ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 79 กระอักกระอ่วน

            ทั้งงานเลี้ยงก็เกิดเสียงพูดคุยขึ้นมาไทเฮาพาซูหมิงเยว่กับนางกำนัลข้างกายไปเปลี่ยนชุด โดยที่งานเลี้ยงเองก็ดำเนินต่อไป

            หลังจากนั้นครึ่งเค่อ ไทเฮาก็พาพวกซูหมิงเยว่กลับเข้างานอีกครั้ง ทุกคนต่างมองไปด้านหน้าด้วยแววตาระยิบระยับ

            เมื่อชุดนี้อยู่บนตัวของไทเฮานั้นเหมาะสมมาก มองไกลๆ งดงามยิ่งกว่าที่ให้ดูเมื่อครู่อีกผ้าสีเขียวหมอกปักด้วยดอกมู่จิ่นสีเงินกับเฟิ่งหวงสีทองทำให้ไทเฮาดูเด็กลงหลายปี

            รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากหน้าของไทเฮา กระทั่งนางเดินมานั่งตรงตำแหน่งประธานอย่างพอใจ

            ซูหมิงเยว่เองก็กลับไปนั่งข้างซูโม่

            “จวนสกุลซู” ไทเฮามองซูโม่ยิ้มกว้าง “ลูกสาวของเจ้านั้นใส่ใจมากเลยใต้เท้าช่างโชคดีนัก”

            ซูโม่เองก็ยิ้ม “เหนียงเหนียงชอบก็ดีแล้วพ่ะย่ะค่ะเป็นโชคดีของลูกสาวกระหม่อมแล้ว”

            งานเลี้ยงดำเนินต่อไป ทุกคนต่างชนแก้วกัน มีทั้งพูดคุยและหัวเราะฮ่องเต้เองก็สั่งให้ร้องเพลงเต้นรำเพื่อสร้างบรรยากาศ หลังจากร่ำสุรากันได้พอสมควรแล้วทุกคนก็ต่างเมามายกันเล็กน้อย ไทเฮาจึงเสนอให้คุณหนูทุกคนขึ้นมาแสดงความสามารถบนเวทีได้

            เหล่าคุณหนูเองก็กำลังรอนาทีนี้อยู่ พวกนางอยากจะทำการแสดงมานานแล้ว ในงานเลี้ยงเช่นนี้ใครบ้างที่ไม่อยากให้ตัวเองเป็นที่จับตามองของคนทั้งงาน

            คนที่ขึ้นเวทีแนะนำตัวเองเป็นคนแรกก็คือ บุตรสาวของขุนนางขั้นสองคนหนึ่งหลังจากการร่ายรำแขนเสื้อยาวดั่งสายน้ำที่เงียบสงบและครึกครื้นเหมือนกระต่ายทุกการเคลื่อนไหวดูแล้วงดงาม ทุกคนต่างก็ชื่นชมนาง

            หลังจากที่สตรีผู้นั้นลงจากเวทีไปแล้ว ต่อมาคุณหนูจากตระกูลขุนนางอีกหลายคนก็ทยอยกันขึ้นมาแสดงมีทั้งเต้นรำ แสดงวาดภาพ เป่าขลุ่ยและดีดฉิน แต่ละคนมีความถนัดกันคนละอย่าง เรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่งดงาม

            ซูหมิงเยว่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้สักเท่าไร ไม่อยากออกไปเอาหน้าอะไรทั้งนั้นนางจึงหยิบขนมขึ้นมาค่อยๆ ทานพลางดูการแสดงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปรายตาไปมองจี๋โม่หานอยู่ตลอด

            จี๋โม่หานเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลย เขานั่งเงียบๆ อยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้นน้ำแข็งแกะสลักไม่หือไม่อือกับการร้องเล่นเต้นรำในงานเลี้ยง อีกทั้งไม่มีใครเข้าไปชนแก้วกับเขาเลยดูแล้วน่าเบื่อหน่าย

            แต่เขาที่เปรียบเสมือนกับอาหารตา น่ามองกว่านางรำพวกนั้นเยอะ

            ซูหมิงเยว่มองอย่างหลงใหลโดยไม่รู้ตัวบังเอิญกับที่หลิงชวนมองมาทางนี้พอดี เขาจึงก้มหน้าลงไปพูดบางอย่างกับจี๋โม่หานต่อมามุมปากของจี๋โม่หานก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างชัดเจน ดูแล้วน่าจะกำลังอารมณ์ดี

            ซูหมิงเยว่กลืนขนมในปากพลางครุ่นคิด จากนั้นก็หยิบเหยือกสุราขึ้นมารินใส่จอกสุราขุนนางมากมายต่างก็เดินไปมาเพื่อชนแก้วกัน หากนางจะเดินไปชนแก้วกับจี๋โม่หานตอนนี้ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก

            ซูโม่เองก็รู้ว่าก่อนหน้านี้จี๋โม่หานเคยช่วยซูหมิงเยว่ไว้ ดังนั้นคงจะไม่ว่าอะไรหรอก

            พอคิดเช่นนี้นางก็ยืนขึ้นแล้วยกจอกสุราเดินไปตรงข้าม

            ซูโม่มองนางก่อนจะหรี่ตาโดยไม่ได้พูดอะไร

            ขุนนางหลายคนต่างเห็นภาพนี้ก็มองดูอย่างสนใจพอเห็นซูหมิงเยว่เดินไปทางจี๋โม่หานก็ประหลาดใจขึ้นมา

            จี๋โม่หานมีนิสัยเย็นชา ไม่สนิทชิดเชื้อกับใคร นี่เป็นเหตุผลที่เหล่าขุนนางไม่กล้าเข้าไปชนแก้วกับเขาแต่ตอนนี้ซูหมิงเยว่กลับเข้าไปโดยไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คนเริ่มมองมาทางนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต่างก็อยากจะเห็นเรื่องตลกของนาง

            มุมปากของจ้าวอวี้ถิงยกยิ้มเย้ยหยัน นางลอบพูดว่าซูหมิงเยว่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ 

            หลายปีมานี้จี๋โม่หานไม่มีเหตุผลที่จะรับชายา ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะร่างกายของเขาอีกส่วนหนึ่งก็เพราะนิสัยของจี๋โม่หานเอง ถึงเขาจะตาบอดพิการแต่อย่างไรก็ยังเป็นคนที่เก่งกาจ

            แม่นางน้อยวัยแรกแย้มเพิ่งเริ่มมีความรักคนไหนบ้างที่ไม่คิดอะไรกับเขา แต่จี๋โม่หานกลับไม่ชอบเข้าใกล้คนอื่นโดยเฉพาะเพศตรงข้าม นานวันเข้าทุกคนต่างก็รู้นิสัยของจี๋โม่หาน จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปหาอีก

            ซูหมิงเยว่เหมือนไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของคนพวกนั้น มุมปากยกยิ้มขึ้นแล้วเดินไปหยุดตรงหน้าจี๋โม่หานโดยสนใจแค่เป้าหมายของตัวเอง

            หลิงชวนมองนางก่อนจะเรียกอย่างให้เกียรติ “คุณหนูซู”

            ซูหมิงเยว่พยักหน้าน้อยๆ เขย่าจอกสุราในมือเบาๆ สายตาจ้องไปยังใบหน้าของจี๋โม่หาน น้ำเสียงแฝงไปด้วยรอยยิ้ม “ท่านอ๋องไม่ทราบว่าหม่อมฉันจะโชคดีได้ดื่มกับท่านสักแก้วหรือไม่เพคะ?”

            จี๋โม่หานเงยหน้าน้อยๆ พร้อมกับเลิกคิ้ว จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ “แน่นอนว่าได้”

            ทุกคนต่างถูกท่าทางของจี๋โม่หานที่ปฏิบัติกับซูหมิงเยว่ทำให้ตกใจ

            จี๋โม่หานยกจอกสุราขึ้นมาชนกับซูหมิงเยว่เบาๆ แล้วเงยหน้าดื่มจนหมด

            ฮ่องเต้จดจำภาพนี้เอาไว้ในสายตา เขาหรี่ตาลงน้อยๆ ดวงตามีแววครุ่นคิด

            ซูหมิงเยว่เดินกลับมานั่งที่ตำแหน่งของตัวเอง ตอนที่หันไปมองรอบๆ ก็เห็นจ้าวอวี้ถิงดึงสายตากลับมาอย่างไม่พอใจพอดี

            งานเลี้ยงดำเนินต่อไป มีหลายคนทยอยกันขึ้นไปแสดงศิลปะและความสามารถกันแล้ว

            จ้าวอวี้ถิงรอจนทุกคนขึ้นไปแสดงได้พอสมควรแล้ว นางถึงได้ยืนขึ้นแล้วเดินไปตรงกลางลานแสดงจากนั้นก็ย่อตัวทำความเคารพผู้ที่อยู่สูงกว่า“หม่อมฉันจะแสดงระบำให้กับไทเฮาเหนียงเหนียง ฝีมืออาจจะไม่ดีเท่าไหร่เพคะ”

            การขึ้นมาบนเวทีเต้นระบำของจ้าวอวี้ถิงดึงดูดสายตาของทุกคนบุตรีของเจิ้นหนานโหวก็พอจะมีชื่อเสียงในเมืองหลวงอยู่บ้างเดิมทีจ้าวอวี้ถิงก็หน้าตางดงามอยู่แล้ว วันนี้ยังแต่งตัวมาสวยเป็นพิเศษอีก นางจึงดูโตกว่าคุณหนูคนอื่นๆอีกมากมาย

            แม้คุณหนูที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้จะไม่ได้เตรียมตัวกันมากแต่ก็อดพูดไม่ได้ว่าในบรรดาคุณหนูทุกคนแล้ว จ้าวอวี้ถิงนั้นค่อนข้างโดดเด่น

            นักดนตรีรอบๆ เริ่มบรรเลงเพลง จ้าวอวี้ถิงร่ายรำไปตามเสียงเพลง

            รูปร่างของนางดีมากการเคลื่อนไหวในการเต้นรำแทบจะเผยรูปร่างของนางได้ดีอย่างไม่ต้องสงสัย จังหวะที่นางยกมือและเท้าขึ้นต่างก็ดึงดูดสายตาคนได้ชะงัก

            เหล่าบุตรชายของครอบครัวร่ำรวยในงานจ้องจ้าวอวี้ถิงนิ่ง

            จ้าวอวี้ถิงจดจำสีหน้าของทุกคนไว้ในแววตา และรู้สึกพอใจมาก

            เมื่อการเต้นรำจบลงและดนตรีหยุดบรรเลงคนในงานเลี้ยงก็ยังไม่อาจดึงสายตากลับมา ทั้งงานเลี้ยงเงียบสนิทราวกับกำลังจมอยู่กับการเต้นรำเมื่อครู่

            จ้าวอวี้ถิงยกยิ้มก่อนจะย่อตัวให้กับฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธาน “หม่อมฉันได้แสดงข้อบกพร่องออกมาแล้ว”

            ทุกคนทยอยกันดึงสายตากลับมา ทั่วทั้งงานเลี้ยงก็มีเสียงครึกครื้นขึ้นมา

            “ดีดีดี” ฮ่องเต้ตบมือยิ้มกว้าง เขาพอใจกับการเต้นของจ้าวอวี้ถิง

            จ้าวอวี้ถิงกลับมานั่งที่นั่งของตัวเองท่ามกลางสายตาของทุกคนเหล่าบุตรชายของครอบครัวชนชั้นสูงพวกนั้นก็พากันยกจอกสุราเข้ามาพูดคุยกับนาง

            สายตาฮ่องเต้กวาดมองไปทั่วก่อนพูดเสียงก้อง“ไม่ทราบว่ายังมีท่านไหนอยากจะขึ้นมาอีกหรือไม่?”

            ถึงแม้จะพูดเช่นนี้ แต่หลังจากที่จ้าวอวี้ถิงแสดงเสร็จก็แทบไม่มีใครกล้าขึ้นมาการเต้นรำของจ้าวอวี้ถิงนั้นได้สร้างความกดดันเอาไว้

            แทบจะกลบการแสดงของทุกคนก่อนหน้านี้ตอนนี้ทุกคนยังอดที่จะคิดถึงภาพเมื่อครู่ไม่ได้คนที่ขึ้นไปแสดงก็ต้องอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนอย่างไม่ต้องสงสัย

            ซูหมิงเยว่ถือจอกมองเรื่องสนุกด้วยท่าทางนิ่งสงบ อย่างไรเรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง

            ดวงตาสวยงามของจ้าวอวี้ถิงกวาดมองไปทั่วก่อนจะหยุดมองซูหมิงเยว่ภายในแววตาฉายประกายชั่วร้าย

            “หมิงเยว่ ได้ยินมาว่าฝีมือการดีดฉินของเจ้าไม่เลวเลยไม่รู้ว่าวันนี้จะโชคดีได้ฟังหรือไม่?”

             

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508