ฉันเอามืออุดปากไม่ให้ส่งเสียงไม่รู้ว่าโดนใครจับมาแต่ถ้าไอ้พวกชุดดำยังวิ่งไล่หลังพลางะโด่าไม่ขาดปากแบบนี้แสดงว่าเขากำลังช่วยฉันอยู่ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน!
ฉันโดนพาวิ่งเข้าซอกหลืบจนมาถึงห้องหนึ่ง
“หยุดเท้า!” เสียงไม่เป็มิตรดังขึ้นฉันลืมตาที่โดนลมตีจนต้องหลับไว้ก็เห็นคนใส่ชุดสีเข้มท่าทางมีสง่าราศีกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ยังไม่ทันพูดกันก็มีกระบี่มาจ่อคอหอยคนที่ช่วยฉันไว้
“วางตัวนางลง”เ้าของกระบี่สั่งเสียงเย็น
“ทุกคนโดนจับไป!”ฉันพูดขึ้นทันทีที่พอปะติดปะต่อได้ว่าคนนี้คงเป็ผู้คุ้มกันเพราะด้านหลังเขาคือเรือนใหญ่ที่ฉันแน่ใจว่าเป็เรือนของคุณชายไม่ผิดแน่และฉันไม่ควรปล่อยให้พวกเขาทำร้ายคนที่มีพระคุณช่วยฉันเอาไว้
“ถูกต้องระหว่างที่พวกท่านนั่งจิบน้ำชายามดึกข้าพเ้าได้บุกไปช่วยแม่นางตัวน้อยมาจากเงื้อมมือของศัตรูเวลานี้หากพวกท่านรุดไปโดยเร็วอาจยังทันการณ์ ช่วยแม่นางที่เหลือ”คนที่ยังหนีบฉันไว้พูดเสียงราบเรียบเหมือนกระบี่ไม่ทำให้เขากลัวเลยสักนิด
“ไปที่ห้องของต้าไท่ไท เร็ว!”ฉันรีบเสริม มัวแต่ไม่ไว้ใจกันเดี๋ยวได้ตายกันหมดพอดี!
พวกนั้นเขม่นใส่คนที่ช่วยฉันอยู่พักหนึ่งก็ะโขึ้นหลังคาวิ่งหายไปปล่อยคนเฝ้าเรือนใหญ่สองสามคนที่เอากระบี่มาจี้เขาเหมือนเดิมจังหวะนั้นฉันโดนปล่อยร่วงกับพื้นดังแหมะ เจ็บแค่ไหนก็พยายามไม่ส่งเสียงร้องอีกฝ่ายเห็นท่าทางอดทนของฉันก็ผิวปากเสียงเบา
เคยดูซีรีส์จีนแล้วพระเอกหรือตัวละครผิวปากไหม?ฉันนี่แหละไม่เคยเห็น เลย ฉันเลิกคิ้วข้างหนึ่งคิดว่าหมอนี่ต้องมีอะไรผิดแผกจากชาวบ้านแน่ถึงยังไม่แน่ใจว่าเป็อะไรก็ตาม
“ฟ่านเอ๋อ!”เสียงเรียกชื่อของซื่อไท่ไท...ไม่สิ เรียกชื่อฉันดังขึ้นคนที่ปรากฏตัวออกมาในสภาพใบหน้าลึกโหลเห็นทีจะเป็คุณชายใหญ่
เขาเป็ผู้ชายมีอายุ ไว้เคราสั้นพองามดูเป็หนุ่มใหญ่มีเสน่ห์ทีเดียวแต่พอเห็นหน้าคนที่ยังยืนค้ำหัวฉันใต้คมกระบี่ก็หน้าซีดกว่าเดิม ชี้นิ้วสั่นๆ ไป
“...เป็ท่าน!”เสียงเขาสั่นอย่างกับเจอเ้าหนี้ดักรออยู่หน้าบ้าน
“คราวนี้ไม่ใช่ข้าพเ้า”คนถูกชี้ยืนกุมมือไว้ด้านหลัง ท่าทางเหมือนมายืนคุยกับเพื่อนไม่ได้โดนกระบี่จี้ตูด“ข้าพเ้าเพียงแต่มาทวงถามของสิ่งนั้นกับท่าน ประจวบเหมาะกับพวกมันบุกเข้ามาข้าพเ้าจึงเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจข้าพเ้าได้พาตัวเสี่ยวเจ้ผู้นี้มาส่งให้ท่าน”
เขาพยุงฉันขึ้นจากพื้นและถอยไปยืนในระยะห่างที่พอเหมาะพองามฉันถึงเพิ่งมีโอกาสได้มองหน้าเขาดีๆ
เขาเป็เด็กหนุ่มไม่น่าแก่กว่าฉันเท่าไหร่ เส้นผมชี้ฟูของเขามีสีขาวยาวเสมอต้นคอ มันดูฟูฟ่องเหมือนขนสัตว์สภาพเหมือนไม่ได้โดนตัดแบบดีๆ ปลายจึงไม่เสมอกัน ทว่าถึงผมจะเป็สีขาวเหมือนเซียนขนคิ้วเขาดกดำรับกับใบหน้าที่ฉันต้องยอมรับว่าหล่อเอาการเขาไม่ได้มีใบหน้าสำอางขาวเป็ตูดหมึกเหมือนพระเอกซีรีส์จีน แต่หน้าคมหน่อยๆผิวมีร่องรอยกร้านแดด ดวงตาและริมฝีปากดูเ้าเล่ห์เพทุบายเขาเหลือบมองฉันแล้วยักคิ้วให้แบบกวนๆ ดวงตาคู่นั้นเป็สีดำเหมือนนิลชวนให้นึกถึงตาของกวาง
ท่าทางการวางตัวเขาเหมือนพวกบัณฑิตที่เคยเห็นในหนังแต่ก็ดูน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เหมือนว่าจะไม่ยอมให้แตะตัวได้ง่ายๆ
“เอ้อ... เขาพูดจริง ถ้าไม่ได้คนผู้นี้...ฉัน...เอ๊ยข้าเห็นทีจะโดนพวกมันลักพาตัวไปเป็แน่แท้” ฉันกล่าวส่งสายตาบอกอีกฝ่ายว่าฉันก็ไม่ได้เชื่อใจเขาแต่ในเมื่อยังไม่รู้ว่าเขาเป็ใครก็ตอบตามจริงไปก่อน ให้คนที่เหลือไปจับเท็จเอาเอง
จะว่าไป เขาเป็ใครกัน? ในนิยายมีผู้ชายผมสีขาวด้วยเหรอ?ฉันแน่ใจว่าไม่มีตัวละครนี้แน่ๆ ใครวะ...
ขณะฉันมัวแต่สงสัย คุณชายใหญ่ก็พูดต่อ
“ท่าน...ท่านทราบหรือไม่ว่าพ่อค้าแซ่ชาสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะท่าน?”
ฉันเบิกตาโพลงนี่มันคนที่พวกเจเจ้สงสัยว่าเป็ศัตรูของคุณชายไม่ใช่เหรอ?! คนที่ไปท้าพนันกับพ่อค้าจนทำเขาล้มละลาย ไอ้ผู้ชายหล่อเลวรวย! ไม่น่าเชื่อว่าจะมาปรากฏตัวตรงนี้หรือฉันโดนเขาหลอกจัดฉากซื้อใจเข้าแล้ว?
ขณะฉันยืนตัวแข็ง เขาก็พูดต่อ
“เื่นั้นข้าพเ้าทราบดีมันแพ้พนันเพราะทิฐิของตน หากรู้จักระงับทิฐิก็อาจยังพอมีเงินเหลือสักหลายหุนพอซื้อข้าวปลาอาหารและตั้งต้นใหม่”เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ “ท่านคิดจะให้เสี่ยวเจ้ท่านนี้ยืนขาแข็งทั้งคืนหรือ?”
คุณชายกระแอมทีหนึ่ง
“เชิญ...เชิญทั้งสองเข้ามาภายในสนทนากันสักหลายคำ”
ฉันโดนถามจนปรุว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งฉันก็เล่าไปตามที่เห็นคุณชายใหญ่เดินไปกลับอยู่หลายรอบเหลือบมองแขกผู้มาเยือนก็พบว่าเขาขมวดคิ้วมองหนุ่มใหญ่ขณะเดินไปกลับอยู่อย่างนั้นยังคงโดนกระบี่จี้ไว้เผื่อว่าเขาจะเป็ตัวบงการที่ตีหน้าซื่อมาบอกเล่าเหตุการณ์
ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองสมควรนั่งตรงไหนแต่ก็นั่งห่างมาเล็กน้อยขณะสองหนุ่มต่างวัยประจันหน้ากัน
“ข้าพเ้ายืนยันจะไม่พนันกับท่าน”คุณชายใหญ่เปิดประเด็น“แต่ได้โปรด...หากท่านทราบเบาะแสใดเกี่ยวกับโจรผู้ร้ายที่บุกมาในค่ำคืนนี้ได้โปรดบอกกล่าวแก่ข้าพเ้า... หากท่าน้าทรัพย์สินเงินทองข้าพเ้ายินดีจ่ายให้เท่าที่อยู่ในกำลัง”
“ข้าพเ้าไม่้าทรัพย์สินเงินทองของท่านหนงเซียนเซิง”เขาโบกมือทีหนึ่งและหยิบน้ำชากระดกพรวดเดียวหมดทั้งที่เ้าบ้านยังไม่ได้แตะและไม่ได้เชิญ“ในเมื่อท่านไม่้าทรัพย์สินของผู้น้อย...เช่นนั้นผู้น้อยเพียง้าเล่นพนันตามประสาเด็กน้อยเพื่อแย่งชิงสิ่งที่ผู้น้อย้า”
“มันเป็สมบัติประจำตระกูลของข้าพเ้าไหนเลยนำมาเป็รางวัลในการพนันได้?”
เด็กหนุ่มผมขาวรินชาให้ตัวเองอีกถ้วยและกระดกราวกับมันเป็เหล้า
“ผู้น้อยเองก็มิอาจรามือจากมันได้...แล้วไป หากท่านไม่ตกลง ผู้น้อยจะไม่เอ่ยปากบอกใบ้ตัวตนของผู้ที่มายังตึกท่านแม้สักครึ่งคำเพียงแต่หากท่านตกลง ท่านยังมีโอกาสชนะพนัน เก็บสมบัติประจำตระกูลของท่านไว้แล้วผู้น้อยจะไสหัวไปแก่ท่าน ไม่มาเสนอหน้าให้ท่านเห็นอีก”
ผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ด้านในกัดฟันจนกรามปูดข่มอารมณ์อยากต่อยตีเอาไว้
“...”คุณชายใหญ่ลุกพรวดก่อนจะเดินไปยังประตูท่าทางเขาคงคิดเหมือนกันว่าหากพาตัวเหล่าภรรยากลับมาได้ก็ไม่จำเป็ต้องตกลงเล่นพนันกับผู้ชายคนนี้แต่ดูเหมือนความหวังนั้นจะป่นปี้เสียแล้ว
“พวกมันหนีไป ข้าพเ้าจักติดตาม”คนคุ้มกันที่จ้างมาพูดก่อนจะหายตัวไปอีกครั้ง คราวนี้คุณชายใหญ่หน้าซีดแทบจะเป็ลม
“ท่าน...”เขาพูดเสียงเบาหวิวเหมือนสติหลุดไปแล้ว“ท่านทราบ...ว่าจะพาตัวพวกนางกลับมาได้จากผู้ใด?”
“ผู้น้อยทราบว่าผู้ใดประสงค์ร้ายต่อท่านแต่ตัวผู้น้อยหาใช่หลวงจีนที่จะบอกกล่าวแก่ท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย”ดวงตาขี้เล่นตอนนี้คมปลาบจนฉันเสียวไส้ ตอนนั้นเอง คนคุ้มกันตรงมุมห้องก็ฟิวส์ขาด
“เ้าเอาชีวิตผู้คนมาล้อเล่น?ชีวิตของสตรีหาใช่เครื่องต่อรองไม่! รับกระบวนท่า!”
สิ้นเสียงประกาศแสงสีเงินจากกระบี่ก็แยงตา ฉันเผลอส่งเสียงกรีดร้องเมื่อคนคุ้มกันะโลงบนโต๊ะน้ำชาก่อนจะตวัดกระบี่ในมือโจมตีใส่เด็กหนุ่มผมขาวพอลืมตาอีกครั้งก็เห็นว่าเขาแทงใส่อากาศ เด็กหนุ่มผมขาวกลิ้งตัวไปหลบอีกด้านกำลังยืดตัวพลางจ้องผู้ที่โจมตีตนเขม็ง
พอเห็นว่าการโจมตีแรกพลาดพลั้งก็โจมตีต่อเด็กหนุ่มเอี้ยวตัวหลบอีกครั้ง มือขยับล้วงบางอย่างจากแขนเสื้อก็ถูกกระบี่ฟันใส่แขนเสื้อขาดเป็ทางยาว เขาก้าวถอยหลังขณะอีกฝ่ายรุกไล่เรื่อยๆแสงสะท้อนจากกระบี่แยงตา ฉันหวาดเสียวจนไม่กล้ามอง แต่ก็ต้องมองผ่านง่ามนิ้ว
“หยุด...ท่านทั้งหลายหยุดมือ!”พระเอกหรือคุณชายใหญ่พยายามหยุด ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มผมขาวก็สะบัดมือวูบหนึ่งผู้ที่โจมตีเขาสะอึกก่อนจะทรุดลงไปกุมเป้ากับพื้น
ผู้ที่โจมตีอย่างไร้ความปรานีเมื่อครู่ก้มลงคว้าอะไรบางอย่างเร็วเกินกว่าที่ฉันจะมองทันแต่ที่แน่ๆ คือไม่ว่าผู้คุ้มกันคนนั้นจะโดนอะไร มันคงเ็ปมากทีเดียวเหมือนอะไระเิตรงหว่างขา
“โจร...โสโครก...!”
“ข้าพเ้าไม่เคยกล่าวยกย่องตนเองเป็วิญญูชน”น้ำเสียงคนพูดกึ่งขบขันกึ่งสงสารผู้คุ้มกันอีกคนมาลากตัวเพื่อนไปปฐมพยาบาลพลางพูดปลอบใจ
“เ้าก็ทราบว่าหนงเซียนเซิงไม่ชมชอบเื่ทะเลาะวิวาท...”
“อุก...ฝากลูกเมียในอนาคตของข้าด้วย...”
“ผายลมมารดาเ้าเถอะ”
ระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็หันกลับไปยังคนสูงวัยกว่า
“หนงเซียนเซิง เหตุการณ์มาถึงขั้นนี้หากท่านแพ้หรือชนะ ข้าพเ้ายินดีบอกกล่าวแก่ท่าน แต่หากท่านไม่เล่นด้วย ข้าพเ้าจักเก็บเงียบ”
“ตกลง” ชายมีอายุพูดแบบไม่มีความลังเล“ไหนเลยวัตถุสิ่งหนึ่งจะมีค่ามากไปกว่าภรรยาสามชีวิต”
หล่อมาก! แบบนี้แหละ! ลุยเลยค่ะคุณชาย!
“เช่นนั้นให้ท่านเลือกการพนัน”
“ย่อมได้ ข้าพเ้า...”
...ฉันขอถอนคำพูดชมเชยเมื่อครู่เพราะอีตาคุณชายแม่มดันเลือกมาโขกหมากรุกกันแทนที่จะเป่ายิ้งฉุบสามเป้าให้มันจบๆ
ฉันนั่งดูจนจะหลับในที่สุดก็เหมือนจะมีคนชนะแล้ว
“ขออภัยด้วย หนงเซียนเซิง”ผู้ท้าชิงพูดก่อนจะฟาดหมากตัวหนึ่งลงบนกระดาน
“เอื้อก!!!”
คุณชายสลบไปทันทีคนรับใช้กรูเข้ามาพัดให้เขา ส่วนผู้ท้าชิงลุกออกไปที่ประตู
“ไปที่เรือนเล็กตึกตระกูลเซิง”หนุ่มผมขาวพูดก่อนจะปิดประตูดังปังใส่หน้าคนคุ้มกันทั้งหมดได้ยินเสียงวุ่นวายข้างนอกก่อนเสียงฝีเท้าจะห่างออกไป
พอเขาเดินกลับมานั่ง คุณชายก็ฟื้นพอดี ฉันนั่งรอลุ้นว่าสมบัติประจำตระกูลที่เขาหวงนักหวงหนาคืออะไร
คุณชายใหญ่เดินไหล่ตกไปที่ห้องข้างหลังเวลาผ่านไปนานก็กลับมาพร้อมกล่องเก่าๆ ใบหนึ่ง มันเป็กล่องที่สีซีดจางบ้างตามกาลเวลาแต่ด้านนอกวาดลวดลายสวยงามเปิดออกก็พบว่าข้างในมีม้วนภาพบรรจุอยู่
“ผู้น้อยติดหนี้ท่านแล้ว”หนุ่มผมขาวยิ้มกริ่มขณะรับกล่องนั้นมา“หากบุคคลที่ท่านจ้างมามิได้ปราศจากฝีมือเสียทีเดียวขอรับรองว่าภรรยาของท่านทุกนางจะได้กลับมาโดยปลอดภัย”
“เป็เซิงอวี๋เพี้ยนหรอกหรือที่ประสงค์ร้ายข้าพเ้า...”คุณชายใหญ่นวดขมับ “ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็...?”
“ท่านรู้มิใช่รึว่ามันหาใช่ผู้ประกอบการค้าขายอย่างสุจริตมันเป็พ่อค้าผู้ชมชอบเอารัดเอาเปรียบ กดราคาซื้อโก่งราคาขาย ราษฎรได้รับความเดือดร้อนท่านขัดขามันหลายครั้ง ไหนเลยมันจะยอมปล่อยท่านไว้?”คนตอบหยิบกาน้ำชาขึ้นก็พบว่ามันไม่มีน้ำชาเหลือ เลยวางลงและถอนหายใจเฮือกหนึ่ง“คนผู้นั้น ลักพาตัวผู้คนคราใดก็นำตัวไปเก็บไว้ที่เรือนเล็กข้าพเ้าได้ข่าวว่ามีการเคลื่อนไหวเชิงพิรุธในตัวตึกบ่อยครั้ง ดูจากการเตรียมการเห็นทีครานี้อาจไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ท่านจะถูกฝ่ายนั้นประสงค์ร้าย”
“เช่นนั้นข้าพเ้าควรทำเช่นไร...?”
“ท่านปล่อยคนผิดลอยนวลไม่ได้”คนอ่อนวัยกว่าถอนหายใจยาว “ต้องหาทางมิให้มันกล้ากลับมาประพฤติผิดอีก”
“ท่านมีความเห็นว่าควรทำเช่นไร?”
“ผู้น้อยมิกล้า”
คำพูดถ่อมตน แต่ปากกลับหยักยิ้ม
“ไม่ต้องเกรงใจ ข้าพเ้าพร้อมรับฟัง...”
“ด้วยความเคารพ หนงเซียนเซิงข้าพเ้าเห็นว่าไม่ต้องกระทำการใด สุดท้ายสักวันมันจะแพ้ภัยตนเอง...หรือภัยใกล้ตนเอง”
“ท่านหมายถึง...?”
“อิสตรีมากล้นด้วยปริศนาพวกนางภายนอกอ่อนแอภายในเข้มแข็ง วิธีที่บุรุษโง่เขลาอย่างพวกเรามิอาจคิดถึงพวกนางกลับคิดขึ้นมาได้โดยง่ายด้วยเหตุนี้หลายครั้งพวกนางจึงกุมอำนาจอยู่เหนือบุรุษ ปราชญ์เมธีั้แ่โบราณเคยกล่าวไว้ว่า‘มันผู้ใดกล่าวว่าตนเองเข้าใจอิสตรี แท้จริงมันผู้นั้นไม่เข้าใจสิ่งใดเลย’ ”หนุ่มผมขาวเดินไพล่มือไว้ข้างหลังราวกับเดินเล่นในบ้านตัวเอง“พวกเรารอชมละครสนุกฉากหนึ่งเถิด หนงเซียนเซิง”
บรรยากาศด้านในอึดอัดสุดจะพรรณนาฉันได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าตรูจะกลับบ้านยังไงดีหรือควรบอกใครบ้างว่าตรูไม่ใช่ซื่อไท่ไทจะว่าไปทำไมไม่มีใครทักเลยว่าฉันทำตัวแปลกๆ...
ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มผมขาวก็มาหยุดยืนตรงหน้าฉันก่อนจะหันใบหน้าเปื้อนยิ้มไปทางคุณชาย
“หนงเซียนเซิงท่านขัดข้องหรือไม่หากข้าพเ้าอยากสนทนากับแม่นางของท่านเป็การส่วนตัวสักหลายคำ?”
เขาถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อมคุณชายใหญ่อ้าปากค้าง ฉันเองก็ไม่ต่างกัน ไม่รู้ว่าเขา้าอะไรจากฉันและไม่คิดว่าเขาจะกล้าขอกับสามีตรงๆ
“เกรงว่านั่น...”
“โบราณว่า ได้รับน้ำหนึ่งหยดกรุยลำธารใช้คืน” เขายกสุภาษิตมา “ข้าพเ้าไม่ทำอะไรบัดสีกับภรรยาน้อยของท่านหากแต่เื่ราวที่ข้าพเ้า้าคุยกับนางเป็ความลับระหว่างคนผู้มีบ้านเกิดเดียวกันเกรงว่าหากแพร่งพรายสู่คนต่างถิ่นจะสร้างความเดือดร้อนใหญ่หลวงแก่บ้านเกิดของข้าพเ้าเป็ที่ลำบากใจแก่บิดามารดาและญาติพี่น้อง”
คุณชายอ้าปากพูดไม่ออก สุดท้ายก็ไหล่ตก
“เชิญท่าน แต่หากท่านคุยนานเกินไปข้าพเ้าจักไปตามด้วยตัวเอง”
เด็กหนุ่มผมขาวหันมาส่งสายตายิ้มแบบมีเลศนัยก่อนจะเดินนำฉันไปยังห้องด้านหลัง