พอกลับถึงบ้านก็เป็เวลาค่ำ
ต้องปั่นจักรยานกลับมาบ้านเป็ระยะทางสิบกว่ากิโลเมตรจากโรงเรียน และเข็นรถจักรยานขึ้นบนเนินที่เป็บ้านของหม่ากั๋วิอีกสองกิโลเมตร
ด้วยการที่เป็คนดอย ร่างกายของหม่ากั๋วิและหม่าจือฉุนจึงแข็งแรงกว่าคนพื้นราบพอสมควร เสียอย่างเดียว คือร่างใหม่นี้เตี้ยไปหน่อย ในโลกเก่าก่อนหน้านี้ หม่ากั๋วิสูงถึง 185 ซม. แต่ในโลกนี้ หม่ากั๋วิสูงแค่ 165 ซม. เท่านั้น มีความแตกต่างกันอยู่ 20 ซม. อาจเพราะความเป็อยู่แตกต่างกัน จึงมีความแตกต่างทางด้านสรีระพอสมควร
อย่างไรก็ดี ตอนนี้เขาก็อายุเพียง 18 ปี และยังมีโอกาสพัฒนาอีกสองปี กว่าจะหมดสูง บางทีเขาอาจจะสูงขึ้นอีกซัก 10-15 ซม. เป็อย่างน้อย หากบำรุงดีๆ
ขนาดว่าตัวเองเตี้ยแล้ว หม่าจือฉุนผู้เป็น้องสาวนั้น ก็เตี้ยกว่าอีก ตอนนี้เธอสูงประมาณ 140 ซม. เท่านั้น แต่เธอยังอายุน้อย ยังมีโอกาสพัฒนาความสูงกว่านี้ หากได้ดื่มนม เสริมแคลเซียมทุกวัน ก็ยังมีโอกาสสูงได้อีก
หลังจากที่ปรับตัวให้เข้ากับร่างใหม่ในโลกอื่น หม่ากั๋วิก็ค้นพบว่า เขาแข็งแรงกว่าเดิม ร่างกายนี้แข็งแกร่งกว่าร่างในโลกโน้นเป็อย่างมาก ไม่เพียงมีกล้ามแขน กล้ามขา กล้ามท้อง แต่ยังสามารถยกน้ำหนักขนาดสิบกิโลกรัมได้อย่างสบายๆ หลายสิบยก
ด้านข้างของบ้านนั้น มีลูกตุ้มที่ทำจากปูนซีเมนต์เป็ดัมเบล และบาร์เบล ที่หม่ากั๋วเทาใช้ออกกำลังกาย ดัมเบลมีน้ำหนักสิบกิโลกรัมและยี่สิบกิโลกรัม ส่วนบาร์เบลมีน้ำหนัก ห้าสิบกิโลกรัมและหนึ่งร้อยกิโลกรัม ตอนนี้หม่ากั๋วิก็สามารถยกดัมเบล ขนาดสิบกิโลกรัม ได้สิบยกๆละสิบสองครั้งทุกวัน ในแขนแต่ละข้าง เขาจึงมีมัดกล้ามทั้งไบเซ็ปส์และไตรเซ็ปส์ หากถอดเสื้อออก ก็ดูดีไม่น้อย เตี้ยๆล่ำๆ
จึงไม่ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าบิดาของหม่ากั๋วิในโลกนี้ ล่ำกว่าในโลกก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน
ในโลกนี้ หม่ากั๋วิเป็คนเรียนเก่ง แต่ในโลกโน้นเขาเป็คนเรียนปานกลาง และชอบเล่นกีฬาและออกผจญภัยมากกว่า นั่งหมกตัวในห้องสมุด หลายๆเกมสแตนอโลนที่หม่ากั๋วิทำใน่แรกๆ จึงเป็เกมแนวผจญภัย กระทั่งเกมออนไลน์ที่เป็แนว mmorpg ที่เล่นออนไลน์ผ่านคอมแนวกำลังภายใน และเกม vrmmo ตัวใหม่ที่ต้องใช้ vr เล่น ก็ยังมีเควสอยู่มากมาย ที่หม่ากั๋วิออกแบบบางเควสเองโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์การผจญภัย และต่อสู้กับสัตว์อสูร
หม่ากั๋วิในโลกก่อนหน้านี้ ชอบเล่นกีฬา นั่นเพราะร่างกายของเขาไม่ค่อยแข็งแรง ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ ส่วนหม่ากั๋วิในโลกนี้รักเรียน นั่นก็เพราะว่าร่างกายของเขา แข็งแรงอยู่แล้ว นั่นอาจจะเป็เพราะว่า เขาต้องเดินขึ้นเดินลงดอยทุกวัน แถมยังปั่นจักรยานไปโรงเรียนทุกวัน กำลังขาจึงแข็งแกร่ง และออกกำลังกายกับบิดาเสมอ ร่างกายจึงแข็งแรงเป็ธรรมดา พอไปถึงโรงเรียน เขาจึงสนใจการเรียนมากกว่าการเล่นกีฬา
อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่เขาเคยเป็เด็กเรียนนั้น ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของร่าง แต่หม่ากั๋วิจากอีกโลกที่สิงร่าง ก็ไม่ได้เรียนแย่ เพราะไม่งั้นก็คงเข้ามหาลัยเอ็มไอทีไม่ได้ เพียงแต่ต้องรื้อฟื้นการศึกษาในระดับมัธยมปลายใหม่เล็กน้อยเท่านั้น พอกลับถึงบ้าน เมื่อกินข้าวเย็นและออกกำลังกายกับบิดาเสร็จ ก็อาบน้ำ แล้วนั่งทบทวนบทเรียนและอ่านหนังสือเรียน ซึ่งนี่ก็ถือเป็เื่ปกติของหม่ากั๋วิอยู่แล้ว
การทบทวนบทเรียนก็ไม่ได้ยากอะไร เพราะตอนเป็คนรวย ก็ได้รับการศึกษาแบบพิเศษ คือได้เรียนพิเศษทุกวิชา และมีครูประจำตัวคอยชี้แนะอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเพียงอ่านทบทวนคร่าวๆ ก็เข้าใจ แปดในสิบส่วนแล้ว
หม่ากั๋วิใช้เวลาหลังการทบทวนบทเรียน หนึ่งชั่วโมงก่อนนอน นั่งนึกเพลง และเขียนมันลงในสมุด จดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะลืม ตอนนี้ก็มีอยู่สี่ห้าเพลง ที่เขาได้จดมันเอาไว้ ในสมุดโน็ต และเขียนมันเพิ่มอย่างน้อยวันละเพลง ที่เขาชอบ
สำหรับนิยายนั้น เขาก็จดเอาไว้อยู่หลายเื่เหมือนกัน โดยจดโครงร่างเอาไว้คร่าวๆ เป็พอร์ตเื่ เมื่อไปนั่งร้านเน็ต ก็จะสามารถพิมพ์ตามโครงเื่ได้เลย มันก็จะง่ายขึ้น
ร้อยตอนนั้น เท่ากับเล่มแรก ที่เปิดให้อ่านฟรี แต่หม่ากั๋วิจะเขียนสองเล่ม หรือสองร้อยตอน ที่เปิดให้อ่านฟรี ไปเลย แล้วค่อยเปิดขายตอน ตอนที่ 201 ขึ้นไป เพราะนิยายเื่นี้มันยาวมาก ประมาณแปดเล่ม หรือประมาณแปดร้อยตอนถึงจะจบเื่ ต้องใช้เวลาติดตามอ่านเป็ปีกว่าจะจบ เขาจึงคิดว่าจะเขียนแค่สามเล่ม จบแค่ภาคแรกก่อน รอให้พีคๆกว่านี้ ค่อยปล่อยภาคสอง ภาคสามออกไป
ซึ่งเื่นี้ก็ถือเป็เื่ปกติ เพราะส่วนใหญ่นิยายในเว็บนี้ มีประมาณสามร้อยถึงห้าร้อยตอนเท่านั้น ก็จบเื่แล้ว และไม่มีภาคต่อด้วยซ้ำ
เมื่อเขาเขียนไปถึงห้าสิบตอน ก็จะเริ่มถยอยปล่อยของออก วันละสามตอน โดยตั้งเวลาเผยแพร่ ให้เผยแพร่อัตโนมัติ ถึงตอนนั้นระบบของเว็บก็จะมองว่า นิยายของเขา มีความเคลื่อนไหวอัพเดตทุกวัน ก็จะขึ้นเป็นิยายแนะนำ และเมื่อมีการโพสต์นิยายใหม่ มันก็จะขึ้นตรงหน้าแรกของหมวดนิยาย ถือว่าเป็จุดเรียกแขกเข้ามาอ่าน
หม่ากั๋วิเลือกลงนิยายเื่ ปิศาจพลิกฟ้า เป็เื่แรก
นิยายเื่นี้แต่งโดยคนที่ชื่อ เพื่อนคนหนึ่ง ในเว็บ kawebook ซึ่งคล้ายๆกับเว็บอ่านนิยายในโลกนี้
เื่นี้มีผู้ติดตามและยอดวิวไม่มากนัก หลังจากอ่านแล้วเขาก็รู้สึกว่ามันสนุกดี และที่เขายกเอาเื่นี้ขึ้นมาเล่า นั่นก็เพราะว่า พล็อตเื่นี้ มันค่อนข้างจะคล้ายกับตัวเขาในตอนนี้ คือตัวละครหลัก มีการย้ายร่าง เปลี่ยนร่าง และย้อนเวลาไปต่างโลก
นิยายเื่นี้ไม่ได้ถือว่าดังมาก โครงเื่หละหลวม ตัวละครบางตัวตรรกะแปลกๆ ตัวประกอบไม่ค่อยเก่ง ตัวละครหญิงหน่อมแน้ม ตัวเอกก็โคตรโกง ตัวร้ายก็โคตรอ่อน เหมือนสามารถใช้สกิลได้เกินเลเวลตัวเอง แต่สำหรับโลกนี้ น่าจะเป็นิยายที่สามารถเปิดตลาดใหม่ได้ เพราะโลกนี้ไม่มีนิยายแนวนี้ซักเท่าไหร่นัก น่าจะสามารถขายได้ที่นี่ นั่นเพราะพระเอกเทพ และมีเมียหลายคน และกว่าจะได้เมียแต่ละคนก็ต้องฝ่าดงหอกดงดาบเข้าไปกว่าจะได้เมียแต่ละคนก็ไม่ง่าย
ถือเป็ประตูและก้าวแรกของนิยายแนวเทพเซียนแบบใหม่ เพราะแต่เดิมที่นี่ มีแต่แบบฮ้องสิน ไซอิ๋ว เปาบุ้นจิ้น เ้าแม่กวนอิม ัหยก ทั้งสามภาค ที่นำมารีเมครอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ จนคนดูคนอ่านเอือมระอา
ในเื่นี้ ไม่มีเง็กเซียนฮ้องเต้ ไม่มีเ้าแม่หวังมู่ เ้าแม่กวนอิม หรือพระยูไล พวกนั้น แต่เป็ผู้ฝึกตน คนธรรมดา พยายามฝึกตนเป็เซียน ตามวิถีเต๋า จึงทำให้คนเข้าถึงมากกว่า เพราะคนอ่านก็เป็คนธรรมดา จึงให้ความใกล้ชิดกับตัวละครพวกนั้น
ที่สำคัญนิยายเื่นี้ คล้ายๆว่าจะเป็สุขนิยม พระเอกไปที่ไหน จะต้องมีสาวๆเข้ามาพัวพัน สุดท้ายก็เก็บเข้าฮาเร็ม
แนวต่างโลก เกิดใหม่สถานะต่ำต้อย นายน้อยที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีรากิญญา หรือถูก่ชิงพลังไป ถูกผู้คนดูถูก ไร้พลังต่อต้าน แล้วพอมีจิติญญาใหม่เข้าสิงร่าง ใช้ตัวตนแทน มันก็ค่อยๆฝึกตน เพิ่มพลัง ตบเกรียน ตบตัวประกอบตายรายวัน พอเจอสาว ก็เก็บเข้าฮาเร็มแบบนี้ ในโลกก่อนหน้านี้ของเขา นิยายแบบนี้ ผู้คนกำลังเอือมระอา และเป็ขาลง ส่วนใหญ่ฮิตนิยายวายไม้ป่าเดียวกัน
แต่สำหรับโลกนี้ ที่ยังอยู่ล้าหลังกว่าโลกเก่าของเขามาก ยังถือได้ว่าเป็นิยายแนวใหม่ เช่นนั้นก็น่าจะขายได้
…
เนื้อเื่มันเริ่มต้น ตรงที่ ตัวพระเอกที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใคร จมอยู่ใต้ทะเล อยู่นานจนไม่รู้วันเดือนปี แต่อันที่จริงแล้ว มันเป็จิติญญาของตัวตนทรงพลัง ที่อยู่มานานแล้ว จนนับปีไม่ถ้วน ได้เข้ามาสิงสู่ร่างนั้น
นับั้แ่จิติญญาไร้นามนั้น ได้เข้าสิงร่างที่จมอยู่ใต้ทะเล ก็พยายามที่จะออกจากใต้ทะเล เขาสามารถดูดพลังชีวิตจากสิ่งมีชีวิตอื่นได้ เพื่อเพิ่มพลัง อย่างพวกปลาหมึกั์ ที่บังเอิญหนวดขาดตกลงไปแถวนั้นพอดี
วันหนึ่งมีการสู้รบกัน้าและมีบางคนตกตายลงไป พวกมันยังเป็ผู้ฝึกตนที่เป็จินตันอีกด้วย
จินตันนั้นเป็ผู้ฝึกตนขอบขั้นสูง พวกมันมีจิติญญาสำรอง ที่เรียกว่าจินตัน สามารถย้ายร่างได้ โดยกลืนกินจิติญญาร่างใหม่ ที่พลังอ่อนด้อยกว่า แล้วร่างนั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า จินตันผู้นั้นจะถูกร่างไร้นามนั้น กลืนกินแทน เพราะเป็มันเองที่มีพลังอ่อนด้อยกว่า ทั้งยังถูกมัน สูบพลัง กลืนกินจิติญญา สุดท้ายยังยืมตัวตนของมัน ใช้ท่องยุทธภพ ป่วนโลกมนุษย์ ตบเกรียนโลกปิศาจ ท่องโลกอสูร ก่อกวนโลก์
สุดท้ายอสูรหรือปิศาจผู้นั้น ก็ได้โผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเลจนได้…
…
ในตอนนี้เขาน่าจะเขียนจนจบเล่มแรกได้ภายในเวลาครึ่งเดือน หรือหนึ่งเดือนเป็อย่างช้า หากคำนวนแล้ว น่าจะประมาณสองถึงสามเดือนหลังจากนี้ ถึงจะเริ่มเปิดขายตอน พอถึงตอนนั้น ก็น่าจะพอมีเงินทุนหมุนเข้ามา ในระหว่างนี้เขาต้องเรียนไปด้วยและพิมพ์นิยายไปด้วย และวางแผนอนาคต และทำตามแผนการณ์ของเขาอย่างเงียบๆ และค่อยเป็ค่อยไป บางที ทุกอย่างก็ต้องใช้เวลา…
.....
เช้าวันใหม่
"มากินข้าวกันได้แล้ว" เสียงมารดาร้องเรียกออกมาจากในครัว
หม่ากั๋วิ นั้นก็วิ่งลงมาจากบนดอยพอดี
ในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หม่ากั๋วเทาผู้เป็บิดา จะเดินขึ้นดอย ไปดูสมุนไพรที่เขาปลูกเอาไว้ ปกติแล้วหม่ากั๋วิจะไม่ได้ตามขึ้นไปด้วย แต่วันนี้เป็วันหยุดเสาร์อาทิตย์ หม่ากั๋วิจึงขึ้นเขาไปด้วย
และเขาก็ค้นพบว่า มันใช้เวลาพอๆกับการปั่นจักรยานไปโรงเรียน เพียงแต่ระยะทางสั้นกว่า แต่ใช้เวลาเท่ากัน เพราะต้องขึ้นทางชัน ต้องใช้เวลาเป็ชั่วโมงกว่าจะถึงยอดเขา ไปถึงตรงจุดที่หม่ากั๋วเทาปลูกสมุนไพรเอาไว้ มันเป็โสมป่าชนิดหนึ่ง การปลูกโสมนั้นให้ธรรมชาติดูแล แต่ที่ขึ้นมานั้น เพื่อมาดูว่ามีคนมาขโมยไปหรือเปล่า และทำการซ่อมรั้ว รวมทั้งถอนหญ้าออกจากแปลงปลูก แล้วเก็บหน่อไม้แถวนั้นกลับบ้าน
หม่ากั๋วิ ค้นพบจุดชมวิวที่ดีจุดหนึ่ง มันสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากมุมนี้ได้ชัดเจน แถมยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกในตอนเช้าได้ด้วย
ในตอนนั้นเอง เขาก็คิดถึงเคล็ดวิชาฝึกตนวิชาหนึ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากอารามเต๋า อารามหนึ่ง ชื่อเคล็ดวิชา แสงสุริยัน เคล็ดวิชานี้ ไม่ได้มีอะไรมากมาย เป็เคล็ดวิชาในการฝึกฝน การหายใจเอาแสงแรกของพระอาทิตย์เข้าไปในร่างกาย แล้วนำไปรวมอยู่ในจุดตันเถียน จะพูดให้ถูกคือการหายใจเอาอากาศเข้าไป ใน่เวลาที่แสงแรกมาถึง หากจะมองในแง่วิทยาศาสตร์ มันน่าจะเกี่ยวกับ อุณหภูมิ แสงแดด และความชื้นในอากาศ ใน่แสงแรกมาถึง ยิ่งอากาศบริสุทธิ์ ก็ยิ่งได้รับพลังมากจากธรรมชาติ และสามารถขับสิ่งสกปรกในร่างกายออกมาได้มาก ร่างกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเอง
ในโลกก่อนหน้านี้ หม่ากั๋วิมีปัญหาสุขภาพ จึงไปหาหมอสมัยใหม่ในหลายๆประเทศแล้วไม่ได้ผล จึงลองหามองยาจีน และฝังเข็ม ก็ได้ผลพอสมควร ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงกว่าเดิม จากนั้นมา เขาก็สนใจในเื่สมุนไพรและการฝังเข็มและจุดชีพจรเป็พิเศษ รวมทั้งเคล็ดวิชาฝึกตนต่างๆ
หลายปีผ่านไป เขาจึงได้ปลุกชีพนกเขาของเขาขึ้นมาอีกครั้ง ได้เป็ผลสำเร็จ เพียงแต่ว่า มันเทียบเท่ากับคนธรรมดาทั่วไปเท่านั้น อย่างไรก็ดี กว่ามันจะกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง เขาก็อายุมากแล้ว มันจึงไม่ได้ฟิตปั๋ง อย่างที่ควรจะเป็
แต่อย่างน้อยๆ ตอนนั้น เขาก็ได้ฝึกเคล็ดวิชาลมปราณอยู่หลายวิชา และเรียนรู้ที่จะโคจรลมปราณไปตามจุดชีพจรต่างๆเพื่อฝึกตน
จะเป็ยังไง หากเขาเริ่มฝึกตนั้แ่ต้น ในตอนนี้ ในโลกนี้ ร่างกายของเขาจะแข็งแรง และแข็งแกร่งสมชาย กว่าชาติก่อนหรือเปล่า ดังนั้นเช้านี้ เขาจึงเริ่มทดลองฝึกเคล็ดวิชาแสงสุริยัน อยู่บนดอย
พอบิดาของเขาเก็บหน่อไม้เสร็จ เขาก็ฝึกเสร็จพอดี และช่วยบิดาแบกตระกร้าที่บรรทุกหน่อไม้ไว้บนบ่า ลงดอยไป เมื่อถึงตีนดอย ก็เป็เวลาอาหารเช้าพอดี และจางซินอวี่ ผู้เป็มารดาและหม่าจือฉุน น้องสาวก็ได้เตรียมอาหารเช้าไว้พร้อมแล้ว…