ปรุงรักนักชิมรส

    บทที่ 5 ข้อเสนอ

            โมนิคเห็นข้อความจากร้านอาหาร PITA ซึ่งเป็๲ชื่อร้านอาหารของอธิปส่งข้อความมาขอโทษและขอความช่วยเหลือเธอผ่านเพจรีวิวของแมนเชส

            “คิดว่าจะแน่ สุดท้ายก็มาง้อฉันอยู่ดี”เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พอใจ แต่ไม่ได้ตอบกลับข้อความไป เพราะเธออยากให้พวกนั้นได้รับบทเรียนก่อน

            เธอเดินเข้าไปอาบน้ำแล้วกลับออกมาก็พบว่ามีสายโทรศัพท์เรียกเข้ามาจากป้าของเธอ

            “สวัสดีค่ะป้าแวว”

            “โมนิค ตอนนี้หนูพักที่ไหนลูก” เธอถามหลานสาวด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ

            “ตอนนี้พักที่โรงแรมค่ะป้า ว่าจะพักที่กรุงเทพฯก่อนสักสองสัปดาห์ค่ะ แล้วค่อยไปพักกับป้า ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”

            “คือป้าจะบอกว่ายังไม่ต้องมาตอนนี้นะบ้านป้าน้ำท่วม หนูหาที่พักที่กรุงเทพฯอยู่ไปก่อนเลยเช่าห้องพักอยู่ชั่วคราวก่อนก็ได้ โรงแรมมันแพง ไม่รู้ตอนไหนน้ำจะลด” ป้าของเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็๲กังวล

            “น้ำท่วมเหรอคะ” เธอทวนคำคำนั้นแล้วรู้สึกได้ถึงยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นกับเธอ

            “ใช่ลูก แค่นี้ก่อนนะป้าต้องขนของหนีน้ำก่อน” เธอพูดแล้วรีบวางสายไป

            โมนิคมีเวลาสามเดือนในการมาท่องเที่ยวตามงบประมาณที่เธอมีหากต้องเช่าโรงแรมอยู่ก็เกินงบหากจะไปพักที่ห้องเช่าเธอก็กังวลเ๹ื่๪๫ค่าใช้จ่ายอยู่ดี

            “ทำยังไงดี ถ้าเราใช้เงินเกินงบมัมกับแด๊ดจะต้องไม่ให้มาเที่ยวอีกแน่” เธอพึมพำด้วยความเป็๲กังวล

            โมนิคมีเงินเก็บอยู่มากก็จริงแต่เพราะการที่เธอเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยแล้วไม่ยอมทำงานเป็๞พนักงานประจำแต่ทำงานอิสระและท่องเที่ยวแบบนี้ มีรายได้จากยอดวิวของการรีวิวอาหารและค่าโฆษณาที่มีสินค้ามาเป็๞สปอนเซอร์ในเพจ

            โมนิคมีรายได้สูงเพราะเป็๲คนดังและมีสปอนเซอร์เข้าอยู่เยอะก็จริงแต่มันเป็๲งานที่ไม่มั่นคงและต้องเดินทางไปต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งทำให้พ่อแม่เป็๲กังวลและยื่นคำขาดว่าแต่ละประเทศที่เธอไป พวกเขาจะกำหนดค่าใช้จ่ายให้หากทำไม่ได้เธอต้องหางานประจำทำ

            และประเทศไทยค่าใช้จ่ายที่พวกเขากำหนดมาคือห้าหมื่นบาทภายในสามเดือนซึ่งแน่นอนว่าตอนแรกเธอคำนวณว่าจะพักกับป้าที่ต่างจังหวัดจึงคิดว่าเงินเท่านั้นก็เพียงพอแล้วแต่หากเธอพักที่ห้องเช่า เธอจะต้องเตรียมตัวหางานแน่

            “ให้ตายสิ โมนิก้า แมนเชสเธอจะมาตกม้าตายเพราะเ๱ื่๵๹นี้ไม่ได้นะ” เธอพึมพำแล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง

            ตอนนี้เงินห้าหมื่นเหลือสี่หมื่นห้าพันบาทเท่านั้นคิดว่าพรุ่งนี้คงต้องย้ายไปนอนโรงแรมราคาถูกกว่านี้แล้วค่อยคิดหาทางออกว่าเธอจะไปเช่าห้องพักถูกๆ ที่ไหน

            ปิ๊ง! เสียงข้อความจากร้านอาหารของอธิปดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้น้ำหนึ่งส่งข้อความมาอ้อนวอนว่ายอมทุกอย่างขอแค่ให้เธอยอมกลับไปชิมอาหารที่ทางร้านเตรียมไว้ให้แล้วเสนอร้านของอธิปให้แมนเชสรีวิวให้

            “ทำทุกอย่างเหรอ อะไรจะจนตรอกปานนั้น”โมนิคเบะปากแล้ววางโทรศัพท์ของเธอไว้ที่หัวเตียง เดินมาทิ้งตัวลงที่เตียงนอนหนานุ่มหลับตาลงสักพักลืมตาเบิกกว้าง

            “ทำทุกอย่างงั้นเหรอ”เธอเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือมานอนคว่ำหน้ากดส่งข้อความกลับไปแต่ยังไม่ทันกดส่งก็นึกอะไรออก

            “คนพวกนั้นไม่รู้ว่าเราคือแมนเชสโดยเฉพาะนายนั่นดูถูกเราว่าเป็๞เด็กอมมือ ดีล่ะ งั้นฉันจะไม่บอกใครอยากรู้เหมือนกันว่าพวกนั้นรู้ทีหลังว่าฉันคือแมนเชส ทุกคนจะทำหน้าแบบไหน”

            เธอเปลี่ยนข้อความที่จะส่งให้ร้านนั้นในฐานะแมนเชสแล้วยิ้มอย่างพอใจ รอรับข้อความจากอีกฝ่ายว่าจะรับข้อเสนอเธอหรือไม่

    **********************

            น้ำหนึ่งอ่านข้อความที่โมนิคส่งมาด้วยสีหน้าที่๻๠ใ๽มันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เธอไม่สามารถตอบกลับได้ด้วยตัวเองจึงต้องเอาเ๱ื่๵๹นี้ไปปรึกษาอธิปก่อน

            “เชฟคะคือว่าแมนเชสส่งข้อความตอบกลับเรามาแล้วค่ะ เขายินดีจะช่วยรีวิวร้านของเราให้แต่มีข้อแม้อะไรบางอย่าง” น้ำหนึ่งรีบเอาข้อเสนอของโมนิคยื่นให้อธิปดูเมื่อลูกค้าในร้านเริ่มบางตาลงแล้ว

            “จะให้ผู้หญิงคนนั้นมาชิมอาหารให้เราแล้วจะมารีวิวให้เราอย่างนั้นเหรอ”

            “ใช่ค่ะ แต่อ่านตรงบรรทัดสุดท้ายสิคะเชฟ”

            “แลกกับการหาที่พักให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไทยสามเดือนจะบ้าไปแล้ว สามเดือนเลยนะ” อธิปอ่านข้อความนั้นอย่างหัวเสีย

            “ถือเป็๞ค่าโฆษณาร้านก็แล้วกันครับเชฟเราต้องพึ่งเธอจริงๆ” นทีออกความเห็น น้ำหนึ่งเองก็ยืนลุ้นรอคำตอบ

            อธิปกัดกรามแน่น เขาอยากทำร้านอาหารนี้ต่อไปเพราะมันเป็๲ความฝันของเขาแต่เขาเกลียดการต่อรองแบบนี้มากที่สุดเขา๻้๵๹๠า๱ให้ร้านมีลูกค้าที่มาทานอาหารเพราะชอบในรสชาติของมัน

            แต่ตอนนี้เขาต้องลดทิฐินั้นลงเพื่อความอยู่รอดของร้าน แลกกับข้อเสนอที่ดูแปลกและน่าโมโหนั่นพลางไม่พอใจข้อความที่น้ำหนึ่งส่งไปว่าจะยอมทำทุกอย่าง มันยิ่งทำให้เขาโมโหแต่เข้าใจว่าน้ำหนึ่งหวังดี จึงไม่ได้นำประเด็นนี้ขึ้นมาพูด

            “ตอบกลับไปว่าผมตกลง แต่มีข้อแม้เหมือนกัน”อธิปพูดขึ้นเสียงเรียบนึกถึงหน้าหญิงสาวที่เคยต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วนึกหมั่นไส้เธออยู่เนืองๆ

            ดูจากการที่แมนเชสยื่นข้อเสนอนี้มาให้เดาว่าหญิงสาวคนนั้นคงกำลังประสบปัญหาเ๹ื่๪๫ที่พักแน่ อย่างที่นทีพูดต่างกันต่างต้องพึ่งพากัน ฝ่ายนั้นมีข้อแม้กับเขา เขาก็ต้องมีข้อแม้บ้างเหมือนกัน

            “ข้อแม้อะไรคะ” น้ำหนึ่งถามเขาด้วยความอยากรู้สีหน้าของอธิปตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก

    **********************

            โมนิคอ่านข้อความที่ตอบกลับมาเธอทำหน้ามุ่ยด้วยความขัดใจเล็กน้อย แต่ในเมื่อมันเป็๲ทางรอดสุดท้ายของเธอจึงต้องยอมรับข้อเสนอนั้นแต่โดยดี

            “ให้ไปอยู่บ้านของเ๯้าของร้านและต้องอยู่ในการปกครองของเขาไหนบอกยอมทำทุกอย่างไง บ้าที่สุด” เธอพึมพำแล้วทำหน้ายุ่งรู้ว่าข้อเสนอตัวเองมันก็ดูแปลกไปที่จะให้พวกเขาช่วยหาที่พักให้การที่เขามีข้อเสนอมาอย่างนี้มันก็ไม่สมเหตุสมผลพอๆ กัน

            “คิดว่าฉันไม่กล้ารับข้อเสนออย่างนั้นเหรอรู้จักโมนิคน้อยไปแล้ว” เธอพูดอย่างมาดมั่นแล้วส่งข้อความตอบกลับไปว่าเธอยอมรับข้อเสนอนี้ของอีกฝ่าย

            “เ๯้าของร้านร้านเป็๞คนแบบไหนกันนะภาวนาให้ใจดี ตรงข้ามกับเชฟพิทบูลนั่นด้วยเถอะ”

    **********************