โมนิคเห็นข้อความจากร้านอาหาร PITA ซึ่งเป็ชื่อร้านอาหารของอธิปส่งข้อความมาขอโทษและขอความช่วยเหลือเธอผ่านเพจรีวิวของแมนเชส
“คิดว่าจะแน่ สุดท้ายก็มาง้อฉันอยู่ดี”เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบกลับข้อความไป เพราะเธออยากให้พวกนั้นได้รับบทเรียนก่อน
เธอเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วกลับออกมาก็พบว่ามีสายโทรศัพท์เรียกเข้ามาจากป้าของเธอ
“สวัสดีค่ะป้าแวว”
“โมนิค ตอนนี้หนูพักที่ไหนลูก” เธอถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ
“ตอนนี้พักที่โรงแรมค่ะป้า ว่าจะพักที่กรุงเทพฯก่อนสักสองสัปดาห์ค่ะ แล้วค่อยไปพักกับป้า ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คือป้าจะบอกว่ายังไม่ต้องมาตอนนี้นะบ้านป้าน้ำท่วม หนูหาที่พักที่กรุงเทพฯอยู่ไปก่อนเลยเช่าห้องพักอยู่ชั่วคราวก่อนก็ได้ โรงแรมมันแพง ไม่รู้ตอนไหนน้ำจะลด” ป้าของเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็กังวล
“น้ำท่วมเหรอคะ” เธอทวนคำคำนั้นแล้วรู้สึกได้ถึงยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นกับเธอ
“ใช่ลูก แค่นี้ก่อนนะป้าต้องขนของหนีน้ำก่อน” เธอพูดแล้วรีบวางสายไป
โมนิคมีเวลาสามเดือนในการมาท่องเที่ยวตามงบประมาณที่เธอมีหากต้องเช่าโรงแรมอยู่ก็เกินงบหากจะไปพักที่ห้องเช่าเธอก็กังวลเื่ค่าใช้จ่ายอยู่ดี
“ทำยังไงดี ถ้าเราใช้เงินเกินงบมัมกับแด๊ดจะต้องไม่ให้มาเที่ยวอีกแน่” เธอพึมพำด้วยความเป็กังวล
โมนิคมีเงินเก็บอยู่มากก็จริงแต่เพราะการที่เธอเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยแล้วไม่ยอมทำงานเป็พนักงานประจำแต่ทำงานอิสระและท่องเที่ยวแบบนี้ มีรายได้จากยอดวิวของการรีวิวอาหารและค่าโฆษณาที่มีสินค้ามาเป็สปอนเซอร์ในเพจ
โมนิคมีรายได้สูงเพราะเป็คนดังและมีสปอนเซอร์เข้าอยู่เยอะก็จริงแต่มันเป็งานที่ไม่มั่นคงและต้องเดินทางไปต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งทำให้พ่อแม่เป็กังวลและยื่นคำขาดว่าแต่ละประเทศที่เธอไป พวกเขาจะกำหนดค่าใช้จ่ายให้หากทำไม่ได้เธอต้องหางานประจำทำ
และประเทศไทยค่าใช้จ่ายที่พวกเขากำหนดมาคือห้าหมื่นบาทภายในสามเดือนซึ่งแน่นอนว่าตอนแรกเธอคำนวณว่าจะพักกับป้าที่ต่างจังหวัดจึงคิดว่าเงินเท่านั้นก็เพียงพอแล้วแต่หากเธอพักที่ห้องเช่า เธอจะต้องเตรียมตัวหางานแน่
“ให้ตายสิ โมนิก้า แมนเชสเธอจะมาตกม้าตายเพราะเื่นี้ไม่ได้นะ” เธอพึมพำแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง
ตอนนี้เงินห้าหมื่นเหลือสี่หมื่นห้าพันบาทเท่านั้นคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องย้ายไปนอนโรงแรมราคาถูกกว่านี้แล้วค่อยคิดหาทางออกว่าเธอจะไปเช่าห้องพักถูกๆ ที่ไหน
ปิ๊ง! เสียงข้อความจากร้านอาหารของอธิปดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้น้ำหนึ่งส่งข้อความมาอ้อนวอนว่ายอมทุกอย่างขอแค่ให้เธอยอมกลับไปชิมอาหารที่ทางร้านเตรียมไว้ให้แล้วเสนอร้านของอธิปให้แมนเชสรีวิวให้
“ทำทุกอย่างเหรอ อะไรจะจนตรอกปานนั้น”โมนิคเบะปากแล้ววางโทรศัพท์ของเธอไว้ที่หัวเตียง เดินมาทิ้งตัวลงที่เตียงนอนหนานุ่มหลับตาลงสักพักลืมตาเบิกกว้าง
“ทำทุกอย่างงั้นเหรอ”เธอเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือมานอนคว่ำหน้ากดส่งข้อความกลับไปแต่ยังไม่ทันกดส่งก็นึกอะไรออก
“คนพวกนั้นไม่รู้ว่าเราคือแมนเชสโดยเฉพาะนายนั่นดูถูกเราว่าเป็เด็กอมมือ ดีล่ะ งั้นฉันจะไม่บอกใครอยากรู้เหมือนกันว่าพวกนั้นรู้ทีหลังว่าฉันคือแมนเชส ทุกคนจะทำหน้าแบบไหน”
เธอเปลี่ยนข้อความที่จะส่งให้ร้านนั้นในฐานะแมนเชสแล้วยิ้มอย่างพอใจ รอรับข้อความจากอีกฝ่ายว่าจะรับข้อเสนอเธอหรือไม่
**********************
น้ำหนึ่งอ่านข้อความที่โมนิคส่งมาด้วยสีหน้าที่ใมันเป็เื่ที่เธอไม่สามารถตอบกลับได้ด้วยตัวเองจึงต้องเอาเื่นี้ไปปรึกษาอธิปก่อน
“เชฟคะคือว่าแมนเชสส่งข้อความตอบกลับเรามาแล้วค่ะ เขายินดีจะช่วยรีวิวร้านของเราให้แต่มีข้อแม้อะไรบางอย่าง” น้ำหนึ่งรีบเอาข้อเสนอของโมนิคยื่นให้อธิปดูเมื่อลูกค้าในร้านเริ่มบางตาลงแล้ว
“จะให้ผู้หญิงคนนั้นมาชิมอาหารให้เราแล้วจะมารีวิวให้เราอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ แต่อ่านตรงบรรทัดสุดท้ายสิคะเชฟ”
“แลกกับการหาที่พักให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไทยสามเดือนจะบ้าไปแล้ว สามเดือนเลยนะ” อธิปอ่านข้อความนั้นอย่างหัวเสีย
“ถือเป็ค่าโฆษณาร้านก็แล้วกันครับเชฟเราต้องพึ่งเธอจริงๆ” นทีออกความเห็น น้ำหนึ่งเองก็ยืนลุ้นรอคำตอบ
อธิปกัดกรามแน่น เขาอยากทำร้านอาหารนี้ต่อไปเพราะมันเป็ความฝันของเขาแต่เขาเกลียดการต่อรองแบบนี้มากที่สุดเขา้าให้ร้านมีลูกค้าที่มาทานอาหารเพราะชอบในรสชาติของมัน
แต่ตอนนี้เขาต้องลดทิฐินั้นลงเพื่อความอยู่รอดของร้าน แลกกับข้อเสนอที่ดูแปลกและน่าโมโหนั่นพลางไม่พอใจข้อความที่น้ำหนึ่งส่งไปว่าจะยอมทำทุกอย่าง มันยิ่งทำให้เขาโมโหแต่เข้าใจว่าน้ำหนึ่งหวังดี จึงไม่ได้นำประเด็นนี้ขึ้นมาพูด
“ตอบกลับไปว่าผมตกลง แต่มีข้อแม้เหมือนกัน”อธิปพูดขึ้นเสียงเรียบนึกถึงหน้าหญิงสาวที่เคยต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วนึกหมั่นไส้เธออยู่เนืองๆ
ดูจากการที่แมนเชสยื่นข้อเสนอนี้มาให้เดาว่าหญิงสาวคนนั้นคงกำลังประสบปัญหาเื่ที่พักแน่ อย่างที่นทีพูดต่างกันต่างต้องพึ่งพากัน ฝ่ายนั้นมีข้อแม้กับเขา เขาก็ต้องมีข้อแม้บ้างเหมือนกัน
“ข้อแม้อะไรคะ” น้ำหนึ่งถามเขาด้วยความอยากรู้สีหน้าของอธิปตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
**********************
โมนิคอ่านข้อความที่ตอบกลับมาเธอทำหน้ามุ่ยด้วยความขัดใจเล็กน้อย แต่ในเมื่อมันเป็ทางรอดสุดท้ายของเธอจึงต้องยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี
“ให้ไปอยู่บ้านของเ้าของร้านและต้องอยู่ในการปกครองของเขาไหนบอกยอมทำทุกอย่างไง บ้าที่สุด” เธอพึมพำแล้วทำหน้ายุ่งรู้ว่าข้อเสนอตัวเองมันก็ดูแปลกไปที่จะให้พวกเขาช่วยหาที่พักให้การที่เขามีข้อเสนอมาอย่างนี้มันก็ไม่สมเหตุสมผลพอๆ กัน
“คิดว่าฉันไม่กล้ารับข้อเสนออย่างนั้นเหรอรู้จักโมนิคน้อยไปแล้ว” เธอพูดอย่างมาดมั่นแล้วส่งข้อความตอบกลับไปว่าเธอยอมรับข้อเสนอนี้ของอีกฝ่าย
“เ้าของร้านร้านเป็คนแบบไหนกันนะภาวนาให้ใจดี ตรงข้ามกับเชฟพิทบูลนั่นด้วยเถอะ”
**********************