เกาะทางใต้ของประเทศไทย
2 เดือนต่อมา
ซ่อกแซก….. ซ่อกแซ่กก.
เสียงบางสิ่งเคลื่อนไหว ตอนนี้เ้าหมูป่าตัวน้อยน่ารักกำลังวิ่งผ่านพุ่มไม้ งุดงิดๆ
.
.
.
.
.
ฉึบบบ…. ทันใดนั้น ไม้แหลมยาวท่อนหนึ่งก็พุ่งลงมาจากพุ่มไม้ แทงเข้าที่ลำคอเ้าหมูป่าอย่างแม่นยำ
"เข้าเป้าา!!" ไรเซลกำมือแน่นพร้ะโกนออกมา
เนื่องจากไม้แหลมเสียบทะลุเข้าท้ายทอยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เ้าหมูจึงจากไปโดยที่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่าโดนอะไร
"โทษทีนะเ้าหมู… ถึงจะอยู่ด้วยกันมานาน แต่มันก็ต้องทำ" ไรเซลปลอบใจเ้าหมู
จากวันที่ถูกส่งกลับมา ตอนนี้ไรเซลติดเกาะร้างมาได้สองเดือนแล้ว แรกเริ่มเดิมทีก็สติแตกอาละวาดอยู่นาน แต่หลังจากทำใจได้ก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
นั่นก็เพราะว่าเดิมทีสมัยอยู่ดาวยูทาเรีย ไรเซลก็อยู่ในป่ามาสองปีเต็มแล้ว ทำให้การติดเกาะร้างนั้นไม่เป็ปัญหาเลยแม้แต่นิด ที่ทำให้อารมณ์เสียจริงๆ คงจะเป็เพราะเ้ามนุษย์เขียวไกอัสส่งมาในที่แบบนี้มากกว่า "เ้านั่น… ส่งมาที่โลกแล้วทำไมต้องเอามาทิ้งไว้ที่แบบนี้วะ เสียเวลาชิบหาย" นั่นคือสิ่งที่ไรเซลคิดมาตลอด
"เอาล่ะ…. แบบนี้ก็คงอยู่ได้หลายวันละนะ แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องตากแห้งเกือบทั้งหมด เฮ้อออออ…" นี่มันน่าเศร้านัก ตู้แช่ก็ไม่มี เวทย์มนตร์ก็ใช้ไม่ได้ เ้าหมูแสนอร่อยเลยต้องแปรรูปไปเกือบหมดเลย
ว่าแล้วไรเซลก็แบกเ้าหมูขึ้นหลัง แบกกลับที่พักสุดหรูระดับวีไอพี
.
.
.
.
.
ไม่นานก็มาถึงที่หมาย… ที่พักของไรเซลประกอบไปด้วยกระท่อมหลังน้อยขนาด 2 คนนอน โครงสร้างแข็งแรงจากไม้ต้นใหญ่ที่บรรจงตัด ผนังเป็ต้นไผ่มัดด้วยเถาวัลย์ถัก มุงหลังคาด้วยโครงไม้ไผ่และใบไม้อย่างดี นี่มันหรูเกินที่คนติดเกาะอยู่กันแล้ว ยังมีที่ประกอบอาหารครบสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็หม้อดิน เตาเผาดิน มีดไม้ รวมถึงเตาปิ้งย่าง ด้านข้างมีราวไม้ที่เอาไว้ตากอาหารแห้งด้วย นี่มันชิลล์เกินไปแล้ว…..
ไรเซลในตอนนี้เริ่มจัดการกับเ้าหมูอย่างชำนาญ ในป่านี้อุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งผลไม้และพืชนานาพันธุ์ สัตว์ป่าเองก็หลากหลาย เรียกได้ว่าระบบนิเวศน์เหมาะแก่การอยู่อาศัย นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมไรเซลถึงอยู่อย่างไร้กังวลแบบนี้
"อาา… นี่มันก็เงียบสงบดีหรอก แต่ว่าสองเดือนมาแล้ว ทำไมไม่มีใครผ่านมาเลยเนี่ย เรือขนส่งซักลำหรือเครื่องบินโดยสารก็ไม่ผ่านตาเลยซักนิด ตกลงว่ามันเอาเรามาปล่อยที่ส่วนไหนของโลก" ไรเซลบ่นอุบอิบขณะกำลังหั่นเ้าหมูไว้สำหรับย่างและตากแห้ง
วูบบบบบ…. เนื้อหมูที่ถูกหั่นแล้วถูกยกลอยขึ้นและวางลงด้านข้างโดยที่ไรเซลไม่ได้แต่ัั
นี่ก็คือพลังเคลื่อนย้ายสิ่งของ ั้แ่มาถึงที่นี่นอกจากหาอาหารเอาชีวิตรอดแล้ว เวลาว่างไรเซลก็ฝึกฝนพลังจิตที่ตัวเองชำนาญอย่างเอาเป็เอาตาย ่แรกแทบไม่มีหวังเลย จนกระทั่งความทรงจำทั้งหมดกลับมาครบในวันที่สาม ไรเซลจึงขยับใบไม้ได้เป็ครั้งแรก วันนั้นเขาปลื้มจนน้ำตาไหล ความรู้สึกที่ความพยายามของตัวเองสำเร็จผล มันน่าซาบซึ้งเหลือเกิน
"ฟู่ววว.. เสร็จซะทีนะเ้าหมู" หลังจากแบ่งส่วนเสร็จ ไรเซลก็เคลื่อนย้ายเนื้อหมูไปห้อยไว้ที่ราวไม้ด้วยพลังจิต ตัวไรเซลนั้นพยายามใช้พลังจิตในการทำงานแทบทุกอย่างเพื่อยกระดับขอบเขตพลังจิตให้ได้ไวที่สุด นั่นก็เพราะว่าความแข็งแกร่งทางจิตจะถูกสั่งสมได้จากการใช้งานบ่อยครั้งเท่านั้น ในดาวยูทาเรียเอง แม้จะมีััจากประจุพลังเวทย์คอยกระตุ้น กว่าจะเข้าถึงอำนาจแห่งจิตได้ ไรเซลใช้เวลาถึงหนึ่งปีเลยทีเดียว นั่นทำให้การใช้ชีวิตในโลกเวทมนตร์ของไรเซลอนาถามาก
ลองคิดดูซิว่าสิ่งมีชีวิตในป่าล้วนมีแต่พวกสัตว์ประหลาด ตัวเขาที่เป็มนุษย์ธรรมดาจะต้องพยายามขนาดไหน เพื่อจะล่ามันมาเป็อาหาร แต่ก็ต้องขอบคุณอยู่บ้างเพราะเนื้อสัตว์ในดาวยูทาเรียอุดมสมบูรณ์ไปด้วยประจุเวทย์มนตร์ ทำให้คนที่ไม่มีแหล่งกักเก็บพลังเวทย์อย่างไรเซลได้ัักับเวทย์มนตร์เ่าั้บ้าง ด้วยสิ่งนั้น ในที่สุดตัวเขาก็เข้าถึงพลังเหนืุ์ได้เป็ครั้งแรก
ในโลกนี้แม้จะไม่มีพลังเวทย์คอยกระตุ้น แต่คนเราถ้าเคยทำอะไรได้ซักครั้ง การได้ลองทำอีกก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เมื่อความทรงจำกลับมา ความลึกซึ้งในศาสตร์พลังจิตก็สำแดงพลังออกมาจนได้ ที่น่าเศร้ามีเพียงแค่พัฒนาการนั้นช่างเชื่องช้าเหลือจะกล่าว ต้นเหตุก็มาจากโลกมีกฎเกณฑ์ที่แข็งแกร่งเกินไป การจะแทรงแซงหรือเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์นั้นต้องใช้พลังที่มากกว่าสมัยอยู่ดาวยูทาเรียถึง 5 เท่า การจะทำอะไรซักอย่างถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญ การฟื้นฟูเองก็ทำได้ยากเพราะไม่มีปัจจัยภายนอกมาช่วยเหลือ ทั้งแหล่งพลังงานหรือยาฟื้นฟู
"แบบนี้คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะมีพลังพอจะเดินทางออกจากเกาะนี้" ไรเซลพูดขึ้นมาหลังจากส่งเนื้อหมูขึ้นราวตากหมดแล้ว ตอนนี้เขาพยายามเพิ่มความร้อนเพื่อทำให้กิ่งไม้ติดไฟ
ฟรึ่บบ….. ไม่นานไฟก็ลุกขึ้น ไรเซลเติมฟืนและถ่านที่เคยเผาไว้เพื่อก่อเตาสำหรับย่างเนื้อหมู จากนั้นก็นั่งหลับตา ใช้จิตััเพื่อคอยดูเนื้อหมูที่กำลังย่างอยู่ การแผ่จิตัันั้นช่วยยกระดับพลังจิตได้ดีที่สุด แม้จะทำให้อ่อนล้าเร็วมาก แต่การได้ัักฎเกณฑ์โดยรอบด้วยจิตก็ทำให้เข้าถึงโครงสร้างของสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
ที่ไรเซลพยายามเพิ่มระดับพลังจิตอย่างเอาเป็เอาตายขนาดนี้นั้น นอกจากเพื่อสนองความ้าตัวเองแล้ว ยังต่อเผื่อกรณีฉุกเฉินด้วย นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ห่างจากชายฝั่งแค่ไหน การล่องแพไปกลางทะเลนั้น หากเกิดเหตุไม่คาดฝันการมีพลังจิตเป็ตัวช่วยมันก็อุ่นใจขึ้น นั่นเพราะไรเซลเชื่อมั่นในพลังที่ช่วยให้ตัวเองรอดตายในอดีตนี้มาก
"ต่อให้คับขันแค่ไหน ถ้ายังใช้พลังจิตได้อยู่ มันต้องเป็ไปได้" สโลว์แกนส่วนตัวของไรเซล
หลังจากพลิกกลับหลายรอบเนื้อหมูก็สุกเรียบร้อยแล้ว ไรเซลเริ่มจัดการเนื้อตรงหน้าทันที
"ถึงตอนนี้จะเพิ่มขึ้นมาทีละนิด แต่ถ้าคุ้นเคยมากกว่านี้แล้ว การก้าวะโข้าม่ใหญ่ก็ไม่น่ามีปัญหา ไม่เกินเดือนนี้น่าจะออกเดินทางได้แล้ว" ที่ไรเซลพูดถึงก็คือการเพิ่มพลังอย่างก้าวะโ นั่นเพราะพลังจิตใน่แรกต้องอาศัยจิตตานุภาพที่แข็งแกร่ง แต่ในขั้นต่อไปนั้นเมื่อความแข็งแกร่งคงที่แล้ว ขั้นต่อไปเพียงต้องทำความเข้าใจกฎของโลกผ่านการเข้าสมาธิเท่านั้น ในส่วนนี้ถึงจะมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันระหว่างสองโลกแต่ก็ใช้อ้างอิงได้ ตัวไรเซลไม่ได้หนักใจเลยซักนิด เขาแค่ต้องเพิ่มความเข้มแข็งของจิตอีกนิดหน่อยเท่านั้น
ตอนนี้ไรเซลมองตรงไปอย่างมุ่งมั่นก่อนจะหลับตาลงแผ่ััจิตออกไปเพื่อฝึกฝนพลังจิตอย่างต่อเนื่อง
*******************************************
เหนือพื้นทะเลห่างจากเกาะที่ไรเซลอยู่ 200 ไมล์ทะเล ปรากฏยานบินสามเหลี่ยมล้ำสมัยลอยตัวเหนือพื้นน้ำ
ติ๊ด….. ติ๊ดติ๊ด…….
"@&#&(()=-+=)(@(_(@-=)&-=)_)(&-()=$$##" (มีสัญญาณชีวิตมนุษย์อยู่ไม่ไกลจากที่นี่) สิ่งที่พูดภาษาประหลาดนี้สวมชุดเกราะประหลาด ดูแล้วล้ำสมัยไม่น้อย ทั้งลักษณะทางกายภาพเองก็ไม่เหมือนมนุษย์เลยซักนิด นอกจากขนาดสัดส่วนที่ใกล้เคียงแล้วอวัยวะต่างๆ ก็ดูเหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟเกรดต่ำ ทั้งแขนสี่แขน ปากที่ยาวออกมาจนใส่หน้ากากปิดไม่มิด จะมีก็แค่ส่วนขากับลำตัวที่พอจะดูเหมือนผู้ชายหุ่นล่ำอยู่บ้าง
"©£®®¥©©™¥™®~¡{<`^¡" (ไม่นึกเลยว่าจะมีหลบซ่อนอยู่แถวนี้ หึหึหึ… ได้เวลาออกล่าแล้ว) สิ่งมีชีวิตปริศนากล่าวด้วยท่าทางพอใจ ทันใดนั้นยานบินก็เดินทางมุ่งสู่เกาะร้างทันที
วูบบบบบบ….
******************************************
พรึ่บๆๆๆๆๆ ซ่าาาา…. เสียงนกบินออกจากต้นไม้พร้อมเสียงคลื่นทะเลปั่นป่วน ฝูงสัตว์บริเวณชายฝั่งตอนนี้แตกกระเจิงเข้าป่าอย่างพร้อมเพรียง ยานบินปริศนาเทียบจอดที่ชายหาดแล้ว
ปริ๊บบๆๆๆ ปริ้บ……. เสียงเครื่องตรวจจับเริ่มทำงาน สแกนเกาะนี้โดยละเอียดทุกตารางนิ้ว
ตี๊ดดดดดดดด……. จอมอนิเตอร์ก็ส่งข้อมูลออกมาให้เ้าของทันที
สิ่งมีชีวิตปริศนาใช้นิ้วแตะััไปที่ข้างใบหูก่อนจะเกิดเสียงตอบรับเป็ภาษาที่ชาวโลกใช้ออกมา [ระบบแปลงภาษาทำงาน เป้าหมายเผ่าพันธุ์มนุษย์]
"หึหึหึ… ยังไงซะการฟังเสียงมนุษย์แตกตื่นก็น่าสนุกที่สนุกที่สุดอยู่แล้ว… ตอนนี้มันจะรู้ตัวรึยังน้า..
.
.
.
… หวังว่าจะรู้ตัวและเริ่มซ่อนซะ ไม่งั้นคงหมดสนุก" เสียงของสิ่งนี้นั้นแม้จะแปลงออกมาเป็ภาษามนุษย์แล้วทว่าก็ยังดูน่าขนลุกอยู่ดี เสียงที่แห่บพร่าพอแปลงเป็เสียงดิจิตอล ฟังรวมกันมันช่างเหมือนชายหน้ากากดำถือดาบเลเซอร์นัก ฟรืดดดด.. ฮาาาา…. ฟรืดดดด… ฮาาา
*****************************************
เวลาเดียวกับที่ยานบินลงจอด
"มีบางอย่างมาจากทางตะวันตก" ไรเซลลืมตาตื่นจากภวังค์ ก่อนจะมองไปทางต้นเสียงและเสริมการมองด้วยจิต
"เครื่องบินเหรอ!!! ทำไมสภาพมันดูต่างจากที่เราเคยใช้จัง เป็พวกทหารที่ออกลาดตระเวนก็ไม่น่าใช่ ถ้าเป็การลาดตระเวนคงออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้นานแล้ว….. น่าสงสัยจริงๆ" การเสริมพลังจิตเข้าดวงตานั้นช่วยยกระดับการมองเห็นได้อย่างมาก แม้จะไม่ชัดระดับ 4K แต่ก็พอมองเค้าโครงได้ละเอียดพอประมาณ
ช่วยไม่ได้ที่ไรเซลจะระแวง นั่นเพราะว่าการที่อยู่ๆ จะมีของอย่างยานบินมาลงจอดในเกาะร้างแบบนี้มันดูมีพิรุจเกินไป ถ้าบินผ่านไปเฉยๆ นี่ยังพอผ่อนคลายได้อยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ผ่านสถานการณ์เป็ตายมาตลอด 5 ปีอย่างไรเซลแล้ว [ความรอบคอบ] คือคำที่ฝังแน่นในใจไม่มีทางลบออก ตัวเขาได้เจ็บช้ำจากความสะเพร่ามามากเกินไป
"ต้องไปตรวจสอบ" พูดจบไรเซลได้ดับไฟจากในเตาพร้อมทั้งกลบกลิ่นต่างๆ บริเวณที่พักอาศัยอย่างเสร็จสรรพ จากนั้น
"พรางตัว" ไรเซลแผ่พลังจิตครอบคลุมร่างไว้ก่อนจะปรับกระแสพลังเพื่อลบกลิ่นอายของตัวเอง
ถ้าหากฝึกถึงขั้นสูงกว่านี้คงหักเหแสงรอบตัวกลายเป็มนุษย์ล่องหนได้ แต่พลังจิตตอนนี้ ถ้าอยากพรางตัวได้เป็เวลานาน การลบกลิ่นอายอย่างเดียวนั้นตอบโจทย์ที่สุดแล้ว
ไรเซลเดินหน้าไปทางยานบินพร้อมกับเสริมพลังสายตาเพื่อตรวจจับความคลื่นไหวอย่างรอบคอบ
"หวังว่าคงไม่เจอพวกตัวอันตรายเข้าหรอกนะ" ไรเซลเดินหน้าพร้อมสวดภาวนา แม้ตัวเขาจะไม่นับถือเทพอะไรก็ตาม แต่เขารู้ดีที่สุดว่าดวงตัวเองนั้นแย่แค่ไหน แม้กระทั่งตอนอยู่ต่างแดน คำพูดติดปากที่ใช้บ่อยที่สุดยังเป็ประโยคที่ว่า "ที่ดีไม่เคยมีมา ส่วนพวกที่มาไม่เคยมาดี"
ซอกแซก…….
เสียงพุ่มไม้สั่นไหวแม้จะไม่เจออะไรก็ตามแต่สัญชาตญาณมันบอกว่า มีบางอย่างใกล้มาแล้ว
ไรเซลตั้งสมาธิครอบคลุมพลังจิตอย่างตั้งใจ พร้อมทั้งเสริมพลังดวงตาเพื่อตรวจสอบเบื้องหน้าอย่างจริงจัง
มีเพียงหญ้าสั่นไหวและเสียงเบาๆ เท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไรผิดสังเกตุเลย
"เป็ไปไม่ได้ ข้างหน้าต้องมีอะไรอยู่แน่เราััได้… นี่มันอะไรกัน…!!!" ไรเซลบ่นกับตัวเองด้วยเสียงเบา ก่อนที่จะตั้งสมาธิมากกว่าเดิม ตอนนั้นเองใบไม้ที่ร่วงลงมาก็หยุดนิ่งกลางอากาศก่อนจะตกลงมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ถ้าเป็คนปกติก็คงแยกไม่ได้ แต่ไรเซลนั้นผ่านสถานการณ์ตึงเครียดมานับไม่ถ้วน การสังเกตุนั้นเหนือคนทั่วไปหลายขุม ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไรเซลสรุปได้ทันที
"บ้าน่า…. ล่องหนงั้นเหรอ โลกเรามีอะไรแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน" ไรเซลเข้าใจสถานการณ์ทันที เกาะร้างแบบนี้ไม่มีใครมาเดินล่องหนเล่นแน่ การทำแบบนี้พร้อมมุ่งหน้ามาทางที่ตัวเองอยู่ รับรองล้านเปอร์เซ็นเลยว่า เจตนาร้ายแน่นอน… ไรเซลที่เข้าใจเจตนาผู้มาเยือนไม่รอช้า เขาหลบซ่อนพร้อมระวังการพรางตัว เปิดััทั้ง 5 อย่างเต็มกำลัง เวลาแบบนี้ไม่ควรมาหวงอะไรแล้ว
ห่างจากจุดที่ไรเซลเคยอยู่ไม่ไกล ตอนนี้ร่างล่องหนของผู้บุกรุกเคลื่อนตัวมาถึงแล้ว ร่างล่องหนกระพริบก่อนจะปลดสนามพลังที่คอยหักเหแสงรอบตัวออกทันที ร่างนั้นปรากฏสู่สายตาไรเซลในตอนนี้
"สี่แขน…!! โครงหน้านั่น… ฟันธงเลยไม่ใช่คนแน่นอน ดีแล้วที่ระวังตัว ไม่งั้นแจ็คพอร์ตแน่" ไรเซลคิดในใจอย่างโล่งอก เขารู้สึกดีเหลือเกินที่ระวังตัวเองแบบนี้ แต่ในใจยังคงสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มาก นี่มันดาวโลกนะ ทำไมมันถึงมีตัวแบบนี้ออกมาได้
ด้วยความสงสัยตัวเขาก็เฝ้าสังเกตุการณ์ติดตามเ้ามนุษย์ต่างดาวนี้เพื่อหาสาเหตุที่มันมาหาเขา
ซ่อกแซ่ก…….. ๆๆๆ
เ้ามนุษย์สี่แขนเดินตรวจหาโดยรอบซักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้น "เ้ามนุษย์นั่น ตอนนี้มันหายหัวไปไหน ในเรด้าห์ก็ตรวจหาไม่เจอ คงไม่ใช่ว่าพวกมันคิดค้นอุปกรณ์อำพรางตัวเองได้แล้วหรอกนะ"
"บรึ๋ยยยย…" ไรเซลขนลุกซู่ เสียงเ้าตัวนี้มันบาดหูเหลือเกิน "ไอ้นี่มันหรือว่าจะเป็ ดาร์ก เว… ด" ไรเซลเริ่มฟุ้งซ่าน ตอนนี้เป็ที่แน่นอนว่าเ้าสี่แขนนี่มีธุระกับเขาแน่นอน ทั้งมันไม่มีทางเป็เื่ดีแน่ๆ
"ถ้าตีกันละก็ ยังไงก็ไม่หวัน แต่ว่าอุปกรณ์ที่มันใส่ ดูแล้วไม่น่าจะเรียบง่ายหรือมีไว้แค่ประดับ มันเอาไว้สู้ชัวร์ป้าบ" ไรเซลวิเคราะห์ได้ทันที จากสายตาหัวขโมยชั้นเซียน เขากล้ารับประกันเลยว่าไอ้เครื่องสวมใส่พวกนั้น ของดีแน่นอน
"ไม่ได้การณ์อาวุธเราตอนนี้มีแค่แท่งไม้โง่ๆ แม้ว่าจะบวกพลังจิตเข้าไปแล้ว แต่การจะเจาะมันน่ะ เป็ไปไม่ได้แน่นอน เราต้องหาอะไรที่ดีกว่านี้" ไรเซลวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้ พร้อมหาทางอย่างเอาเป็เอาตาย เื่นี้มันวิกฤติแน่นอน ไม่ต้องสืบต่อเลย
"ใช่แล้ว….!!! ที่ยานมันจะต้องมีของอะไรที่ใช้ได้แน่ ต้องลองเสี่ยงดูแล้ว... ยังไงทางนี้ก็มีโอกาสมากกว่า" ไรเซลตัดสินใจลอบเข้ายานเ้าสี่แขน ตัวไรเซลนั้นไม่มีทางหลบซ่อนรอเวลาให้มันหาเจอแน่นอน ถ้าจะต้องลองเสี่ยงอะไรดูละก็ เขาเลือกที่จะลองต่อสู้ นั่นเพราะถ้าเป็เื่ตีกัน เขาไม่เป็รองใคร…
ตัดสินใจได้ไรเซลก็เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบออกจากพื้นที่นี้ทันที ฝ่ายมนุษย์สี่แขนเองก็เดินหน้าลึกไปทางกระท่อมที่เคยตรวจเจอไรเซลก่อนหน้านี้ ต่างฝ่ายต่างตัดสินใจทำในแบบของตน
30 นาทีต่อมา….. ด้วยความเร็วของไรเซลตอนนี้ในที่สุดก็มองเห็นยานบินชัดถนัดตา เรียกได้ว่าหลุดมาจากโลกอนาคตเลยก็ว่าได้ ไม่ต้องสืบหาแล้ว ไอ้ตัวที่มาตอนนี้ไม่ได้มาจากโลกแน่นอน นี่มันพวกต่างดาวชัดๆ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน.. โลกเราตอนนี้เป็อะไรไปกันแล้ว" ไรเซลถามตัวเองด้วยความสงสัย จากโลกไปแค่สองเดือน ทำไมมันถึงมีความเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ นี่ที่จริงแล้วมันเป็มายังไงกันแน่
"ไม่ได้!! ต้องเอาเื่ตอนนี้ให้รอดก่อน" ไรเซลสะบัดหน้าไล่ความสงสัยออกไป ก่อนเดินเข้าไปตรวจสอบยานบิน ผ่านเื่นี้ไปได้ยังมีเวลาให้คิด แต่หากพลาดตอนนี้รับรองจบเห่แน่
"ในนี้ชัดเจนว่าต้องมีของที่ใช้การได้แน่นอน เพียงแต่ของไฮเทคแบบนี้ต้องมีระบบตรวจจับผู้บุกรุก แล้วเราจะเข้าไปยังไงดี" ไรเซลคาดการณ์พร้อมกับสำรวจภายนอกของยานบินห่างๆ ตัวเขาแค่เพิ่มพลังให้กับดวงตาก็สามารถมองเห็นได้ทุกซอกมุมของยานแล้ว ไม่มีความจำเป็อะไรต้องเข้าไปใกล้เพื่อเพิ่มความเสี่ยง
หลังจากสำรวจดูซักพัก ไรเซลก็ตรวจสอบยานบินครบถ้วนแล้ว ยานนี้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับเกือบทุกซอกมุม และระบบป้องกันเองก็แ่ามากด้วย การเข้าไปมีแต่ต้องเสี่ยงสถานเดียว
"ให้มันได้แบบนี้สิ ทำไมมันต้องได้วัดดวงทุกครั้งเลยวะ" ไรเซลเอือมระอามาก ชีวิตของเขาเกลียดการวัดดวงที่สุด นั่นก็เพราะว่าทุกครั้งที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สิ่งที่รออยู่คือความวินาศสันตะโรเท่านั้น
"พรางตัวไม่แน่ว่าจะใช้หลบเซ็นเซอร์ได้มั้ย ถ้าจะลองทดสอบดูเกิดผิดพลาดแล้วมันรู้เข้าคงทำอะไรไม่ทันแน่ จะทำยังไงดีนะ" ไรเซลขบคิดหัวแทบแตก ตัวเขาในตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ตามใจคิดเท่าไหร่ นั่นก็เพราะนอกจากพลังจิตที่ยังไม่เติบโตมากนัก ตัวเขาแทบจะเรียกได้้ว่าเปลือยเปล่าอย่างแท้จริง ที่ติดตัวมาตอนนี้มีเพียงพุ่มไม้และหนังสัตว์บางๆ เท่านั้นที่ปิดจุดยุทธศาสตร์ไว้ ตรงเอวก็เหน็บไว้ด้วยมีดทำจากไม้ ส่วนไม้แหลมไม่หยิบมาด้วยซ้ำเพราะมันเกะกะ ตัวเขาในตอนนี้ช่างเหมือนกับเ้าป่าผู้มีเสียงะโอันเป็เอกลัษณ์ซะเหลือเกิน…….
….. โฮ่… ฮี้.. โฮ่…ฮี้…โฮ…. ฮี้โฮ.. ฮี้.. โฮ่……
"เอ๊ะ!!" ทันใดนั้นไรเซลก็เห็นบางอย่าง
"คิคิคิ… เทพีแห่งความหวังยังไม่ทอดทิ้งเราสินะ ช่วยไม่ได้จริงๆ ก็เรามันมีสเน่ห์.." ไรเซลหน้ามืด.. เฮ้ย!! ไรเซลด้านมืดได้ออกมาแล้ว ความกดดันทำให้ตัวตนที่แท้จริงเผยออกมาจนได้
ผู้บุกรุกเอ๋ย….. ความบรรลัยคลืบคลานเข้ามาแล้ว…..
******************************************
ณ กระท่อมหลังน้อยของไรเซล ตอนนี้สี่แขนได้ได้ตามรอยมาถึงแล้ว
"นี่ก็คือที่พักอาศัยสินะ… ทำจากเศษไม้และเครื่องใช้ก็ทำขึ้นมาเองแบบหยาบๆ ดูท่าเ้านี่คงลอยทะเลมาติดอยู่ที่นี่ อาหารเองก็อุดมสมบูรณ์ นี่เรียกว่าเป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ" สี่แขนชื่นชมดวงของไรเซลจริงๆ นี่มันโชคดีมากที่ลอยทะเลมาเจอที่แบบนี้ ถ้าอยู่ที่อื่นที่ขาดแคลนน้ำและอาหารป่านนี้คงตายไปแล้ว
ตี๊ดดดดดดดด……….
เสียงมอนิเตอร์ขนาดเล็กบนข้อมือซ้ายดังขึ้นก่อนที่จะส่งภาพโฮโรแกรมของยานบินออกมา
"เกิดอะไรขึ้น มีผู้บุกรุกในยานงั้นเหรอ" มนุษย์สี่แขนแตกตื่นเล็กน้อย ไม่คาดคิดเลยว่าในที่แบบนี้จะมีคนบุกรุกเข้าไปในยานได้
"หรือว่าเ้ามนุษย์นั่นจะหลบเราแล้วแอบเข้าไปในยาน… หึหึหึหึ…. เ้าโง่เอ้ย!! คิดตื้นเกินไปแล้ว" สี่แขนหัวเราะอย่างชั่วร้าย เ้ามนุษย์นี่คิดจะเล่นลูกไม้กับข้างั้นเหรอ เร็วไปร้อยปีเฟ้ย
[เปิดระบบตรวจจับผู้บุกรุก]
"เรียกดูกล้องทั้งหมดในยาน" สี่แขนออกคำสั่งเพื่อตรวจดูภายในยาน
"หือ…. ทำไมไม่มีใครเลย" สี่แขนงงกับเหตุการณ์ตอนนี้ ผู้บุกรุกนั่นตอนนี้แอบอยู่ที่ไหนกัน
"หรือมันจะอยู่ด้านนอก… เฮอะ!! เ้ามนุษย์น่าโง่ คงจะไม่มีปัญญาเปิดเข้าไปด้านในสินะ ไหนมาดูซิว่ากำลังทำอะไรอยู่" สี่แขนยิ้มอย่างลำพองใจ เ้ามนุษย์นี่มีเื่ให้เขาใอีกแล้ว
"ไม่มี!!" สี่แขนงงหนักเข้าไปอีก ถ้าไม่มีใครอยู่แถวๆ ยานแล้วทำไมระบบป้องกันผู้บุกรุกถึงทำงานได้ นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!!
[ตรวจสถานะยานบิน F34-A]
สี่แขนเปิดหน้าต่างสถานะยานบินเพื่อตรวจสอบความเสียหายภายใน
"สายสัญญาณเตือนภัยกับท่อส่งพลังงานมีปัญหา นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง" สี่แขนตรวจหาความผิดปกติเจอแล้ว ตอนนี้เขาได้เรียกดูภาพจากเครื่องจักซ่อมแซมขนาดเล็กภายในยาน
"อะไร.…!!!" สี่แขนะโเสียงแหลม สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเกินกว่าที่เขาคาดคิดนัก
"เ้าแมลงพวกนี้ มด!! งั้นเหรอ… แมลงที่อาศัยอยู่บนโลก พวกมันเจาะผ่านสนามพลังแม่เหล็กมาได้ยังไง!!" ความสงสัยก่อตัวภายในใจสี่แขน นอกจากสนามแม่เหล็กที่มีเพื่อลดแรงเสียดทานในอากาศแล้ว ยานยังมีเกราะหนาเคลือบสารป้องกันลำแสงอีก เรียกว่าพลังป้องกันกายภาพสูงแล้ว แม้จะโดนยิงด้วยปืนลำแสงก็ยังหักเหมันออกด้านข้าง ลดความเสียไปได้ถึง 8 ส่วน ยานที่พลังป้องกันสูงขนาดนี้กลับถูกแมลงเจาะเข้าไปได้ ตลกแล้ว เื่นี้มีเงื่อนงำแน่ๆ
"หรือว่า..!! ฝีมืุ์งั้นเหรอ!! เป็ไปไม่ได้ มนุษย์จะส่งพวกมดมาโจมตีระบบในยานได้ยังไง และถึงจะสั่งการณ์มันได้ก็ไม่มีอุปกรณ์ที่จะเจาะเข้าไปได้เด็ดขาด" สี่แขนตั้งสมมติฐานขึ้นมาก่อนที่จะลบทิ้งทันที นั่นเพราะว่าที่พักอาศัยของมนุษย์มันไร้ซึ่งวิทยาการ คนที่ทำเครื่องดินกับกระท่อมไม้ไว้อยู่อาศัย ไม่มีทางที่จะเจาะยานเข้าไปได้แบบนี้แน่นอน
"ตรวจสอบความเสียหาย" สี่แขนออกคำสั่งกับ AI
[ระบบกำลังตรวจสอบ]
[ความเสียหายท่อนำส่งพลังงาน 12%]
[ระบบเตือนภัยปิดตัวชั่วคราว]
[การดำเนินการซ่อมแซมใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที]
"เริ่มกระบวนการซ่อมแซมได้" สี่แขนสั่งเปิดการซ่อมแซมระบบ
[ยืนยันคำสั่ง ปิดใช้งานระบบชั่วคราว ถ่ายโอนพลังงานเพื่อซ่อมแซม]
[เริ่มกระบวนการซ่อมแซม เสร็จสิ้นใน 1:29:59]
"ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดจากอะไร แต่ว่าเ้ามนุษย์นั่นทำให้เรามีปัญหา มันต้องชดใช้เื่นี้!! " สี่แขนกดเสียงต่ำ อารมณ์เพลิดเพลินก่อนหน้านี้ไม่มีแล้ว ตอนนี้เขาอยากละเลงเืมนุษย์หน้าโง่นี่มาก
[เปิดใช้งานโหมดนักล่า พลังงานในชุดเพิ่มขึ้นเป็ 200%]
[30:00 จะเข้าสู่การโอเวอร์ฮีท เริ่มนับถอยหลัง 29:59]
"เปิดระบบตรวจหาวงกว้าง ระบบจับความร้อนทำงานเต็มกำลัง เพิ่มสมรรถนะการเคลื่อนไหวเต็มกำลัง" สี่แขนเปิดการทำงานระบบ
[ระบบตรวจจับและนาโนแมชีนทำงานเต็มกำลัง เพิ่มกระบวนการหล่อเย็นระบบไฮโดรลิค]
ทันใดนั้นแสงสีแดงปรากฏจากดวงตาสี่แขน ไอความร้อนและเย็นแผ่ออกมาในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดไอน้ำพุ่งออกมา บรรยากาศโดยรอบสั่นไหวจนเกิดภาพเบลอ
ฟุ่บบบบ…….
สี่แขนหายไปด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งลมกรรโชกไว้เื้ั
ตอนนี้เขาพร้อมออกล่าแล้ว……….
"เตรียมตัวตายได้เลยเ้ามนุษย์ ข้าจะล่าเ้าอย่างทรมานที่สุด"