ทุกสายจ้องไปทางศจีด้วยความใโดยเฉพาะนรินทร์ที่ใกับสิ่งที่ได้ยินอย่างมากจนมือข้างที่จับกับคนตัวสูงอ่อนแรงเผลอปล่อยออกอย่างไม่ตั้งใจพลันขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่อาจห้ามความรู้สึกจุกแน่นไปทั่วทั้งอกและลำคอทำเธอไม่อาจจะเปล่งเสียงออกมาทำได้เพียงมองใบหน้าของมารดา ที่เวลานี้เชิดสูงไม่มองมาทางเธอเลยสักนิด
กรที่เห็นท่าทางของคนรักก็อดที่จะสงสารจับใจไม่ได้เขารั้งร่างของเธอเข้ามากอดแน่นอก พร้อมกับหันไปมองยายตัวเองด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“ผมกับรินเรารักกันไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางปล่อยเธอไป”
ศจีหันมองลูกเขยั์แข็งไม่แพ้กันก่อนจะเดินออกไปทางลูกสาวแล้วกระชากแขนเธออย่างแรง ด้วยความไม่ยอมแพ้
“ไป!!แกกลับกับฉันเดี๋ยวนี้ลุก!”
“แม่รินเจ็บฮึก”
“คุณแม่ปล่อยรินก่อน/ คุณศจีปล่อยลูกก่อน”
“แกต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้ลุกออกมา ฉันบอกให้ลุก!”
ศจีพยายามกระชากรินให้ออกมาจากที่นั่งอย่างแรงเธอใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงร่างของลูกสาวที่ยังขัดขืนไม่ยอมทำตามโดยไม่รู้เลยว่าเล็บของเธอนั้นจิกลงไปที่แขนเล็กจนผิวขาวนั้นเป็รอย
ส่วนประพนธ์และกรก็พยายามห้ามหญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้ดูจะไม่สนใจหรือฟังสิ่งใดแล้วเสียงพยายามยื้อยุดของพวกเขาดังจนจับใจความไม่ได้ว่ากำลังพูดว่าอะไร
“เจ็บแม่รินเจ็บ”
“เหอะ!! แกคิดว่าแกเจ็บคนเดียวหรือไง ฉันไม่เจ็บเหรอ พ่อแกไม่เจ็บเหรอที่เป็ถึงอาจารย์สั่งสอนคนเป็ร้อยเป็พัน แต่กลับสอนลูกสาวตัวเองไม่ได้แกไม่อายที่แย่งผัวพี่สาว แต่ฉันอาย”
“แม่รินขอโทษแต่รินรักพี่กร รักพี่กรจริง ๆ”
“คุณแม่ผมกับรินเรารักกันจริงๆ นะครับ ขอคุณแม่เมตตา”
“ไม่ได้ฉันไม่ยอมแกออกไปกับฉันเดี๋ยวนี้ คุณไปเอาของแล้วสตาร์ทรถ”
“คุณศจีคุณใจเย็นก่อนปล่อยลูกก่อน ริน รินฟังแม่เขานะกลับบ้านกับพ่อแม่ นะลูกนะ”
“คุณไม่ต้องพูดแล้วไปออกรถเดี๋ยวนี้เร็ว”
กรที่เห็นร่างของรินโดนกระชากไปกับพื้นไม่อาจทนมองได้อีกก่อนหน้านี้เข้าพยายามไม่ออกแรงมากเพราะกลับทำแม่ยายเจ็บ แต่ตอนนี้หากเขาไม่ทำอะไรเห็นทีจะเป็รินที่เจ็บเมื่อคิดเช่นนั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินตรงไปที่ร่างเล็กของแม่ยายเขาจับมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแน่ ก่อนจะดึงเอามือคนรักออกอย่างแรงจนร่างของศจีที่ออกแรงก่อนหน้ากระเด็นไปทางด้านหลังเพราะเสียหลักแต่โชคดีที่เวลานั้นพ่อตาของเขายืนอยู่ตรงนั้นพอดีเลยสามารถรับร่างของแม่ยายเขาได้ทัน
“ผมไม่ให้รินไปไหนทั้งนั้นคนรักกันทำไมคุณแม่ต้องห้าม”
ศจีหันมองลูกเขยอย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันไปมองลูกสาวที่ซุกหน้าร้องไห้อยู่ในอกเขาอย่าเสียใจเธอไม่เคยคิดว่าลูกสาวจะเปลี่ยนไปขนาดนี้
“ด้ายยยในเมื่อพวกแกรักกันมากก็อยู่กันไปฉันไม่ยุ่ง แต่หลังจากนี้...”
นัยนตาสีดอกเลาพร่าเลือนจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของลูกสาวก่อนจะพยายามกลืนก้อนจุกแน่นลงคอไป
“พวกแกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่!!”
ไม่พูดเปล่าเธอเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับคว้าข้าวของ ของตัวเองออกมาแล้วเดินออกไปในระหว่างที่กำลังจะผ่านหน้าลูกสาวและลูกเขยมือเล็กเต็มไปด้วยรอยจิกก็คว้ามือเธอเอาไว้เสียก่อน
“แม่...รินขอโทษเราพูดกันดีๆ ได้ไหม”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับพวกแกแล้ว ในเมื่อพวกแกรักกันมากก็ไม่จำเป็ต้องมีแม่ใจมารอย่างฉัน มาคอยขวางไม่ดีหรือไง ปล่อย!!”
ศจีปัดมือแล้วผลัดลูกสาวอย่างแรงจนก่อนจะเดินออกไปที่หน้าโดยไม่หันกลับมามองภายในอีกส่วนประพนธ์ที่เห็นว่าภรรยากำลังโมโหและโกรธเป็อย่างมากก็เลือกที่จะวิ่งกลับเข้าไปในห้องเก็บของแล้วเดินตามออกไปอย่างเร็วแต่ก่อนไปเขาได้หันกลับมาทางลูกสาวและลูกเขยอีกครั้ง
“รินอย่าโกรธแม่นะลูกแม่เขาโมโหอยู่ทางนี้เดี๋ยวพ่อจัดการเอง”
“กรพ่อฝากน้องด้วยนะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มรับคำพร้อมกับเดินตามหลังคนตัวเล็กที่วิ่งออกไปยืนมองรถของพ่อห่างออกไปก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโรงจอดรถร้องไห้โฮอย่างไม่อายก่อนจะโผเข้าหาอกใหญ่ของคนรักที่เข้ามาทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ
“ฮืออพี่กรแม่เกลียดเราแล้ว ทำไงดี เราจะทำยังไงดี ฮือออ”
ชายหนุ่มทำได้เพียงดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอมแล้วอยู่ข้างเธอเงียบ ๆ เพราะเวลานี้ตัวเขาเองก็ไม่ตอบอะไรไม่ได้อยู่ดีและคิดว่าแม่ยายจะโกรธถึงขึ้นตัดความสัมพันธ์แม่ลูกแบบนี้
ทางด้านศจีเมื่อขึ้นมาบนรถ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมาอย่างไม่อาจห้าม ความโกรธเสียใจถาโถมเข้ามาจนเธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่เสียงร้องไห้ก็แทบไม่ได้ยินั์ตาสั่นไหวมองออกไปทางนอกหน้าต่างพลางคิดวนซ้ำ ๆ ว่าเธอเลี้ยงลูกไม่ดีตรงไหน ทำไมวันนี้ลูกถึงไม่ฟังทั้งยังทำเื่น่าอายแบบนี้ออกมา
เมื่อคิดไปถึงลูกสาวคนโตที่ล่วงลับความรู้สึกเสียใจก็ประดังประเดเข้ามาอย่างกลั้นไม่อยู่เธอยอมรับว่ารักลูกสาวคนโตมากกว่า เพราะแต่เล็กจนโตมาพิมประภาเป็เด็กขี้อ้อนรู้ความ ไม่ว่าเื่อะไรก็ทำได้ดีตลอด ต่างกับนรินทร์ที่ซุกซน แก่นแก้วแม้จะหัวดีแต่ก็มักจะทำเื่เหนือความคาดหมายและสิ่งที่เธอไม่ค่อยชอบตลอดเธอเลยไม่ค่อยจะพูดกับลูกคนเล็กไม่เหมือนสามีที่ชอบให้ลูกได้ลองสิ่งใหม่ ๆ
และอาจจะเพราะหลังจบมัธยมรินเลือกที่จะไปเรียนไกลบ้านก่อนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศความสัมพันธ์ของพวกเธอสองแม่ลูกห่างเหินจนเกิดเป็่ว่างขนาดใหญ่เช่นนี้
หลังจากร้องไห้มาสักพักหญิงวัยกลางคนก็เริ่มสงบลงแม้จะยังรู้สึกกรุ่นโกรธและเสียใจอยู่แต่ก็ดูจะใจเย็นกว่าเดิมมาก ใบหน้าของเธอหันออกมองออกนอกหน้าต่างสายตาว่างเปล่ามองออกไปอย่างไร้จุดหมายก่อนจะหันไปทางสามีคู่ชีวิตหลังเขาเอ่ยถามออกมา
“คุณจะตัดแม่ตัดลูกกับรินจริง ๆ เหรอ”
สายตาแน่วแน่มองสามีนิ่งก่อนจะเอ่ยสิ่งที่เธอตัดสินใจไปแล้วอย่างชัดเจน
“ในเมื่อเขาไม่เห็นความสำคัญของฉันฉันก็ไม่ความจำเป็ต้องอยู่ในชีวิตพวกเขาอีกต่อไปแล้วพวกเขาอาจจะดีใจก็ได้ที่ไม่มีฉันคอยขัดขวางความสุขของพวกเขา”
หญิงสาวนั่งปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในบ้านได้อย่างไรเพราะในหัวของเธอเต็มได้ด้วยท่าทางโกรธเคืองและคำพูดของมารดาก่อนจะเห็นคนรักที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ากังวลตอนนั้นเธอแทบจะไม่ได้สนใจว่าเขาพูดเื่อะไรทำเพียงพยักหน้าส่งในสิ่งที่เขาพูดก่อนจะเห็นเขาขับรถออกจากบ้านไปและเมื่อกลับมาอยู่คนเดียวเื่ราวของแม่ก็กลับมาวนเวียนในหัวอีกครั้ง
“ทำยังไงดีแม่ต้องโกรธมากแน่น ๆ ทำไงดี ต้องคุยให้รู้เื่ ใช่ต้องคุยกับแม่ให้รู้เื่”
ร่างเล็กบนโซฟาเด้งตัวลุกขึ้นทันทีเธอใช้ท่อนแขนปาดคราบน้ำตาแล้วเดินไปคว้ากุญแจรถแล้วออกไปทันที
จากเดิมที่ร้อนใจอยู่แล้วกลายเป็ว่าเธอหงุดหงิดเพิ่มเข้ามาอีกเพราะถึงแม้ว่าเธอจะขับรถเก่งพอตัวแต่เนื่องจากไปอยู่ต่างประเทศมานานและไม่ค่อยชินเส้นทาง ทำให้เวลาดูแผนที่ใน google map รู้สึกมึนงงอยู่บ้างประกอบกับเส้นทางที่มานั้นรถติดอย่างหนักแม้จะเป็เวลาบ่ายก็ตาม
หญิงสาวจ้องมองการจราจรเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกร้อนใจดวงตากลมเหลือบมองหน้าปัดบอกเวลาสลับกับแผนที่ที่เพิ่มระยะเวลาในการเดินทางออกไปทีละน้อยเป็ระยะในก็คิดถึงเื่ที่จะพูดกับมารดานิ้วเรียวที่วางอยู่ตรงพวงมาลัยเคาะเป็จังหวะอย่างร้อนจน จนแผ่นหลังขยับไม่ติดเบาะ
ก่อนจะถอนหายใจโล่งเมื่อรถสามารถเคลื่อนออกไปได้ทันทีที่พ้นเขตการจราจรติดขัด เท้าเล็กก็เหยียบคันเร่งออกไปด้วยความเร็วหวังทำเวลาให้ไปถึงบ้านสวนโดยเร็ว