บทที่ 51: เริงรักริมทะเล NC++ (4P)
เสียงบานประตูไม้หรูหราของห้องน้ำที่แง้มเปิดออกอย่างแผ่วเบา คล้ายเกลียวคลื่นลมทะเลระยองเบื้องนอกที่กำลังซัดสาดชายฝั่งอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องนอนใหญ่ชั้นสองมาเนิ่นนาน เสียงฝีเท้าเนียนนุ่มสองคู่ก้าวสลับเหยียบลงบนพื้นไม้ขัดมันวาวที่สะท้อนแสงไฟสีแสดอบอุ่นสลัวราง พราวและแพรพิมพ์เดินเคียงคู่กันออกมาในสภาพที่ร่างผุดผ่องของทั้งสองสาวซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำผ้าเนื้อนุ่มละเอียดสีน้ำเงินเข้มและสีชมพูอ่อนที่เปียกชื้นหมาดลู่แนบชิดไปตามความโค้งเว้าของสรีระงดงามสมหญิง
ละอองน้ำเย็นเปียกชื้นสะท้อนแสงโคมไฟหัวเตียงประกายประกายระยิบระยับอยู่บนลำคอระหงและไหปลาร้าขาวผ่องของพิมพ์ แก้มใสสองข้างซับสีระเรื่อเป็นธรรมชาติจากการปรนเปรอความเสียวซ่านรัญจวนรักที่เพิ่งมลายลงในห้องน้ำเมื่อครู่ ผมยาวสลวยสีเข้มของเธอถูกเช็ดพอหมาดปล่อยทิ้งตัวสยายเต็มแผ่นหลังนุ่ม ชวนให้ผู้ที่เฝ้ารอบนเตียงนอนใหญ่สีขาวสะอาดตาต้องหยุดลมหายใจชั่วขณะ
บนผืนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ซึ่งถูกตกแต่งไว้ต้อนรับช่วงเวลาการบำบัดรักษา ภพและภัทร์ต่างเอนหลังรอคอยอยู่ด้วยระดับความตึงเครียดที่แทบจะบดขยี้บรรยากาศในห้องให้กลายเป็นผุยผง ชายหนุ่มผู้เป็นสามีอย่างภพในวัยทำงานรูปร่างภูมิฐาน นั่งพิงหัวเตียงพิงหมอนใบโต ดวงตาคมเข้มฉายแววกังวลใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาของเขายังคงถือแก้วไวน์แดงค้างไว้โดยที่ไวน์ลดลงไปเกือบครึ่งแก้ว หวังพึ่งพารสชาติฝาดร้อนของเครื่องดื่มชั้นเลิศช่วยบรรเทาความเครียดที่สลักลึกอยู่ในก้นบึ้งของจิตสำนึก ส่วนภัทร์ ชายหนุ่มรุ่นน้องวัยสะพรั่งผู้มีร่างกายกำยำล่ำสันและผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดี นอนราบหนุนศีรษะอยู่ข้างกายพี่ชาย ดวงตาคมปลาบจ้องมองฝ้าเพดานสลัวสลับกับการหันมามองพี่สะใภ้ผู้แสนรักด้วยความรัญจวนใจ ปนเปไปกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่บีบรัดหัวใจจนอกแทบระเบิด
พราวกวาดสายตามองเห็นมวลอารมณ์อันแสนหน่วงหนักของชายหนุ่มทั้งสองคน เธอรับรู้ได้ทันทีด้วยสัญชาตญาณและหลักจิตวิทยาบำบัดว่าความคาดหวังที่สูงลิบลิ่วคือศัตรูร้ายกาจที่สุดในค่ำคืนนี้ หญิงสาวสวยคมก้าวขยับเข้าไปหาเตียงใหญ่ช้าๆ ฝ่ามือเรียวบางของเธอเอื้อมไปกุมมือบางที่ยังคงสั่นระริกของพิมพ์ไว้มั่นคง ราวกับต้องการส่งผ่านพลังความเชื่อใจอันหนักแน่นให้แก่กัน
“พี่ภพคะ... ภัทร์คะ... เราทั้งสองคนกลับมาแล้วค่ะ” พราวเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลชวนฝัน รอยยิ้มละมุนละไมฉายบนใบหน้าสวยคมช่วยลดทอนความกระด้างตึงเครียดลงไปหลายส่วน “ดื่มไวน์อุ่นๆ ผ่อนคลายร่างกายกันหน่อยดีไหมคะ ค่ำคืนนี้พวกเราไม่มีกรอบ ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีขีดจำกัดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงแค่พวกเราสี่คนที่จะช่วยเยียวยากันและกันด้วยความรักและสัมผัสจากเนื้อแท้เท่านั้นค่ะ”
พราวจูงมือพิมพ์ให้ก้าวเดินเข้ามาหยุดลงที่ข้างเตียงนอนฝั่งตรงข้าม แพรพิมพ์เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะสบสายตากับภพผู้เป็นสามี แววตาของภพสั่นไหวระริกยามที่สบมองความงดงามเย้ายวนของภรรยาในชุดคลุมผ้าเนื้อนุ่มเปียกชื้นที่เกาะรัดทรวงอกอวบอิ่มชูชัน พราวค่อยๆ ก้าวขึ้นไปนั่งบนผืนฟูกสีขาวเนื้อดี เธอเหยียดขากลางเตียงและหันไปทางพิมพ์พร้อมกับยื่นมือต้อนรับเพื่อนรักขึ้นสู่พื้นที่บำบัด
“พิมพ์คะ... ขึ้นมานอนข้างๆ พราวตรงนี้นะคะ” พราวเอ่ยนำทาง
แพรพิมพ์พยักหน้าเบาๆ ก้าวขึ้นสู่เตียงใหญ่สีขาวสะอาด ร่างอ้อนแอ้นบอบบางขยับเข้าไปนอนลงเคียงข้างพราว โดยที่ภพขยับกายเข้ามาล้อมรอบจากทางฝั่งซ้าย และภัทร์ขยับตัวเข้ามาประกบข้างทางฝั่งขวา บัดนี้ ร่างของคนทั้งสี่ประสานและล้อมรอบกันอยู่บนผืนฟูกผืนกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของสบู่มะพร้าวผสมลาเวนเดอร์อ่อนโยนและกลิ่นรสฝาดหวานระอุของไวน์แดงที่ลอยฟุ้งในอากาศ
“ขั้นตอนแรกของการบำบัดในคืนนี้...” พราวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเบาๆ แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจการโน้มน้าวใจ “พราวอยากให้พวกเราโยนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นสัมผัสผิวเนื้อของกันและกันทิ้งไปค่ะ... ให้พวกเรารับรู้อุณหภูมิร่างกายและผิวพรรณที่แตะต้องกันอย่างไร้สิ่งปิดบัง”
ฝ่ามือเรียวอุ่นของพราวค่อยๆ เลื่อนไปแก้ปมผ้าคลุมของตัวเองออก รูดรั้งชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินเข้มให้เลื่อนหลุดพ้นไหล่ลาดและแผ่นหลังเนียนระหง เผยให้เห็นทรวงอกกลมกลึงเต่งตึงอวบอิ่มสมส่วน สรีระทรงนาฬิกาทรายของสาวสวยสะพรั่งเปลเปลือยไร้สิ่งบดบังต่อหน้าทุกคน ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปเลื่อนแกะปมผ้าคลุมสีหวานบนตัวของพิมพ์ออกเช่นเดียวกัน เสื้อคลุมสีชมพูอ่อนเบาบางเลื่อนหล่นออกจากเรือนร่างขาวผุดผ่องไร้ที่ติ หน้าท้องแบนราบและผิวเนื้อละเอียดราวกับสลักด้วยหิมะเนียนปรากฏสายตาสองพี่น้อง ยอดปทุมถันสีหวานชูชันรับลมอุ่นจากโคมไฟอย่างน่าพิศวาสชวนฝัน
ภพสบตามองร่างเปลือยเปล่าของภรรยาและเพื่อนสนิทดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง ร่างกายตื่นตัวตอบรับทันควัน ชายหนุ่มวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะข้างเตียงและรีบถอดเสื้อเชิ้ตบางเบาพร้อมกางเกงนอนของตนออกจนหมดสิ้น เผยเรือนร่างภูมิฐานชายวัยทำงานที่มีกล้ามเนื้อพอเหมาะ ขณะเดียวกัน ภัทร์ขยับถอดกางเกงออกจนร่างแกร่งกำยำเปลือยเปล่าตามวัยสะพรั่ง ท่อนลำแกร่งใหญ่โตและเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนร้อนผ่าวตื่นตัวแข็งชันขึ้นสู้แสงไฟแทบทันทีด้วยพลังงานของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัญจวนใจสะสมมานาน
กิจกรรมร่วมรักแบบบำบัดรักสี่เส้าเริ่มต้นขึ้นอย่างเปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงวรรณศิลป์ พราวนอนอยู่ตรงกลางระหว่างภพและพิมพ์ เธอทำหน้าที่ประหนึ่งวาทยกรผู้ควบคุมท่วงทำนองเพลงรัก พราวเอียงหน้าไปจูบโลมเลียเรียวปากหนาของภพอย่างร้อนแรงช่ำชอง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นสามีของเพื่อนสนิทอย่างไม่มีข้อผูกมัดเพื่อลดความพะวงทางสมองของชายหนุ่ม ขณะเดียวกัน ฝ่ามือเรียวบางตามแบบฉบับผู้ใหญ่ของพราวก็เลื่อนลงไปสัมผัสบีบเค้นท่อนเนื้อร้อนอุ่นระอุของภพอย่างเบามือ สลับกับการขยับลูบไล้ขึ้นลงบำบัดกระตุ้นเส้นประสาทส่วนปลาย
ในเวลาเดียวกัน ภัทร์ซึ่งนอนอยู่ข้างพิมพ์ขยับกายเข้าหาพี่สะใภ้ที่ตนรักล้นอก ชายหนุ่มก้มลงประทับจูบซับผิวเนื้อสีระเรื่อซาบซ่านตรงไหล่บางและเนินอกนิ่มของพิมพ์ ฝ่ามือใหญ่สากกร้านลูบไล้ไปตามหน้าขาและสะโพกกลมกลึงผายกว้างของพิมพ์อย่างรักใคร่ทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะค่อยๆ โลมเลียกลีบดอกไม้สีสดฉ่ำชื้นหยาดน้ำหวานของพิมพ์ด้วยลิ้นร้อนระอุ พิมพ์หวีดร้องเสียงหลงสะท้านกาย โอบแขนเรียวกอดกุมรอบศีรษะของภัทร์ไว้แน่น สัญชาตญาณราคะและเสน่หาที่ลักลอบเล่นชู้ในจิตใต้สำนึกได้รับการกระตุ้นจนร่องรักของเธอหลั่งน้ำหวานออกมาชุ่มเยิ้ม
“อ๊ะ... ภัทร์... ชุ่มเหลือเกิน... เสียวสุดตัวแล้วค่ะ” แพรพิมพ์ครวญครางพึมพำกระเส่าสะท้าน ใบหน้าสวยซบลงกับอกแกร่งของน้องสามีอย่างสยิวเสียว
ภัทร์ไม่รอช้า ขยับกายหนุ่มแกร่งทาบทับลงบนร่างบางของพิมพ์สะโพกสอบบดเบียดเข้ากับสะโพกผายแน่น แกนกายแกร่งใหญ่โตเปี่ยมพลังงานสอดใส่แทรกลึกเข้าไปในร่องรักอุ่นชื้นชุ่มหยาดน้ำของพี่สะใภ้ในจังหวะเดียวอย่างดุดันเร่าร้อนจนสุดลำเนื้อ เสียงเตียงนอนกระทบผนังดังเป็นจังหวะหนักแน่น ผสานกับเสียงหายใจกระเส่าเร่าร้อนและเสียงเกลียวคลื่นทะเลด้านนอกที่กระหน่ำซัดฝั่งระยองอย่างป่าเถื่อนไม่ยอมลดละ ภัทร์โหมกระแทกสะโพกสอบเข้าใส่ร่องรักของพิมพ์อย่างเป็นจังหวะ ดุเดือดรุนแรงแต่แฝงความนุ่มนวลทะนุถนอมตามธรรมชาติของสรีระที่เข้ากันได้ดีที่สุด พิมพ์กรีดร้องหลงระเริงรักแอ่นรับแรงกระทุ้งทะลวงอย่างเปี่ยมไปด้วยความกระสันเสียวล้นพ้น
ขณะที่บทรักระหว่างภัทร์และพิมพ์ดำเนินไปอย่างดุเดือดเร่าร้อน พราวบดเบียดเนื้อร่างนุ่มแน่นของเธอเข้าหาภพอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสาวเปียกปอนบางเบาและสรีระที่เย้ายวนแบบมีระดับของพราวทำหน้าที่เป็น “ตัวกระตุ้นภายนอก” เพื่อดึงจิตสำนึกของภพออกจากเกราะความละอายใจ พราวส่งเสียงกระซิบข้างใบหูของภพด้วยถ้อยคำชวนเสียวซ่านและบทสนทนาเร้าอารมณ์บำบัดจิต
“พี่ภพคะ... มองพราวสิคะ... ตอนนี้พราวเป็นของพี่ภพ พราวไม่ใช่ภรรยาของพี่ภพ ไม่ใช่น้องสะใภ้ พราวเป็นผู้หญิงที่อยากรับสัมผัสจากแก่นกายที่แข็งแกร่งของพี่ภพในเวลานี้เท่านั้นค่ะ... ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นนะคะ ปลดปล่อยความอัดอั้นของพี่ภพเข้ามาในตัวพราวได้เลยค่ะ”
ถ้อยคำชี้แนะเชิงจิตวิทยาบวกกับภาพเรือนร่างสะพรั่งงดงามของเพื่อนภรรยาที่นอนบิดเกลียวกายรอคอยอยู่ใต้ร่าง และความตื่นตัวจากฤทธิ์ของสุราในกระแสเลือด ส่งผลให้จิตสำนึกที่เคยเกร็งตึงระเบิดออก ภพสูดลมหายใจเข้าลึก แก่นกายใหญ่ร้อนระอุของเขาตื่นตัวแข็งแกร่งและเหยียดตรงอย่างมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาหลายปี ชายหนุ่มโถมตัวทาบทับพราว สองมือหนากดไหล่บางพิงฟูกขาวสะโพกสอบขยับจดจ่อแก่นกายแกร่งเข้ากับกลีบเนื้ออุ่นชื้นของพราว ก่อนจะสอดแทรกแกนกายกระแทกสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักของพราวจนสุดทางรัก
“โอ้วว... พราว... ดีเหลือเกิน... มันแน่นกระชับไปหมด” ภพครางเสียงต่ำพล่าเลื่อนมือโอบกอดสะโพกผายของพราวไว้มั่น
ช่องทางรักของพราวที่ตึงรัดกระชับแน่นบีบรัดลำเอ็นร้อนของภพอย่างกระสันเสียว ภพโหมบดเบียดสะโพกเข้าออกอย่างเป็นจังหวะมั่นคงและหนักหน่วง ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ใคร่ที่ได้รับการกอบกู้กลับคืนมา สัมผัสอุ่นชื้นและจังหวะเสียดสีบดขยี้กันระหว่างสรีระทำให้ภพรู้สึกสุขสมล้นพ้นอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาเนิ่นนาน พราวผ่อนคลายร่างกายแหงนหน้าครางกระเส่ารองรับจังหวะขยับบดบี้อย่างช่ำชอง ยิ่งส่งเสริมให้ภพมีความมั่นใจพุ่งขึ้นสูงลิ่ว ชายหนุ่มขยับสะโพกกระทุ้งตัวตนเร้าอารมณ์ถี่กระชั้นจนในที่สุดเขาก็สามารถบรรลุจุดสูงสุด ปลดปล่อยหยาดน้ำรักขาวข้นอุ่นร้อนอัดฉีดลึกเข้าไปในช่องทางรักของพราวอย่างมั่นคงและสมบูรณ์แบบ
ภพซบร่างหอบสะท้านลงบนอกนุ่มของพราว รอยยิ้มแห่งความดีใจและโล่งอกปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของเขา เสียงหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความเชื่อมั่นที่สูญเสียไปสี่ปีดูเหมือนจะได้รับคืนมาในพริบตา พราวยิ้มละมุนลูบเส้นผมชื้นเหงื่อของสามีเพื่อนรักพลางส่งสัญญาณทางสายตาไปยังแพรพิมพ์ที่เพิ่งผ่านพ้นจุดสุขสมจากบทรักของภัทร์มานอนหอบเหนื่อยรวยรินอยู่ใกล้ๆ
“พิมพ์คะ... ตอนนี้ร่างกายของพี่ภพพร้อมและได้รับการกอบกู้จิตใต้สำนึกแล้วค่ะ... ถึงเวลาของพิมพ์แล้วนะคะเพื่อนรัก” พราวเอ่ยกระซิบชวนด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า
แพรพิมพ์พยักหน้ารับ แววตาของเธอสว่างวาบไปด้วยความหวังและความรักลึกซึ้งที่มีต่อสามี เธอขยับร่างเปลือยขาวผ่องเข้ามาแทนที่พราว นอนหงายแยกเรียวขาเนียนอ้ากว้างต้อนรับสามีของเธออย่างสมยอมเต็มใจ เนินเนื้อและร่องรักของเธอยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำหวานและน้ำรักของภัทร์ที่หล่อลื่นปากทางรักไว้จนฉ่ำวาว ภัทร์ขยับตัวไปนอนตะแคงข้างๆ คอยช่วยใช้มือแกร่งลูบไล้สะโพกของพี่สะใภ้และบีบนวดไหล่หนาของพี่ชายเพื่อประคองมวลอารมณ์บำบัดรักษาให้ต่อเนื่องราบรื่น
ภพสูดหายใจยาว ความมั่นใจที่เพิ่งได้รับจากพราวชโลมใจให้เขาฮึกเหิม ชายหนุ่มเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับเรือนร่างของภรรยาสุดที่รัก สองตาคมจ้องมองใบหน้าหวานซึ้งที่ซับน้ำตาแห่งความหวังของแพรพิมพ์ ภพเอื้อมมือประคองแก้มใสแล้วก้มลงมอบจูบอันอบอุ่นลึกซึ้งให้ภรรยา แพรพิมพ์จูบตอบสามีด้วยความโหยหาและความอบอุ่นที่รอคอยมานานแสนนาน สองร่างบดเบียดประสานสัมผัสอย่างใกล้ชิดที่สุด
ภพใช้มือหนาประคองจับแก่นกายร้อนผ่าวที่ยังคงมีความแข็งตึงตัวค้างอยู่จากการร่วมรักเมื่อครู่ ขยับจดจ่อเข้ากับร่องรักและปากทางสวาทที่เปียกชุ่มของแพรพิมพ์ ชายหนุ่มเริ่มกดสะโพกเบียดแทรกแกนกายขยับรักสอดใส่ลึกซึ้งเข้าไปในทางรักที่แสนอ่อนนุ่มและอบอุ่นของภรรยา
ทว่า... ในวินาทีที่ส่วนหัวของแกนกายเบียดผ่านกลีบกุหลาบงามและเริ่มแทรกซึมลึกเข้าไปสัมผัสกับความตึงแน่นด้านในของพิมพ์นั่นเอง... จิตสำนึกที่บิดเบี้ยวและความรู้สึกผิดที่สลักลึกมานานแสนนานในสมองของภพกลับทำงานอย่างเฉียบพลันและบ้าคลั่งโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
ภาพความทรงจำอันขมขื่นแล่นปลาบเข้ามาในสมองของภพราวกับสายฟ้าฟาด ค่ำคืนที่เขาค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่าภรรยาสุดที่รักแอบลักลอบเริงสวาทอย่างป่าเถื่อนกับภัทร์น้องชายแท้ๆ ของเขา ภาพสะโพกแกร่งของน้องชายที่กระทุ้งทะลวงร่องรักของพี่สะใภ้อย่างเร่าร้อนปลายเตียง ความรู้สึกผิด ละอายใจต่อหน้าที่สามีที่ตนเคยปล่อยปละละเลยภรรยาจนเธอนอกใจ มันสะสมที่ตอกย้ำว่าแพรพิมพ์คือภรรยาตามกฎหมายที่ไม่ควรแปดเปื้อนความสัมพันธ์สี่เส้าที่น่าอดสูเช่นนี้ ทั้งหมดพุ่งเข้ามาชนกระแทกศูนย์สั่งการทางประสาทส่วนกลางของภพอย่างรุนแรง
ร่างกายของภพตอบสนองต่อจิตใต้สำนึกที่ปฏิเสธความจริงทันที!
แก่นกายที่เคยแข็งแกร่งตื่นตัวเต็มร้อยเมื่อครู่ พลันหดตัวยวบยาบเหี่ยวเฉาปวกเปียกคาช่องทางรักของแพรพิมพ์ทันควันอย่างน่าเวทนา ท่อนลำที่สอดใส่เข้าไปได้เพียงครึ่งเดียวหลุดร่วงหลุดพ้นปากทางรักของภรรยาออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ราวกับเทียนไขลนไฟที่ละลายเหลวลงในพริบตา
“อึก!... มะ... ไม่จริง...” ภพสะดุ้งตัวโยน ใบหน้าเข้มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและละอายใจอย่างสุดขีด ชายหนุ่มพยายามก้มมองท่อนเนื้อของตนเองที่บัดนี้อ่อนปวกเปียกนิ่งสนิทคาต้นขาขาวของภรรยาโดยไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นตัวได้อีก
ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านเข้าปกคลุมเตียงนอนใหญ่อีกครั้ง แพรพิมพ์ใจหายวาบ น้ำตาร่วงรินอาบสองแก้มเมื่อเห็นอาการล้มเหลวเฉียบพลันของสามี แต่เธอกัดฟันสู้ พยายามรวบรวมสติทั้งหมดขยับตัวลุกขึ้นคุกเข่าต่อหน้าภพ ยื่นมือเรียวบางลูบไล้ประคองแก่นกายที่หมดสภาพของสามีขึ้นมาอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม
“พี่ภพคะ... ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ พิมพ์อยู่ตรงนี้ พิมพ์จะช่วยพี่เองค่ะ...” พิมพ์เอ่ยเสียงสั่นเครือปนสะอื้น
หญิงสาวโน้มใบหน้าสวยลงไปชิดต้นขาหนาของสามี ใช้เรียวปากอิ่มร้อนของเธออ้าอมกุมส่วนหัวของแก่นกายที่เหี่ยวเฉาเข้าสู่โพรงปากอุ่นชื้น พิมพ์ตั้งใจใช้ปากและลิ้นปรนเปรอบำบัดรักษาอย่างสุดความสามารถ เรียวลิ้นอุ่นชื้นบรรจงละเลงโลมเลียไปตามรอยพับและรอยหยักรอบแก่นกายอย่างประณีต พยายามขยับรูดรั้งริมฝีปากนุ่มขึ้นลงสลับกับการดูดดึงสร้างแรงสุญญากาศหวังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้กลับมาหล่อเลี้ยงแกนกายของภพอีกครั้ง พราวรีบขยับเข้ามาช่วยใช้หน้าอกอวบอิ่มบดเบียดเข้ากับแผ่นหลังหนาของภพและบีบนวดกล้ามเนื้อบ่าไหล่เพื่อช่วยลดความเครียด ขณะที่ภัทร์กุมมือพี่ชายไว้แน่นเพื่อส่งผ่านกำลังใจ
“พี่ภพ... ผ่อนคลายนะพี่... ไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสของพี่พิมพ์นะพี่” ภัทร์กระซิบปลอบประโลมเสียงอ่อนโยน
ทว่า ความพยายามอย่างประณีตของแพรพิมพ์กลับไร้ซึ่งผลลัพธ์ใดๆ ยิ่งพิมพ์ทุ่มเทใช้เรียวลิ้นและริมฝีปากดูดรั้งแก่นกายของเขาด้วยความทะนุถนอมมากเท่าใด จิตใต้สำนึกของภพยิ่งสะท้อนภาพความล้มเหลวและความสมเพชในตัวเองรุนแรงขึ้นเท่านั้น กำแพงและเกราะแห่งความรู้สึกผิดละอายใจมันหนาแน่นเกินกว่าที่ความเร่าร้อนทางสรีระจะทลายลงได้ในเวลานี้ แก่นกายของภพยังคงอ่อนปวกเปียก ไร้การตอบสนองและสงบนิ่งสนิทอยู่ภายในเรียวปากชื้นของภรรยา ราวกับร่างไร้วิญญาณที่ไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก
ในที่สุด แพรพิมพ์ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกช้าๆ หยาดน้ำลายชื้นและน้ำตาเปียกชุ่มเคลือบอยู่บนท่อนเนื้อที่ไร้เรี่ยวแรง หญิงสาวซบหน้าลงกับหน้าตักของสามีสะอื้นไห้ตัวโยนด้วยความเสียใจและความหดหู่ใจอย่างหนักหน่วง ภพเบือนหน้าหนีไปอีกทาง หลับตาลงแน่นพร้อมกับมีหยาดน้ำตาแห่งความอับอายและผิดหวังไหลรินผ่านหางตาคมเข้ม มือหนาที่กุมมือของภัทร์ไว้บีบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งในดวงใจ
ความตึงเครียด กลิ่นอายราคะที่เคยเร่าร้อนป่าเถื่อนสลายหายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือไว้เพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดและมวลความหดหู่ใจอันหนักหน่วงที่โรยตัวปกคลุมคนทั้งสี่คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ปลายเตียงนอนสีขาวสะอาดตา
พราวถอนหายใจยาว แววตาคมฉายความกังวลลึกซึ้งแต่เธอยังคงพยายามประคองสติ ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าของทุกคนเอาไว้เพื่อมอบความอบอุ่นแทนความล้มเหลวในการบำบัดรักษาครั้งนี้ ลมทะเลระยองด้านนอกยังคงหวีดหวิวสลับเสียงคลื่นกระทบหาดทรายขาวราวกับเสียงหัวเราะเยาะของโชคชะตาที่ยังคงกั้นกำแพงรักของพวกเขาสี่คนไว้สูงลิบลิ่วเกินกว่าจะทลายลงได้ในค่ำคืนนี้
(จบตอนที่ 51)