บทที่2 ฆ่าคนครั้งแรกรู้สึกดีไม่เลวเลย...
ผมได้มีดสั้นมาแล้วความยาวพอดีน้ำหนักก็เหมาะมือมาก...ตอนแรกผมจะกลับจวนเลยแต่หนิงเหอและหนิงเซียนอยากแวะดื่มชากินอาหารที่โรงเตี๊ยมซืออ้ายพอผมบอกจะกลับก่อนสองคนนี้ก็ทำหน้าเศร้าสลดบอกก่อนไม่ได้สงสารแต่รำคาญคำพูดตัดพ้อน้อยใจต่างหาก
ผมนั่งจิบชาเงียบๆหนิงเหอหนิงเซียนก็กินอาหารและพูดคุยกันเื่ทั่วไปเพราะผมไม่คุยด้วยไงทั้งสองคนเลยต้องคุยกันเองวางจอกชาลงแล้วกวาดตามองบรรยากาศในโรงเตี๊ยมมันก็เหมือนร้านอาหารตามเยาวราชอะครับถึงผมจะเคยไปแค่ครั้งเดียวตอนเด็กๆ ก็เถอะให้บรรยากาศที่คล้ายกันไม่หรูหรา ธรรมดาๆทั่วไป ผมรู้สึกได้ว่ามีใครกำลังจ้องมองผมอยู่ลากสายตามองกลับไปทิศทางที่ถูกจ้องก็สบเข้ากับ...
องค์ชายเจ็ด?
ผมมองจ้องกลับด้วยสายตาเฉยชาและว่างเปล่าครู่นึงแล้วหลุบตาก้มมองจอกชาตัวเองนิ่งๆผมไม่้าจะเข้าไปยุ่งกับคนที่หลอกคนอื่นไปทิ้งในป่าแล้วปล่อยให้เสือขย้ำหรอกนะผมจะไปเอาเื่อะไรกับพวกเขาได้นั่นเชื้อพระวงศ์นะครับและเ้าของร่างนี้ก็เป็ลูกพ่อค้าเศรษฐีชาวบ้านธรรมดาๆจะไปเอาเื่กับเหล่าองค์ชายได้ยังไงกัน
“อาเทียน...”
ผมหันไปมองตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องกรอกตามองบนในใจได้ข่าวว่าพวกองค์ชายจะต้องรังเกียจและต้องหาเื่ตีตัวออกห่างจากเหอหนิงเทียนไม่ใช่หรอครับทำไมองค์ชายเจ็ดจ้าวอวิ้นหยางหลงถึงได้ลดเกียรติเดินมาทักหนิงเทียนละ?
“ถวายพระพรองค์ชายเจ็ดพะยะค่ะ/ เพคะ”เราสามคนลุกยืนทำความเคารพอย่างรวดเร็วผมก้าวถอยหลังยืนห่างองค์ชายเจ็ดสองก้าว
“เ้าหายดีแล้วรึอาเทียน?”
“พะยะค่ะ”
ผมตอบกลับน้ำเสียงราบเรียบหลุบตาต่ำมองพื้นทุกคนตกอยู่ในความเงียบผมเหลือบมองพี่น้องตัวเองหนิงเซียนขยับไปยืนซ้อนหลังหนิงเหอ
อย่างกลัวๆเด็กคนนี้คงกลัวไปหมดทุกคนนั่นแหละ
“พี่ใหญ่เซียนเอ๋อร์อิ่มรึยัง”ผมถาม
“อืมพี่อิ่มแล้วเซียนเอ๋อร์ก็อิ่มแล้วเช่นนั้นเสียมารยาทต่อองค์ชายเจ็ดแล้วพะยะค่ะพวกกระหม่อมคงต้องขอตัวกลับจวนก่อนออกมากันนานโขแล้วพะยะค่ะ”นับว่าพี่ชายผมฉลาดที่หาเื่ปลีกตัวออกได้อย่างเนียนๆ
“อาเทียนไม่ไปนั่งดื่มชากับเปิ่นหวางสักหน่อยหรือไม่ใช่ว่าเรามีเื่ต้องคุยกันรึ?”
ผมละสายตาจากพี่ชายมามององค์ชายเจ็ดทันทีเผลอเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจคุย?ในความทรงจำเ้าของร่างไม่เคยนัดแนะสนทนากับองค์ชายเจ็ดเลยนะ
“พี่ใหญ่ท่านพาเซียนเอ๋อร์กลับก่อนก็ได้ขอรับข้าอยู่ไม่นาน”
“อืมดูแลตัวเองด้วยอาเทียน...ขอตัวก่อนพะยะค่ะ”พี่ชายหนิงเทียนจูงมือหนิงเซียนออกไปแล้วผมมองส่งพวกเขาจนลับสายตา
“องค์ชายเจ็ดมีเื่อันใดจะพูดคุยกับกระหม่อมอย่างนั้นหรือพะยะค่ะ”
ผมเข้าเื่ทันทีไม่อยากอยู่นานเท่าไหร่องค์ชายเจ็ดที่เป็คนฉลาดเ้าแผนการและเ้าเล่ห์มากในบรรดาองค์ชายทั้งหลาย
“ไปนั่งคุยกันเถิด”
องค์ชายเจ็ดผายมือไปทางโต๊ะของเขาผมเงยหน้าสบตากับองค์ชายเจ็ดเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับองค์ชายเจ็ดองครักษ์ขององค์ชายเจ็ดเข้ามารินชาให้ผมองค์ชายเจ็ดนั่งลงยกชาขึ้นจิบมองหนิงเทียนนิ่งๆชวนมานั่งจิบชาด้วยแล้วนั่งจ้องหน้าแบบนี้มันเสียมารยาทนะครับ
“...”
“...”
ผมเงียบเขาก็เงียบเอาสิผมเป็พวกความอดทนสูงมากเสียด้วยโลกเก่าผมก็อยู่แต่ในห้องมืดๆนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงหายใจทิ้งไปวันๆผมยังทำมาแล้วเลย
“เื่ในวันนั้นองค์รัชทายาทเปิ่นหวางและองค์ชายองค์อื่นๆมิได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น”จะบอกว่าหนิงเทียนผิดสินะที่เดินเข้าไปในป่าลึกเองจนโดนเสือขย้ำ
“กระหม่อมมิได้ติดใจเื่ใดองค์ชายเจ็ดมิจำเป็ต้องพูดสิ่งใดพะยะค่ะ”
หนิงเทียนก็ตายไปแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะครับคนแบบนั้นแม้จะรู้ว่าตัวเองถูกล่อลวงไปในป่าก็คงไม่โกรธและไม่แค้นด้วยนิสัยที่เมตตาอ่อนโยนใสซื่อจนโง่งมผมปรายตามองมือองค์ชายเจ็ดที่หมุนจอกชาไปมา
“พวกเปิ่นหวางรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดจริงๆ”ผมหลุบตามองจอกชาตัวเองที่ไม่ได้ยกขึ้นจิบสักนิดคงเย็นชืดหมดแล้วแน่ๆ
“พะยะค่ะ”
ผมไม่รู้จะพูดอะไรเพราะผมไม่ใช่เหอหนิงเทียนผมเป็คนที่ไม่แยแสอะไรอยู่แล้วใครจะตายจะเป็ยังไงผมก็สามารถนั่งดูได้โดยไม่รู้สึกอะไรใดๆอย่างตอนที่ผมนั่งมองศพตัวเองถูกจ้วงแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าใจผมก็รู้สึกแต่ความว่างเปล่าเพียงเท่านั้น
“กระหม่อมคงต้องกลับแล้วพะยะค่ะ”องค์ชายเจ็ดเงยหน้ามองหนิงเทียนนิ่งๆแล้วพยักหน้ายินยอมให้กลับแต่โดยดี
“อืมเปิ่นหวางจะไปส่งเ้าอาเทียน”
หนิงเทียนจะปฎิเสธแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วองค์ชายเจ็ดสั่งกับองครักษ์ให้ไปนำรถม้ามาสั่งจบตนก็เดินนำหนิงเทียนไปรอด้านล่าง
ทำไมคนที่เกลียดกันเข้าไส้ถึงได้จ้องหน้าหนิงเทียนไม่เลิกองค์ชายเจ็ดเอาแต่จ้องมองหนิงเทียนนิ่งๆมาั้แ่ขึ้นมาอยู่ในรถม้าเดียวกันอึดอัดชิบ!ผมปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าและยังรู้สึกถึงสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมา
“เ้า...ดูเปลี่ยนไปอาเทียน”ผมละสายตาจากด้านนอกมองสบตากับองค์ชายเจ็ดผมเอียงคอนิดๆแล้วเลิกคิ้วมองเขากลับด้วยสายตาว่างเปล่า
“เป็เช่นนั้นพะยะค่ะ...อาจเพราะกระหม่อมเคยตายมาแล้วกระมังพะยะค่ะ”องค์ชายเจ็ดชะงักเขาหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้า
ผมยกยิ้มมุมปากหลุบตามองมือองค์ชายเจ็ดที่กำจนแน่นผมไม่เข้าใจว่าเขาเป็อะไรเจ็บใจที่หนิงเทียนยังไม่ตาย?หรือเ็ปที่ทำให้หนิงเทียนต้องาเ็หนักปางตายกัน..
ผมไม่เข้าใจความรู้สึกพวกนั้นหรอกั้แ่จำความได้ความรู้สึกเดียวที่ผมรู้สึกได้คือสนุก สะใจเวลาเห็นคนอื่นกรีดร้องด้วยความทรมานและเ็ปมีความรู้สึกพวกนี้ที่ผมััได้ ชอบ รัก ห่วง หวง เศร้า เ็ป หวาดกลัวความรู้สึกพวกนี้ผมไม่เคยมีเลย
แม้แต่พ่อกับแม่ที่ให้กำเนิดผมรู้สึกได้ว่าพวกท่านหวาดกลัวผมและผมก็ชอบที่พวกท่านเป็แบบนั้นเคยได้ยินพวกเขาคุยกันว่าผมป่วยอาการทางจิตแต่ก็ไม่คิดจะหาหมอมารักษาพวกเขาคิดกันเอาเองว่าอาจเพราะผมเป็เด็กอัจฉริยะเลยทำนิสัยแปลกๆไปบ้างหึ...
แต่ผมเห็นด้วยนะคงเพราะผมฉลาดเกินไปเลยทำให้ผมมองโลกต่างจากคนอื่นโลกของคนอื่นเป็แบบไหนผมไม่รู้แต่โลกของผมนั้นไร้ค่าในสายตาผมผมอยากบดขยี้โลกไร้ค่านั้นในสลายหายไปก็ได้แค่คิดละครับแต่ไม่เคยทำเลย
“อาเทียน...อาเทียน!”ผมสะดุ้งนิดๆเผลอคิดถึงชีวิตโลกเก่าเพลินไปหน่อย
“พะยะค่ะ”ผมขานรับเสียงเบา
“ถึงจวนเ้าแล้วเป็อะไรหรือไม่เปิ่นหวางเรียกเ้าหลายครั้งแล้ว”หนิงเทียนส่ายหน้ายกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวขอบคุณ
“ขอบพระทัยพะยะค่ะองค์ชายเจ็ด”
หนิงเทียนลงจากรถม้าโค้งคำนับองค์ชายเจ็ดแล้วหมุนตัวเดินเข้าจวนทันทีอาเหยาเดินออกมารับเขาหนิงเทียนเดินตรงกลับเรือนทันที
“อาเหยาห้ามให้ใครเข้ามารบกวนข้าจะพักผ่อน”
“ขอรับคุณชายรอง”
ผมเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงหยิบมีดสั้นออกมาจากอกเสื้อดึงมันออกจากปลอกมองใบหน้าตัวเองที่สะท้านอยู่บนใบมีดแสยะยิ้มอย่างนึกสนุกและคิดว่าใครกันนะที่จะได้ลิ้มลองความคมกริบของคมมีดเขา
“หึหึหึหึ...”หัวเราะเสียงทุ้มต่ำอาเหยาที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนสะดุ้งเฮือกขนกายลุกชูชันเสียงหัวเราะของคุณชายรองฟังแล้วน่าหวาดกลัวยิ่ง
“คุณชายรองโปรดหยุดหัวเราะแบบนั้นทีขอรับข้าน้อยกลัวยิ่ง”อาเหยายกมือปิดหูตัวสั่นสะท้าน
ในค่ำคืนอันเงียบสงัดร่างสูงโปร่งของคุณชายรองยืนอยู่บนกำแพงจวนสกุลเหอั์ตาสีน้ำหมึกว่างเปล่าเหม่อมองดวงจันทร์ริมฝีปากคลี่ยิ้มที่ผู้ใดเห็นก็คงรู้สึกขนลุกขนพองกับรอยยิ้มนั้นเป็ยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา
ร่างสูงโปร่งโดดลงจากกำแพงมือทั้งสองข้างไพล่หลังใบหน้าเรียบเฉยเดินไปตามทางเดินไปเรื่อยๆไม่รีบร้อนดวงตาเฉี่ยวหวานมองรอบข้างทางเดินที่เงียบสงัดไร้ผู้คนเดินสวนไปมายามโฉ่ว (01.00 น. – 02.59 น.) เช่นนี้จะมีใครออกมาเดินเล่นกันเล่านอกจากเขาเดินมาจนถึงตรอกทรุดโทรมเปลี่ยวและอันตรายก็ยังไม่พบผู้ใดใบหน้าหนิงเทียนยังคงเรียบนิ่งเขาเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย
เมี๊ยวววว~
ขายาวหยุดชะงักหลุบตามองลูกแมวสีส้มทองยืนร้องอยู่ตรงหน้าเขาหนิงเทียนเอียงคอมองดวงตาสีน้ำหมึกเย็นะเืเขาก้าวเข้าไปใกล้ลูกแมวตัวนั้นอย่างคุกคามดึงมีดออกมาจากอกเสื้อดึงปลอกออกแล้วยัดกลับเข้าไปในอกเสื้อเหมือนเดิมลูกแมวไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวหรือก้าวถอยหนีหนิงเทียนเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ
“หือ...?”
ผมมองลูกแมวสีส้มทองอย่างแปลกใจแววตาของลูกแมวตัวนี้ไม่มีท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยมันนิ่งผมแสยะยิ้มเย็นยกมีดขึ้นสูงทำท่าจะแทงมันก็ยังยืนนิ่งผมค้างมือกลางอากาศผมกับมันจ้องตากันนิ่งครู่ต่อมาแววตาที่เรียบนิ่งของลูกแมวตัวนั้นก็สั่นระริก
เมี๊ยววววว~
ดวงตากลมโตสีฟ้าของมันออดอ้อนกะพริบตาปริบๆั์ตาสีฟ้าของมันมีประกายใสระยิบระยับของน้ำตาเออคลอเล็กน้อยหนิงเทียนชะงัก เวรเอ้ยย!น่ารักสัส!!
แล้วก็น่ารังแกชิบหาย...
“โอ้...ใช้ได้นี่คิดว่าข้าจะเชื่อสายตาไร้เดียงสาหลังจากที่เ้าพึ่งมองสบตาข้าอย่างท้าทายเมื่อครู่หรือ”
ลูกแมวสีส้มทองเดินเข้ามาใกล้เขาแล้วเอาหัวเล็กๆถูที่ขาของเขาอย่างออดอ้อนดวงตาสีน้ำหมึกมีประกายล้ำลึกเขาจ้องลูกแมวด้วยสายตาว่างเปล่าแล้วอุ้มมันขึ้นแนบอกด้วยแขนเดียวแล้วไม่พูดสิ่งใดอีกดูเหมือนแมวตัวนี้อยากไปอยู่กับเขาเอาเถอะจะเลี้ยงไว้รังแกเล่นก็แล้วกัน
หนิงเทียนเดินเลี้ยวออกมาจากตรอกทรุดโทรมก็พบกับชายชุดดำกลุ่มหนึ่งสี่ห้าคนจับคนในจวนเล็กๆออกมามัดมือมัดเท้ามัดปากอยู่หน้าจวนบนใบหน้าผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกโจรปล้นน้ำตานองหน้าแววตาสั่นระริกอย่างหวาดกลัวหนิงเทียนยืนมองภาพเ่าั้ด้วยสายตาว่างเปล่า
“ลูกพี่!!มีคนเห็นพวกเรา!!”มันกระซิบบอกหัวหน้าพวกมันน้ำเสียงร้อนรน หนิงเทียนกรอกตาไปมาเขาเพียงมาเดินเล่นแต่พบฉากการปล้นเข้าซะอย่างนั้น
“แล้วพวกเ้าจะยืนนิ่งทำซากอันใดฆ่ามันปิดปากสิ!!”
หนิงเทียนยังคงยืนนิ่งแขนข้างนึงอุ้มลูกแมวแนบอกชายฉกรรจ์ชุดดำปิดหน้ามิดชิดเดินเข้ามาหาหนิงเทียนอย่างคุกคาม
“คิดดีแล้วหรือที่หันกระบี่ใส่ข้า?”ริมฝีปากหนิงเทียนแสยะยิ้มเย็นแววตาเย็นะเืราวกับยมทูตพร้อมที่จะพรากิญญาพวกมันไปได้ทุกเมื่อ
“ฆ่ามัน!!”เสียงหัวหน้าโจรสั่งเสียงเข้ม
“เข้ามาสิ...”หนิงเทียนควงมีดสั้นในมือแววตาเย็นะเืและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
หนิงเทียนวางแมวลงบนพื้นเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่ากระบี่พุ่งมาตรงหน้าก็เอียงตัวหลบหมุนกายกลางอากาศตีลังกาล็อคคอมันจากทางด้านหลังมีดสั้นจ่อที่คอแล้วปาดคอมันอย่างรวดเร็วโจรสามคนพุ่งมาหาเขาพร้อมกันหนิงเทียนแสยะยิ้มดีดะโหลบได้ทันโจรคนนึงพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างต่อเนื่องหนิงเทียนจับแขนแล้วล็อคและหักทันที
“อ้ากกกกกกกก!!”
มันร้องด้วยความเ็ปทรุดลงพื้นนอนกลิ้งกุมแขนตนเองที่รูปร่างบิดเบี้ยวไปอีกสองคนมองหนิงเทียนตาโตรูปร่างโปร่งบางแต่กำลังมากมายนักมันสองคนและหัวหน้าของมันถอยหลังและวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตทิ้งสหายของตนไว้เื้ั หนิงเทียนปรายตามองคนที่ตนหักแขนอย่างไม่ไยดีที่สลบไปแล้วด้วยสายตาว่างเปล่า
“ฮือออออ...”หนิงเทียนละสายตามองไปยังคนที่ถูกกลุ่มโจรปล้นก็ถอนหาย
ใจเดินไปใช้มีดตัดเชือกให้เพียงคนเดียว
“แก้มัดพวกเขาเองแล้วกันข้าขอตัว”หนิงเทียนหันหลังเดินไปอุ้มแมวแนบอกชายที่เขาช่วยแก้มัดให้คุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณเขาน้ำตานองหน้า
“ขอบคุณคุณชาย...ขอบคุณขอรับ!”
เขาเดินออกมาไม่ได้สนใจเสียงคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณเขาแม้แต่น้อยเพราะเขาไม่ได้มาช่วยแต่ถูกหาเื่ต่างหากหนิงเทียนเงยหน้ามองกำแพงจวนดีดกายโดดข้ามกำแพงเข้ามายืนอยู่หลังเรือนเขาโยนแมวลงไปบนพื้นอย่างไม่ไยดีก่อนจะเดินช้าๆเข้าเรือนตัวเองั์ตาสีฟ้ามองจ้องเขาอย่างไม่พอใจนักแต่ก็เดินตามหนิงเทียนเขาเรือนมา
“ที่นอนเ้าตรงนั้นอย่าคิดขึ้นมานอนกับข้าเชียว”
ผมชี้ไปที่มุมห้องเพราะแมวตาสีฟ้าทำท่าจะเดินมาที่เตียงนอนของผมมันพ่นลมหายใจใส่สะบัดหน้าเดินไปมุมที่ผมบอก บอกก่อนผมไม่ใช่ทาสแมวอย่าได้หวังความอ่อนโยนใจดีเพราะผมไม่มี!
“อ่า...เก็บมาเลี้ยงก็ต้องตั้งชื่อให้อืม...ชื่ออะไรดี”ง่ายๆละกัน
“โตวฟู...(เต้าหู้)”แมวตาฟ้าคล้ายไม่ชอบชื่อตัวเองมันตวัดตามองผมแรงเชียวเหอะๆใครสนละ
“นอนได้แล้วโตวฟู”ดึกมากแล้วผมควรนอนพักเอาแรง
เช้าวันต่อผมรู้สึกตัวเองกำลังถูกบางอย่างก่อกวนที่ใบหน้าผมบางอย่างที่นุ่มๆและมีขน...ผมลืมตาขึ้นมาช้าๆเหลือบมองแก้มตัวเองก็เห็นขาสั้นๆของโตวฟูมันใช้เท้าตบๆที่หน้าของผมความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่าแมวตัวนี้แม่งโคตรกวนผมปัดมือมันออกอย่างไม่ไยดียันตัวลุกจ้องแมวตาฟ้าด้วยสายตาว่างเปล่า
“อยากโดนย่างสดไหม?”
ผมถามสียงเรียบแต่มันกลับเชิดหน้าะโลงจากเตียงเดินไปนอนขดตัวหลับตาที่พื้นตัวเองกลับไปนอนต่อแล้วปลุกเขาขึ้นมาทำไมไม่ทราบ!!
“คุณชายรองขอรับตื่นหรือยังขอรับ”เสียงอาเหยาเรียกที่หน้าประตู
“อืมเข้ามา”ผมตอบกลับไป อาเหยาเดินเข้ามาวางอ่างทองเหลืองไว้ที่โต๊ะน้ำชาแล้วเอาผ้าชุบน้ำในอ่างบิดพอหมาดๆเดินมาหาเขาที่เตียง
“ใช้ผ้าเช็ดหน้าก่อนขอรับคุณชายรอง”
ผมรับผ้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยอาเหยาเดินไปที่หีบผ้าคงหาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนใหม่ใจจริงผมอยากอาบน้ำแต่คนที่นี่ไม่รู้ว่ากลัวเปลืองน้ำหรือี้เีอาบน้ำกันแน่อาบน้ำแค่วันละรอบโคตรสกปรกซกมก!
“ข้าจะรับอาหารเช้าที่เรือนข้าอือ...หาอะไรมาให้แมวข้ากินด้วยปลาย่างแกะกางปลามาให้มันด้วย”
อาเหยาเดินกลับมาแววตาสงสัยแล้วก็หลุบตามองแมวตัวน้อยสีส้มทองนอนอยู่ที่พื้น
“คุณชายไปเอามาจากที่ใดหรือขอรับ”อาเหยาเอ่ยถามตาก็จ้องมองแมวน้อยไม่ละไปไหน
“ข้าเจอมันหลังเรือนคงหลงเข้ามาแล้วหาทางออกไม่ได้”บอกน้ำเสียงเรียบเรื่อยยืนขึ้นให้อาเหยาเปลี่ยนชุดให้
“ขอรับคุณชายรอง”
เปลี่ยนชุดเสร็จผมก็เดินออกมานั่งที่ทางเดินข้างเรือนนั่งมองสระบัวอย่างเหม่อลอยโตวฟูเดินเข้ามานั่งข้างๆผมมันเงยหน้ามองผมแล้วก็เหม่อมองไปที่สระบัวที่มีแมลงปอบินโฉบไปมาผมมองมันอยู่สักพักแมวที่เก็บมาบ้างครั้งก็ดูฉลาดบ้างครั้งก็ดูเหมือนแมวโง่ๆทั่วๆไปและบางครั้งมันก็โคตรจะกวนอย่างเช่นตอนนี้ที่ะโขึ้นมานอนบนหัวของผมรวดเร็วจนผมก็แทบตั้งตัวไม่ทันผมนั่งนิ่งแววตาว่างเปล่าฆ่าได้ไหม...ถลกหนังมันมาทำพรมเช็ดเท้าแม่งซะเลย!!!