ฉินหนิงจือนึกว่าเื่เ่าั้ผ่านไปแล้ว พอกลางดึกฝันถึง ความรู้สึกผิดหวังและเ็ปกลับมาปรากฏต่อหน้าอีกครั้งอย่างชัดแจ้ง โลกแห่งความมืดมน ทว่านางกลับคว้าแสงสว่างของความช่วยเหลือใดๆ ไม่ได้แม้แต่น้อย
นางเพิ่งเข้าใจ นางผ่านมันไปไม่ได้! ผู้คนและความเ็ปเ่าั้ ไม่มีวัน ไม่มีวันผ่านไปได้!
นางแค้นจนอยากจะฆ่าคนเ่าั้ให้ตายเสียให้หมดจริงๆ!
ฉินหนิงจือไม่อยากพบเจอพวกเขา ไม่อยากเสียเวลาไปกับพวกเขา ฆ่าให้ตายไปเลย! นี่ถึงจะเป็นิสัยจริงๆ ของนาง!
แต่นางไร้ความสามารถ
นางตระหนักรู้อย่างเศร้าโศก เหมือนกับภพก่อนที่นางไม่มีความสามารถ...แม้แต่ตอนนี้ นางก็ยังไม่รู้เลยว่าใครเป็ผู้สังหารบิดาของนางตัวจริง
ศัตรูอยู่ในมุมมืด ส่วนนางอยู่ในที่สว่าง หากนางยังเป็แค่คุณหนูสี่ของจวนตระกูลฉิน ชีวิตนี้คงไม่มีวันสืบได้แน่!
ชิงเหยาใไม่น้อย สิ่งที่คุณหนูกลัวนั้นก็อีกเื่ แต่สิ่งที่นางพูดออกมานี่สิน่าใ คุณหนูที่หัวดื้อราววัวป่ากลับเอ่ยปากออกมาว่าตัวเองกลัว...นี่ออกร้ายแรงเกินไปแล้ว!
“คุณหนูอย่าล้อข้าให้ใเล่นสิเ้าคะ!” ชิงเหยาอดร้องไห้ตามไม่ได้ ไม่ได้...ไม่ได้การแล้ว นางต้องไปรายงานไท่ไท่!
“ชิงเหยา อย่าบอกท่านแม่นะ ข้าไม่อยากให้ท่านเป็กังวล” ฉินหนิงจือคว้าจับชิงเหยาที่คิดจะลุกขึ้นไว้ทันที ชิงเหยามีท่าทางวิตก ด้วยไม่รู้จะทำเช่นไร
“เ้าอยู่ที่นี่เป็เพื่อนข้าสักหน่อย” ฉินหนิงจือเพิ่งตระหนักว่าท่าทางที่แปลกไปของนางทำให้ชิงเหยากลัว
ชิงเหยาเป็เด็กสาวที่เพิ่งจะมีอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น อยู่เคียงข้างนาง ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันั้แ่เล็กจนโต พอเห็นคุณหนูของตนมีปัญหา สำหรับนางแล้ว นั่นถือเป็เื่สำคัญที่สุด
สำหรับคนปอดแหกเช่นชิงเหยา เพื่อปกป้องนางแล้ว...ชิงเหยาไม่เกรงกลัวแม้แต่คำข่มขู่ของฮูหยินแห่งจวนจิ้นกั๋วกง สุดท้ายก็โดนโบยจนตาย
ชิงเหยาจุดโคมไฟให้ฉินหนิงจืออย่างกังวลใจ ห้องที่มืดมิดพลันสว่างขึ้น นางกลับไปนั่งใกล้ๆ ฉินหนิงจือเช่นเดิม “คุณหนูนอนเถิดนะเ้าคะ ข้าน้อยจะอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนเอง”
ฉินหนิงจือหลับลงเสียที่ไหนกัน แต่เพื่อไม่ให้ชิงเหยาคิดมาก จึงพยักหน้ารับ “ได้” นางค่อยๆ ข่มตาหลับ สมองกลับนึกอยู่หลายเื่ นึกเื่เฉินซื่อ นึกถึงกู้จ่างหนิง นึกถึงจวนจิ้นกั๋วกง นึกถึงคนที่มาบอกข่าวการเสียชีวิตของบิดา นึกไปนึกมา สุดท้ายก็ผล็อยหลับไป...ตื่นมาอีกทีฟ้าก็สางแล้ว
ชิงเหยากับชิงหยายกอ่างทองแดงพร้อมผ้าเข้าไปในห้อง พอเห็นนางตื่น ชิงหยาก็เอ่ยด้วยความประหลาดใจ
“คุณหนูตื่นแล้ว ไท่ไท่บอกว่าจะไปคารวะไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก่อน บอกให้คุณหนูพาคุณชายตามไปทีหลังเ้าค่ะ”
ชิงเหยามีสีหน้าสับสน ฉินหนิงจือรู้ว่านางไม่ได้รายงานเื่เมื่อคืนให้มารดาฟัง จึงอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ ก่อนจะพยักหน้า
“เหวินเกอร์ตื่นหรือยัง”
“ตื่นแล้วเ้าค่ะ แต่ดื้ออยากจะนอนต่อ” ชิงหยาเอ่ยตอบ
“เดี๋ยวข้าจะไปลากคอเขาให้ตื่นเอง” ฉินหนิงจือเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
สาวรับใช้ทั้งสองช่วยนางล้างหน้า ชิงหยาช่วยทาขี้ผึ้งหอมให้นาง พอทาถึง่ขอบตาก็เอ่ยด้วยความแปลกใจ
“ทำไมคุณหนูตาบวมเ้าคะ เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเ้าคะ” ก่อนจะมองนางอย่างละเอียดอีกรอบ จากนั้นก็พลันขมวดคิ้ว “สีหน้าก็ดูไม่ดีด้วย”
ชิงเหยากระแอมเล็กน้อย “ชิงหยา เ้าไปเตรียมชุดที่คุณหนูต้องสวมให้เรียบร้อยเสีย”
ชิงหยายังคงมองนางด้วยความสงสัย ฉินหนิงจือจึงเม้มปากและเอ่ย
“ไปเถอะ เลือกสีสดๆ นะ”
แล้วชิงหยาก็ถอยออกไปทำตามคำสั่ง
“คุณหนู ข้าน้อยเชื่อฟังคุณหนู ไม่ได้เอาเื่นั้นไปรายงานไท่ไท่ แต่ท่านต้องทำตัวดีๆ นะเ้าคะ” ชิงเหยาพับแขนเสื้อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล
ฉินหนิงจือพยักหน้ารับ เลือกปิ่นทองจากกล่องเครื่องประดับสีดำ วาดลายโค้งมนฝังโลหะอันหนึ่งให้นาง “ของขวัญให้เ้า ภายหลังหากมีเื่อะไรที่ข้าไม่ให้บอกท่านแม่ เ้าก็ต้องไม่บอก”
ชิงเหยากับชิงหยาต่างเป็คนของมารดา ซื่อสัตย์กับนางก็เพราะมารดา
นาง้าคนที่ซื่อสัตย์สักคน เพราะบางเื่ที่นางจะทำ แม้แต่มารดาก็ให้รู้ไม่ได้
ชิงหยาร่าเริงแจ่มใสนับเป็เื่ดี แต่บางครั้งก็ทำอะไรไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง ภพก่อนในจวนจิ้นกั๋วกง นางทำให้ตัวเองต้องลำบาก
ชิงเหยานั้นค่อนข้างสุขุมรอบคอบกว่า
“คุณหนู...” ชิงเหยาตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่กล้ารับเอาไว้
ฉินหนิงจือจึงยัดใส่มือนาง “ต่อไปข้าจะไม่ทิ้งเ้าออกไปวิ่งเล่นอีก และก็จะไม่ก่อเื่ เ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ลำบากใจ”
ชิงเหยาทำหน้าเครียด “ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะเ้าคะ”
“ถ้าเช่นนั้นก็รับไปเถอะ” ฉินหนิงจือไม่เอ่ยกับนางอีกให้มากความ
ชิงเหยาก้มหน้าถอนหายใจ คุณหนูเปลี่ยนอารมณ์ไวราวกับสายฟ้าสายลม ยังคงเป็คุณหนูคนเดิม!
ชิงหยาหอบเอาชุดมาให้เลือกสวม มีชุดคลุมลายดอกไห่ถัง ดอกเหลียนฮวาแดง และดอกซานฉา[1] กระโปรงตัวขอบสีขาวสลับเขียวอ่อน
พอฉินหนิงจือเลือกมาสวมแล้วก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที นางมองตัวเองในคันฉ่อง แล้วหันไปเอ่ยกับชิงหยาอีกครั้ง “ไปเลือกต่างหูมาให้ข้าที เอาสีแดงทับทิม คู่ที่อี้เกอร์มอบให้ข้าคู่นั้นนะ”
ชิงหยาไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไปหยิบเอาต่างหูออกมาจากกล่องไม้ใส่เครื่องประดับ
หลังจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางก็สวมรองเท้าหนังแกะสีแดงปักด้ายทองลายเมฆ คลุมด้วยชุดคลุมผ้าฝ้ายสีแดงขนจิ้งจอกขาว เปียผมข้างละสองปอย ปักปิ่นสีทองประกายเขียว จากนั้นก็เดินไปที่ม่อเซียงจวี้
กว่าจะลากเหวินเกอร์ให้ลุกจากเตียงได้ไม่ง่ายเลย สองพี่น้องไปถึงเรือนหรงโซ่วถังก็ค่อนข้างสายแล้ว
“ท่านแม่ ท่านก็รู้จักโรคของลูกเพ่ยนี่เ้าคะ เจ็ดปีแล้ว รักษามาก็ตั้งหลายหมอยังรักษาไม่หาย เมื่อวานนางเอาหัวไปโขกกำแพงอีกแล้ว หากสาวรับใช้ไม่ไปพบเข้าก่อน เกรงว่า...เกรงว่า...!” ฉินหนิงจือที่เพิ่งเดินถึงหน้าห้อง ได้ยินเสียงเฉินซื่อแว่วมา
“พี่ใหญ่อย่าได้กังวลใจไป ขอให้เพียงมีความหวัง อย่าได้กลัวไปเลย แม้ว่าหมอเทวดาแห่งเมืองจินหลิงท่านนั้นจะเชิญตัวมายากสักหน่อย แต่ถ้าเรามีศรัทธาจริง ท่านจะต้องซาบซึ้งใจแน่”
ต่อมาก็มีเสียงฟางซื่อดังขึ้น ฉินหนิงจือขมวดคิ้ว...นี่เฉินซื่อไปก่อเื่อะไรอีก!
นางไม่รอให้สาวใช้เปิดม่านประตูให้ สาวเท้าไปเบื้องหน้าแล้วแหวกม่านสีน้ำเงินเข้มเดินเข้าไปข้างใน เหวินเกอร์เดินตามหลังไปติดๆ
สาวใช้ที่อยู่นอกห้องทำปากแบะ คิดในใจว่าคุณหนูสี่ยังไม่มีมารยาทเหมือนเดิม ไม่นุ่มนวลใจกว้างและโอบอ้อมอารีเหมือนคุณหนูรอง
เมื่อครู่คุณหนูรองยังเอาผ้าพันคอที่ถักเองมาให้นางเลย แม้จะไม่มีราคา แต่ก็ถือเป็น้ำใจอย่างหนึ่งนะ! คนทั้งจวนจะมีใครที่เอาใจใส่พวกนางได้เท่าคุณหนูรองกัน
เื่เมื่อวานเป็แค่หลุมพรางของคุณหนูสี่เท่านั้น คุณหนูสี่นั้นเกเรมาแต่ไหนแต่ไร
ฉินหนิงจือหาได้มีเวลาไปใส่ใจความคิดของสาวใช้คนหนึ่งไม่ เดินเข้าไปในห้อง พาเหวินเกอร์ไปคารวะไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก่อน แล้วก็ถอยไปอยู่ข้างๆ ฟางซื่อ มองไปยังเฉินซื่อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสูงที่ทำจากไม้ดำสลักลายดอกไม้บาน
นางสวมชุดคลุมลายดอกโบตั๋นสีม่วงและดอกเหลียนฮวา เดินขอบดิ้นทอง กระโปรงหม่าเมี่ยนสีดอกเหลียนฮวาอ่อนๆ ทำผมทรงเพาเจียที่ม้วนปล่อยลงมาสองข้างแก้มและเกล้าเป็มวยเอียง ก่อนปักด้วยปิ่นหงส์ทอง
นางมีท่าทีเป็ทุกข์ ใบหน้าเหนื่อยล้า สีหน้าหนักใจเช่นนี้ทำให้นางดูแก่กว่าไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินหลายปี หากใครมาเห็นเข้าคงได้ร้องอุทานว่า ‘สงสารหัวอกคนเป็พ่อแม่จริงๆ!’
ไท่ไท่ผู้เฒ่าฉินก็เห็นใจสะใภ้รักคนนี้ไม่น้อย นางเอ่ยออกไป “ข้าเลี้ยงหลานเพ่ยมาั้แ่น้อย จะยอมปล่อยให้โรคร้ายเบียดเบียนนางได้เยี่ยงไร ในเมื่อยังมีความหวังอยู่ ยังไงก็ต้องเชิญหมอเทวดาคนนั้นมารักษาหลานเพ่ยให้ได้ เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป เื่ในจวนยังต้องรบกวนเ้าอีกมาก หากเ้าเป็อะไรไป จวนนี้คงยุ่งวุ่นวายแน่”
“ใช่เ้าค่ะ พี่ใหญ่ทำใจให้สบาย ดูแลจวนไปเถิดนะเ้าคะ เื่ไปเชิญหมอเทวดาท่านนั้นที่จินหลิง ปล่อยให้พวกเราจัดการเองเถอะเ้าค่ะ” ฟางซื่อพยักหน้าให้
“พี่หญิงสามเป็อะไรหรือขอรับ” เหวินเกอร์ที่พอเข้าไปเห็นบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด จึงออกปากถาม
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/e8c39af2eb995c5d8c97da730cbb055e
[1] ดอกคาเมลเลีย