“คุณพ่อโทรตามมุกมามีอะไรหรือเปล่า” คนถูกเรียกตามตัวแต่เช้า เดินทางเข้ามาหาบิดา โดยเข้าใจว่ามีเรื่องด่วนสำคัญ ความใจร้อนทำให้เธอออกมาโดยสวมแค่เสื้อผ้าธรรมดาไม่ได้พิถีพิถันอะไรมาก
“นั่งสิ” ผู้เป็นบิดากล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
“ตอนนี้ที่บริษัทพ่อมีปัญหา ลูกพอจะคุยกับสามีลูกได้ไหม พ่อ...ขอเช็คเพิ่มอีก ตอนนี้บริษัทเรามีปัญหามากมาย พ่อ..แค่อยากให้เขาช่วยเราอีกหน่อย พ่อหวังว่าคงไม่ลำบากสามีลูกเกินไปใช่ไหม” แม้ดนัยทำท่าทางลำบากใจอยู่บ้าง หากแต่เขาเชื่อว่าสามีของเธอจะยอมเซนเช็คให้ แต่โดยดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“อะไรนะ” มุกหรี่ตาถามเน้น เธอไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง การที่เธอรีบร้อนเข้ามานั้น ไม่ได้เตรียมใจเข้ามาฟังการเอาเปรียบสามีตัวเองจากบิดา มุกส่ายศีรษะไปมาอย่างคนหมดความอดทน
“พ่อคะ” เธอหลับตาลงพยายามรวบรวมสติ
“เรื่องโซนสินค้าของเรา สามีมุกเขาก็ช่วยเต็มที่ทั้งที่มีหุ้นส่วนไม่เห็นด้วย เขาก็พยายามช่วยทั้งที่ลำบากใจ ส่วนเช็คล่าสุดพ่อก็ยังไม่คืนเขา และตอนนี้จะให้มุกไปบอกเขาว่ายังไงอีก” แววตาสั่นระริกของหญิงสาว ส่องประกายไปหาดนัย หวังให้บิดาเห็นใจคนกลางอย่างเธอบ้าง
“ลูกพูดแบบนี้แสดงว่าเห็นคนอื่นดีกว่าพ่อใช่ไหม”
“ไม่มีใครเป็นคนอื่นทั้งนั้น ทุกคนคือคนที่มุกรัก พ่อช่วยเข้าใจมุกหน่อยได้ไหม” หญิงสาวเริ่มน้ำตาปริ่ม หากแต่พยายามกลั้นมันเอาไว้
“หึ...นี่พ่อไม่นึกเลยนะว่า ลูกสาวที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย จะเห็นผู้ชายดีกว่าพ่อของตัวเอง”
“พ่อเป็นคนยัดเหยียดมุกให้เขาเองนะ พ่อจำไม่ได้หรือ” เสียงสั่นนั้นเพิ่มระดับขึ้น หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จ้องมองไปที่ดนัยด้วยความอัดอั้น
“พ่อเป็นพ่อแก ดูแลแก รักแก ทะนุถนอม บุญคุณพ่อยังไม่เท่าสามีแกใช่ไหม แกถึงกล้าเถียงพ่อขนาดนี้” น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มไม่หยุด พลางส่ายหน้าไปมา คำพูดของบิดานั้นสุดแสนจะเจ็บปวด เสมือนมีมีดหลายร้อยเล่มเกวียนทิ่มแทงเข้ามาที่หัวใจ
“คราวนี้เท่าไหร่” เสียงสั่นเครือออกจากปากของหญิงสาว พยายามฝืนขยับถาม
“ห้าสิบล้าน” ดนัยจ้องมองหน้าลูกสาวอย่างเอาจริงเอาจัง
“พ่อรู้ไหม เงินจำนวนนี้ถ้าสามีมุกให้พ่อยืม นั่นหมายถึงความมั่นคงของเขากับบริษัท พ่อจะให้มุกทำให้เขาลำบากใจไปถึงไหน”
“ถ้าแกทำไม่ได้ แกก็ไปตายซะ พ่อให้แกแต่งงานเพราะธุรกิจของพ่อ แต่มาวันนี้แกกลับลืมบุญคุณที่พ่อเลี้ยงดูแกมา แกกลับให้ความสำคัญคนอื่นมากกว่าพ่อ ไปให้พ้นหน้าฉัน” เสียงตวาดของผู้เป็นบิดาทำให้มุกไม่สามารถทนฟังต่อได้ มันเจ็บปวดเกินกว่าจะยอมรับได้ว่านี่คือคำพูดของบุพการี ร่างเล็กตัดสินใจหันหลังวิ่งกลับไปขึ้นรถ
“ผ้าเช็ดหน้าครับ” คนขับรถยื่นให้เธอ หลังจากเสียงสะอื้นไห้ดังอยู่ด้านหลังคนขับตลอดเวลา แม้รถจะวิ่งออกมาได้สักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม
“ฉันควรทำอย่างไรดี” มุกกลั้นใจเอ่ยถามชายคนขับรถอย่างคนหมดหนทาง แม้ทราบดีว่าจะเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ หากแต่อยากระบายให้ใครสักคนได้รับรู้ ชายคนขับรถได้แต่สังเกตผ่านกระจกหลังโดยไม่พูดอะไร ใครทั้งโลกก็มิอาจล่วงรู้ความทุกข์ของมุกได้ คนหนึ่งคือสามีได้ชื่อว่าผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนให้ ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ปฏิบัติตัวทำหน้าที่สามีได้ดีเสมอมา ไม่เคยนอกใจ ดูแลเธอซึ่งเป็นภรรยาของเขาได้ดีกว่าคู่ที่แต่งงานปกติด้วยซ้ำ เขาทำหน้าที่สามีและมอบความรักความซื่อสัตย์ให้เธอ มันทำให้เธอรักเขาเท่าชีวิตที่มีจนถอนตัวไม่ขึ้น และฝ่ายหนึ่งคือบิดาผู้ให้กำเนิด บุญคุณมีกับเธอมากมายจนประมาณมิได้ ความทุกข์ที่มุกแบกรับอยู่ ยากเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ มีเพียงน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกของเธอ
ผู้จัดการหนุ่มหุ่นนายแบบเดินฮัมเพลงผ่านหน้าคนอวบไป ก่อนจะย้อนกลับมาสังเกตเห็นพนักงานจอมจุ้น ยืนเหม่อลอย ดวงตาจ้องมองไปที่แก้วน้ำพลางทำหน้ามุ่ย เสียงดีดนิ้วของเขาทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง พลันหันขวับกลับมามองเขา
“สวัสดีค่ะคุณที คุณทีทำพริมตกใจหมดเลยนะคะ” พริมเอามือทาบอก พลางทำตาโตใส่เขา
“เพื่อนไม่อยู่แค่ไม่กี่วันถึงกับเหม่อลอยเลยหรือ” ผู้จัดการหนุ่มกอดอก ยืนยิ้มอย่างใจดี ทีภพโดนหญิงร่างอวบละลายพฤติกรรมไปจนหมดก่อนหน้านี้ ด้วยผลของบรรณาการขนมไทยร้อนๆ ในตอนเข้างานทุกวัน
“ที่จริงก็เจอกันที่มหาวิทยาลัยอยู่แล้ว แต่ว่า..” หญิงสาวพูดเว้นช่วง
“แต่ว่าอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถาม พร้อมก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิดไม่ยอมหยุด หญิงสาวตาเบิกโพลงแทบจะทุออกมาจากเบ้า พลางก้าวเท้าถอยหลังเป็นระยะ เป็นครั้งแรกที่ทีภพเข้ามาใกล้ระยะประชิดจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคนอวบกลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะกลั้นใจยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบังกายหนาของชายหนุ่มที่ขยับเข้าหา
“คุณทีๆ คุณทีจะทำอะไรคะ” ทีภพหยุดก้าวเท้า ร่างหนายืนสังเกตเห็นกิริยาของหญิงสาวจอมเพี้ยน ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบสิ่งแปลกปลอมบนศีรษะเธอออก
“คุณไปมุดหยากไย่ที่ไหนมา” เขายื่นสิ่งแปลกปลอมนั้นคืนให้เธอ ก่อนที่รอยยิ้มแห้งๆ แก้เขินของหญิงร่างอวบฉีกออกมา ทำให้ทีภพยิ้มตาม
“คุณนี่ตลกดีนะ” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินหายเข้าไปทำงาน พริมเอามือทาบหัวใจตัวเองที่กำลังเคลื่อนไหวนับจังหวะไม่ได้ นี่อย่าบอกนะว่าฉันชอบคุณทีภพจริงๆ หรือที่ผ่านมาเราไม่ได้ชอบเขาเล่นๆ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว โอยบ้าจริง พริมหงุดหงิดตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่เพื่อนร่วมงานจะดึงเธอเข้าไปทำหน้าที่
นันทิชาจดจ่ออยู่กับการทำอาหารเย็นให้เจ้านาย เป็นครั้งแรกที่ป้านาวางใจให้เธอลงมือปรุงอาหารตามลำพัง หญิงสาวดูจะเงอะงะไปบ้าง แต่ยังตั้งใจพยายามทำตามสูตรที่ป้านาเขียนให้ไว้ ซึ่งเป็นการทำอาหารครั้งแรกให้เจ้านายของเธอ ซุปที่กำลังเดือดได้ที่ ทำให้หญิงสาวในชุดนักศึกษา หันมาหยิบเนื้อปลาที่วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับสายตากำลังจับจ้องบนสมุดจดของป้านา ร่างบางปะทะกับหน้าอกแน่นของใครบางคนที่ยืนประชิดกายอยู่ด้านหลัง จนทำให้เธอเกือบเสียหลัก
“คุณแทน!” เธอเรียกชื่อเขาเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนที่จะทำให้นันทิชาก้าวถอยหลังทันที จังหวะนั้นเองเธอพลาดเอามือไปโดนหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือด
“โอ๊ย” นันทิชารีบเอามือออกทันทีที่รู้สึกถึงความเจ็บ
“คุณ! เป็นอะไรมากไหม” แทนคุณตกใจไม่ต่างกันนัก รีบพานันทิชาออกจากเตาไฟจับมือของสาวน้อยขึ้นมาดู มือที่สั่นระริกด้วยความเจ็บเริ่มเป็นรอยแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาแค่ต้องการมาดูการทำงานของลูกจ้าง แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุให้เธอต้องได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะหันไปปิดไฟที่เตา แล้วพาเธอออกมาจากห้องครัว