จนกระทั่งถึงเวลาเดินสวนสนามภัควริณย์จึงออกมาจากแถวหากสายตายังคงวนเวียนอยู่ที่ศวัสไม่ห่างไปไหน บ่ายวันนั้นหมอหนุ่มเดินนำขบวนเข้าสู่สนามได้เป็อย่างดีไม่มีปัญหาอย่างที่เธอนึกกลัวพอพิธีเปิดกีฬาสีเสร็จสิ้นลงจนกระทั่งเดินออกจากสนาม ภัควริณย์และน้องๆก็ช่วยกันเก็บอุปกรณ์รวมไว้ที่กองกลาง
“ผมจะไปเปลี่ยนชุด ห้องเปิดไหม”กมลภพและศวัสเดินแยกกลุ่มมาหา เพราะต้องเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมการแสดงต่อ
“เปิดค่ะช่างแต่งหน้ารอช่วยถอดวิกกับเซตผมให้หมอ”
หญิงสาวเหลือบมองศวัสนิดนึง“หมอศวัส”
“ครับ”
“ต้องเปลี่ยนชุดด้วยใช่ไหม”เขาพยักหน้าพร้อมทำมือว่าโอเคเมื่อเห็นสายตาเป็ห่วงจากเธอ“แขวนชุดไว้ที่ห้องได้เลยนะเดี๋ยวพี่ตามเก็บ อยากพักหน่อยไหม”
“พี่ไม่ขึ้นไปด้วยเหรอ”
“รอประสานงานอยู่ที่นี่ข้างบนมีลลิสแตนบายอยู่หมอรีบเปลี่ยนชุดแล้วมาหาพี่จะได้รันคิวโชว์ต่อจากแข่งเกม”ภัควริณย์บอกสองหนุ่มที่ต้องไปเปลี่ยนชุด ขณะที่ลีดคนอื่นๆ นั่งพักอยู่ไม่ไกล
“ไอ้นี่มันถึกพี่ไม่ต้องห่วง” กมลภพกอดคอเพื่อนแล้วทำท่าจะจุ๊บโชว์จนศวัสต้องผลักศีรษะออก
“อย่านะมึง”
“ที่รักทำไมใจร้าย”
“มัวหวานกันอยู่นี่” หญิงสาวส่ายหน้าเอือมๆ
“หึงเหรอ”
“หึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”
“บ้า! เค้ามีเมียแล้ว รอหย่าก่อนนะ”
“หมอ! รีบไปเปลี่ยนชุดเลยไป๊”
กมลภพหัวเราะที่ยั่วโมโหรุ่นพี่สาวได้พอเห็นฝ่ามือจะฟาดเข้ากลางหลังก็ถลกผ้าถุงวิ่งอ้าวไม่หลงเหลือสภาพกุลสตรีผู้ถือป้ายกีฬาสี
“มีอะไรให้เอาขึ้นไปเก็บข้างบนห้องไหม”
“มีกล่องหมวกฝากด้วยนะขอบคุณค่ะ ส่วนคทาหมอเอามานี่ ดื่มน้ำหน่อยไหม”
“ขอบคุณครับ”
หญิงสาวยื่นน้ำเย็นให้ขณะที่สายตาก็สำรวจใบหน้าเขาไปด้วย
สีหน้าดูดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังน่าห่วงอยู่เหมือนเดิม
“เดี๋ยวผมมานะ”หมอหนุ่มหลบสายตาก่อนจะรีบเดินตามเพื่อนไป
“ไอดอลเกาหลีชัดๆ” แอฟกระซิบพลางสอดส่ายสายตาไปยังกลุ่มลีดที่เหลือ“ตึกแกนี่คัดนักเรียนจากหน้าตาเหรอวะ ฉลาดไม่พอหล่อจนน่ารังเกียจ”
ฟ้ากับน้ำหวานพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
“เลือกไม่ถูกเลย หนุ่มๆ ที่แต่งชุดไทยก็งานดีละลานตาไปหมดทำไมตึกฉันไม่มีอย่างนี้บ้างนะ”
ภัควริณย์หัวเราะ “แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้”
“แล้วเด็กแกเป็ไรเห็นหงุงหงิงกันั้แ่ตั้งขบวนแล้ว”
“เด็ก?”
“หมอศวัสไง พออยู่กับแกนี่แบบ ฮึ่ยยย...ไม่อยากจะพูด” แอฟออกอาการมันเขี้ยว“แบบว่าไทป์หมาเด็กมากๆ”
“หมาเด็ก?” หญิงสาวทำหน้าสงสัย “มันยังไงอ่ะ”
“ก็แบบว่าขี้อ้อน ร่าเริง ดีดๆ แต่รวมๆก็คือน่ารักเหมือนลูกหมาอะไรทำนองเนี้ย”
“อ้อ ดีดๆ นึกถึงลูกหมากระดิกหางดิ๊กๆ เลย”
“เป็แบบนั้นเลย”
“หืม?”
“ใช่อย่างที่พี่แอฟว่าหมอจะน่ารักมากเวลาอยู่กับพี่พี หนูยังชอบมอง” ฟ้าสนับสนุนอีกเสียง
“ความรู้สึกช้าจริงแกถูกอ้อยเรี่ยราดขนาดนี้ยังไม่รู้ตัว แล้วสรุปนางเป็ไร”
“สงสัยเมนส์มา”
“คงไม่ใช่วันไข่ตกหรอกนะ แต่วันนี้เธอหล่อมากๆ ขอบอก เห็นแล้วชักอยากกลับคำอยากมีหลัวเด็กว่ะ”
“ผ่านด่านหนูฟ้าให้ได้ก่อนดีมั้ย”
“บัตรคิวค่ะพี่แอฟ หนูจองของหนูมาั้แ่สบตากันครั้งแรกแล้ว”
“ปากเก่งเชียวนะยะหนูฟ้า พอต่อหน้าแล้วเงียบกริบเป็หอยกาบ”
“พี่แอฟอ่ะ” ฟ้าหน้าแดงเมื่อถูกรุ่นพี่เย้า
“จริงนี่ ขี้อายอย่างเธอน่ะไม่ได้แอ้มใครเขาหรอก”
“แต่กล้าอย่างพี่แอฟก็ยังโสดจนถึงทุกวันนี้นี่” น้ำหวานแย้งเสียงเบา
“ต๊าย! นังพีดูเด็กพวกนี้พูดเข้าไหนเมนเธอน้ำหวานป้าจะสาธิตวิธีหลีหนุ่มให้ชมเป็ขวัญตา”
ภัควริณย์พยักพเยิดหน้าไปยังกลุ่มชายหนุ่มที่สวมชุดไทยโดยมีหมอสาวร่วมรุ่นรุมล้อมถ่ายรูปกันอยู่ใกล้กับเต้นท์กองกลาง
“คนสูงๆ ที่ยืนถ่ายรูปกับสองสาวเสื้อสีฟ้าขนาบข้าง”
“แหม ตาแหลมจริงน้องฉัน คนนี้ก็หล่อสเปกพี่เหมือนกัน”
“ฉันเห็นสเปกแกทุกแนวเลย”
“ก็ตึกหล่อนมีอาหารตาเยอะนี่
“พี่แอฟอย่าแย่งหนู”
“ใครดีใครได้ของอย่างนี้”
“เบาได้เบาเพื่อน เสียงแกทะลุออกลำโพงไปแล้วรักษาลุคอาจารย์หน่อย”หัวหน้าทีมเตือนเพราะกลัวจะมีใครผ่านมาได้ยิน
“ทำไมฉันไม่เห็นคนนี้วันซ้อมเลยอ่ะ”
“ซ้อมลีดกับดรัมเฉพาะปี 1ส่วนคนนี้เคยมาประชุมด้วยหนเดียววันที่แกมาชวนไปกินส้มตำไงสงสัยแกจะไม่ทันสังเกต”
“งั้นวาสนาเราก็ต้องกันแล้วล่ะที่ได้มาเจอกันในวันนี้”แอฟทำเสียงมีเลศนัย “นั่นกำลังจะเดินมาทางนี้แล้ว”
“พี่พีเปลี่ยนชุดได้แล้วใช่ไหม”เตวิชเดินมาหยุดตรงหน้าส่งยิ้มแจกจ่ายให้สาวๆอย่างทั่วถึงทำให้ใบหน้าคมคายดูดีขึ้นไปอีกหลายระดับ
“ได้เลยหมอบนห้องแต่งตัวมีลลิแล้วก็ช่างอยู่”
“เพื่อนๆจะไปเปลี่ยนด้วยมั้ย”
“น่าจะเพราะแม่สีให้ลงแข่งเกมด้วย”
“งั้นฝากหมอช่วยพี่ขนอุปกรณ์ขึ้นไปเก็บด้วย”
“ครับไหนล่ะ”
“ทางนี้ค่ะกล่องไหนเสร็จแล้ว”ปลายเสียงหันไปถามฟ้าและน้ำหวานที่ง่วนอยู่กับการจัดเรียงอุปกรณ์ลงกล่อง
“กล่องนี้ค่ะ”น้ำหวานก้มหน้าก้มตาตอบพอหมอหนุ่มเดินไปใกล้ก็แทบจะมุดตัวลงไปในกล่องจนแอฟแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“เดี๋ยวให้น้องๆนำไป หมอ...ใครจะไปเปลี่ยนชุดอีกมั้ย”
หมอหนุ่มๆที่พอได้ยินต่างก็ทยอยเดินมาหา
“เสื้อผ้าแขวนไว้ในห้องแต่งตัวได้เลยส่วนหมอเปลี่ยนชุดแล้วกลับมาเข้าตามสีที่สังกัดนะคะ วันนี้ขอบคุณมากค่ะ”
เกือบครึ่งชั่วโมงทั้งศวัสและกมลภพจึงกลับมาสมทบกับเพื่อนๆที่สนามอีกครั้ง คราวนี้สองหนุ่มอยู่ในชุดสูทดำล้วนเหมือนกับลีดคนอื่นๆขณะที่ศวัสเปลี่ยนเพียงเสื้อเชิ้ตเป็สีดำและหยิบสูทมาสวมก็เป็อันเสร็จพิธีต่างจากกมลภพที่ต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายทั้งตัวไม่พอยังต้องแต่งหน้าและเซตผมใหม่แปลงร่างจากสาวสวยให้กลายเป็หนุ่มหล่อในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาทีพอหนุ่มๆ พร้อมก็เริ่มการแสดงโดยอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ ‘ใกล้รุ่ง’ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชเพื่อเป็การน้อมรำลึงถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและแสดงความอาลัยถวายแด่พระองค์
“หมอเขาสะบัดมือสวยมากเลยดูสมาร์ตจนหมอขนลุกไปหมด นึกถึงตอนเรียนอันเดอร์แกรดไม่ได้เห็นลีดมือสวยๆอย่างนี้ั้แ่จบมา” อาจารย์นลินทิพย์พูดกับภัควริณย์
“หมอพวกนี้เป็ลีดมหา’ลัยใช่ไหม” อาจารย์อีกท่านถาม
“ค่ะ ยกเว้นหมอศวัสกับหมอนนทวัฒน์เพิ่งฝึกเมื่อต้นเดือน”เธออธิบายพลางยกกล้องขึ้นบันทึกวิดีโอ
“นี่ขนาดมีเวลาซ้อมไม่มากนะ แต่ดูแล้วแยกไม่ออกเลย โชว์ได้สวยจริงๆ”
สิ้นประโยคของเหล่าอาจารย์ได้ไม่ถึงอึดใจ หมอหนุ่มทั้ง 5 ก็กระชากอารมณ์ผู้ชมรอบสนามด้วยการสลัดคราบคุณชายแห่งวังจุฑาเทพเข้าสู่โหมดหนุ่มลูกทุ่งในเพลงลืมฮูดซิปของอรดีเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวเล็กสาวใหญ่ได้ลั่นสนาม โดยเฉพาะฟ้าน้ำหวานและแอฟกรี๊ดจนแก้วหูเธอจะแตก
หมอทำถึงมาก!