ท่ามกลางความมืดของค่ำคืนที่เงียบสงัด อากาศหนาวเย็นคล้ายฝนกำลังจะตก เสียงลมคล้ายเสียงผิวปากลากยาว ตามมาด้วยแรงลมที่พัดกระโชกแรงราวพายุใหญ่ ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างเอนเอียงพลิ้วไหวไปตามแรงลม พัดฝุ่นบนพื้นดินล่องลอยกระจัดกระจายเข้าตาชายหนุ่ม หลอดไฟดวงน้อยที่ห้อยอยู่ภายในรถเข็นแกว่งไปซ้ายทีไปขวาที ถุงหูหิ้วใส่ของที่วางอยู่บนรถเข็นปลิวลอยขึ้นหนีหายไปในความมืด กิ่งไม้แห้งตกลงกระแทกหลังคารถเข็น ที่จอดนิ่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
สองคนซึ่งนั่งใต้หลังคารถเข็นคันเล็ก จำต้องแยกย้ายเข้าหาที่หลบ หลังจากที่นั่งกินข้าวเหนียวไก่ด้วยความเอร็ดอร่อยปนเสียงหัวเราะ ยิ้มแย้มพูดคุยราวกับคนสนิทที่มาเจอกันอีกครั้ง
“ฝนกำลังจะตกแล้วหนู หาที่หลบก่อนดีกว่า หนูกลับบ้านได้หรือเปล่า ถ้าไม่รีบไปหลบที่บ้านป้าก่อนดีไหม”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามวินด้วยความเป็ห่วง แต่วินเองก็ยังติดนิสัยขี้เกรงใจจึงตอบปฏิเสธไป ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกันเม็ดฝนก็เริ่มปรอยลงมาเป็ระยะ
“เดี๋ยวผมกลับที่พักเลยดีกว่าครับป้า หอพักผมอยู่ระแวกนี้เอง ใช้เวลาเดินไม่ไกลมาก ข้ามถนนใหญ่ตรงนั้น แล้วเลี้ยวขวาไปเจอสี่แยก แล้วก็เดินข้ามไปอีกหนึ่ง่ตึกก็ถึงแล้วครับ”
วินชี้มือชี้ไม้บอกทางโดยละเอียดให้ป้าฟัง ทางหญิงวัยกลางคนก็พยักหน้าเออออตอบรับเด็กหนุ่ม
“ไม่ใกล้เลยนะลูก กว่าจะเดินไปถึงเปียกหมดพอดี หลบฝนที่บ้านป้าก่อนดีกว่า อยู่แค่ท้ายซอยนี่เอง”
สิ้นบทสนทนาของป้าจบลง ละอองฝนที่โปรยปรายลงมาจากเบาก็เริ่มแรง กลับกลายเป็พายุฝนที่เทลงมาราวกับฟ้ารั่ว ไม่ทันให้วินได้ตัดสินใจ จำเป็ต้องไปหลบฝนที่บ้านป้าก่อนโดยปริยาย สองคนช่วยกันเข็นรถขายของคันเล็กวิ่งแข่งกับสายฝนท่ามกลางอากาศที่ชื้นแฉะ รองเท้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ตัววินกลับรู้สึกอบอุ่นใจ สบายใจเป็ตัวเอง เป็ความรู้สึกที่ปริ่มเปรมไปด้วยความสุข เหมือนได้กลับไปเป็เด็กอีกครั้ง เสียงหัวเราะของทั้งคู่ยังดังแม้ฝนจะตก วินไม่เคยฉีกยิ้มได้กว้างขนาดนี้มานับสิบปี เป็่เวลาที่พิเศษที่สุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้อุ่นใจได้ขนาดนี้ เมื่อได้อยู่ใกล้ป้าคนแปลกหน้าคนนี้
“เลี้ยวซ้าย ๆ หลังนั้นนั่นแหละบ้านป้า”
มือเหี่ยวชี้ไปยังบ้านไม้หลังเก่าใต้ถุนสูงที่ตั้งอยู่ท้ายซอย รั้วบ้านล้อมด้วยสังกระสีเก่า ๆ สลับกับไม้ไผ่ บางแผ่นเป็รู บางแผ่นเป็สนิม โดยรอบค่อนข้างมืดแต่ยังพอมีแสงจากไฟตามรายทางอยู่บ้าง แต่ด้วยหลอดไฟที่เก่าจึงเป็แสงที่มัวสลัว ๆ ไม่ได้สว่างมากพอให้เห็นชัดเจน ภายในรั้วเป็ดงกล้วยสูงปกคลุมทั่วบริเวณและพืชผักสวนครัวเต็มพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็พริก มะเขือขน มะเขือพวง กวางตุ้ง และผักบุ้ง
วินคิดแปลกใจว่าทำไมในเมืองแบบนี้ยังมีบ้านไม้ใต้ถุนสูงคล้ายในชนบท ทำให้วินรู้สึกนึกถึงบ้านที่เคยอาศัยอยู่สมัยยังเด็ก ทั้งสองเข็นรถมาเก็บไว้ที่ใต้ถุน บ้านหลังนี้เงียบสงบและเย็นสบาย นั้นอาจเป็เพราะฝนตกและเพราะด้วยต้นไม้ที่ป้าแกปลูกไว้ มือเหี่ยวคลำหาสวิตช์ไฟที่อยู่แถวนั้นด้วยความคุ้นเคย แสงไฟสว่างไสวติดทั่วบ้าน เผยให้เห็นบ้านทรงไทยไม้สักทองแท้ทั้งหลัง หลังใหญ่โตมโหฬารราวกับบ้านเ้าขุนมูลนายสมัยอดีต ไม่น่าเชื่อว่าป้าขายไก่ทอดจะมีบ้านหลังใหญ่ได้ขนาดนี้ หรือบางทีการขายไก่ของแกคงเป็เพียงงานอดิเรก
วินกวาดสายตามองโดยรอบด้วยความตื่นตาตื่นใจ ปนแปลกใจอยู่เนือง ๆ ทั้งที่ก่อนหน้าตนเห็นด้วยสองตาว่าเป็เพียงบ้านไม้หลังเก่า ๆ รั้วก็เป็แค่สังกะสี แต่ตอนนี้กลับกลายเป็รั้วไม้สักตั้งเรียงสวยงาม ชายหนุ่มเก็บความสงสัยไว้ในใจคิดว่าตัวเองคงตาฝาดไปเพราะด้วยความมืด
“ยืนมองอะไรอยู่เหรอลูก มองตาค้างเชียว”
ป้ายิ้มถามวินด้วยความเอ็นดู เพราะเห็นเด็กหนุ่มยืนนิ่ง มองซ้ายทีมองขวาที พร้อมอ้าปากหวออยู่ข้างตน
“บ้านใหญ่โตขนาดนี้ ยังต้องขายของอยู่อีกเหรอป้า นี่ผ้าขี้ริ้วห่อทองชัด ๆ”
วินพูดออกมาจากใจจริง เพราะด้วยภายนอกป้าแต่งตัวอย่างเรียบง่าย และเป็คนอัธยาศัยดีไม่ได้ถือตัวกับวินเลยสักนิด ดูเป็หญิงใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
“บ้านน่ะมีคนใจดีเขาสร้างให้ ป้าไม่ได้มีเงินมีทองขนาดนั้นหรอก ขึ้นมากินน้ำกินท่าก่อน ฝนเบาค่อยกลับ แต่ถ้าฝนไม่หยุดก็นอนเป็เพื่อนป้านี่แหละ ฮ่า ๆ”
ป้าเดินนำชายหนุ่มขึ้นบันไดไม้สัก ไม่ได้ตอบอะไรวินชัดเจน ตัดบทด้วยการชวนวินขึ้นบ้าน ท่ามกลางพายุฝนที่ตกกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่อง
“บ้านใหญ่ขนาดนี้ป้าอยู่คนเดียวเหรอครับ ทำไมถึงเงียบเป็เป่าสากแบบนี้”
“ป้าอยู่กับลุงสองคน แต่ตอนนี้แกคงออกไปเที่ยวข้างนอก เดี๋ยวไม่นานคงกลับ แกชอบออกไปแบบนี้เป็ประจำ แต่ถ้ารู้ว่าไปหาสาว ๆ กลับมาเจอป้าบ่นแน่ ๆ ฮ่า ๆ”
หญิงวัยกลางคนพูดหยอกล้อกับวิน ก่อนจะเดินหายไปหลังบ้านปล่อยให้วินยืนงงอยู่กลางบ้าน ไม่นานป้าเดินกลับมาพร้อมถ้วยกระทงที่มีขนมหวานอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ป้าเดินตรงดิ่งมาหาชายหนุ่ม ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะใต้ศาลา
“หนูกินขนมรองท้องก่อนสิ อร่อยมากเลยนะ มีคนใจดีเขาซื้อมาฝากเยอะแยะเลย ป้ากับลุงกินกันสองคนไม่หมดหรอก กินระหว่างรอฝนหยุด ป้าวางไว้ตรงนี้นะ หนูนั่งก่อนสิ”
หญิงวัยกลางคนวางถ้วยกระทงไว้บนโต๊ะใต้ศาลา และเดินย้อนกลับไปหลังบ้านอยู่หลายรอบและออกมาพร้อมอาหารคาวและผลไม้ต่าง ๆ ถือเต็มไม้เต็มมือ ไม่ว่าจะเป็ แกงส้ม ต้มยำ ต้มจืด ไก่ต้ม กล้วย มะพร้าว องุ่น แอปเปิ้ล สับปะรด ราวกับว่าเป็โต๊ะจีน
“เยอะขนาดนี้ผมกินไม่หมดหรอกครับป้า ขอบคุณมากนะครับ แล้วใครใจดีซื้อของมาฝากเยอะแยะขนาดนี้เหรอครับ”
วินถามป้าด้วยความสงสัยเพราะมีแต่อาหารดี ๆ แต่ป้านิ่งเงียบไม่ได้ตอบกลับวิน แกเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พร้อมหยิบพวงองุ่นมากินทีละลูก และพยักหน้ามองวินเชิงชวนกินด้วยกัน
วินรู้สึกกระหายน้ำ บวกกับว่าตนเป็คนที่ต้องกินน้ำตามทุกครั้งหากกินข้าว เพราะเคยเกือบตายเพราะข้าวติดคอในวัยเด็ก แต่ก็เป็นิสัยที่ยายชอบบ่น เพราะกินข้าวคำน้ำคำ ก็เลยจะอิ่มน้ำก่อนอิ่มข้าวซะอีก ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามหญิงที่นั่งตรงข้ามตน
“น้ำเปล่าอยู่ไหนเหรอครับป้า เดี๋ยวผมไปหยิบให้เอง ได้ดื่มอะไรเย็น ๆ ในเวลานี้คงชื่นใจน่าดู”
“น้ำน่ะเหรอ หนูเดินตรงไปหลังบ้านแล้วเลี้ยวซ้ายจะเห็นตู้เย็นสีเขียว ข้างในนั้นแหละหยิบมาเลย ขอบคุณนะจ๊ะ”
วินยิ้มให้ป้าก่อนลุกเดินไปตามทางที่ป้าบอก เลี้ยวซ้ายไปห้องครัว แต่วินกลับเจอตู้เย็นสีน้ำเงินไม่ใช่สีเขียวแบบที่ป้าบอก เด็กหนุ่มยืนงุนงงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนตัดสินใจลองเดินไปเปิดดู ภายในมีน้ำตั้งเรียงรายอยู่เต็มตู้ แต่ที่น่าแปลกใจคือมีแต่น้ำแดงล้วน ๆ ไม่มีแบบอื่นปนอยู่ด้วยเลย
“คนบ้านนี้เขาเป็อะไรกันนะ มีแต่น้ำแดงนี่เลี้ยงกุมารทองหรือเปล่า น้ำเปล่าไม่มีเลย แถมตู้เย็นสีเขียวของป้าก็ยังเป็สีน้ำเงินอีก”
วินบ่นรำพึงรำพันอยู่หน้าตู้เย็น ก่อนจะก้มหยิบน้ำแดงออกมาสองขวดให้ตนและป้า เดินกลับมายังโต๊ะใต้ศาลาดังเดิม วินเอาน้ำแดงวางไว่ให้ป้าก่อนจะนั่ง ป้ายิ้มตอบแทนคำขอบคุณ วินตูดยังไม่ทันแนบกับเก้าอี้สนิท เด็กหนุ่มก็ถามสิ่งที่ตนสงสัย
“น้ำเปล่าไม่มีเลยเหรอครับป้า ผมเห็นมีแต่น้ำแดงเต็มตู้เลย”
“ฮ่า ๆ บ้านป้าก็แบบนี้แหละหนู ชอบดื่มน้ำแดงกัน คนแถวนี้เขารู้เลยชอบซื้อมาฝาก”
วินฟังแล้วก็พยักหน้ายิ้มรับ ป้าคงต้องเป็คนที่ดีมาก จึงมีคนรักใคร่มากขนาดนี้ มีคนนั้นคนนี้ซื้อของมาฝากแวะเวียนไม่ขาด
“ก็แบบนี้แหละหนู เราช่วยเขา เขาก็ตอบแทนเรา เป็เื่ปกติ เราก็ต้องช่วยคนเยอะ ๆ นะ”
“ครับป้า”
วินยิ้มตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะกินอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข วินก็ดูกินข้าวมีความสุขดี แต่ป้ากลับเห็นหน้าวินที่อมทุกข์ เหมือนคนมีเื่หนักอึ้งอยู่ภายในใจ เธอจึงถามเด็กหนุ่ม
“ถ้าหนูมีเื่อะไรไม่สบายใจ พูดให้ป้าฟังได้นะ ป้ารับฟังได้หมดเลย”
วินเงยหน้าขึ้นพร้อมวางช้อน ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และตอบกลับป้าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ที่ผิดไปจากตอนแรกที่น้ำเสียงดูสดใสและสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ...คือ ป้าอยากรู้จริง ๆ เหรอครับ เื่ของผมมันไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ พูดไปใครเขาจะเชื่อ”
“แต่ป้าเชื่อหนูนะ”
เป็คำพูดสั้น ๆ แสนธรรมดา แต่วินกลับรู้สึกได้ถึงความจริงใจของป้า และวินก็สบายใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับป้าคนนี้ ั้แ่ครั้งแรกที่เจอจนถึงตอนนี้ วินยังไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย
“ที่ว่าเหลือเชื่อของหนู มันน่าเหลือเชื่อขนาดไหนเหรอจ๊ะ ไหนลองเล่าให้ป้าฟังหน่อย”
“ผม.... เอ่อ…คือผม”
วินอั้มอึ้งอยู่นาน พูดไม่เป็คำ จนป้าเอื้อมมือมาแตะที่บ่าของวินเบา ๆ
“ถ้าไม่สบายใจ ไม่ต้องพูดก็ได้นะจ๊ะ กินต่อเถอะ”
วินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดบางอย่างออกมา
“ผมมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ผมมองเห็นผีครับป้า...”
วินพูดและมองหน้าหญิงตรงหน้าที่กำลังเด็ดองุ่นกินทีละผลด้วยความประหม่า เพราะกลัวป้าจะไม่เชื่อมองว่าตนบ้าเหมือนคนอื่น ๆ แต่คำตอบของป้ากลับทำให้วินรู้สึกดี
“หนูเป็คนที่พิเศษนะ”
ป้าพูดพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตาวิน วางพวงองุ่นในมือไว้บนจานและค่อย ๆ ฉีกยิ้มออกมา วินรับรู้ได้ถึงความจริงใจที่สื่อออกมาจากแววตาของป้า
“ป้าเชื่อเื่ที่ผมพูดด้วยเหรอครับ ป้าไม่ได้มองว่าผมคิดไปเองใช่ไหม”
“เชื่อสิจ๊ะ เื่แบบนี้ถ้าใครไม่เคยััก็ไม่เชื่อ แต่ป้ารู้ว่าหนูเห็นจริง ๆ”
ป้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เนิบ ๆ พร้อมกับมองหน้าวินตาไม่กระพริบ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง สลับกับเสียงฟ้าผ่ามาเป็ระยะ เป็บรรยากาศที่หนาวจนขนลุก เมื่อมีคนมองตนแบบไม่กระพริบตา เด็กหนุ่มอย่างวินก็มีอาการเคอะเขิน ทำตัวไม่ถูก จึงเบนความสนใจไปที่อาหารและเริ่มทานต่อ
“ป้ารู้ว่าหนูเห็น รู้ว่าหนูเห็น”
เสียงของหญิงวัยกลางคนพูดย้ำแต่คำเดิม ๆ จนวินเริ่มมองว่ามันผิดปกติ จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองว่าป้าเป็อะไรหรือเปล่า หญิงตรงหน้ายังคงมองวินตาไม่กระพริบเหมือนเดิม และพูดคำเดิม ๆ
“ป้ารู้ว่าหนูเห็น รู้ว่าหนูเห็น”
“ป้าเป็อะไรหรือเปล่าครับ ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า”
วินสังเกตว่าป้าต่างไปจากเดิม ป้านั่งตัวแข็งทื่อ หน้ามองตรงตาไม่กระพริบและพูดคำเดิมวนอยู่แบบนั้น วินจึงจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวป้าเพื่อเรียกสติ แต่ยังไม่ถึงตัวป้า วินก็ต้องหยุดชะงักเสียก่อน...