝ่ายย่อมไม่ใช่ระดับจักรพรรดิทั่วไปอย่างแน่นอน
ฟูม!!!!
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตกวาดผ่านออกไปทั่วบริเวณ
ในขณะที่เย่เทียนเริ่มใช้พรสวรรค์ด้านมิติ เขาก็หลุดออกจากสถานะล่องหนโดยอัตโนมัติและปรากฏตัวในระยะไกลดังนั้นจักรพรรดิแมวเก้าชีวิตจึงค้นพบตัวตนของเขาได้ทันที
ในขณะนี้เย่เทียนยังคงปลอมตัวเป็นวานรสีทอง
“เป็นเจ้า!”
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตจำเย่เทียนได้เพราะมันเคยเห็นเย่เทียนในมิติแห่งความว่างเปล่าของมังกร
ก่อนหน้านี้มันยังสงสัยว่าทำไมเย่เทียนถึงยังไม่ออกมาเพราะตัวมันนั้นก็วางแผนที่จะสังหารเย่เทียนเพื่อชิงสมบัติเช่นกัน
แต่ตั้งแต่ต้นจนจบเย่เทียนก็ไม่ได้ออกมา
มันคิดว่าเย่เทียนตายท่ามกลางการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิในตำหนักมังกรไปแล้วแต่ไม่คาดคิดว่าเย่เทียนจะมาหามันด้วยตนเอง
“ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายด้วยตนเอง เช่นนั้นสมบัติของเจ้า ข้าจะดูแลมันเอง!”
จักรพรรดิแมวเก้าชีวิตเผยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ