หลังจากที่เป่ยชานชานนั่งคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรดีให้เธอได้เงินบางส่วนจากที่เธอหามาได้เอาออกมาใช้จ่ายบ้าง เธอนั่งเงียบอยู่นานก่อนที่จะเงยหน้ามามองหน้าเลขาของเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธออีกครั้ง
“ฉันไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี แต่เรื่องนี้ฉันต้องรีบหาทางแก้ไขมันให้ได้ ก่อนที่จะย้ายออกจากบ้านของสามี” เป่ยชานชานกล่าว
“เอาอย่างนี้ดีกว่าไหมคะเจ้านาย วันพรุ่งนี้พวกเราค่อยไปคุยและหาวิธีเอาคืนกันใหม่” ซูหลิงเออร์กล่าว “ฉันว่าตอนนี้เจ้านายกลับบ้านไปก่อนดีกว่านะคะ ออกมากะทันหันแบบนี้ไม่ดีแน่ อีกอย่างออกมานานแล้วด้วย ฉันเกรงว่าสามีของเจ้านายจะสงสัยเอาได้”
“จริงหรอ! แต่ถ้าฉันกลับไป ฉันก็ต้องไปเจอพวกเขาอีก” เป่ยชานชานกล่าว
“ไปเจอพวกเขาก็ดีแล้วค่ะ อดทนอีกวันนะคะ วันพรุ่งนี้พวกเราก็ได้กลับไปทำงานแล้ว เอาไว้ไปหาทางแก้ไขวันพรุ่งนี้น่าจะสะดวกกว่า” ซูหลิงเออร์กล่าว
“เธอจะช่วยฉันใช่ไหม?” เป่ยชานชานเอ่ยถามเลขา
“ค่ะ! ฉันต้องช่วยเจ้านายอยู่แล้ว คุณเป็นเจ้านายของฉันนะคะ อีกอย่างเรื่องนี้คุณไม่ได้ผิด ทำไมต้องถูกสามีทิ้งให้ลำบาก อีกทั้งธุรกิจที่ทำอยู่คุณก็สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ทำไมต้องยกให้คนอื่นด้วย” ซูหลิงเออร์กล่าว พร้อมกับจับมือเจ้านายของเธอ เพื่อให้กำลังใจ
“ขอบใจนะ ขอบใจเธอมากๆ” เป่ยชานชานกล่าว “ฉันกลับบ้านก่อนนะ วันพรุ่งนี้เจอกันที่โรงงานนะ”
“ได้ค่ะเจ้านาย” ซูหลิงเออร์กล่าว ก่อนที่จะเดินออกไปจากร้านกาแฟเพื่อกลับบ้าน
เป่ยชานชานเดินตามเลขาเธอออกมา เธอเข้าไปนั่งรถอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัดและคิดมาก เธอไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจขับรถกลับไปยังบ้านของสามีที่เธออาศัยอยู่
…
หลังจากที่เป่ยชานชานขับรถกลับมาถึงบ้าน เธอมองไปรอบบ้าน เธอรู้สึกเสียใจที่เธอยอมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อหาเงินเข้าบ้านให้สามี แต่สุดท้ายเธอกลับถูกสามีและน้องสาวหักหลังด้วยการแอบไปมีอะไรกันจนน้องสาวที่เธอรักมากที่สุดท้องให้กับเขา
เป่ยชานชานเดินเข้ามาภายในบ้าน เธอเดินผ่านห้องรับแขกที่พ่อแม่และครอบครัวของสามียังคงนั่งคุยกันอยู่ พวกเขาคุยกันอย่างมีความสุข มีเพียงแค่น้องชายคนเล็กของเขาที่ออกมานั่งรอห้องรับแขก
เป่ยมู่เฉาและภรรยาของเขา นั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งตรงทางเดินระหว่างห้องรับแขกและทางไปห้องนอน เขานั่งก้มหน้ามองลงที่พื้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาและเจอพี่สาวคนโตของเขาเดินผ่านเข้ามา
“พี่เป่ย! พี่ขับรถออกไปไหนมา รู้ไหมว่าขับรถตอนอารมณ์โกรธแบบนี้มันอันตราย” เป่ยมู่เฉาน้องชายคนเล็กเอ่ยถามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง
“พี่ไม่เป็นอะไร! แล้วนี่นายยังไม่พากันกลับบ้านหรอ” เป่ยชานชานกล่าว
“ยังครับ พวกเขายังคุยเรื่องพี่รองไม่เสร็จ” เป่ยมู่เฉากล่าว “แล้วพี่ไปไหนมาครับ พี่รู้ไหมว่าผมกับภรรยาเป็นห่วงมากแค่ไหน”
“พี่ไปสงบสติอารมณ์ของตัวเองมา ไม่เป็นไรนะ พี่ดีขึ้นแล้ว” เป่ยชานชานกล่าว “พี่ขอบใจนายกับน้องสะใภ้นะที่เป็นห่วงพี่”
“พี่เป่ยไหวไหมคะ? ฉันเห็นสีหน้าพี่ไม่สู้ดีเลย” ฟางเจียงจินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“นี่พวกเธอเห็นฉันอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรอ” เป่ยชานชานกล่าว ก่อนที่จะยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
“เปล่าค่ะ! พวกเราแค่เป็นห่วง และก็คิดไม่ถึงด้วย ว่าพี่รองจะทำแบบนี้ได้ลง” ฟางเจียงจินกล่าว
“พี่ก็ไม่คิดว่าน้องรองจะทำแบบนี้กับพี่เหมือนกัน แต่ช่างเถอะ! เรื่องนี้มันเกิดขึ้นแล้ว พวกเราแก้ไขอะไรมันไม่ได้อีกแล้ว” เป่ยชานชานกล่าว
“เย็นนี้พวกเราไปทานข้าวกันนะครับพี่” เป่ยมู่เฉาเอ่ยชวนพี่สาวของเขา พร้อมกับมองหน้าพี่สาวคนโตของเขาด้วยความห่วงใยและเป็นห่วงถึงความรู้สึกตอนนี้ของเขา
“นายไปกินกับพวกเขาเถอะ พี่คงไม่ไปด้วยหรอก พี่อยากพัก” เป่ยชานชานกล่าว
“ผมไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่ได้นะ ผมบอกพ่อกับแม่ได้” เป่ยมู่เฉากล่าว
“ไม่เป็นไร! นายไปกินข้าวกับพวกเขาเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไรคืบหน้า นายมาบอกพี่ด้วยนะ พี่จะได้ตั้งหลักถูก” เป่ยชานชานกล่าว
“ได้ครับพี่ เอาไว้ผมรู้เรื่องอะไรมา ผมจะรีบมาบอกพี่นะ” เป่ยมู่เฉากล่าว
เป่ยชานชานพยักหน้าตอบกลับน้องชาย ก่อนที่จะเดินกลับมาพักที่ห้องนอนของเธอ เป่ยชานชานนั่งลงที่เตียงนอนของเธอ ก่อนที่จะโน้มตัวลงนอนและผล็อยหลับไปจนค่ำ