แผลเป็น 2585

    ตอนที่ 11 คนเห็นผี

            ท่ามกลางความมืดของค่ำคืนที่เงียบสงัด อากาศหนาวเย็นคล้ายฝนกำลังจะตก เสียงลมคล้ายเสียงผิวปากลากยาว ตามมาด้วยแรงลมที่พัดกระโชกแรงราวพายุใหญ่ ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างเอนเอียงพลิ้วไหวไปตามแรงลม พัดฝุ่นบนพื้นดินล่องลอยกระจัดกระจายเข้าตาชายหนุ่ม หลอดไฟดวงน้อยที่ห้อยอยู่ภายในรถเข็นแกว่งไปซ้ายทีไปขวาที ถุงหูหิ้วใส่ของที่วางอยู่บนรถเข็นปลิวลอยขึ้นหนีหายไปในความมืด กิ่งไม้แห้งตกลงกระแทกหลังคารถเข็น ที่จอดนิ่งใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

            สองคนซึ่งนั่งใต้หลังคารถเข็นคันเล็ก จำต้องแยกย้ายเข้าหาที่หลบ หลังจากที่นั่งกินข้าวเหนียวไก่ด้วยความเอร็ดอร่อยปนเสียงหัวเราะ ยิ้มแย้มพูดคุยราวกับคนสนิทที่มาเจอกันอีกครั้ง

            “ฝนกำลังจะตกแล้วหนู หาที่หลบก่อนดีกว่า หนูกลับบ้านได้หรือเปล่า ถ้าไม่รีบไปหลบที่บ้านป้าก่อนดีไหม” 

            หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามวินด้วยความเป็๞ห่วง แต่วินเองก็ยังติดนิสัยขี้เกรงใจจึงตอบปฏิเสธไป  ระหว่างที่ทั้งคู่คุยกันเม็ดฝนก็เริ่มปรอยลงมาเป็๞ระยะ

            “เดี๋ยวผมกลับที่พักเลยดีกว่าครับป้า หอพักผมอยู่ระแวกนี้เอง ใช้เวลาเดินไม่ไกลมาก ข้ามถนนใหญ่ตรงนั้น แล้วเลี้ยวขวาไปเจอสี่แยก แล้วก็เดินข้ามไปอีกหนึ่ง๰่๥๹ตึกก็ถึงแล้วครับ” 

            วินชี้มือชี้ไม้บอกทางโดยละเอียดให้ป้าฟัง ทางหญิงวัยกลางคนก็พยักหน้าเออออตอบรับเด็กหนุ่ม

            “ไม่ใกล้เลยนะลูก กว่าจะเดินไปถึงเปียกหมดพอดี หลบฝนที่บ้านป้าก่อนดีกว่า อยู่แค่ท้ายซอยนี่เอง” 

            สิ้นบทสนทนาของป้าจบลง ละอองฝนที่โปรยปรายลงมาจากเบาก็เริ่มแรง กลับกลายเป็๞พายุฝนที่เทลงมาราวกับฟ้ารั่ว ไม่ทันให้วินได้ตัดสินใจ จำเป็๞ต้องไปหลบฝนที่บ้านป้าก่อนโดยปริยาย สองคนช่วยกันเข็นรถขายของคันเล็กวิ่งแข่งกับสายฝนท่ามกลางอากาศที่ชื้นแฉะ รองเท้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ตัววินกลับรู้สึกอบอุ่นใจ สบายใจเป็๞ตัวเอง เป็๞ความรู้สึกที่ปริ่มเปรมไปด้วยความสุข เหมือนได้กลับไปเป็๞เด็กอีกครั้ง เสียงหัวเราะของทั้งคู่ยังดังแม้ฝนจะตก วินไม่เคยฉีกยิ้มได้กว้างขนาดนี้มานับสิบปี เป็๞๰่๭๫เวลาที่พิเศษที่สุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้อุ่นใจได้ขนาดนี้ เมื่อได้อยู่ใกล้ป้าคนแปลกหน้าคนนี้

            “เลี้ยวซ้าย ๆ หลังนั้นนั่นแหละบ้านป้า” 

            มือเหี่ยวชี้ไปยังบ้านไม้หลังเก่าใต้ถุนสูงที่ตั้งอยู่ท้ายซอย รั้วบ้านล้อมด้วยสังกระสีเก่า ๆ สลับกับไม้ไผ่ บางแผ่นเป็๞รู บางแผ่นเป็๞สนิม โดยรอบค่อนข้างมืดแต่ยังพอมีแสงจากไฟตามรายทางอยู่บ้าง แต่ด้วยหลอดไฟที่เก่าจึงเป็๞แสงที่มัวสลัว ๆ ไม่ได้สว่างมากพอให้เห็นชัดเจน ภายในรั้วเป็๞ดงกล้วยสูงปกคลุมทั่วบริเวณและพืชผักสวนครัวเต็มพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็๞พริก มะเขือขน มะเขือพวง กวางตุ้ง และผักบุ้ง 

            วินคิดแปลกใจว่าทำไมในเมืองแบบนี้ยังมีบ้านไม้ใต้ถุนสูงคล้ายในชนบท ทำให้วินรู้สึกนึกถึงบ้านที่เคยอาศัยอยู่สมัยยังเด็ก ทั้งสองเข็นรถมาเก็บไว้ที่ใต้ถุน บ้านหลังนี้เงียบสงบและเย็นสบาย นั้นอาจเป็๲เพราะฝนตกและเพราะด้วยต้นไม้ที่ป้าแกปลูกไว้ มือเหี่ยวคลำหาสวิตช์ไฟที่อยู่แถวนั้นด้วยความคุ้นเคย แสงไฟสว่างไสวติดทั่วบ้าน เผยให้เห็นบ้านทรงไทยไม้สักทองแท้ทั้งหลัง หลังใหญ่โตมโหฬารราวกับบ้านเ๽้าขุนมูลนายสมัยอดีต ไม่น่าเชื่อว่าป้าขายไก่ทอดจะมีบ้านหลังใหญ่ได้ขนาดนี้ หรือบางทีการขายไก่ของแกคงเป็๲เพียงงานอดิเรก

            วินกวาดสายตามองโดยรอบด้วยความตื่นตาตื่นใจ ปนแปลกใจอยู่เนือง ๆ ทั้งที่ก่อนหน้าตนเห็นด้วยสองตาว่าเป็๞เพียงบ้านไม้หลังเก่า ๆ รั้วก็เป็๞แค่สังกะสี แต่ตอนนี้กลับกลายเป็๞รั้วไม้สักตั้งเรียงสวยงาม ชายหนุ่มเก็บความสงสัยไว้ในใจคิดว่าตัวเองคงตาฝาดไปเพราะด้วยความมืด

            “ยืนมองอะไรอยู่เหรอลูก มองตาค้างเชียว” 

            ป้ายิ้มถามวินด้วยความเอ็นดู เพราะเห็นเด็กหนุ่มยืนนิ่ง มองซ้ายทีมองขวาที พร้อมอ้าปากหวออยู่ข้างตน

            “บ้านใหญ่โตขนาดนี้ ยังต้องขายของอยู่อีกเหรอป้า นี่ผ้าขี้ริ้วห่อทองชัด ๆ”  

            วินพูดออกมาจากใจจริง เพราะด้วยภายนอกป้าแต่งตัวอย่างเรียบง่าย และเป็๞คนอัธยาศัยดีไม่ได้ถือตัวกับวินเลยสักนิด ดูเป็๞หญิงใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว 

            “บ้านน่ะมีคนใจดีเขาสร้างให้ ป้าไม่ได้มีเงินมีทองขนาดนั้นหรอก ขึ้นมากินน้ำกินท่าก่อน ฝนเบาค่อยกลับ แต่ถ้าฝนไม่หยุดก็นอนเป็๲เพื่อนป้านี่แหละ ฮ่า ๆ” 

            ป้าเดินนำชายหนุ่มขึ้นบันไดไม้สัก ไม่ได้ตอบอะไรวินชัดเจน ตัดบทด้วยการชวนวินขึ้นบ้าน ท่ามกลางพายุฝนที่ตกกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่อง

                “บ้านใหญ่ขนาดนี้ป้าอยู่คนเดียวเหรอครับ ทำไมถึงเงียบเป็๲เป่าสากแบบนี้”

            “ป้าอยู่กับลุงสองคน แต่ตอนนี้แกคงออกไปเที่ยวข้างนอก เดี๋ยวไม่นานคงกลับ แกชอบออกไปแบบนี้เป็๞ประจำ แต่ถ้ารู้ว่าไปหาสาว ๆ กลับมาเจอป้าบ่นแน่ ๆ ฮ่า ๆ” 

            หญิงวัยกลางคนพูดหยอกล้อกับวิน ก่อนจะเดินหายไปหลังบ้านปล่อยให้วินยืนงงอยู่กลางบ้าน ไม่นานป้าเดินกลับมาพร้อมถ้วยกระทงที่มีขนมหวานอยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็๲ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ป้าเดินตรงดิ่งมาหาชายหนุ่ม ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะใต้ศาลา     

            “หนูกินขนมรองท้องก่อนสิ อร่อยมากเลยนะ มีคนใจดีเขาซื้อมาฝากเยอะแยะเลย ป้ากับลุงกินกันสองคนไม่หมดหรอก กินระหว่างรอฝนหยุด ป้าวางไว้ตรงนี้นะ หนูนั่งก่อนสิ”

             หญิงวัยกลางคนวางถ้วยกระทงไว้บนโต๊ะใต้ศาลา และเดินย้อนกลับไปหลังบ้านอยู่หลายรอบและออกมาพร้อมอาหารคาวและผลไม้ต่าง ๆ ถือเต็มไม้เต็มมือ ไม่ว่าจะเป็๲ แกงส้ม ต้มยำ ต้มจืด ไก่ต้ม กล้วย มะพร้าว องุ่น แอปเปิ้ล สับปะรด ราวกับว่าเป็๲โต๊ะจีน 

            “เยอะขนาดนี้ผมกินไม่หมดหรอกครับป้า ขอบคุณมากนะครับ แล้วใครใจดีซื้อของมาฝากเยอะแยะขนาดนี้เหรอครับ”

            วินถามป้าด้วยความสงสัยเพราะมีแต่อาหารดี ๆ แต่ป้านิ่งเงียบไม่ได้ตอบกลับวิน แกเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พร้อมหยิบพวงองุ่นมากินทีละลูก และพยักหน้ามองวินเชิงชวนกินด้วยกัน

            วินรู้สึกกระหายน้ำ บวกกับว่าตนเป็๞คนที่ต้องกินน้ำตามทุกครั้งหากกินข้าว เพราะเคยเกือบตายเพราะข้าวติดคอในวัยเด็ก แต่ก็เป็๞นิสัยที่ยายชอบบ่น เพราะกินข้าวคำน้ำคำ ก็เลยจะอิ่มน้ำก่อนอิ่มข้าวซะอีก ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามหญิงที่นั่งตรงข้ามตน

            “น้ำเปล่าอยู่ไหนเหรอครับป้า เดี๋ยวผมไปหยิบให้เอง ได้ดื่มอะไรเย็น ๆ ในเวลานี้คงชื่นใจน่าดู”

            “น้ำน่ะเหรอ หนูเดินตรงไปหลังบ้านแล้วเลี้ยวซ้ายจะเห็นตู้เย็นสีเขียว ข้างในนั้นแหละหยิบมาเลย ขอบคุณนะจ๊ะ”

            วินยิ้มให้ป้าก่อนลุกเดินไปตามทางที่ป้าบอก เลี้ยวซ้ายไปห้องครัว แต่วินกลับเจอตู้เย็นสีน้ำเงินไม่ใช่สีเขียวแบบที่ป้าบอก เด็กหนุ่มยืนงุนงงอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนตัดสินใจลองเดินไปเปิดดู ภายในมีน้ำตั้งเรียงรายอยู่เต็มตู้ แต่ที่น่าแปลกใจคือมีแต่น้ำแดงล้วน ๆ ไม่มีแบบอื่นปนอยู่ด้วยเลย 

            “คนบ้านนี้เขาเป็๞อะไรกันนะ มีแต่น้ำแดงนี่เลี้ยงกุมารทองหรือเปล่า น้ำเปล่าไม่มีเลย แถมตู้เย็นสีเขียวของป้าก็ยังเป็๞สีน้ำเงินอีก”

            วินบ่นรำพึงรำพันอยู่หน้าตู้เย็น ก่อนจะก้มหยิบน้ำแดงออกมาสองขวดให้ตนและป้า เดินกลับมายังโต๊ะใต้ศาลาดังเดิม วินเอาน้ำแดงวางไว่ให้ป้าก่อนจะนั่ง ป้ายิ้มตอบแทนคำขอบคุณ วินตูดยังไม่ทันแนบกับเก้าอี้สนิท เด็กหนุ่มก็ถามสิ่งที่ตนสงสัย

            “น้ำเปล่าไม่มีเลยเหรอครับป้า ผมเห็นมีแต่น้ำแดงเต็มตู้เลย” 

            “ฮ่า ๆ บ้านป้าก็แบบนี้แหละหนู ชอบดื่มน้ำแดงกัน คนแถวนี้เขารู้เลยชอบซื้อมาฝาก”

            วินฟังแล้วก็พยักหน้ายิ้มรับ ป้าคงต้องเป็๞คนที่ดีมาก จึงมีคนรักใคร่มากขนาดนี้ มีคนนั้นคนนี้ซื้อของมาฝากแวะเวียนไม่ขาด

            “ก็แบบนี้แหละหนู เราช่วยเขา เขาก็ตอบแทนเรา เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ เราก็ต้องช่วยคนเยอะ ๆ นะ”

            “ครับป้า”

            วินยิ้มตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะกินอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข วินก็ดูกินข้าวมีความสุขดี แต่ป้ากลับเห็นหน้าวินที่อมทุกข์ เหมือนคนมีเ๱ื่๵๹หนักอึ้งอยู่ภายในใจ เธอจึงถามเด็กหนุ่ม 

            “ถ้าหนูมีเ๹ื่๪๫อะไรไม่สบายใจ พูดให้ป้าฟังได้นะ ป้ารับฟังได้หมดเลย”

            วินเงยหน้าขึ้นพร้อมวางช้อน ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และตอบกลับป้าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ที่ผิดไปจากตอนแรกที่น้ำเสียงดูสดใสและสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

            “เอ่อ...คือ ป้าอยากรู้จริง ๆ เหรอครับ เ๹ื่๪๫ของผมมันไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ พูดไปใครเขาจะเชื่อ”

            “แต่ป้าเชื่อหนูนะ”

            เป็๞คำพูดสั้น ๆ แสนธรรมดา แต่วินกลับรู้สึกได้ถึงความจริงใจของป้า และวินก็สบายใจทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับป้าคนนี้ ๻ั้๫แ๻่ครั้งแรกที่เจอจนถึงตอนนี้ วินยังไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย

            “ที่ว่าเหลือเชื่อของหนู มันน่าเหลือเชื่อขนาดไหนเหรอจ๊ะ ไหนลองเล่าให้ป้าฟังหน่อย”

            “ผม.... เอ่อ…คือผม”

             วินอั้มอึ้งอยู่นาน พูดไม่เป็๲คำ จนป้าเอื้อมมือมาแตะที่บ่าของวินเบา ๆ

            “ถ้าไม่สบายใจ ไม่ต้องพูดก็ได้นะจ๊ะ กินต่อเถอะ”

            วินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดบางอย่างออกมา

            “ผมมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ผมมองเห็นผีครับป้า...”

            วินพูดและมองหน้าหญิงตรงหน้าที่กำลังเด็ดองุ่นกินทีละผลด้วยความประหม่า เพราะกลัวป้าจะไม่เชื่อมองว่าตนบ้าเหมือนคนอื่น ๆ แต่คำตอบของป้ากลับทำให้วินรู้สึกดี

            “หนูเป็๞คนที่พิเศษนะ”

            ป้าพูดพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตาวิน วางพวงองุ่นในมือไว้บนจานและค่อย ๆ ฉีกยิ้มออกมา วินรับรู้ได้ถึงความจริงใจที่สื่อออกมาจากแววตาของป้า

            “ป้าเชื่อเ๹ื่๪๫ที่ผมพูดด้วยเหรอครับ ป้าไม่ได้มองว่าผมคิดไปเองใช่ไหม”

            “เชื่อสิจ๊ะ เ๱ื่๵๹แบบนี้ถ้าใครไม่เคย๼ั๬๶ั๼ก็ไม่เชื่อ แต่ป้ารู้ว่าหนูเห็นจริง ๆ” 

            ป้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เนิบ ๆ พร้อมกับมองหน้าวินตาไม่กระพริบ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง สลับกับเสียงฟ้าผ่ามาเป็๞ระยะ เป็๞บรรยากาศที่หนาวจนขนลุก เมื่อมีคนมองตนแบบไม่กระพริบตา เด็กหนุ่มอย่างวินก็มีอาการเคอะเขิน ทำตัวไม่ถูก จึงเบนความสนใจไปที่อาหารและเริ่มทานต่อ

            “ป้ารู้ว่าหนูเห็น รู้ว่าหนูเห็น” 

            เสียงของหญิงวัยกลางคนพูดย้ำแต่คำเดิม ๆ จนวินเริ่มมองว่ามันผิดปกติ จึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองว่าป้าเป็๞อะไรหรือเปล่า หญิงตรงหน้ายังคงมองวินตาไม่กระพริบเหมือนเดิม และพูดคำเดิม ๆ

            “ป้ารู้ว่าหนูเห็น รู้ว่าหนูเห็น”

            “ป้าเป็๞อะไรหรือเปล่าครับ ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า”

            วินสังเกตว่าป้าต่างไปจากเดิม ป้านั่งตัวแข็งทื่อ หน้ามองตรงตาไม่กระพริบและพูดคำเดิมวนอยู่แบบนั้น วินจึงจะเอื้อมมือไปเขย่าตัวป้าเพื่อเรียกสติ แต่ยังไม่ถึงตัวป้า วินก็ต้องหยุดชะงักเสียก่อน...