ทุกอย่างรอบตัวเอเทนยังคงหยุดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่ความรู้สึกและเวลายังหยุดไหลเวียนในพื้นที่รอบๆ บริเวณ
เอเทนหันมองไปรอบๆ "หมาป่าพวกนี้คงโดนมนต์บังคับมาสินะ ข้าจะปล่อยไปก่อนละกัน"
พูดจบเอเทนเดินไปหาไทก้าอย่างช้าๆ พร้อมจ้องมองไปยังไทก้าที่ไม่ขยับเขยื้อนด้วยความสงสัยเล็กน้อย
"ดูท่าจะเป็อย่างที่นายท่านกล่าวไว้จริงๆ มีเ้าคนเดียวที่ไม่โดนปิดกั้นความรับรู้" เอเทนกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
มีเพียงไทก้าเท่านั้นที่รู้สึกตัวและประสาทััไม่โดนปิดกั้นทั้งยังรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดั้แ่ต้น เพียงแต่ขยับไม่ได้เท่านั้นเอง ซึ่งโดยปกติคนทั่วไปเมื่อตกอยู่ภายใต้อาคมต้องโดนปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ประสาทัั ซึ่งต่างจากไทก้าที่ไม่โดนปิดกั้นประสาทััและความนึกคิด
เอเทนเดินมาถึงด้านหน้าของไทก้า จากนั้นหยุดยืนคิดสักพัก
"ฮึ่ม! เอาแบบนี้ละกัน" พูดจบเอเทนก็จับไทก้า ย้ายมาไว้ด้านหน้าของอารีนพร้อมกับจัดท่วงท่าให้เหมือนกับไทก้ากำลังใช้อาคมจัดการเสือสมิงด้วยความรวดเร็ว มือขวาจับกิ่งไม้สบัดขึ้นเหมือนกำลังฟันดาบไป้าทางเสือสมิง มือซ้ายโอบเอวอารีนโพสต์ท่าไม่ต่างจากพระเอกที่เพิ่งช่วยนางเอกเอาไว้ในอ้อมแขน
เมื่อจัดท่วงท่าของไทก้าเสร็จเรียบร้อย เอเทนหันมองแว๊บหนึ่งก่อนจะเดินเข้าอาณาเขตไปอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ที่ได้แกล้งไทก้าเล่นๆ
"ฮ่าๆ เ้าต้องขอบคุณข้าเยอะหน่อยนะเป็ทั้งฮีโร่และยังได้กอดสาวสวยซะด้วย"
":;%{:$!!" ไทก้าอยากจะพูดหรือขยับแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อเอเทนเดินมาถึงด้านในอาณาเขตก็ทำการปลดปล่อยทุกสิ่งให้ไหลเวียนตามเดิม
"คลายอาคม" เอเทนปลดอาคมออก
วิ้ง! ทุกอย่างกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
เสือเสมิงเห็นเพียงไทก้าที่ย้ายตำแหน่งในพริบตา และท่วงท่าที่เปลี่ยนไปก็รู้สึกแปลกๆ ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปซะแล้ว…
"อัก!" ดวงตาของเสือสมิงค่อยๆ มืดลงพร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่เอียงไปเรื่อยๆ
ตุบ!
หัวของเสือสมิงที่ถูกฟันไปเพิ่งจะตกลงถึงพื้น พร้อมด้วยเศษหอกดินที่แหลกสลายไป
ชายหนุ่มถือกิ่งไม้ท่วงท่าฟันออกไปด้านหน้าพร้อมกับโอบเอวหญิงสาวไปด้วย
"เกิดอะไรขึ้นกัน!" อารีนอุทานด้วยความใ พร้อมกับสบัดตัวออกจากไทก้า ก่อนหน้านี้อารีนคิดว่าตัวเองคงจะโดนหอกแทงเข้ากลางอกอย่างแน่นอน แต่ไทก้ากลับปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าของนาง ทำลายหอกพสุธาและฟันออกอย่างรวดเร็ว ทั้งยังจัดการเสือสมิงได้ในการโจมตีเดียว
"…"
"ไวอะไรขนาดนี้"
"ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว"
"นี่มันอาคมอะไรกัน"
เหล่าหมาป่าเมื่อเห็นเสือสมิงถูกสังหารไปเพียงแค่ไทก้าสบัดกิ่งไม้ในคราเดียวเท่านั้นก็พากันหน้าซีดด้วยความกลัวสุดขีด!
ไทก้าก็ยังคงตะลึงในเหตุการณ์เช่นกันทั้งยังยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวเขาเป็คนเดียวที่รู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายเหตุการณ์นี้ยังไงดี จึงได้แต่ยืนนิ่งเท่านั้น
"ไทก้า เ้าทำได้ยังไง?" อารีนที่ยังตะลึงอยู่ถามไทก้าขึ้น
"…" ไทก้าได้แต่นิ่งเงียบ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึก'ขอบคุณ'เ้านกเอเทนอย่างมาก เพราะอย่างน้อยตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วและโอกาศดีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ซึ่งตอนนี้ไทก้าคิดว่าถ้าเล่นไปตามน้ำยังไงก็ผ่านไปได้ฉลุย ในหัวจึงไม่ได้คิดเื่อื่นๆเลย (คิดอยู่เื่เดียว)
ในขณะนั้นเองฝูงหมาป่าที่เห็นความเร็วและการสังหารในฉับเดียวของไทก้าก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ทั้งยังไม่กล้าขยับไปทางไหน
"นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตของเราด้วยเถิด พวกเราถูกเ้าเสือนี่บังคับให้ออกตามหานายท่านขอรับ หากพวกเราไม่ทำตามที่มันบอกครอบครัวของเราจะถูกจัดการทั้งหมด"หลังหลุดจากมนต์บังคับฝูงหมาป่าทั้งหมดเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้จึงได้พูดกับไทก้าขึ้นด้วยความสั่นกลัวไม่กล้าขยับไปที่ใด ด้วยความเร็วของไทก้าระดับนี้ต่อให้หนียังไงก็ไม่พ้น
"หากนายท่านไม่พอใจจะลงโทษพวกเรายังไงก็ได้ ขอเพียงนายท่าไว้ชีวิตพวกเราก็พอ" หัวหน้าหมาป่ากล่าวออกมาพร้อมทั้งหมอบลงด้านหน้าไทก้า พวกมันทำได้เพียงอ้อนวอนขอชีวิตเท่านั้น ด้วยการสังหารเสือสมิงที่อยู่ระดับจิตโลกาด้วยดาบเดียวยอดฝีมือแบบนี้ใครมันจะไปสู้ได้ ถึงแม้ไทก้าจะดูไร้พลัง แต่พวกหมาป่าก็คิดกันว่าไทก้าคงปกปิดพลังของตัวเองเหมือนยอดฝีมือระดับสูงทั่วไปแน่ๆ
"…" ไทก้าคิดว่าแม้ข้าคิดจะจัดการพวกเ้าข้าก็ทำไม่ได้
เมื่อเป็เช่นนี้ไทก้าก็ได้แต่ตามน้ำยืนเงียบไปก่อน จากนั้นจึงหันไปถามอารีน "เ้าคิดว่าเราควรทำยังไง"
"ดูจากก่อนหน้านี้ หมาป่าพวกนี้เข้าล้อมพวกเราไว้โดยไม่มีจิตสังหารใดๆ และตอนนี้ข้าเหนื่อยมากแล้วด้วย" อารีนตอบไทก้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย สำหรับอารีนนี่เป็ครั้งแรกที่มีผู้ชายโอบเอวของนางเช่นนี้
ไทก้าหันไปมองฝูงหมาป่าที่หมอบอยู่ครู่หนึ่ง จริงอยู่ที่ความใจดีมักจะทำให้เราลำบากในภาคหลัง แต่ตอนนี้ไทก้าก็ไร้กำลังที่จะจัดการทั้งหมดได้ เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็การจัดฉากของเอเทนทั้งสิ้น เื่ของวันหน้าค่อยเคลียร์ละกัน ในตอนนี้ความปลอดภัยสำคัญกว่า
"เอาล่ะเมื่อพวกเ้ารู้จักสำนึก ข้าจะไม่โทษพวกเ้า ไสหัวไปซะ" ไทก้าได้แต่เล่นไปตามน้ำเท่านั้น
"อารีนไปกันเถอะ" กล่าวจบไทก้าก็จับมืออารีน พร้อมเดินผ่านฝูงหมาป่าออกมาทางอาณาเขต
"ขอบคุณนายท่านที่ไว้ชีวิต บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจำไว้ไม่ลืม" หัวหน้าฝูงหมาป่ากล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกขอบคุณ
"พวกเราไป" ฟุบ! ฝูงหมาป่ารีบกระโจนหายเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว
ไทก้าหันกลับมามองครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าอาณาเขตไป
"เฮ้อ" เมื่อเข้ามาในอาณาเขตแล้วไทก้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เมื่อไหร่เ้าจะปล่อยมือข้า"อารีนพูดขึ้นพร้อมดึงมือออก
"โอ้ว ข้าลืมไป"ไทก้าตอบกลับพร้อมหัวเราะเบาๆและจ้องมองหน้าอารีนที่กำลังทำท่าทีหลบสายตา เอียงอายเล็กน้อย
"เ้าเก่งออกขนาดนี้ ทำไมไม่จัดการั้แ่แรก เราจะได้ไม่ต้องหนีกันให้เหนื่อยขนาดนี้"อารีนกล่าวขึ้นพร้อมมองค้อนไปยังไทก้า
"อาคมที่คุณปู่ข้าตั้งไว้น่าจะทำงานพอดีตอนที่อยู่ในสถานการณ์คับขันหน่ะ ฮ่าๆ"ไทก้าได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมหาข้อแก้ต่างเพื่อบ่ายเบี่ยง
อารีนรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับ ถ้ามองเหตุผลดีๆ ก็อาจจะจริงตามที่ไทก้าบอกมาก็ได้
ทั้งสองคนเดินมาทางกระท่อมไม้ไผ่ เมื่อเห็นชายชราผมขาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะไม้และเอเทนที่ตอนนี้เป็ร่างมนุษย์ยืนอยู่ด้านหลังชายชรา ไทก้าจึงรีบเดินเข้าไปหา
"คุณปู่…" แต่ก่อนที่ไทก้ากล่าวสิ่งใด ชายชรากลับยกมือขึ้นห้ามไว้
"ข้ากำลังจะให้เอเทนออกไปตามหาเ้าพอดี แต่เ้าก็กลับมาซะก่อน พอดีเลยข้าทำกับข้าวเสร็จแล้วมากินข้าวด้วยกันเถอะ" ชายชรารีบพูดแทรกขึ้นก่อน
ไทก้าเห็นดังนั้นจึงนิ่งเงียบไปเพราะเื่ของเขาที่ออกไปด้านนอกชายชราน่าจะรู้แล้ว ส่วนที่เอเทนช่วยเขาไว้ ชายชราก็น่าจะรู้เช่นกัน แต่การที่ชายชราแทรกเขาก่อนที่เขาจะพูดน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง…
"นั่งก่อนสิ" ชายชราบอกกับทั้งสองคนพร้อมผายมือไปยังเก้าอี้
ทั้งสามคนนั่งลงมีเพียงเอเทนเท่านั้นที่ไม่ได้นั่งลงบนเก้าอี้เพียงยืนด้านหลังชายชราเท่านั้น
เมื่อสังเกตุเห็นไทก้ามองไปทางเอเทน ชายชราจึงโบกมือให้กับไทก้าพร้อมกล่าวว่า"ปล่อยเอเทนเถอะ เขาก็ชอบยืนแบบนี้แหละ"
"อ้อว่าแต่นี่ใครล่ะ?" ชายชราถามขึ้น
"ข้าพบนางเข้าระหว่างเดินเล่นครับคุณปู่" ไทก้าตอบกลับ
"สวัสดีค่ะท่านปู่ ข้ามีนามว่า จิน อารีน มาจากนววิทยา เพื่อเข้ามาหาประสอบการณ์ในป่ารอบนอกเ้าค่ะ"อารีนกล่าว
"จินรึ?…ฮืม" ชายชรานึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ "ตระกูลเ้าอยู่ที่ทวีประดับสองเหตุใดถึงได้เข้ามาฝึกฝนที่ทวีประดับสี่กันล่ะ?"
"ท่านปู่รู้จักตระกูลข้าด้วยรึเ้าคะ?" อารีนถามขึ้น
"ตระกูลของเ้าคนทั่วไปย่อมรู้จักอยู่แล้วล่ะนะ อีกทั้งเมื่อก่อนข้าก็ยังมีสหายตระกูลจินอยู่บ้าง" ชายชราตอบกลับพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
อารีนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น "เดิมทีข้าพอจะรู้มาบ้างว่าตระกูลของข้าอยู่ที่ทวีประดับสอง ั้แ่ข้าจำความได้ข้าก็อยู่ที่ทวีปนี้มาโดยตลอด แม้กระทั่งท่าพ่อกับท่านแม่ของข้า ข้ายังไม่เคยพบเลยสักครั้ง มีเพียงท่านอาจารย์ข้าเท่านั้นที่ดูแลข้ามาั้แ่เด็ก แม้ว่าอาจารย์จะห้ามข้าไม่ให้ถามถึงเื่ตระกูลตลอดเวลา แต่ข้าก็อยากจะออกตามหาท่านพ่อท่านแม่ของข้าสักครั้ง จึงได้เริ่มฝึกฝนจิตเพื่อให้สามารถเข้าไปในทวีประดับสองได้" อารีนค่อยๆกล่าวด้วยความรู้สึกที่ยากต่อการอธิบาย
ไทก้าที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ กลับเริ่มจะเข้าใจอารีนมากขึ้น
เมื่อพูดคุยและกินข้าวกันได้สักพักชายชราได้ใช้ให้เอเทนตัดไม้ไผ่กองใหญ่มาหนึ่งกองและใช้อาคมสร้างที่พักชั่วคราวให้กับไทก้าและอารีนคนละหลัง
คลื่นนนนน!
อาคมลมที่ค่อยๆพัดไม้ไผ่มารวมกัน ก่อนจะใช้จิตแทรกเข้าสู่เถาวัลย์ให้เลื้อยไปตามซอกและมัดไม้รวมยึดกันไว้เป็กระท่อมหลังเล็กทีละหลัง
ไทก้าที่ดูอยู่ได้แต่ตะลึงกับสิ่งที่เห็น ทั้งอาคมหยุดความเคลื่อนไหว ทั้งอาคมลมที่ใช้ควบคุมสิ่งต่างๆได้ ทำให้ไทก้ารู้สึกสนใจอาคมเวทมนต์ขึ้นเรื่อยๆ เพราะในตอนนี้ไทก้าเริ่มคิดว่าการใช้อาคมได้ เป็สิ่งใหม่ที่ไทก้าเพิ่งจะเคยเห็นมันเป็ครั้งแรก และมันเป็สิ่งที่มหัศจรรย์มากๆสำหรับไทก้าในตอนนี้
"ข้าจะใช้อาคมได้รึป่าวนะ?" พูดจบไทก้าก็ก้มหน้าลงมองที่มือตัวเองด้วยความสงสัย?