บทที่ 32 : นายน้อย?
“เบาะแสเกี่ยวกับพ่อเนี่ยนะ?”
“อืม” ชายคนนั้นยังคงอยู่ข้างบนและไม่ได้ลงมาข้างล่างเพื่อพูดคุยกับอาคุมุแต่อย่างใด รวมถึงเวทป้องกันของเขาก็ยังไม่คลายออก
“คนที่จู่ ๆ ก็มาลอบโจมตีกันแบบนี้จะมาบอกว่ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของผม… ต้องทำยังไงถึงจะเชื่อลงล่ะครับ” อาคุมุพูดออกไปด้วยความสงสัย
“ถึงจะทำให้นายเชื่อได้ยาก…”
“เอ๋?”
ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังพูด เวทป้องกันที่อาคุมุััอยู่ก็ค่อย ๆ จางลง
“ลุงคิดจะทำอะไร?”
พร้อมกับตัวผู้ใช้พลังเวทที่ลงมาคุกเข่าข้างหนึ่งที่พื้นตรงหน้าอาคุมุ แต่แน่นอนว่าอาคุมุก็ยังคงไม่เห็นหน้าของชายคนนั้นอย่างชัดเจน
‘เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เลย ไม่สิ ฉันรู้สึกว่าหมอนี่มันบ้าั้แ่แรกอยู่แล้ว’
“ถึงจะเจอกันครั้งล่าสุดตอนที่ท่านยังไม่ถือกำเนิด แต่สบายดีใช่ไหมครับ… นายน้อย” ชายคนนั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราวกับว่ามีความในใจอยู่มากมาย น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดี ไร้กังวล
แต่เป็ทางด้านของอาคุมุเองที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน พร้อมกับทิ้งระยะห่างออกจากชายคนนั้น
“นายน้อยเนี่ยนะ?! นี่ลุงจะงัดไม้ตายแบบนี้มาหลอกล่อผมเหรอ?!! แสงอัสนีบาต!!” วงแหวนเวทห้าวงได้ปรากฏขึ้นรอบตัวของชายปริศนาคนนั้น อาคุมุโจมตีไปโดยไม่ลังเล
ซึ่งชายคนนั้นยังคงคุกเข่าอยู่ในท่าเดิม ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด จนกระทั่งการโจมตีของอาคุมุได้ถูกส่งไปถึงตัวของเขา
ตู้มมม!!!
ชายคนนั้นยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมและท่าเดิม แต่ที่แปลกไปคือเขาไม่มีการตอบโต้ต่อการโจมตีแต่อย่างใด ไม่แม้แต่ขยับตัว
“ผมก็รู้อยู่หรอกว่าระดับของผมในตอนนี้ไม่สามารถทำให้ลุงาเ็หนักได้ แต่ทำไมถึงไม่หลบหรือป้องกันล่ะ?”
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้อาจทำให้อาคุมุเชื่อคำพูดของชายปริศนาได้ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม อาคุมุนั้นไม่อยากจะเชื่ออะไรโดยง่ายมากนัก เพราะตัวเขาเองก็ไม่อยากมาพลาดท่าด้วยคำพูดอีกเช่นกัน
“กระผมคงไม่ต้องพูดอะไรให้มากความหรอกครับนายน้อย ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้ดูแลท่านหลังจากนั้น นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว จนท่านโตขนาดนี้ แต่ตัวกระผมเพิ่งจะได้พบท่าน ชีวิตนี้ของกระผมขึ้นอยู่กับท่านแล้วครับนายน้อย กระผมขอรับโทษแต่โดยดี”
ความเงียบงันจากบุคคลทั้งสองได้เกิดขึ้น มีเพียงเสียงของสายลมที่พัดผ่าน แสงไฟสลัวท่ามกลางความมืดในเวลานี้ คำพูดของชายปริศนาไม่ได้รับการตอบกลับจากอาคุมุแต่อย่างใด
‘ฉันจะรู้ได้ไงว่ามันเป็ความจริงหรือเื่โกหก? ความทรงจำของฉันในโลกใบนี้ก็เริ่มขึ้นเมื่อตอนที่ฉันเกิดมาแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ฉันยังไม่ได้เกิดก็ไม่รู้ว่าเป็ยังไง… ตัวฉันเหรอ? ก่อนหน้านี้เป็ใครมาก่อนนะ’
ในตอนนี้อาคุมุทำได้แค่เพียงคิดเื่ราวของความทรงจำไว้ในใจ เค้าไม่สามารถพูดมันออกมาได้
“ลุงจะบอกว่าลุงเป็ใครนะครับ?”
“กระผมคือองครักษ์ หรือก็คือผู้ที่จะมาเป็มือขวาให้ท่าน "ฟูมิ คาเอเกะ" ครับ” ชายปริศนาคนนั้นตอบกลับมาในทันที ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่ใช่คำตอบที่อาคุมุ้าเท่าไรนัก
“ก่อนจะมาเป็องครักษ์ให้ผม ต้องเป็องครักษ์ให้พ่อมาก่อนน่ะสิ พ่อผมไม่เคยแนะนำเื่การเปิดเผยตัวตนหรือไงครับ มืดขนาดนี้ผมมองแทบไม่เห็นหน้าเลยนะ”
นี่คือสิ่งที่อาคุมุอยากจะพูดมาั้แ่ตอนที่หยุดต่อสู้ เพราะคนที่ไม่ได้มาร้ายจริง ๆ คงไม่ปิดบังตัวตนมาจนถึงตอนนี้
“ต้องขออภัยที่กระผมใช้เวทแห่งความมืดจนชิน ไม่ว่าจะทำภารกิจอะไรก็ต้องมาในยามวิกาลตลอด” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับยืนขึ้น ออร่าสีดำจาง ๆ รอบตัวเขาเริ่มเบาบางลง ใบหน้าและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเริ่มปรากฏให้เห็นได้ชัดขึ้น
‘แบบนี้ก็ยังคงมืดอยู่ เขาเรียกว่าคุมโทนหรือเปล่านะ’
ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอาคุมุนั้นอาจเรียกได้ว่ามีรุ่นราวคราวเดียวกันกับอิซามุ ใบหน้าตาม่อายุที่สามารถบ่งบอกได้เลยว่าอายุไม่มากแต่ก็มีประสบการณ์มาไม่น้อย รอยแผลเป็ที่ตาข้างซ้าย ซึ่งเป็ดวงตาที่ปิดสนิท หรือเรียกได้ว่าตาบอดข้างหนึ่ง สีผมที่ดำทมิฬ เสื้อคลุมนอกและเสื้อยืดข้างใน กางเกงขายาว รวมถึงถุงมือก็ยังคงเป็สีดำ
หากมองผิวเผินแบบไม่คิดอะไรและไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ชายคนนี้ก็คือมือสังหารดี ๆ นี่เอง
“การใช้พลังเพื่อการพลางตัวตลอดการทำภารกิจ แล้วก็การที่ใช้ข้อได้เปรียบในเื่ของความมืดโดยการทำภารกิจตอนกลางคืน เอาเป็ว่ากลับเป็เหมือนเดิมดีกว่าครับ” อาคุมุพูดจบ เขาก็หันหลังให้คาเอเกะ
“ครับนายน้อย” คาเอเกะที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้กลับเข้าสู่สภาพเดิมที่มีออร่าสีดำจาง ๆ รอบตัว
“เข้าเื่ได้แล้ว… ถ้าลุงเป็อย่างที่ว่ามาจริง ๆ ล่ะก็ ช่วยเล่าสิ่งที่ผมควรรู้ให้ฟังหน่อยนะครับ” อาคุมุพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พร้อมกับนั่งลงบนพื้นตรงจุดเดิมที่เขาอยู่ ไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหนแต่อย่างใด
“ไม่มีปัญหาครับ” ว่าแล้วคาเอเกะก็นั่งลงตรงหน้าอาคุมุ
“นายท่านอิซามุ…ไม่ได้เป็มนุษย์เหมือนอย่างที่ท่านคิดหรอกครับ ร่างจริงของเขาน่ะ”
“อ… อะไรนะ?”
คำพูดเพียงประโยคเดียวของคาเอเกะนั้นทำให้อาคุมุใอย่างสุดขีด เขาไม่สามารถที่จะเอ่ยคำใด ๆ ออกมาได้หลังจากได้ยินเื่แบบนั้น ถึงแม้อาคุมุจะคิดไว้อยู่แล้วว่าอิซามุนั้นยังไม่ตายและไม่ใช่คนธรรมดา แต่นี่เขาได้ยินจากปากคนที่บอกว่าเป็องครักษ์ของอิซามุ ทั้งยังบอกว่าอิซามุนั้นไม่ใช่คนอีก มันเกินกว่าที่เขาคิดไว้
“นี่… นี่ลุงล้อผมเล่นเหรอ?” อาคุมุก็ยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน
“กระผมไม่ทำอย่างนั้นเพื่อให้เสียเวลาอันมีค่าของท่านแน่นอนครับ” คาเอเกะตอบกลับไป
“ถึงแม้ว่ามันจะเป็สิ่งฟังดูเพ้อเจ้อหรือเกินกว่าที่จะเชื่อได้ แต่มันเป็ความจริงครับนายน้อย”
ด้วยความที่อาคุมุนั้นได้ััตลอดมา ถึงแม้ว่าจะเป็เพียงร่างแยก แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงตัวตนของผู้เป็พ่อ
“ทำไมลุงถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่? จากการต่อสู้ก็คงไม่ได้รู้ว่าเป็ผมหรอกใช่ไหม?” อาคุมุเอ่ยปากถาม
“หลังจากการล่มสลายของตระกูลคาอิดะ ถ้าจะนับตอนที่ตระกูลล่มสลายจริง ๆ ก็คงเป็ตอนที่ท่านยังไม่ถือกำเนิด ในตอนนั้นกระผมได้ถูกจับตัวไปเป็หน่วยลาดตระเวนขององค์จักรพรรดิครับ จนมาถึงตอนนี้ กระผมได้เป็มือสังหารประจำตัวขององค์จักรพรรดิไปแล้ว”
“องค์จักรพรรดิ… อีกแล้วเหรอ?”
สิ่งที่คาเอเกะพูดออกมานั้นทำให้อาคุมุใอีกครั้ง เพราะในตอนนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเื่ราวจากใคร ไม่ว่าสิ่งไหนก็ได้มีความเกี่ยวข้องกับองค์จักรพรรดิไปเสียทุกเื่
“อีกแล้ว? หมายถึงอะไรเหรอครับนายน้อย?”
“ลุงมาที่นี่เพราะภารกิจใช่ไหมครับ จักรพรรดินั่นสั่งการมาว่าอะไร?” อาคุมุถามย้อนกลับไปถึงภารกิจที่องค์จักรพรรดิอาจมอบให้คาเอเกะ
“เขาบอกว่าให้กระผมไปพาตัวเด็กที่ชื่อว่าอาคุมุกลับมา ตำแหน่งที่คาดว่าอาจจะซ่อนตัวอยู่คงเป็แถว ๆ นี้ หรือก็คืออยู่กับองค์ชายชูยะ เอิ่ม… ไม่ก็ชื่ออะไรสักอย่างนี่แหละครับ”
“แต่ในตอนนั้นกระผมน่ะคิดว่าท่านคงไม่สามารถอยู่รอดได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ และคิดตื้น ๆ ว่าอาจจะเป็เด็กที่มีชื่อเหมือนกัน ถึงแม้ว่ามีข้อมูลทุกอย่างแล้วก็ตาม กระผมก็แทบจะไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อย จึงมาทำตามภารกิจเท่านั้นครับ”
“จนกระทั่งได้สู้กันจริง ๆ และเริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง ต้องขออภัยเป็อย่างสูงครับ”
‘บางทีฉันก็ปวดหัวกับเื่ที่เจอเหมือนกันนะเนี่ย’