บทที่ 3-2 ขายถั่งเช่า
เถ้าแก่เนี้ยร้านผ้าแปลกใจยิ่งนักมิคิดว่า หวังิเยว่จะมีเงินมากพอกับจำนวนของที่นางสั่งซื้อเพราะเห็นชุดที่ทั้งสี่คนใส่อยู่ ดูเก่าและสีซีดมาก แต่ก็ยังพาลูกค้าทั้งสี่คนไปเลือกผ้าที่ด้านในของร้านอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสจำนวนราคาสินค้าทั้งหมดที่หวังิเยว่เลือกไว้คือ สิบสามตำลึงสิบอีแปะเถ้าแก่เนี้ยลดราคาให้สิบอีแปะ ในขณะที่นางกำลังจ่ายเงินสามคนพ่อลูกได้แต่มองเงินที่นางจ่ายไปด้วยความปวดใจแต่มิกล้าพูดเอ่ยห้ามอันใดเพราะเป็เงินที่นางหามาได้เอง หวังิเย่วยังซื้อเนื้อหมูอีกสองจินราคาสี่สิบอีแปะ
“ท่านพ่อเ้าคะ ที่ตลาดมีขายถั่วเหลืองหรือไม่เ้าคะ”หวังิเยว่เอ่ยถามบิดา
“มีสิ เ้าจะเอาไปทำอันใดหรือ โดยทั่วไปแล้ว ผู้คนนำถั่วเหลืองไปให้สัตว์กินเป็อาหาร”
“ลูกจะเอาไปทำน้ำเต้าหู้ และเต้าหู้เ้าค่ะ”
“มันคือสิ่งใดหรือเยว่เอ๋อร์”
“มันคืออาหารและเครื่องดื่ม ที่ลูกเห็นจากในฝันเ้าค่ะ”
ทั้งสามคน “___”
หวังหลินข่ายจึงพาบุตรสาวไปยังร้านเมล็ดพันธุ์ หวังิเยว่ซื้อถั่วเหลืองกลับบ้านจำนวนห้าจินราคาสิบอีแปะ
‘คนยุคนี้ ไม่รู้ถึงประโยชน์ของถั่วเหลืองน่าเสียดายจริง ๆ แต่ก็นั่นแหละเราถึงซื้อได้ในราคาถูก อิอิ’
ก่อนกลับบ้านหวังิเยว่ยังแวะซื้อซาลาเปาไส้หมู จากร้านที่นางสอบถามเื่ร้านสมุนไพรอีกสามสิบลูกราคาหกสิบอีแปะ ขากลับบ้านรถเข็นเต็มไปด้วยสิ่งของที่นางเป็คนซื้อ หวังิเยว่มองดูของที่ซื้อด้วยรอยยิ้มผู้หญิงกับการช้อปปิ้งเป็ของคู่กันจริง ๆ เมื่อทั้งสี่คนกลับถึงบ้าน เหอฟางหรูใมากเมื่อได้เห็นสิ่งของในรถเข็น
“พวกเ้าขนอะไรกันมา มากมายถึงเพียงนี้!” เหอฟางหรูเอ่ยถามเสียงดัง
“ท่านแม่เ้าคะ พวกเราเข้าไปคุยกันในบ้านเถิดเ้าค่ะ” หวังิเยว่เข้าไปจูงมือของมารดาที่กำลังมีสีหน้าใเดินเข้าไปในบ้านเมื่อทุกคนในครอบครัวอยู่กันครบในห้องโถง นางเอ่ยเล่าเื่การขายสมุนไพรให้ทุกคนฟังซึ่งมารดาของนางก็มีอาการเดียวกันกับบิดาของนางก่อนหน้านี้คือ อ้าปากหวอ
“ท่านแม่เ้าคะวันนี้ลูกซื้อของไปทั้งหมดสิบหกตำลึงห้าสิบอีแปะตั๋วเงินสองร้อยตำลึงอยู่ที่พี่ใหญ่ ข้าให้ท่านแม่เป็คนเก็บไว้เ้าค่ะ”
“แต่เงินนี้เป็ของเยว่เอ๋อร์นะลูก”
“ไม่ใช่ มันเป็เงินของบ้านเราเ้าค่ะเมื่อก่อนตอนที่ลูกไม่แข็งแรงทุกคนในครอบครัวยอมเสียสละเงินในบ้านไปเป็ค่ายาและค่ารักษาของลูกตอนนี้ลูกหาเงินได้ เงินนี้ย่อมเป็ของทุกคนเช่นกันเ้าค่ะ” หวังิเยว่ยืนยันแข็งขันกับทุกคน
“เฮ้อ! งั้นแม่จะเก็บไว้ให้ก่อน” เหอฟางหรูเมื่อได้เห็นสีหน้าจริงจังของบุตรสาวจึงยอมเก็บเงินก้อนนี้ไว้กับตนเองก่อน
“ข้าซื้อผ้ามาให้ท่านแม่ตัดชุดใหม่ให้กับพวกเราทุกคนเ้าค่ะถ้าท่านแม่ทำไม่ไหว ก็จ้างท่านป้าจางมาช่วย ตอนนี้เรามีเงินแล้วท่านแม่มิต้องลำบากเหมือนเมื่อก่อนเ้าค่ะ”
“แม่ทำไหว แค่ตัดชุดใหม่มิได้หนักหนาอันใดไม่ต้องจ้างใครหรอก แม่ทำได้”
“เชื่อลูกเถิดเ้าค่ะท่านแม่ ผ้ามีตั้งห้าพับน่าจะตัดชุดใหม่ได้คนละสองชุด ท่านแม่ทำคนเดียวมิไหวหรอกเ้าค่ะข้าอยากได้ชุดใหม่เร็ว ๆ ด้วยเ้าค่ะ”
“ตกลง เ้ามิได้เป็ห่วงหรือกลัวแม่เหนื่อยแต่อยากได้ชุดใหม่เร็ว ๆ ใช่หรือไม่”
“ท่านแม่รู้ทันข้าแล้ว ฮาฮ่า”
เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้น เพราะบทสนทนาหยอกล้อของหวังิเยว่และมารดาจากนั้นหวังิเยว่จึงกล่าวกับทุกคนว่า
“ข้าซื้อซาลาเปามาด้วย พวกเรามากินกันเถิดเ้าค่ะ”
“เย้! ข้าจะได้กินซาลาเปาแล้ว ขอบคุณพี่สามขอรับ”หวังหนิงหลงกล่าวด้วยความดีใจ
“แต่ก่อนที่หลงเอ๋อร์จะได้กินพี่ขอให้เ้าช่วยนำซาลาเปาสิบลูก ไปให้ที่บ้านของท่านตาท่านยายเสียก่อนได้หรือไม่”หวังิเยว่เอ่ยกับน้องชาย
“ได้ขอรับ ข้าจะเอาไปให้ตอนนี้เลยขอรับ”
หลังจากทุกคนกินซาลาเปาไส้หมูด้วยความเอร็ดอร่อยแล้ว หวังิเยว่จึงเข้าครัวลงมือทำน้ำเต้าหู้เริ่มจากการล้างถั่วเหลืองสองจิน แล้วแช่น้ำไว้ประมาณสองเค่อ ่ระหว่างรอนางจึงขอให้ท่านแม่หั่นเนื้อหมูเพราะนางจะทำหมูกระเทียม โดยนำหมูไปหมักกับเกลือ น้ำตาล และกระเทียมแล้วหมักวางทิ้งไว้จากนั้นให้พี่ใหญ่และพี่รองนำถั่วเหลืองแช่น้ำไปใส่ในเครื่องโม่แล้วนำผ้าบางกรองกากถั่วเหลืองออก
หวังิเยว่ขอให้เหอฟางหรูช่วยก่อเตาไฟสองเตา โดยเตาแรกให้มารดาต้มน้ำเต้าหู้ส่วนอีกเตาให้มารดานำหมูที่นางหมักไว้ไปผัดกับน้ำมัน หวังิเยว่ต้องขอให้มารดาเป็คนทำอาหารให้เพราะนางยังคงตัวเล็กและเตี้ยยิ่งนักเมื่อน้ำเต้าหู้ที่ต้มไว้เดือดจึงใส่น้ำตาลลงไป แล้วตุ๋นต่อไปอีกเล็กน้อย
อาหารมื้อเย็นวันนี้จึงมีข้าวหม้อใหญ่ที่นางซื้อข้าวมาจากตลาด ผัดผักป่าที่หวังิเยว่ขอให้มารดาผัดเพิ่มเพราะอยากให้ทุกคนได้สารอาหารครบห้าหมู่เมื่อทุกคนได้กินหมูกระเทียมและน้ำเต้าหู้แบบในฝันของนาง จึงเอ่ยชมไม่หยุดโดยเฉพาะหวังหนิงหลงและหวังิซิน
“น้ำเต้าหู้และหมูกระเทียมอร่อยมากเลยเ้าค่ะพี่สามซินเอ๋อร์อยากกินทุกวันเลยเ้าค่ะ” หวังิซินส่งรอยยิ้มออดอ้อนให้หวังิเยว่
“ถ้าซินเอ๋อร์กินน้ำเต้าหู้กับหมูกระเทียมทุกวันก็จะไม่ได้กินของอย่างอื่นที่พี่สามจะทำในอนาคต” หวังิเยว่กล่าวกับน้องเล็ก
“จริงหรือเ้าคะพี่สามจะทำของอร่อยอย่างอื่นให้ซินเอ๋อร์กินอีกหรือเ้าคะ” หวังิซินเอ่ยถามด้วยความดีใจ
“ใช่สิ พี่จะทำของอร่อยให้ซินเอ๋อร์กินอีกหลายอย่าง”หวังิเยว่เอ่ยตอบน้องสาว
“พี่สามเก่งที่สุดเลยเ้าค่ะ” หวังิซินเอ่ยประจบพี่สาว
“ขอให้หลงเอ๋อร์กินด้วยนะขอรับพี่สาม” หวังหนิงหลงตาเป็ประกายเมื่อได้ยินพี่สามเอ่ยว่าจะทำของอร่อยให้กินอีก
“ถ้าหลงเอ๋อร์จำตัวอักษรที่ท่านพ่อสอนได้หมดทุกตัวพี่ก็จะทำให้กิน” หวังิเยว่เอ่ยข้อแม้กับน้องชาย
“หลงเอ๋อร์ จำได้หมดแล้วขอรับ”หวังหนิงหลงบอกด้วยความภูมิใจ
“เก่งจริงๆ น้องของพี่งั้นพรุ่งนี้พี่จะทำของอร่อยให้กินอีก”
น้องทั้งสองคนจึงยิ้มแก้มปริที่จะได้กินของอร่อยเพราะเมื่อก่อนได้กินแต่ข้าวต้มและผัดผักเท่านั้น
หลังอาหารมื้อเย็น ทุกคนในครอบครัวของหวังิเยว่นั่งอยู่ในห้องโถงนั่งเล่นนางได้บอกกับทุกคนว่า พรุ่งนี้จะเข้าป่าไปขุดเก็บถั่งเช่าอีกครั้งหลังจากปรึกษากันสักพักจึงได้ข้อสรุปว่าคนที่จะไปเก็บคือสี่คนพ่อลูกเหมือนเดิมนำตะกร้าไปคนละใบ และให้นำผ้าปิดตะกร้าไปด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเห็นสิ่งของในตะกร้าก่อนเข้านอนเหอฟางหรูกับหวังิเยว่เก็บของอยู่ในห้องครัว ผู้เป็มารดาได้เอ่ยถามบุตรสาวด้วยความสงสัยว่า
“เยว่เอ๋อร์ ถั่งเช่ามีสรรพคุณเยี่ยงไร เหตุใดจึงขายได้ราคานัก”
“มีสรรพคุณหลายอย่างเ้าค่ะ แต่ที่เด่นที่สุดคือช่วยเพิ่มสมรรถภาพให้กับเพศชายเ้าค่ะ”
“ท่านแม่อยากจะเก็บไว้ให้ท่านพ่อกินรึไม่เ้าคะเผื่อข้าจะได้น้องหกเพิ่ม ฮาฮ่า”
“เ้าลูกคนนี้” เหอฟางหรูมีสีหน้าแดงก่ำและรีบเดินออกไปจากห้องครัว
หวังิเยว่ะโตามหลังมารดาออกไปว่า
“ข้าจะเก็บไว้ให้ท่านพ่อหนึ่งกำมือเ้าค่ะ”
‘ถ้าท่านพ่อได้กินถั่งเช่าท่านแม่ต้องไม่ได้นอนแน่ ๆ ท่านพ่อออกจะแซ่บขนาดนี้ อิอิ’