ความมืดมิดภายในโรงเก็บของเก่าค่อยๆ กลืนกินแสงจันทร์สลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องลมเข้ามา หวังหลินนอนลืมตาโพลงอยู่ข้างๆ เสี่ยวหลินที่หลับสนิทแล้ว เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กน้อยเป็สิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบงัน
ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและความตึงเครียดจากเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้ ทำให้ร่างกายของหวังหลินประท้วงด้วยความเ็ป แต่จิตใจของเขากลับยังคงตื่นตัว ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัว
โลกใหม่... ระบบขโมยสกิล... พลังปราณ...
คำเหล่านี้วนเวียนอยู่ในความคิดของหวังหลิน ราวกับปริศนาที่เขาต้องไขให้ได้ เขาพยายามเรียบเรียงสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตลอดวัน
โลกนี้ไม่ใช่โลกที่เขาจากมา ผู้คนใช้ "พลังปราณ" ในการต่อสู้และดำรงชีวิต
เขามี "ระบบ" ที่สามารถขโมยสกิลจากผู้อื่นได้ แต่ยังใช้งานได้ไม่เต็มที่
ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป เขาต้องหาทางฟื้นฟูและแข็งแกร่งขึ้น
เขาต้องดูแลเสี่ยวหลิน เด็กหญิงตัวน้อยที่ไม่มีใครเหลียวแล
ภาระหน้าที่ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้หวังหลินรู้สึกหนักอึ้ง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงเป้าหมายที่ชัดเจน
เขาจะไม่ยอมแพ้
เขาจะเอาชีวิตรอดในโลกนี้ให้ได้
เขาจะปกป้องเสี่ยวหลิน
หวังหลินพลิกตัวไปมาบนพื้นแข็ง ความเ็ปที่หลังทำให้เขานิ่วหน้า เขาพยายามนึกถึงวิธีการฝึกฝนร่างกายที่เคยเรียนรู้มา
การฝึกฝนลมหายใจ... การฝึกฝนร่างกาย... การฝึกฝนจิตใจ...
ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานของการเป็ยอดฝีมือในโลกเก่าของเขา แต่ในโลกนี้... เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
เขาเหลือบมองไปยังเสี่ยวหลินที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ เด็กน้อยดูสงบและไร้เดียงสา ราวกับว่าความโหดร้ายของโลกนี้ไม่อาจทำร้ายเธอได้
หวังหลินรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ เขาไม่เคยมีน้องสาว และไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาดูแลใคร
แต่ตอนนี้... เขามีเสี่ยวหลิน
เขาจะไม่ยอมให้เสี่ยวหลินต้องเผชิญกับความยากลำบากอีกต่อไป
หวังหลินตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง เขาไม่อยากเสียเวลานอนหลับไปเปล่าๆ
เขาเริ่มฝึกฝนลมหายใจตามแบบแผนที่เคยเรียนรู้มา เขาหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ กลั้นไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก
ทำซ้ำไปเรื่อยๆ...
แม้จะยังไม่รู้สึกถึง "พลังปราณ" ที่ระบบกล่าวถึง แต่เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มผ่อนคลายลง ความเ็ปค่อยๆ บรรเทาลง
หวังหลินฝึกฝนลมหายใจอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มอบอุ่นขึ้น
เขาหยุดพัก หันไปมองเสี่ยวหลินที่ยังคงหลับสนิท
เขายิ้มเล็กน้อย
พรุ่งนี้... เขาจะพาเสี่ยวหลินไปหาอะไรกิน
เขาจะหางานทำ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูเสี่ยวหลิน
เขาจะฝึกฝนร่างกาย เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น
เขาจะเรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้ให้มากขึ้น
หวังหลินหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้... เขาสามารถหลับลงได้อย่างสงบ
...
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในโรงเก็บของ หวังหลินลืมตาตื่นขึ้น เขารู้สึกสดชื่นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
เขาหันไปมองเสี่ยวหลิน เด็กน้อยยังคงหลับสนิท
หวังหลินลุกขึ้นยืน เขาบิดี้เี ไล่ความเมื่อยขบ
เขาเดินไปที่ประตูโรงเก็บของ เปิดออก
ภายนอกอากาศสดชื่น แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมากระทบใบหน้า
หวังหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ
วันนี้... เขาจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่
เขาหันกลับไปมองเสี่ยวหลินที่ยังคงหลับสนิท
เขาตัดสินใจที่จะไม่ปลุกเสี่ยวหลิน เขาอยากให้เด็กน้อยได้พักผ่อนให้เต็มที่
หวังหลินเดินออกจากโรงเก็บของ มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน
เขา้าหางานทำ เขา้าหาอาหารให้เสี่ยวหลิน
เขาเดินผ่านบ้านเรือนหลายหลัง ผู้คนเริ่มออกมาทำกิจวัตรประจำวัน
หวังหลินสังเกตเห็นว่าผู้คนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่ดูยากจน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เก่าและขาด
เขาเริ่มกังวลว่าเขาจะหางานทำได้หรือไม่
ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังแบกกระสอบข้าวสารเดินผ่านมา
หวังหลินตัดสินใจเดินเข้าไปหาชายคนนั้น
"ท่านลุงครับ..." หวังหลินเรียก
ชายคนนั้นหยุดเดิน หันมามองหวังหลิน
"มีอะไรหรือ?" ชายคนนั้นถาม
"ท่านลุงพอจะมีงานให้ข้าทำไหมครับ?" หวังหลินถาม
ชายคนนั้นมองหวังหลินั้แ่หัวจรดเท้า
"เ้าตัวเล็กแค่นี้ จะทำงานอะไรได้?" ชายคนนั้นถาม
"ข้าทำได้ทุกอย่างครับ" หวังหลินตอบ "ข้าแข็งแรง ขยัน อดทน"
ชายคนนั้นหัวเราะ "ดูท่าทางเ้าจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่นะ"
หวังหลินก้มหน้าลง เขาเริ่มรู้สึกท้อแท้
"แต่เอาเถอะ..." ชายคนนั้นพูด "...ข้ากำลัง้าคนช่วยยกกระสอบข้าวสารพอดี"
หวังหลินเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ "จริงหรือครับ?"
"ใช่" ชายคนนั้นตอบ "แต่ข้าให้ค่าแรงไม่มากนะ เ้าจะทำไหม?"
"ทำครับ!" หวังหลินตอบทันที
"ดี" ชายคนนั้นพูด "ตามข้ามา"
หวังหลินเดินตามชายคนนั้นไป ชายคนนั้นพาเขาไปยังโรงสีข้าวแห่งหนึ่ง
"เ้าต้องยกกระสอบข้าวสารพวกนี้ไปไว้ที่โกดัง" ชายคนนั้นชี้ไปยังกองกระสอบข้าวสาร
หวังหลินมองดูกองกระสอบข้าวสาร แต่ละกระสอบดูหนักมาก
"ไหวไหม?" ชายคนนั้นถาม
หวังหลินพยักหน้า "ไหวครับ"
หวังหลินเริ่มลงมือยกกระสอบข้าวสาร เขายกกระสอบข้าวสารขึ้นบ่า เดินไปยังโกดัง
กระสอบข้าวสารหนักมาก หวังหลินรู้สึกเหมือนกระดูกจะหัก
แต่เขาก็อดทน เขายกกระสอบข้าวสารไปวางที่โกดัง แล้วเดินกลับมาหยิบกระสอบใหม่
เขายกกระสอบข้าวสารไปมาอยู่หลายรอบ จนกระทั่งเหงื่อท่วมตัว
"พักก่อนก็ได้" ชายคนนั้นพูด "เดี๋ยวจะเป็ลมไปเสียก่อน"
หวังหลินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
"ขอบคุณครับ" หวังหลินพูด
ชายคนนั้นยื่นน้ำให้หวังหลิน "ดื่มน้ำเสียหน่อย"
หวังหลินรับน้ำมาดื่ม เขาดื่มน้ำจนหมด
"เ้าชื่ออะไร?" ชายคนนั้นถาม
"ข้าชื่อหวังหลินครับ" หวังหลินตอบ
"ข้าชื่อหลี่ต้า" ชายคนนั้นแนะนำตัว "เ้ามาจากไหน?"
"ข้า... ข้ามาจากที่ไกลมากครับ" หวังหลินตอบ เขาไม่อยากบอกว่าเขามาจากต่างโลก
"อืม..." หลี่ต้าพยักหน้า เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ
หวังหลินพักอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับไปยกกระสอบข้าวสารต่อ
เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งกระสอบข้าวสารหมด
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน" หลี่ต้าพูด "พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ"
"ครับ" หวังหลินตอบ
หลี่ต้ายื่นเงินให้หวังหลิน "นี่ค่าแรงของเ้า"
หวังหลินรับเงินมา เขาดีใจมาก
"ขอบคุณครับท่านลุง" หวังหลินพูด
"เออ" หลี่ต้าตอบ "พรุ่งนี้เจอกัน"
หลี่ต้าเดินจากไป หวังหลินมองดูเงินในมือ
เขามีเงินพอที่จะซื้ออาหารให้เสี่ยวหลินแล้ว
หวังหลินเดินกลับไปที่โรงเก็บของ
เมื่อมาถึง เขาก็เห็นเสี่ยวหลินนั่งรออยู่หน้าโรงเก็บของ
"ท่านพี่!" เสี่ยวหลินวิ่งเข้ามาหาหวังหลิน
"เสี่ยวหลิน... เ้าตื่นแล้วหรือ?" หวังหลินถาม
เสี่ยวหลินพยักหน้า "ท่านพี่ไปไหนมา?"
"ข้าไปทำงานมา" หวังหลินตอบ "ข้าได้เงินมาแล้ว เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกัน"
เสี่ยวหลินยิ้มกว้าง "จริงหรือคะ?"
"จริงสิ" หวังหลินตอบ
หวังหลินพาเสี่ยวหลินไปที่ตลาด เขาซื้อข้าว ซาลาเปา และเนื้อแห้ง
"กินให้อิ่มนะ" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
หวังหลินมองดูเสี่ยวหลินกินข้าวด้วยความสุข
เขารู้สึกดีใจที่สามารถหาอาหารให้เสี่ยวหลินได้
เขาสัญญาว่าจะดูแลเสี่ยวหลินให้ดีที่สุด
กลิ่นหอมของซาลาเปาไส้หมูสับโชยแตะจมูก เสี่ยวหลินกัดซาลาเปาคำใหญ่ แก้มทั้งสองข้างป่องออก ดวงตากลมโตเป็ประกายด้วยความสุข หวังหลินมองภาพนั้นแล้วอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นขึ้นมาในใจของหวังหลิน เขาไม่เคยมีครอบครัว ไม่เคยมีใครให้ต้องดูแล แต่ตอนนี้... เขามีเสี่ยวหลิน
ความรับผิดชอบที่เพิ่มเข้ามาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนักใจ ตรงกันข้าม มันกลับเป็แรงผลักดันให้เขาอยากจะแข็งแกร่งขึ้น อยากจะปกป้องเด็กน้อยคนนี้ให้พ้นจากความยากลำบาก
หวังหลินหยิบซาลาเปาขึ้นมากินบ้าง เขาเคี้ยวช้าๆ ลิ้มรสชาติของอาหารที่ไม่ได้ััมานาน
ในโลกเก่า... เขาไม่เคยมีเวลากินอาหารดีๆ แบบนี้*
ภารกิจที่ได้รับมอบหมายมักจะเร่งรีบและอันตราย
เขาต้องกินอาหารที่หาได้ง่ายๆ เพื่อประทังชีวิต*
แต่ตอนนี้... เขามีเวลา
เขามีเสี่ยวหลิน
และเขาจะใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
หลังจากกินอาหารเสร็จ หวังหลินก็พาเสี่ยวหลินเดินเล่นในตลาด เขาอยากให้เสี่ยวหลินได้เห็นโลกภายนอกบ้าง
ตลาดคึกคักไปด้วยผู้คน มีร้านค้ามากมายขายสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เครื่องประดับ และอาวุธ
หวังหลินสังเกตเห็นว่าผู้คนในตลาดนี้ส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดคลุมแบบโบราณ ผู้ชายบางคนพกกระบี่หรือดาบ
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า "โลกกำลังภายใน" ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ
มันคือวิถีชีวิตของผู้คนในโลกนี้
เสี่ยวหลินเดินเกาะแขนหวังหลิน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพี่... ที่นี่มีของเยอะแยะเลย" เสี่ยวหลินพูด
หวังหลินยิ้ม "ใช่... ที่นี่คือตลาด"
"ตลาดคืออะไร?" เสี่ยวหลินถาม
"ตลาดคือที่ที่ผู้คนมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน" หวังหลินอธิบาย
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
หวังหลินพาเสี่ยวหลินเดินดูร้านค้าต่างๆ เขาซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เสี่ยวหลินสองสามชุด
"เ้าจะได้ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าขาดๆ อีกแล้ว" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินยิ้มกว้าง "ขอบคุณค่ะท่านพี่"
หวังหลินรู้สึกดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเสี่ยวหลิน
เขาเดินดูร้านค้าต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงร้านขายอาวุธ
หวังหลินหยุดยืนมองดูอาวุธที่วางเรียงรายอยู่หน้าร้าน
มีทั้งกระบี่ ดาบ ทวน ง้าว และอาวุธอื่นๆ อีกมากมาย
หวังหลินรู้สึกคุ้นเคยกับอาวุธเหล่านี้ เขาเคยใช้อาวุธเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้... เขาไม่มีอาวุธ
เขาเหลือบมองไปยังมือของตัวเอง
มือที่เคยจับกระบี่สังหารคนมามากมาย... ตอนนี้กลับว่างเปล่า
หวังหลินรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะมีอาวุธ เขาอยากจะปกป้องเสี่ยวหลิน เขาอยากจะแข็งแกร่งขึ้น
แต่เขาก็รู้ว่า... เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้ออาวุธ
เขาถอนหายใจ
"เราไปกันเถอะเสี่ยวหลิน" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอเดินตามหวังหลินไป
หวังหลินพาเสี่ยวหลินเดินออกจากตลาด พวกเขากลับไปยังโรงเก็บของ
"วันนี้เราจะพักผ่อนกันก่อน" หวังหลินพูด "พรุ่งนี้เราค่อยว่ากันใหม่"
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอไม่ได้พูดอะไร
หวังหลินจัดแจงที่นอนให้เสี่ยวหลิน เขารวบรวมกองฟางมาปูเป็ที่นอนให้หนาขึ้น
"นอนหลับให้สบายนะ" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินยิ้มให้หวังหลิน เธอมุดตัวลงในกองฟาง
หวังหลินนั่งลงข้างๆ เสี่ยวหลิน เขามองดูเสี่ยวหลินหลับ
เขาคิดถึงอนาคต
เขาจะต้องหางานที่มั่นคงกว่านี้
เขาจะต้องหาที่พักที่ดีกว่านี้
เขาจะต้องฝึกฝนร่างกายและพลังปราณ
เขาจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้ให้มากขึ้น
หวังหลินหลับตาลง เขาเริ่มฝึกฝนลมหายใจอีกครั้ง
เขาหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ กลั้นไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก
ทำซ้ำไปเรื่อยๆ...
เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มอบอุ่นขึ้น ความเ็ปค่อยๆ บรรเทาลง
เขาฝึกฝนลมหายใจอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มผ่อนคลายลง
เขาหยุดพัก หันไปมองเสี่ยวหลินที่ยังคงหลับสนิท
เขายิ้มเล็กน้อย
เขาจะไม่ยอมแพ้
เขาจะสู้เพื่อเสี่ยวหลิน
เขาจะสู้เพื่ออนาคตของพวกเขา
หวังหลินหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้... เขาสามารถหลับลงได้อย่างสงบและลึกกว่าเดิม
...
เสียงไก่ขันปลุกหวังหลินให้ตื่นขึ้น เขาลืมตาขึ้น
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในโรงเก็บของ
เขาหันไปมองเสี่ยวหลิน เด็กน้อยยังคงหลับสนิท
หวังหลินลุกขึ้นยืน เขาบิดี้เี ไล่ความเมื่อยขบ
เขารู้สึกสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก
เขาเดินไปที่ประตูโรงเก็บของ เปิดออก
ภายนอกอากาศสดชื่น แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมากระทบใบหน้า
หวังหลินสูดหายใจเข้าลึกๆ
วันนี้... เขาจะต้องเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความหวัง
เขาหันกลับไปมองเสี่ยวหลินที่ยังคงหลับสนิท
เขาตัดสินใจที่จะปลุกเสี่ยวหลิน
"เสี่ยวหลิน... ตื่นได้แล้ว" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอมองหวังหลินด้วยความงัวเงีย
"ท่านพี่..." เสี่ยวหลินเรียก
"ตื่นได้แล้ว... วันนี้เราต้องไปทำงานกัน" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอลุกขึ้นนั่ง
หวังหลินพาเสี่ยวหลินไปล้างหน้าล้างตาที่บ่อน้ำ
"วันนี้เราจะไปทำงานที่โรงสีข้าวกัน" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอไม่ได้พูดอะไร
หวังหลินพาเสี่ยวหลินเดินไปยังโรงสีข้าว
เมื่อมาถึง หลี่ต้าก็กำลังรอพวกเขาอยู่แล้ว
"มาแล้วหรือ" หลี่ต้าพูด
"ครับ" หวังหลินตอบ
"วันนี้เ้าต้องยกกระสอบข้าวสารเหมือนเดิม" หลี่ต้าพูด "แต่คราวนี้... ข้าจะให้เ้าลองทำอย่างอื่นด้วย"
"อะไรหรือครับ?" หวังหลินถาม
"ข้าจะให้เ้าลองช่วยสีข้าว" หลี่ต้าตอบ
"สีข้าว?" หวังหลินถาม
"ใช่" หลี่ต้าตอบ "เ้าเคยทำไหม?"
หวังหลินส่ายหน้า "ไม่เคยครับ"
"ไม่เป็ไร... เดี๋ยวข้าสอนเ้าเอง" หลี่ต้าพูด
หลี่ต้าพาหวังหลินไปยังเครื่องสีข้าว
"เครื่องนี้เรียกว่าเครื่องสีข้าว" หลี่ต้าอธิบาย "มันใช้สำหรับสีข้าวเปลือกให้เป็ข้าวสาร"
หวังหลินมองดูเครื่องสีข้าว มันเป็เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้
"เ้าต้องเทข้าวเปลือกลงไปในช่องนี้" หลี่ต้าชี้ไปยังช่องใส่ข้าวเปลือก "แล้วหมุนคันโยกนี้"
หลี่ต้าสาธิตวิธีการสีข้าวให้หวังหลินดู
หวังหลินตั้งใจดู
"ลองทำดูสิ" หลี่ต้าพูด
หวังหลินเทข้าวเปลือกลงไปในช่องใส่ข้าวเปลือก แล้วหมุนคันโยก
เครื่องสีข้าวเริ่มทำงาน เสียงดังครืดคราด
ข้าวเปลือกค่อยๆ ไหลลงไปในเครื่องสีข้าว
ไม่นาน... ข้าวสารก็ไหลออกมาจากช่องด้านล่าง
หวังหลินรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
"เก่งมาก" หลี่ต้าชม "เ้าเรียนรู้ได้เร็ว"
หวังหลินยิ้ม เขารู้สึกดีใจที่ได้รับคำชม
เขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง เขายกกระสอบข้าวสาร สีข้าว และทำงานอื่นๆ ที่หลี่ต้าสั่ง
เสี่ยวหลินนั่งดูหวังหลินทำงาน เธอไม่ได้พูดอะไร
หวังหลินทำงานจนถึงเที่ยงวัน หลี่ต้าก็ให้พวกเขาพักกินข้าว
"วันนี้ข้ามีข้าวกับผัดผักให้พวกเ้ากิน" หลี่ต้าพูด
หวังหลินและเสี่ยวหลินดีใจมาก พวกเขากินข้าวกับผัดผักอย่างเอร็ดอร่อย
หลังจากกินข้าวเสร็จ หวังหลินก็กลับไปทำงานต่อ
เขาทำงานจนถึงเย็น
"วันนี้พอแค่นี้ก่อน" หลี่ต้าพูด "พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ"
"ครับ" หวังหลินตอบ
หลี่ต้ายื่นเงินให้หวังหลิน "นี่ค่าแรงของเ้า"
หวังหลินรับเงินมา เขาดีใจมาก
"ขอบคุณครับท่านลุง" หวังหลินพูด
"เออ" หลี่ต้าตอบ "พรุ่งนี้เจอกัน"
หลี่ต้าเดินจากไป หวังหลินมองดูเงินในมือ
เขามีเงินพอที่จะซื้ออาหารให้เสี่ยวหลิน และซื้อของใช้อื่นๆ ได้อีกเล็กน้อย
หวังหลินพาเสี่ยวหลินไปที่ตลาด
เขาซื้อข้าวสาร เนื้อ ผัก และผลไม้
"วันนี้เราจะกินอาหารดีๆ กัน" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินยิ้มกว้าง "ขอบคุณค่ะท่านพี่"
หวังหลินและเสี่ยวหลินกลับไปที่โรงเก็บขอ
ง
หวังหลินก่อไฟ เขาหุงข้าว ทำกับข้าว
ไม่นาน... กลิ่นหอมของอาหารก็โชยไปทั่วโรงเก็บของ
เสี่ยวหลินนั่งรอด้วยความหิวโหย
เมื่ออาหารเสร็จ หวังหลินก็ตักข้าวใส่ชามให้เสี่ยวหลิน
"กินให้อิ่มนะ" หวังหลินพูด
เสี่ยวหลินพยักหน้า เธอกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
หวังหลินมองดูเสี่ยวหลินกินข้าวด้วยความสุข
เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาเริ่มดีขึ้น
เขามีงานทำ มีเงินซื้ออาหาร และมีเสี่ยวหลินอยู่เคียงข้าง
เขาจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
เขาจะสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้