ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
><><><><><><><><><><><><>
หยางมี่เข้ามาในรถม้าและนั่งมองสองข้างทางอย่างเหม่อลอย พร้อมกับนึกถึงใบหน้าของบิดามารดาและพี่ใหญ่ไปด้วย
นางกลัวว่าจะหลงลืมใบหน้าของคนที่หยางมี่ตัวน้อยรักมากที่สุดไป จนกระทั่งนางเผลอหลับ
รถม้าของหยางมี่ค่อยๆวิ่งอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม เพราะพวกมันััได้ถึงอันตราย
รวมถึงสี่ยอดองครักษ์ของหยางมี่ด้วยเช่นกัน ทั้งสี่ตัวปลุกหยางมี่ให้ตื่นและก็เดินออกมานั่งคอยระแวดระวังอยู่ข้างนอก
หยางมี่ที่เห็นอาการตื่นตัวของสุนัขและม้า นางจึงออกมานั่งบังคับรถม้าตามเดิม
"เกิดอะไรขึ้นหรือ"
'ข้าััได้ถึงอันตราย และกลิ่นคนแปลกหน้า'
หยางมี่กำเชือกบังเหียนจนแน่นอย่างตื่นเต้นและหวาดกลัว
'ไม่ต้องกลัว ถ้าพวกเราสู้ไม่ได้จั่นเจากับก๊วยเจ๋งจะวิ่งสุดกำลัง'
"อืม..ไม่กลัวก็ไม่กลัว ขอบใจจางหลง ข้ารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย"
หยางมี่พูดตอบกลับอย่างประชดประชัน พร้อมกับมองรอบกายอย่างระแวดระวัง
และตอนนี้สัญชาตญาณของนางมันร้องบอกแล้วว่า อีกไม่นานจะมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นกับนาง
...ตึ้งง…
"อ้ากกก...โจรป่าแน่เลย สารเลวที่สุด!!"
หยางมี่พูดยังไม่ทันขาดคำ เพราะลูกธนูมันพุ่งตรงมาปักอยู่ที่รถม้าของนาง
ม้าทั้งสองตัวรีบเร่งฝีเท้า แต่เนื่องจากเส้นทางข้างหน้าเป็เส้นที่มีหินอยู่เต็มไปหมด ทำให้รถม้าไม่อาจวิ่งได้เร็วกว่านี้ได้
'มีคนดักทางอยู่ข้างหน้า'
"กี่คนจั่นเจา"
' 7 คน ระวังตัว'
หวังเฉา กับหม่าฮั่นะโลงจากรถม้าวิ่งไปข้างหน้าเพื่อเปิดทางให้ม้าทั้งสอง
ส่วนจางหลงกับเ้าหู่คอยคุ้มครองหยางมี่
เสียงขู่ของสี่ยอดองครักษ์ของนางราวกับพยัคฆ์คำราม
นางเองก็เริ่มจะหวาดกลัวหมาน้อยของนางแล้วเหมือนกัน
แต่แล้วนางก็ต้องเบิกตาโตขึ้นอีกครั้ง
เนื่องจากว่านางเห็นหมาน้อยที่น่ารักของนางกระโจนงับหัวของโจรป่าหลุดไปถึง3 คน
"โอ้แม่เ้า!!"
หยางมี่อุทานออกมาเสียงดัง พร้อมกับขนแขนที่พร้อมใจกันลุกพรึบ ต่อไปนางจะไม่ให้หมาน้อยของนางเลียหน้าอีกแล้ว
'มี่มี่เ้าจับราวกั้นไว้ให้ดี พวกมันไม่ได้มีแค่นี้'
"อื้อ.."
หยางมี่มองตรงไปข้างหน้า จึงได้เห็นหมาน้อยของนางต่อสู้อย่างดุเดือด หมาน้อยของนางนั้นเก่งมากๆจริงๆ
และนางก็ได้รู้ความลับของสี่ยอดองครักษ์ นั้นก็คือสี่ยอดองครักษ์ของนางฟันแทงไม่เข้านั้นเอง
"หวังเฉากับหม่าฮั่นจะรับมือไหวหรือไม่"
'ข้าไม่รู้'
"อ้าว..."
เมื่อหยางมี่ได้ฟังคำตอบ ก็ทำให้ใจแป้วขึ้นมาทันที ยังดีที่จางหลงะโลงไปช่วยอีกแรง
ในขณะนั้นเองโจรป่าขี่ม้าวิ่งเข้ามาขนาบข้างรถม้าของหยางมี่ ทำให้หยางมี่ะโด่าออกไปอย่างเหลืออดร่างกายนี้เล็กเกินไปจนนางไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันได้
"กรี๊ดดด...ไอ้สารเลว ข้ายังเป็เด็กอยู่นะ "
"อ้ากกก...ลูกพี่แขนของข้าๆ อ้ากกก"
เ้าหู่รีบเข้ามางับแขนของโจรป่าที่กำลังจะยกกระบี่ฟันมาที่นาง เ้าหู่กระชากจนแขนของโจรป่าหลุดออกจากกัน
และรีบคายแขนนั้นทิ้งไปและเข้ามางับมือของโจรป่าอีกคน
"อ้ากกกก...บัดซบ!!"
...แคร้ง…
ดาบของโจรป่าตกเข้ามาในรถขงหยางมี่ หยางมีจึงหยิบขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้
"โอ้ย...มันหนัก!!!"
หยางมี่คลานเข้าไปภายในรถม้า รีบวิ่งไปเอามีดทำครัวออกมาทันที พร้อมกับช่วยเ้าหู่ฟันเข้าไปที่แขนของโจรป่าด้วยเช่นกัน
"ทำไงดี ..มันเยอะมากเลย"
เฉาก๊วยกับจั่นเจาที่รีบเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าเพื่อให้หยางมี่หนีพ้นจากโจรป่าแต่แล้วม้าทั้งสองตัวต่างก็อ้าปากค้าง
พร้อมกับดวงตาเบิกโตขึ้นพร้อมกันเนื่องจากว่าทางข้างหน้ามันเป็หุบเหว จึงร้องบอกหวังเฉาหม่าฮั่นให้รีบขึ้นรถม้า
…ฮี้…..
ม้าทั้งสองตัวร้องออกมาอย่างโมโห พร้อมกับวิ่งไปทางซ้ายเพื่อดันโจรป่าให้ตกเหวข้างๆ วิ่งไปทางขวาเพราะมีโจรป่าที่กำลังจะปีนขึ้นรถม้า
สี่ยอดองครักษ์ทั้งเห่าทั้งขู่และกัดกระชากกลุ่มโจรป่าที่ขี่ม้าเข้ามาขนาบข้าง
"ข้างหน้าไม่ค่อยอันตรายเท่ากับเหวก่อนหน้าที่เราผ่านมา ถึงจะมีเหวทั้งสองข้าง แต่ก็ยังมีไหล่ทางให้วิ่งตีคู่ได้"
หัวหน้าองครักษ์ของอวี่เหวินะโบอกคนในคณะ แล้วในขณะนั้นเองก็มีเสียงร้องเด็กหญิงที่ดังก้องกังวานทั้งหุบเขา
"ท่านพ่อเสียงนั้นมัน..ใช่เสียงของน้องหรือไม่"
"ใช่"
ทุกคนควบม้าขึ้นเขาอย่างรีบเร่ง เมื่อหยางเจี้ยนมั่นใจว่าเสียงที่ร้องออกมาคือเสียงของบุตรสาว
ลุงซ่งป้าซ่งมีสีหน้าที่เคร่งเครียดทันที เพราะตรงนี้เคยมีทหารออกมาปราบปรามกับกลุ่มโจรป่าหลายครั้ง
"เตรียมอาวุธให้พร้อม ข้าคาดว่าอาจจะเป็โจรป่า"
ทันทีที่ลุงซ่งพูดจบ หยางเจี้ยนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับบังคับมาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
"นั้นไงรถม้า!! เร็วเข้า"
ลุงซ่งะโบอกพร้อมกับบังคับม้าเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ทัน ส่วนหยางเจี้ยนนำหน้าไปแล้วเช่นกัน
"พี่สาว...ฮึก..แหง่ๆๆ.."
เสียงของหยางเฉินะโออกมาจากข้างในพร้อมกับเสียงร้องไห้เรียกพี่สาวอย่างหวาดกลัว
"เฉินเอ๋อร์อย่าออกมา..ฮึก..พี่ขอร้องเ้าอย่าออกมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เ้าจงเข้มแข็ง เข้าใจหรือไม่"
หยางมี่ะโบอกน้องชาย ทั้งยังกลั้นเสียงสะอื้นไปด้วย
"ฮึก..ข้าเข้าใจแล้วขอรับ"
ในขณะนั้นเองมีเสียงควบม้ามาจากข้างหลังพร้อมกับเสียงกระบี่กระทบกันราวกับว่ากำลังเกิดการต่อสู้ ทั้งยังมีเสียงควบม้าที่วิ่งเข้ามาขนาบข้างรถม้าของนาง
"มี่เอ๋อร์!!"
เสียงะโเรียกชื่อของนาง เสียงแบบนี้ที่เปล่งออกมา เพียงคำพูดเดียวที่นางจำได้อย่างไม่มีวันลืม
"ท่าน..ฮึกพ่อหรือ...ฮึก..ท่านพ่อใช่หรือไม่..ฮือๆๆ"
น้ำตาที่นางอดทนเก็บกั้นเอาไว้ในใจ ในที่สุดมันก็ไม่สามารถรองรับความรู้สึกของนางได้อีกต่อไป
น้ำตาของนางไหลออกมาราวกับเขื่อนที่แตกออกจากกัน
"จื่อเอ๋อร์พ่อจะโยนเ้าขึ้นไปบนรถม้าของน้องนะ แล้วบังคับรถม้าให้ดี
ถ้าเป็ไปได้บังคับรถม้าให้ข้ามไปอีกฝั่ง แล้วไปรอพ่อที่เมืองถัดไป เ้าพร้อมหรือไม่ "
"โยนเลยท่านพ่อ!!"
หยางเจี้ยนโยนลูกชายขึ้นรถม้าของลูกสาว เพื่อให้หยางจื่อไปอยู่กับน้องและคอยปกป้องน้องทั้งสอง
หยางจื่อเป็เด็กชายอายุ13หนาว ถึงจะเพียงเด็กแต่ก็มีรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าเด็กทั่วไป
และมีความสามารถและกล้าหาญพอๆกับผู้ใหญ่ เพราะได้รับการฝึกฝนและฝึกปฎิบัติมาจากท่านพ่อ ลุงซ่งและป้าซ่ง มาั้แ่จำความได้
เมื่อหยางจื่อได้จังหวะก็ะโลอยตัวจากหลังม้าที่กำลังวิ่งตีคู่กับรถม้าด้วยความเร็ว
หยางจื่อกระโจนเข้ารถม้าของน้องสาวด้วยสายตามุ่งมั่น ทั้งยังไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
…ตึ้ง…
เมื่อหยางจื่อตั้งหลักได้แล้วจึงรวบตัวน้องสาวขึ้นมานั่งตักทันทีพร้อมกับจับสายบังเหียนบังคับไปทางหน้าผา
"มี่เอ่อร์หลับตาซะ"
หยางมี่หลับตาทันทีที่พี่ใหญ่สั่ง เพราะนางรู้ว่าพี่ใหญ่จะทำอะไร สุนัขทั้งสี่ของหยางมี่รีบเข้าไปข้างในรถม้า
และวิ่งขึ้นไปข้างบนเพื่ออยู่เป็เพื่อนหยางเฉิน
'หลับตาซะเด็กน้อย'
เ้าหู่เลียที่มือของหยางเฉินพร้อมกับบอกหยางเฉินถึงแม้หยางเฉินจะใมากแค่ไหนที่สุนัขของพี่สาวพูดได้แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะสงสัย ตนจึงรีบทำตามที่เ้าหู่บอกก่อน
หยางจื่อบังคับรถม้าอย่างชำนาญ ทำให้ม้าทั้งสองตัวรู้สึกดีใจมากและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ที่มีคนเข้ามาควบคุมมันอีกครั้ง เพราะมีหลายครั้งที่พวกมันไม่ได้สามัคคีกัน
ตอนนี้พวกมันวิ่งสามัคคีกันแล้ว และก็พร้อมที่จะวิ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างคึกคะนอง
...ฮี้…
…ฮี้…
หยางจื่อเร่งฝีเท้าม้าเพื่อที่จะนำรถม้าะโข้ามไปอีกฝากฝั่งหนึ่งเพื่อพาน้องสาวหนีจากกลุ่มโจรป่าให้ผ่านพ้นไปก่อน
ส่วนหยางมี่หันหน้าเข้ามาซบที่อกของพี่ใหญ่ราวกับเด็ก้าที่พึ่งพา
และแล้วม้าทั้งสองวิ่งออกตัวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจพร้อมกับะโข้ามหุบเหวลึกในทันที
รถม้าลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ หยางจื้อเอามืออีกข้างโอบกอดน้องสาวไว้ และบังคับบังเหียนด้วยมือข้างเดียว
…ตึ่ง…
รถม้าสามารถข้ามหุบเหวมาได้อย่างปลอดภัยพร้อมกับหยางจื่อที่ทำการหยุดรถม้าเอาไว้ และโอบกอดน้องสาวอย่างคิดถึง
"พี่ใหญ่ท่านหายไปไหนมาฮึก..ฮือๆ.."
ความรู้สึกของหยางมี่คนก่อนทำให้หยางมี่คนปัจจุบันรู้สึกเสียใจ และดีใจออกมาจริงๆ
"พี่ใหญ่ขอโทษ...เดี๋ยวพี่ใหญ่อธิบายให้ฟังทีหลังนะ ตอนนี้เราต้องไปแล้ว"
"ท่านพ่อล่ะเ้า เราจะทิ้งท่านพ่อหรือ"
"ไม่ได้ทิ้ง เดี๋ยวท่านพ่อก็ตามไป พวกเราจะไปเจอกันที่เมืองข้างหน้า แล้วเฉินเอ๋อร์ไปไหน"
"เฉินเอ๋อร์อยู่ข้างใน ข้าไม่ให้ออกมาเ้าค่ะ "
หยางมี่พูดแล้วก็ซบที่อกของพี่ใหญ่ต่อทันที ดวงตาของนางเริ่มปรือและหลับอยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นของพี่ใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับว่าจิตใจของนางได้ถูกปลดปล่อยจากความหวาดกลัว
><><><><><><><><><><><><>
ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนจ้า