[เฟอร์] เขาเป็เพียงเด็กธรรมดาที่แสนจะธรรมดา
อย่างน้อยทุกคนก็คิดอย่างนั้น
เขาเป็เด็กที่ไม่ค่อยพูดและถึงจะพูดก็เป็เพียงประโยคสั้นๆที่มีไว้ตัดบทสนทนา
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาไม่มีเพื่อนเลยซักคนั้แ่เด็กจนถึงปัจจุบัน
แต่ถ้าถามว่าเขาสนมั้ย?
ไม่อะ ไม่เลย
เขาไม่สนอะไรทั้งนั้นยกเว้นเื่ของตัวเอง
แต่ด้วยความที่เขาเป็คนหน้าตาดีทำให้มักมีคนเข้าหาตลอดและสุดท้ายก็ต้องถอยห่างตลอด
เป็แบบนี้เรื่อยมาจนถึงตอนม.ต้น
ในวันจบการศึกษามัธยมปีที่3ทุกคนต่างสังสรรค์ร่ำลา หัวเราะ ร้องไห้
แต่เฟอร์นั้นไม่
เขาเศร้ามั้ยที่ไม่มีใครมาบอกลาหรือไม่มีใครให้บอกลา?
ไม่
เขาเศร้ามั้ยที่ไม่มีเพื่อนเลยซักคนเดียวในวันจบการศึกษา?
นั่นก็ไม่
เขาเศร้ามั้ยที่รูปจบการศึกษานั้นไม่มีเขาอยู่ในรูป?
นั่นก็ไม่อีกเช่นเคย
แล้วเขารู้สึกยังไงล่ะ?
'อยากกลับบ้าน'
หูฟังกับโทรศัพท์คือสองสิ่งที่เขามักจะพกติดตัวตลอดเวลา
นั่นก็เพื่อเอาไว้ฟังเพลงกับเล่นเกมแต่ส่วนใหญ่เขามักจะเอาไว้ใช้ฟังเพลงซะมากกว่า
เสียงเพลงสำหรับเฟอร์มันเป็มากกว่าเสียงเพลง
มันคือยาวิเศษที่สามารถทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวาได้ถึงแม้ว่าจะแค่ชั่วคราวก็ตาม
แกร๊ก แอด...
บานประตูค่อยๆเปิดออกในขณะที่ชายหนุ่มก็ค่อยๆเดินเข้าไปในบ้าน
"กลับมาแล้วครับ"
"กลับมาแล้วงั้นหรอ มานี่ก่อนสิลุงมีเื่จะพูดด้วย"
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆแล้วเอะใจกับกระเป๋าใบใหญ่ที่วางไว้บนพื้น
"ลุงจะไปไหนหรอครับ"
"คืองี้นะ..."
เขาบอกว่าวันพรุ่งนี้จะต้องย้ายไปต่างประเทศเพราะภรรยาของเขาที่อยู่ที่นั่นได้คลอดลูกแล้ว
เขาเลยตัดสินใจที่จะย้ายไปอยู่กับภรรยาโดยเขาก็ได้ขอให้ชายหนุ่มไปอยู่ด้วย
"อาจจะกระทันหันไปหน่อยนะแต่-"
"ขอบคุณครับแต่ไม่เป็ไร"
"เอ๋ แต่ว่า-"
ชายหนุ่มพูดตัดบทก่อนที่คุณลุงคนนี้จะได้พูด
"ไม่เป็ไรจริงๆครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับผมจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย"
ในอดีตชายหนุ่มสูญเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุรถชน
แต่ก็ได้คุณลุงคนนี้หรือเพื่อนของพ่อช่วยเลี้ยงดูเอาไว้
ถึงแม้จะไม่ใช่พ่อแท้ๆแต่เขาก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีพอสมควร
และมันถึงเวลาที่เขาจะต้องเลี้ยงลูกจริงๆแล้วไม่ใช่มาเลี้ยงลูกของคนอื่น
"เฟอร์ถึงเธอจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของลุงแต่ลุงก็รักเธอเหมือนลูกแท้ๆนะเพราะงั้น-"
"ผมขอบคุณจริงๆนะครับและผมก็โตแล้วนะผมดูแลตัวเองได้น่า"
ชายหนุ่มพูดอธิบายด้วยรอยยิ้มที่สดใส นั่นก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่เป็อะไรจริงๆ
"เงินเก็บก็มีตั้งเยอะแค่หาห้องเช่าถูกๆและทำงานพาร์ทไทม์-"
หมับ
แต่ดูเหมือนรอยยิ้มนั้นจะใช้ไม่ได้ผลกับพ่อบุญธรรมคนนี้
เขาโผกอดชายหนุ่มที่กำลังปั้นหน้ายิ้มด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นที่มาจากใจจริงๆไร้ซึ่งการเสแสร้ง
"เธอไม่ต้องฝืนหรอก พูดในสิ่งที่เธอ้าจะพูดเถอะ"
ชายหนุ่มนิ่งเงียบซักพัก
"ผม-ไม่อยากที่จะสร้างภาระให้คุณอีกแล้ว"
ชายหนุ่มเปิดปากอธิบายพรางกลั้นน้ำตาไม่ให้ล้นทะลักออกมา
"ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เห็นคุณทำดีด้วยกับผมทั้งๆที่คุณไม่จำเป็ต้องทำเลยซักนิด"
เป็เพราะชายหนุ่มทำให้พ่อบุญทำของเขาต้องอยู่ที่นี่แทนที่จะไปทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับภรรยา
ความเงียบปกคลุมบรรยากาศอีกครั้งก่อนที่พ่อบุญธรรมจะพูดขึ้นมา
"เข้าใจแล้ว ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอ้าลุงคงมีแต่ต้องสนับสนุน"
พ่อบุญธรรมตัดสินใจที่จะให้ชายหนุ่มย้ายไปอยู่ที่บ้านในตัวเมืองที่เขาเคยสร้างเอาไว้เพื่อหวังที่จะได้อยู่กับภรรยาและลูกของเขาและแน่นอนกับชายหนุ่มด้วย
แต่น่าเสียดายทุกอย่างไม่ได้เป็ไปตามหวังทำให้บ้านหลังนั้นถูกทิ้งเอาไว้โดยไร้ซึ่งผู้อยู่อาศัย
เขา้าให้ชายหนุ่มอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ก่อนที่จะจากกัน
เขายอมกลับไปหาภรรยาและลูกช้ากว่ากำหนดเพื่อที่จะทำเื่ขนย้ายของและแน่นอนว่าต้องย้ายโรงเรียนด้วย
"หวังว่าชีวิตใหม่ที่นี่จะทำให้เธอมีความสุขนะ"
"ขอบคุณครับผมจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย อยู่ที่นั่นขอให้มีความสุขมากๆนะครับ"
"อืม เธอก็เหมือนกัน"
บรรยากาศการจากลาของทั้งสองเต็มไปด้วยความชื่นมื่นและขื่นขม
ถึงแม้ชายหนุ่มจะเคยบอกไปว่าไม่เป็ไรแต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วนั้น
'รู้สึกโหวงเหวงยังไงก็ไม่รู้'
แม้ว่าส่วนใหญ่ชายหนุ่มมักจะอยู่คนเดียวแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยรู้สึกเหงาเลยสักครั้งจนกระทั่งเมื่อครู่
'เห้อ หิวแล้วหาไรกินดีกว่าแล้วก็รีบนอน'
.
.
.
ห้องของชายหนุ่มถูกจัดแบบเรียบง่ายที่เห็นได้ทั่วๆไปโดยมี โต๊ะ1 เตียง1 ตู้เสื้อผ้าและคอมพิวเตอร์อย่างละ1
หลังจากทานข้าวและล้างจานเสร็จชายหนุ่มก็รีบขึ้นห้องและฟุบตัวลงนอนในทันที
ชายหนุ่มทำหน้าสะลึมสะลือซักพักก่อนที่จะหลับไป