“ไม่ต้องครับ”อารยะพูดเสียงเข้มพลางยกมือห้าม
“แต่ว่าฉันบอกว่าฉันจะเป็คนเลี้ยงนี่คะ”ปรียาท้วง
“อย่าทำให้ผมขายหน้าซิครับ”อารยะบอกเสียงนุ่ม
ปรียาพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ”เธอเก็บเครดิตการ์ด
“ไปกันเถอะครับ”อารยะบอกแล้วก็ลุกไปช่วยขยับเก้าอี้ให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ”ปรียาลุกขึ้นยิ้มให้เขา
จากนั้นทั้งสองก็เดินออกจากร้านไปเรียกแท็กซี่กลับไปที่นครวัด
ระหว่างทางปรียาก็ถามถึงน้องสาวที่หายตัวไปอารยะเล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบัง
“ไม่น่าเชื่อ!” ปรียาใ
“ครับคุณอาจจะคิดว่าผมโกหกก็ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจครับขนาดตัวผมเองยังไม่เชื่อเลยครับ” อารยะบอกอย่างทำใจ
“ขอโทษค่ะ แต่ฉันเชื่อคุณนะคะคุณไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกฉันนี่คะ”ปรียาบอกพลางเอื้อมมือไปจับมือเขาให้กำลังใจ
“ขอบคุณครับ” อารยะพูดอย่างเคยปากยิ้มให้เธอ ดูๆไปเธอก็เป็คนนิสัยดีทีเดียว
พอไปถึงนครวัดทั้งสองก็ลงจากแท็กซี่แล้วเดินเข้าไปด้านใน อารยะเดินไปนั่งที่เดิมอย่างคอยความหวังส่วนปรียาก็นั่งสเก็ตรูปอยู่ข้างๆ
ณ นครวัดปรียานั่งสเก็ตภาพเสร็จแล้วเธอก็หันไปมองเพื่อนใหม่ เห็นเขาจิ้มๆโทรศัพท์อยู่เธอจึงลุกขึ้นเดินไปมองหามุมใหม่ไว้สำหรับสเก็ตภาพวันพรุ่งนี้
อารยะกำลังกดโทรศัพท์โอนเงินคืนให้ตะวันเมื่อวานเขาลืมซะสนิทเลย ถึงแม้ตะวันจะไม่ว่าอะไรแต่เขาก็เกรงใจเพื่อนพอโอนเงินเสร็จเขาก็ไลน์บอกให้เพื่อนรู้ โชคดีที่เขาเล่นหุ้นได้เยอะไม่งั้นพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่งจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเหมาเครื่องบินค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกตั้งมากมายแล้วที่เล่นหุ้นได้เยอะก็เป็เพราะตะวันอีกเช่นกันที่สอนให้เขาเล่นหุ้นเป็
เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็หันไปมองเพื่อนใหม่แต่ก็ไม่เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว “อ้าว”
เขาหันไปมองหารอบๆแล้วก็เห็นเธอกำลังยืนถ่ายรูปอยู่อีกด้านของบาราย เธอหันมามองเขาแล้วก็เดินอ้อมบารายมา
“ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะค่ะ”ปรียาบอกแล้วก็ถามว่า “พรุ่งนี้คุณจะมาที่นี่อีกไหมคะ?”
“มาครับ” อารยะตอบ
“ถ้างั้นพรุ่งนี้คงได้พบกันอีกนะคะ”
“ครับ” อารยะพยักหน้า
ปรียายิ้มให้เขาแล้วก็ก้มลงหยิบสมุดสเก็ตภาพขึ้นมา“สวัสดีค่ะ พรุ่งนี้พบกันค่ะ”
“ครับ สวัสดีครับ”อารยะพูดตอบพลางโบกมือลา
ปรียาโบกมือให้แล้วก็เดินจากไป
อารยะมองตามจนเธอลับตาไปแล้วเขาจึงเดินไปดูรูปสลักนางอัปสรบนฝาผนังใจก็เฝ้าคิดถึงแต่น้องสาว เขาภาวนาทุกวินาทีให้ทิวากลับมาเสียที เขายืนมองนางอัปสรอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้
พอรู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงประกาศตามสายว่านครวัดกำลังจะปิดให้บริการแล้วเขาหันไปมองสระบารายแล้วก็พึมพำว่า “พรุ่งนี้พี่จะมาอีกนะยัยวาพี่จะมาจนกว่าแกจะกลับมาหาพี่”
แล้วเขาก็เดินจากไป
พลัน!กลางสระบารายก็ปรากฏเงาเลือนรางคล้ายพยับแดดของเทพีจันทรา“เ้าจะได้น้องเ้ากลับคืนไปก็ต่อเมื่อนครจันทรากลับคืนสู่สันติสุขเช่นเดิม”
แล้วเงานั้นก็พลันเลือนหายไป
อารยะเดินไปเรียกแท็กซี่กลับโรงแรมพอไปถึงโรงแรมเขาก็เข้าห้องพักแล้วก็เผลอหลับไป เขาหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้เขาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ออกมารับสาย“สวัสดีครับ”
“เออหวัดดีไอ้ยะ” เสียงตะวันพูด
อารยะลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย“โทรมามีไรวะ?”
“ก็เป็ห่วงแกน่ะซิ เป็ไงมั่งวะ? พอจะมีหวังเจอทิวามั่งไหม?”ตะวันถามอย่างเป็ห่วง
“ยังเลยว่ะแต่วันนี้ฉันเจอผู้หญิงคนนึงจู่ๆก็ชวนฉันไปกินข้าวเป็ไม้กันหมาให้คุณเธอซะงั้นว่ะ”อารยะเล่าให้เพื่อนฟังอย่างนึกขำ
“สวยไหมวะ?”ตะวันถามกลับแล้วก็ถามต่อว่า “เป็คนเขมรเหรอ?”
“ไทยว่ะ สวยไหมก็สวยอยู่นะแต่ดูท่าทางแล้วคงจะเอาแต่ใจตัวเองน่าดูเลยว่ะ คงเป็พวกลูกคุณหนูมั้ง”อารยะตอบแล้วก็เบ้ปาก เพราะเขาไม่ค่อยถูกโรคกับผู้หญิงเอาแต่ใจ
ตะวันพยักหน้ารับรู้“แกก็ไม่ชอบผู้หญิงเอาแต่ใจอยู่แล้วนี่หว่า แล้วนี่แกจะหาทิวาเจอได้ยังไงล่ะไอ้ยะ?วันหยุดแกก็ใกล้จะหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
อารยะหน้าเครียด “นั่นซิไอ้วันจะลาต่อก็ไม่ได้ซะด้วย มีทางเดียวถ้าจะลาต่อก็คือต้องลาออกเลยว่ะฉันก็คิดๆอยู่ว่าจะทำยังไงดี?”
“เอาไงดีล่ะ?” ตะวันช่วยคิด พลัน! เขาก็พูดว่า“เอางี้ไหมไอ้ยะ ถ้าจนถึงวันทำงานแล้วแกยังไม่เจอทิวาฉันว่าแกกลับมาทำงานก่อนดีกว่าไหมส่วนที่นั่นก็จ้างคนในพื้นที่ให้คอยส่งข่าวให้แกคิดว่าไงล่ะ?”
“ฉันก็คิดไว้เหมือนแกนั่นแหละฉันก็ไม่อยากลาออกหรอก สงสารเ้านายว่ะ ตอนที่ฉันลำบากเขาก็ช่วยฉันไว้เยอะอยู่”อารยะพูดแล้วก็ถามว่า “แล้วผู้หญิงที่หน้าเหมือนยัยวาตอนนี้เป็ไงมั่งวะ?”
“อ๋อ...คุณเ้าหญิงจันทราน่ะเหรอก็ปกติดีว่ะ ฉันจ้างพยาบาลพิเศษให้คอยดูแลอยู่พรุ่งนี้หมอก็ให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะฉันกะว่าจะพาเธอไปอยู่ที่บ้านฉันแล้วให้ป้าแจ๋วช่วยดูแลให้ก่อน”
“ก็ดีนะแต่ว่าป้าแจ๋วจะไม่สงสัยเหรอว่าทำไมแกถึงพาเธอไปอยู่ที่บ้านน่ะ เกิดป้าแจ๋วเข้าใจว่าแกพายัยวาไปอยู่ที่บ้านเพราะแกกะยัยวาเป็แฟนกันแล้วคุณลุงกะคุณป้าคงรีบแจ้นไปหาแกเลยมั้ง แล้วถ้าเกิดคุณป้าเกิดเข้าใจผิดเดี๋ยวก็เป็เื่หรอกไอ้วัน คุณป้ายิ่งอยากได้ยัยวาเป็ลูกสะใภ้อยู่ด้วย”อารยะติงเพราะรู้ดีว่าเพื่อนเห็นน้องสาวตัวเองเป็เหมือนน้องสาวเท่านั้น
“เออ...จริงซิ ฉันลืมคิดไปเลยขอบใจนะที่เตือนเกิดคุณแม่เข้าใจผิดแบบนั้นขึ้นมามีหวังคุณแม่ฉันคงรีบจัดงานแต่งให้ชัวร์”ตะวันบอกแล้วก็คิดหนัก “เอาไงดีวะ? จะพาไปอยู่ไหนดีล่ะ?”
“นั่นซิ” อารยะก็ช่วยคิด“ฉันว่าแกพาไปอยู่ที่บ้านฉันดีไหม? ให้เธอใช้ห้องยัยวาไปก่อนเสื้อผ้ายัยวาก็น่าจะใส่ด้วยกันได้อีกอย่างถ้ายังไม่เจอยัยวาอีกไม่กี่วันฉันก็ต้องกลับแล้ว”
“เออดี” ตะวันเห็นด้วยทันที“งั้นก็ตามนี้ล่ะกัน ่ที่แกยังไม่กลับฉันจะจ้างคนคอยดูแลไปก่อนหรือไม่ก็จ้างยาวไปเลยก็ได้ ฉันออกค่าจ้างให้เอง บ้านแกมีห้องสำหรับแม่บ้านอยู่แล้วนี่หว่า”
อารยะพยักหน้า “งั้นก็ตามนั้นเลยแต่ฉันหวังว่าฉันคงได้เจอยัยวาก่อนกลับบ้านว่ะ”
“เออ...ฉันก็อยากให้แกหาทิวาเจอเหมือนกันเอ...แต่ว่าถ้าแกเจอทิวาแล้วคุณเ้าหญิงนั่นล่ะจะเป็ยังไงวะ?” ตะวันนึกสงสัย
“ไม่รู้ซิวะ”อารยะบอกแล้วก็คิดเหมือนกับตะวัน นั่นซิ...ถ้าเจอยัยวาแล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ...?
“เฮ้ย!แค่นี้ก่อนนะพอดีว่าฉันถึงร้านอาหารที่นัดกะลูกค้าไว้น่ะแล้วค่อยคุยกันใหม่นะไอ้ยะ” ตะวันบอกแล้วก็ค่อยๆเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าร้านอาหาร
“เออ” อารยะพยักหน้าแล้วก็กดตัดสายจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วก็ลงไปหาอะไรกินใกล้ๆโรงแรม
พอกินอาหารเย็นเสร็จแล้วเขาก็เดินเล่นอีกเล็กน้อยใจก็คิดถึงน้องสาว นี่ถ้ายัยวาอยู่ด้วย เขาคงได้ถ่ายรูปให้เพลินเชียวล่ะยิ่งคิดถึงเขาก็ยิ่งกลุ้มใจจนต้องรีบเดินกลับโรงแรมไปนั่งดูข่าวตลาดหุ้นเพื่อไม่ให้ใจคิดฟุ้งซ่าน
“หาไรทำซะจะได้ไม่คิดมากเกินไป”คำสอนของหลวงพ่อที่เขานับถือแว๊บขึ้นมาในใจทุกครั้งที่เขาเครียดๆ
ประตูปรากฏขึ้น ณ ห้องพักของอารยะ
อารยะกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเขาได้ยินเสียงลมข้างหลังก็หันไปดู เขาใ! “เฮ้ย! อะไรวะ!”
ที่จู่ๆก็มีประตูสีทองบานเบ้อเริ้มปรากฏขึ้นประตูเปิดออกแล้วผู้ชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากประตู เขาตะลึง!ก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว
แล้วบานประตูก็ปิดลงพร้อมกับหายวับไป
“เ้าคงจะเป็พี่ชายของคุณทิวากระมัง”ลาวามองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย อารยะมัวแต่ตะลึงอยู่อย่างนั้น
ลาวายื่นม้วนแผ่นทองให้“คุณทิวาฝากมาให้เ้า”
พอได้ยินชื่อน้อง อารยะก็หายตะลึง“ยัยวา”
เขามองแขกไม่ได้รับเชิญผู้ปรากฏตัวอย่างประหลาดอย่างยังงงๆปนตื่นกลัว
“คุณทิวาฝากจดหมายมาให้เ้ารับไปซิ ข้าจะได้ไปเสียที” ลาวาบอกน้ำเสียงราบเรียบ อารยะยื่นมือไปรับอย่างงงๆ
ลาวาวางม้วนแผ่นทองใส่มืออีกฝ่ายแล้วก็หันไปวาดมือกลางอากาศพลัน! ก็ปรากฏประตูสีขาวขึ้น บานประตูเปิดออก
“เฮ้ย!”อารยะผงะถอยหลังจนติดเตียง ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
“ข้าไปล่ะ”ลาวาบอกแล้วก็เดินผ่านประตูไป ประตูปิดลงแล้วก็หายวับไป
“เฮ้ย!” อารยะร้องอีกรอบพร้อมกับเผ่นผลุ้งขึ้นไปอยู่บนเตียง ในใจคิดว่ากำลังฝันไปใช่ไหมยกมืออีกข้างตบแก้มฉาด! “เพี๊ยะ!”
“โอ๊ย! เจ็บจริงงั้นก็ไม่ได้ฝัน” เขามองไปรอบๆอย่างหวาดผวา “งั้นก็ผีหลอก”
ขนหัวลุกซู่ขนแขนสแตนอัพอย่างพร้อมเพรียง เขาก็ก้มลงดูที่มือตัวเอง
“เฮ้ย!” เขาร้องลั่น “ไรวะเนี่ย!?” แทบจะโยนม้วนสีทองในมือทิ้ง พลัน!แผ่นทองก็คลี่ออกพร้อมกับภาพของทิวาปรากฎขึ้นดั่งภาพสามมิติ
“เฮ้ย!”เขาร้องลั่นอีกครั้ง ตาจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตะลึงตื่นกลัว
“ถึงพี่ยะ หนูสบายดีค่ะหนูคิดถึงพี่มากนะคะ ตอนนี้หนูส่งมาได้แค่จดหมาย ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาจดหมายไปส่งให้พี่ยังไงน้า”
ภาพทิวาพูดเหมือนเธอกำลังยืนพูดด้วยตัวเองเสียงที่ได้ยินก็เหมือนกับเสียงของเ้าตัวไม่มีผิดเพี้ยน
“หนูหวังว่าพี่คงสบายดีนะคะพี่รู้ไหม อยู่นี่นะหนูได้เจออะไรแปลกๆเยอะแยะไปหมดเลยหนูคิดว่าหนูคงกำลังหลับเป็เ้าหญิงนิทราอยู่แน่ๆแล้วทุกสิ่งก็คงเป็เื่ที่หนูฝันเป็ตุเป็ตะเอาเองเมื่อหนูตื่นขึ้นหนูว่าหนูคงเขียนเป็นิยายได้แน่ๆเลยมั้งนี่ๆถ้าหนูจะบอกพี่ว่าจริงๆแล้วคุณสิงโตเขาไม่ได้เป็สิงโตจริงๆแต่ตัวจริงๆเป็ผู้ชายหล่อมากพี่จะเชื่อหนูไหมน้า หนูอยากให้พี่เห็นเองจังเลย ก็หวังว่าซักวันพี่คงจะได้เห็นตัวจริงของเขาเหมือนหนูบ้างนะขอย้ำว่าหล่อมากกกก แต่หนูก็ไม่เข้าใจอยู่อย่างนึงทำไมเขาจะต้องแปลงเป็สิงโตเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นด้วยก็ไม่รู้ ก็ไม่รู้ซินะพี่ยะหนูคิดว่าวันนึงหนูคงหาคำตอบได้มั้ง เขาใจดีกับหนูมาก คอยดูแลหนูไม่ให้ถูกไอ้คนเลวนั่นรังแกได้พี่คงจะสงสัยว่าหนูหมายถึงใครอยู่ใช่ป่ะตาคนเลวที่หนูพูดถึงก็คือาาของอีกเมืองนึงน่ะพี่เอาไว้หนูจะเล่าให้พี่ฟังอย่างละเอียดอีกทีนะว่าเื่มันเป็มายังไง
เื่มันมีอยู่ว่าน้องสาวของาาเมืองนี้เกิดไปแต่งงานกับาาอีกเมืองนึงประมาณโรมิโอกับจูเลียตได้มั้ง แต่มันโหดกว่านั้นอีกพอาาคนพี่รู้เื่ก็ตามไปฆ่าหลานของตัวเองประมาณว่าหลานที่เกิดมาจะทำให้เกิดเื่วุ่นวายเหมือนตัวกาลกิณีนั่นแหละพี่ยะทีนี้เกิดพลาดพลั้งฆ่าน้องสาวตัวเองกับน้องเขยไปด้วยทำให้ลูกติดของน้องเขยแค้นก็เลยยกทัพบุกมาฆ่าคนที่ฆ่าพ่อตัวเองเพราะแค้นมากก็เลยกะฆ่าให้ตายอย่างทรมานทั้งเมืองด้วยการปล่อยให้อดตายโหดป่ะล่ะพี่ย่ะ ตาคนนี้อ่ะโหดมากขอบอก พอไม่พอใจใครขึ้นมาก็ฆ่าก็เผาเขาซะหมดเท่าที่หนูฟังๆมาเนี่ยมีคนถูกตานี่ฆ่าตายไปหลายคนแล้วแต่พี่ยะไม่ต้องห่วงหนูนะเพราะคุณสิงโตใจดีคอยช่วยปกป้องหนูตลอดๆพี่ยะต้องดูแลตัวเองดีๆนะ หนูไม่อยู่พี่ต้องกินข้าวเยอะๆนะ นอนเยอะๆด้วยล่ะหนูรักพี่ยะนะ รักพี่ยะที่สุดเลย” ภาพทิวาน้ำตาไหล
อารยะเดินเข้าไปหาภาพน้องยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้แล้วภาพก็หายไปพร้อมกับแผ่นทองม้วนคืนดังเดิม เขาน้ำตาไหล “ยัยวา แกรู้ไหมพี่คิดถึงแกที่สุดยัยวาของพี่”
เขาทรุดลงกำแผ่นทองแนบอกน้ำตาไหลรินเขาเชื่อแล้วว่าทิวาหลุดไปโลกประหลาดจริงๆ
พอตั้งสติได้เขาก็รีบเอาแผ่นทองใส่กระเป๋าเป้แล้วก็รีบจัดกระเป๋าอย่างด่วนจี๋จากนั้นเขาก็รีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม เรียกแท็กซี่ไปสนามบิน
ระหว่างที่นั่งรอขึ้นเครื่องอยู่ที่สนามบินเขาก็เสิร์จหาข้อมูลเหตุการณ์ประหลาดๆเื่ลี้ลับเหนือธรรมชาติไปด้วยเขาจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับทิวากันแน่?และเขาจะทำยังไงถึงจะช่วยทิวากลับมาได้สีหน้าเขาเคร่งเครียดจนไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามจ้องมองเขารอให้เขาเงยหน้าไปทักทายด้วย
จนกระทั่งปรียาทนไม่ไหวจึงยื่นมือไปบังจอโทรศัพท์
อารยะเงยหน้าขวับ! “นี่คุณ!”
แต่พอเห็นว่าเป็ใครเสียงเขาก็อ่อนลง“คุณนั่นเอง”
“ค่ะปรีเองแหละ”ปรียาลุกไปนั่งข้างเขาเว้นระยะห่างหนึ่งเก้าอี้อย่างไว้ตัวนิดนึง “งานยุ่งเหรอคะ?เห็นคุณทำหน้าเครียดเชียว นี่ขนาดปรีมานั่งตั้งนานแล้วคุณยังไม่เห็นเลย”
“เครียดครับ เครียดมากใครเจออย่างผมก็ต้องเครียดทั้งนั้นแหละครับ” อารยะบอก
“เครียดเื่น้องใช่ไหมคะ”ปรียาเดา อารยะพยักหน้า
“เล่าให้ปรีฟังก็ได้ค่ะเผื่อคุณจะสบายใจขึ้น” ปรียาเอื้อมมือไปแตะมือเขาอย่างให้กำลังใจ เพราะั้แ่ได้เจอกันเธอกับเขาก็นัดเจอกันทุกวันที่นครวัด ไปกินข้าวด้วยกันทุกวันพอเขาจะกลับวันนี้เธอจึงเลื่อนตั๋วกลับเมืองไทยเที่ยวบินเดียวกับเขาเธอเหลือบมองโทรศัพท์ของเขา
“อุ้ย อะไรคะนั่น ผี ิญญา” เธอจ้องหน้าเขา“คุณจะหาข้อมูลพวกนี้ไปทำไมคะ?”
“ถ้าผมบอกว่าเมื่อเช้าผมเจอผีหลอกคุณจะเชื่อผมไหม”อารยะถามหน้าเครียด
ปรียาจ้องเขาเขม็งไม่เห็นแววล้อเล่นในดวงตายาวรีเลยสักนิด “จริงง่ะ?”
อารยะพยักหน้า “จริงซิครับพูดแล้วยังขนลุกไม่หาย” เขายกแขนให้เธอดู
“เจอผีอำแต่เช้าเลยเหรอคะ?”ปรียาถามไปงั้นแหละ
“ไม่องไม่อำล่ะคุณมาตัวเบ้อเร่อเลยคุณ จู่ๆก็มีประตูโผล่ขึ้นมาแล้วผีตัวนั้นก็เดินออกมาจากประตูนั่นพอส่งม้วนทองให้ผมเสร็จก็หายไปอีกประตูนึง ผมงี้ขนหัวลุกเลยคุณ” อารยะเล่า ปรียาตาโต
“คุณฝันไปรึเปล่าคะ?”เธอถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“ถ้าผมฝันงั้นคุณช่วยบอกผมหน่อยซิว่าไอ้นี่มันมาได้ไง”อารยะหันไปหยิบม้วนแผ่นทองส่งให้เธอ
ปรียารับไปดูทีแรกเธอคิดว่าคงเป็ม้วนทองเหลืองแน่ๆ แต่พอได้ััน้ำหนักเธอก็อึ้งก้มลงดูม้วนทองในมือชัดๆ สีทองสุกสว่างดูยังไงๆ ก็สีเหมือนทองร้อยเปอร์เซ็นชัดๆด้วยความสงสัยเธอจึงหยิบกุญแจรถจากในกระเป๋าถือมากรีดม้วนทองเธอพิศดูรอยแล้วก็ตะลึง
“นี่มัน...!?”เธอพูดเสียงดังจนคนอื่นหันไปมอง
“มันอะไรเหรอคุณ?”อารยะถามอย่างงงๆ ปรียาลดเสียงลงแ่เบาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน “นี่มันทองจริงๆ น่ะซิ”
อารยะอึ้ง!
“ผีให้ทองกับคุณจริงๆเหรอ?”ปรียาถามให้แน่ใจ อารยะพยักหน้ายืนยัน
ปรียาจ้องตาเขาไม่เห็นแววโกหกหรือล้อเล่นเลยเธอก้มมองม้วนทองแล้วก็รีบส่งคืนให้เขาอย่างรู้สึกกลัวเธอกลัวเ้าของจะตามมาทวงคืนกับเธอน่ะซิ แค่คิดก็สยองแล้ว บรื้อ!
อารยะรับคืนไปแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋าเป้เขาหันไปกระซิบว่า “ทองจริงๆ แน่นะคุณ?”
“จริงล้านเปอร์เซ็นเลยค่ะเ้าของร้านเพชรการันตีเอง” ปรียากระซิบหนักแน่น อารยะอึ้งอีกรอบแล้วเขาก็กระซิบเล่าเื่เมื่อเช้าให้เธอฟัง ปรียาฟังไปอย่างขนลุกไปด้วย
พออารยะเล่าจบปรียาก็อึ้งจนพูดไม่ออก
พลัน! เสียงประกาศขึ้นเครื่องก็ดังขึ้นทั้งสองสะดุ้ง! จ้องหน้ากัน
อารยะตั้งสติได้แล้วก็บอกว่า“เรียกขึ้นเครื่องแล้วไปเถอะครับ”
“ค่ะ”ปรียาพยักหน้ายังนึกสยองไม่หาย เธอหันไปคว้ากระเป๋าถือ อารยะรีบยื่นมือไปอาสาอย่างสุภาพบุรุษ“กระเป๋าอีกใบนั่นผมถือให้”
“ขอบคุณค่ะ” ปรียาส่งให้อย่างไว้ใจแล้วทั้งสองก็เดินไปเข้าแถวรอขึ้นเครื่องด้วยกัน
“เื่เมื่อกี้เอาไว้คุยกันต่อทีหลังนะคะ”ปรียากระซิบบอก อารยะพยักหน้า “ครับ”
“ที่นั่งคุณตรงไหนเหรอคะ” ปรียาถามอารยะเอาบอร์ดดิ้งพาสให้เธอดู
“คนละที่เลยค่ะ”ปรียาพูดแล้วก็เดินขยับไปข้างหน้าตามแถว เธออยากจะถามเขาอีกมากมายแต่สถานการณ์ไม่อำนวยจนกระทั่งยื่นบอร์ดดิ้งพาสให้เ้าหน้าที่สายการบิน
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ