เสิ่นเป้ยอีหันมองนอกหน้าต่างและกำลังครุ่นคิดว่าควรอธิบายเซี่ยหยูอย่างไรดีคนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองรถของเซี่ยหยูกันเป็มัน ทั้งใทั้งอิจฉา
เธอขมวดคิ้วที่นี่เป็เขตชุมชนที่ถือได้ว่าแพงที่สุดในเมือง C คนที่สามารถพักอาศัยอยู่ที่นี่ได้ย่อมไม่ธรรมดาแม้แต่พวกเขายังใกับรถคันนี้…มัน…เธอลอบกลืนน้ำลาย…
ั้แ่เมื่อ่ที่มารดาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เธอก็เคยได้ยินเหล่าพยาบาลพูดถึงคุณหมอเซี่ยว่าเป็ลูกคนรวยครอบครัวฐานะดี ทว่าเมื่อตอนนั้นเธอคิดว่าเป็แค่ข่าวลือ
ไม่คิดว่าจะเป็เื่จริงซะได้
“ฉันกำลังเลี้ยงลูกให้คนอื่น” เดิมทีเธอไม่อยากบอกไป เพราะการที่เธอมาอยู่บ้านตระกูลหนิงนั้นมันค่อนข้างอธิบายยาก
“เลี้ยงลูก?” เซี่ยหยูมุ่นคิ้ว เงียบไปครู่หนึ่งถึงตั้งตัวได้ “คุณหมายถึงคุณเป็พี่เลี้ยงให้บ้านหนิงเส้าเฉิน?”
แม้ครอบครัวเซี่ยหยูจะมีฐานะ แต่เขาไม่สนใจเื่เข้าสังคมมาแต่เล็กแต่น้อยฉะนั้นเขาไม่ค่อยโผล่หน้าให้ผู้คนเห็นนัก แต่สำหรับหนิงเส้าเฉินเขายังพอรู้จักเพราะเป็คนที่พี่สาวของเขาแอบชอบในห้องของพี่สาวเต็มไปด้วยรูปของหนิงเส้าเฉินทุกครั้งที่พบหน้ากันก็จะพูดถึงแต่หนิงเส้าเฉินให้เขาฟังจนคนอย่างเขาจะไม่รู้จักหนิงเส้าเฉินได้ก็ยาก
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือเสิ่นเป้ยอีกลับไปเป็พี่เลี้ยงให้บ้านหนิงเส้าเฉิน
เขายกแก้วน้ำมะนาวข้างๆขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ถึงระงับความใลงได้
หันข้างจ้องเสิ่นเป้ยอี “เป้ยอีผมช่วยคุณหางานที่เหมาะกับคุณได้นะ คุณฉลาดขนาดนี้…”ขณะที่มารดาของเธออยู่โรงพยาบาลเขาเคยััถึงความฉลาดของเธอมาก่อน
“ไม่ต้องหรอก…” เสิ่นเป้ยอีไม่รอให้เขาพูดจบก็เอ่ยปฏิเสธไปเสียก่อน พลางก้มหน้าหลบตาเซี่ยหยู
เซี่ยหยูนั่งอยู่ตำแหน่งคนขับนิ่งไปพักใหญ่ราวกับกำลังประมวลผลเื่อันน่าในี้
สักครู่เขาก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนจะหันกลับมาคว้าไหล่เสิ่นเป้ยอีไว้แล้วพูดกับเธอว่า“คุณกำลังลำบากอะไรหรือเปล่า?คุณว่ามาเลย คุณ้าเงินเท่าไหร่? ผมให้คุณเอง เื่นี้เราไม่ต้องทำ…”
“เซี่ยหยู อย่าทำแบบนี้…” เสิ่นเป้ยอีรับมือกับปฏิกิริยาอันรุนแรงของเขาไม่ไหวเธอพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากการพันธนาการของเขา
พวกเขาก็แค่เพื่อนทั่วไปเขาไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตของเธอถึงจะถูก
“เอ่อ กลับบ้านปลอดภัยนะ” เธอกำประตูรถไว้แล้วพูดเบาๆ อยากจะเปิดประตูแต่กลับถูกเซี่ยหยูกดไว้
เห็นเพียงเขาลงจากรถแล้วรีบเดินมาฝั่งข้างคนขับอย่างไวเพื่อเปิดประตูให้เธอมือยันตัวรถไว้แล้วค่อยๆ จูงเธอออกจากรถ
“ประจำเดือนมาก็อย่าััน้ำเย็นบ่อย สวมเสื้อหนาๆอย่าให้เป็หวัด” เขามองเสิ่นเป้ยอีอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็โน้มตัวทัดผมไว้ข้างหูให้เธอ“่นี้ผมต้องกลับเมือง W อีกไม่กี่วันรอจัดการเื่ทางนั้นเสร็จผมจะมาหาคุณ รอผมนะ”
ว่าจบเขาก็ยิ้มให้เสิ่นเป้ยอีทีหนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินขึ้นรถไป
กระทั่งรถเคลื่อนตัวไปไกลแล้วแต่เสิ่นเป้ยอียังยืนค้างอยู่ตรงนั้น
เื่ที่เกิดขึ้นใน่บ่ายนี้ทำให้เธอค่อนข้างมึนงง
ความจริงตอนอยู่โรงพยาบาลเซี่ยหยูดูแลเธอดีมากแต่เหมือนมารดาจะมีอคติต่อเขาและจะคอยหาเื่กันเขาออกไปทุกครั้งที่เห็นเขาเข้าใกล้เธอ
ฉะนั้นนี่เป็ครั้งแรกที่ได้รับการปฏิบัติอย่างดีต่อหน้าจากเขา
แววตาหนิงเส้าเฉินยากจะคาดเดาเมื่อเห็นฉากนี้เองกับตาจากที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง
พอเสิ่นเป้ยอีมาถึงในบ้านก็มีแม่บ้านเดินเข้ามา “เป้ยอีคุณชายเรียกให้เธอไปหาที่ห้องทำงาน”
ลมหนาวพัดผ่านเรียกให้เธอตัวสะท้าน เสิ่นเป้ยอีพยักหน้ารับแต่แอบรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อยเธอรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีทางปล่อยเธอไป
ภายในห้องชายหนุ่มนั่งหย่อนสะโพกพิงโต๊ะหนังสือสีแดงที่ทำจากไม้ในมือเปิดเอกสารไปพลาง พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็เงยหน้ามองแล้วโยนซองเอกสารในมือไว้ข้างๆมือสองข้างกอดอกมองเสิ่นเป้ยอี
“เธอกับผู้ชายคนนั้นมีความสัมพันธ์อะไรกัน?” เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังแว่วมา
เมื่อครู่นี้หลิวซวี่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับเซี่ยหยูมาแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็บุตรคนที่สามของตระกูลเซี่ย
ตระกูลเซี่ยทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาลสำหรับตระกูลชั้นสูงในโลกนี้มีโรงพยาบาลแบบนี้อยู่นับพันโดยคุณหมอในนั้นต่างก็เป็คุณหมอที่เลื่องชื่อไปทั่วโลกแน่นอนว่าไม่มีทางได้รับการรักษาง่ายๆ แน่หากมีแค่เงิน
และแม้แต่ยาของเขาก็ได้จากตระกูลเซี่ย เนื่องจากมีความเกี่ยวพันในด้านธุรกิจฉะนั้นเมื่อทุกคนเจอปัญหาส่วนใหญ่ก็มักจะยอมถอยให้ตระกูลเซี่ยพอสมควร
เพียงแต่นี่มันเกินความคาดหมายว่าเ้าลูกชายของตระกูลเซี่ยผู้โด่งดังนั่นกลับชอบพี่เลี้ยงของบ้านเขาเสียได้
เขากวาดตาประเมินผู้หญิงตรงหน้าอย่างอดไม่ได้เธอตรงหน้าอาจเป็พวกประเภทที่เมื่อมองไปนานๆ ก็จะรู้สึกดีซึ่งเธอในตอนนี้ดูสบายตากว่าตอนมาแรกๆ อย่างเห็นได้ชัดแต่ก็แค่สบายตาและคิดไม่ตกว่าทำไมผู้ชายอย่างเซี่ยหยูถึงชอบเธอได้
เสิ่นเป้ยอีใจกระตุกวูบ เม้มปากแล้วสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ “นี่เป็เื่ส่วนตัวของฉัน”
“เธอคิดว่าฉันจะให้คนที่ตัวตนไม่ชัดเจนอย่างเธอมาดูแลเสี่ยวซีเหรอ?”
ตัวตนไม่ชัดเจน? เหอะ…ก่อนมาก็ตรวจสอบแล้วไม่ใช่หรือ?เคยยอมรับตอนก่อนหน้าแล้วไม่ใช่หรือ? ตอนนี้กลับมาบอกว่าตัวตนไม่ชัดเจน? ทำไม? ก็เพราะเธอรู้จักคนรวยคนหนึ่ง?
“ในโลกของคุณชายหนิง คนแบบไหนถึงเรียกได้ว่ามีตัวตนที่ชัดเจน?สิ่งที่คุณเห็นหรือสิ่งที่ได้ยิน?ระหว่างคนด้วยกันใช่ว่าจะมีตัวตนที่ไม่ชัดเจนเพียงเพราะคุณบอกว่าไม่แต่ต้องใช้หัวใจมาตัดสิน ฉันมาที่นี่ก็สักระยะแล้ว ฉันดูแลเสี่ยวซีเต็มที่ฉันคิดว่าคุณชายหนิงก็น่าจะเห็นเองกับตาถ้าคุณรู้สึกว่าฉันไม่คู่ควรและอยากจะไล่ฉันออกงั้นก็ขอให้คุณชายหนิงให้เหตุผลที่จะไล่ฉันออกด้วย”
เสิ่นเป้ยอีแทบจะพูดจบในเฮือกเดียว เบี่ยงหน้าหันหนีอีกทางเพราะรู้สึกว่าขอบตาเริ่มเปียกชื้นกรุ่นโกรธเพราะถูกคนเข้าใจผิด เป็ความทุกข์ที่ทำเพื่อเด็กคนนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมารวมไปถึงความโกรธที่ถูกชายผู้นี้ ‘ดูถูก’
หนิงเส้าเฉินมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งไม่พูดไม่จาไม่ทำอะไรแต่ก็มองแสยะยิ้มอยู่นั่น
เสิ่นเป้ยอีถูกเขามองจนเริ่มคุกรุ่นขึ้นมา นึกถึงคำพูดเมื่อกี้แล้วก็รู้สึกเสียใจทำไมเธอถึงลืมไปได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี
“คุณชายหนิง ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับห้องก่อนล่ะ” ว่าจบเธอก็หมุนตัวคิดจะหนีจากสถานการณ์ตรงหน้า
“ไปเถอะ ตระกูลหนิงจะไม่เก็บคนที่ตัวตนไม่ชัดเจนไว้แม้แต่คนเดียว…” เขาพูดโดยไม่แสดงสีหน้าดวงตาเ็าจดจ้องหญิงสาวปากกล้าตรงหน้าโตมาขนาดนี้ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเถียงกับเขาได้เพียงนี้ผู้หญิงคนนี้เปิดประสบการณ์เขาเป็คนแรกเลยก็ว่าได้
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/63f395e636c33abad663f9e74093f24d
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณแม่ผู้ลึกลับ#readAwrite ด้วยน้า