เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 19

    ขณะที่ผมขับรถกลับห้องพัก ท้องก็เริ่มร้องประท้วงขึ้นมาเสียงดังจนผมต้องถอนหายใจ “หิวข้าวแล้วว่ะ แวะซื้อของไปกินที่ห้องดีกว่า” ผมบ่นกับตัวเองพลางกวาดตามองสองข้างทาง


    ไม่นานนักก็เจอปั๊ม ปตท ใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน ด้านในมีทั้ง KFC , เซเว่น และคาเฟ่อเมซอนอยู่ครบถ้วน ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปทันที


    ผมจอดรถที่หน้าเซเว่น ก่อนเปิดประตูก้าวลงมายืดเส้นยืดสายเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปยัง KFC กลิ่นไก่ทอดหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้าไป


    ผมหยุดยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานหญิงยิ้มต้อนรับ “รับเมนูอะไรดีคะ”


    ผมกวาดตาสำรวจเมนูอยู่ครู่หนึ่งก่อนนึกขึ้นได้ ซื้อไปเผื่อน้องเมษาด้วยดีกว่า จากนั้นจึงเอ่ยสั่ง “เอาเซตสุขล้นใจหนึ่งชุด แล้วก็ซิงเกอร์เบอร์เกอร์อีกสองครับ”


    “ทานที่นี่หรือกลับบ้านคะ” เธอถามพลางกดลงบนหน้าจอ


    “เอากลับบ้านครับ” ผมตอบกลับสั้น ๆ


    “เซตสุขล้นใจหนึ่งชุด 650 บาท ซิงเกอร์เบอร์เกอร์สองชิ้น 150 บาท รวมทั้งหมดเป็๲ 800 บาทค่ะ จ่ายแบบไหนดีคะ” พนักงานเงยหน้าขึ้นถามพร้อมรอยยิ้ม


    “สแกนจ่ายครับ” 


    เมื่อชำระเงินเรียบร้อย เครื่องดังติ๊ดเบา ๆ เธอยิ้มพยักหน้าให้ “รอสักครู่นะคะ”


    ผมถอยออกมายืนรอด้านข้าง กลิ่นไก่ทอดที่ลอยออกมาจากครัวด้านหลังยิ่งกระตุ้นให้ท้องผมร้องหนักกว่าเดิม


    ไม่นานนักผมก็ได้รับถุงอาหารจาก KFC ก่อนจะเดินออกมา แล้วตรงไปยังร้านคาเฟ่อเมซอนที่อยู่ข้าง ๆ


    เมื่อก้าวเข้าไป กลิ่นกาแฟหอมเข้มลอยมาแตะจมูกทันที ผมเดินไปที่เคาน์เตอร์ก่อนสั่ง “แบล็คคอฟฟี่น้ำผึ้งเย็นหนึ่งแก้ว แล้วก็ชาเขียวนมอีกหนึ่งครับ”


    พนักงานสาวกดยอดแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ “ทั้งหมด 120 บาทค่ะ”


    ผมยกมือถือขึ้นสแกนจ่ายอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วจึงถอยไปยืนรอ 


    ไม่นานนัก เครื่องดื่มสองแก้วก็ถูกวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้า ผมหยิบแล้วเดินกลับไปขึ้นรถทันที


    ...


    ผมเดินมาถึงหน้าห้อง ใช้กุญแจไขเข้าไปเงียบ ๆ สายตามองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าเมษากลับห้องตัวเองหรือยัง แต่ดูเหมือนเธอยังนอนอยู่บนเตียง

    ผมวางถุงอาหารและเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้


    เธอนอนคว่ำ หันหน้าไปด้านข้าง ผ้าห่มพันร่างจนยุ่งเหยิง ข้างตัวมีมือถือวางอยู่ เปิดเพลงคลอเบา ๆ เบาจนแทบกลายเป็๞เสียงกล่อมให้หลับต่อ

    จากสภาพแล้ว ดูเหมือนว่าเมษาจะตื่นขึ้นมาสักรอบหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เผลอหลับไปอีกครั้ง


    ผมยิ้มออกมา มันเป็๲บรรยากาศที่ไม่เคยได้๼ั๬๶ั๼มาก่อน การที่มีผู้หญิงมานอนอยู่แบบนี้ มันทำให้ห้องที่เคยว่างเปล่าดูมีชีวิตขึ้นอย่างประหลาด

    ผมยืนมองเธออยู่นาน รู้สึกเพลินไปกับภาพตรงหน้า สุดท้ายก็ตัดสินใจ ดึงผ้าห่มที่พันกายเธอออก เพื่อให้เธอตื่นขึ้นมา


    “ลุกได้แล้ว” ผมพูดพลางดึงผ้าห่มที่เธอกอดแน่นออกมาเล็กน้อย


    “อือ…ลุกทำไม ไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย” เสียงเธอดังขึ้นอย่างงัวเงีย ใบหน้ายังซุกกับหมอน


    ผมหลุดหัวเราะเบา ๆ “ขี้เซาจริง ๆ เลย นี่มันเที่ยงแล้วนะ พี่ซื้อข้าวมา ลุกมากินก่อน”


    เมษาขยับพลิกตัวอย่างเชื่องช้า ก่อนยันแขนลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งฟูเหมือนรังนก เธอหาววอด ๆ พลางบ่นเสียงเบา


    “พี่ก็เนอะ นอนต่ออีกนิดไม่ได้หรือไง...”


    ผมยิ้มแล้วหยิบถุงอาหารที่วางไว้บนโต๊ะมาโชว์ “ไม่ได้หรอกเดี๋ยวไก่ KFC เย็นหมด พี่ซื้อชาเขียวมาเผื่อเราด้วยนะ”


    เธอหรี่ตามองเหมือนไม่ค่อยอยากตื่น แต่เมื่อได้ยินคำว่าไก่ KFC กับชาเขียว หน้าตาก็เปลี่ยนเป็๞ตื่นเต้นทันที


    เมษารีบลุกจากที่นอน แล้ววิ่งเข้ามานั่งตรงข้ามผมด้วยรอยยิ้มสดใส “พี่ซื้ออะไรมาเหรอ..” เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    ผมหัวเราะเบา ๆ พลางเปิดถุงอาหาร “KFC กับชาเขียว”


    เมษาตาเป็๞ประกาย กำลังจะหยิบไก่เข้าปาก แต่ผมหยุดไว้ก่อน “ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนค่อยมากินนะ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ


    “อ๋าว…พี่นี่ ทำไม กินแล้วค่อยไปล้างหน้าแปรงฟันไม่ได้เหรอ” เธอทำหน้าบึ้ง พลางเหลือบมองอาหารอย่างอยากกิน


    ผมถอนหายใจเล็กน้อย “งั้นก็ไปล้างแค่หน้าให้สดชื่นก่อนเร็ว ๆ”


    เธอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู “พี่นี่น่ารักจริง ๆ”


    พูดจบ เธอลุกจากโต๊ะแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้า พอออกมาก็กลับมาที่โต๊ะด้วยรอยยิ้มสดชื่นเต็มหน้า


    ...


    ผมกับเมษานั่งกินไปพลาง ดูทีวีไปพลาง หัวเราะและหยอกล้อกันเล็กน้อย


    จู่ ๆ จอโปร่งใสตรงหน้าเด้งขึ้นพร้อมเสียง ติ๊ง..


    [ระดับความสนิท: เพิ่มขึ้น จากระดับ 2 → ระดับ 3]


    [หากเธอใช้บริการรับ–ส่งหรือทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 6]


    ผมเบิกตากว้างเล็กน้อย พลางคิดในใจ “โอ้โห…ค่าตอบแทนคูณ 6 รอบก่อนคูณแค่ 4 ก็คิดว่าเยอะแล้ว..”


    เมษาเอื้อมมือไปหยิบไก่เข้าปาก ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำเล็ก ๆ ของเธอ ทำให้ระดับความสนิทของเราเพิ่มขึ้น


    ผมหันไปมองเธอด้วยรอยยิ้ม เมษากำลังกินอย่างมีความสุข มือหนึ่งถือไก่ อีกมือหนึ่งถือชาเขียว


    ผมเอ่ยเบา ๆ “กินไปเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปนอนพักก่อน ตอนเย็นพี่มีงาน”


    เมษาหยุดชั่วครู่ พลางหันมายิ้มให้ผมอย่างเข้าใจ ก่อนจะก้มหน้ากินต่ออย่างตั้งใจ


    ...


    ผมนอนเอนตัวไปบนเตียง เขี่ยโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ ไม่นาน เมษาที่กินเสร็จแล้ว เดินออกจากห้องน้ำมา เธอขึ้นเตียงทันที ขยับเข้ามาใกล้ จนแขนเราสองคนแนบชิดกัน


    ผมแอบยิ้ม ๆ หันไปหาเธอ แต่สายตาก็เหลือบลงต่ำตลอด 


    แต่เมษาสังเกตเห็น จึงเอ่ยเสียงเขิน ๆ “พี่…มองอีกแล้วนะ ตอนกินข้าวก็มอง พี่กำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่าเนี้ย”


    “มันน่ามองนิ” ผมเอ่ยออกไป


    เมษาได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตีแขนผมอย่างอารมณ์ดี “นี่! ตีเลยนะ”


    ผมได้แต่ยิ้มกว้าง ๆ แล้วหันไปเขี่ยจอมือถืออย่างไม่สนใจมากนัก


    ขณะนั้นเอง เมษาเหมือนเอาจมูกมาใกล้ ๆ ที่คอผม สูดดมเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม ๆ “พี่ใช้น้ำหอมอะไรอะ หอมจัง”


    ผมนึกอยู่สักพัก แต่กลับลืมชื่อกลิ่นน้ำหอมไปชั่วครู่ “พี่…ลืมชื่อแล้ว แต่พี่วางไว้ที่หน้ากระจกนะ”


    เมษารีบลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปที่หน้ากระจก เมื่อเห็นน้ำหอมก็แทบตาเป็๞ประกาย รีบหยิบขึ้นมาฉีด ฝุ่ด ๆ


    “พี่…พี่ใช้ Dior Sauvage เลยเหรอ โห้” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    ผมที่กำลังเขี่ยมือถืออยู่หันมามองเล็กน้อย “จะอะไรขนาดนั้นล่ะ”


    เมษายิ้มแก้มแดง พลางสูดดมกลิ่นน้ำหอมซ้ำอีกครั้ง “อะไรล่ะพี่ ขวดตั้ง 5,000 กว่าบาทเลยนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแฝงความตื่นเต้น


    ผมได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อย นึกขึ้นได้ ลืมไปเลยว่าซื้อน้ำหอมขวดนี้ราคาแพงขนาดนั้น


    ผมยิ้มเล็ก ๆ แล้วเอ่ยขึ้นเล่น ๆ “น้ำไม่อาบก็หาฉีดน้ำหอมเนาะ”


    เมษาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะ “อ้าว…พี่นี่” เธอพูดพลางเดินกลับมาที่เตียง


    เมษาขยับตัวเข้ามาใกล้ผม พลางยิ้มแหย่ “หอมแบบนี้…สาว ๆ น่าจะติดตรึมเลยนะ” เธอพูดพร้อมมองหน้าผมอย่างขี้เล่น


    “ธรรมดาที่ไหนล่ะ” ผมตอบพลางหัวเราะเบา ๆ