ภายในห้องน้ำจี้ทิงกำลังก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
โดยปกติแล้วเพื่อนฝูงกลุ่มเดิมของเ้าของร่างนี้มักจะรวมตัวกันเพื่อทำเื่เหลวไหลไร้สาระอยู่เสมอดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทเขาจึงตรวจสอบรายการทำธุรกรรมของคลับแห่งนี้อย่างละเอียด
นอกจากข้อสงสัยเื่การเลี่ยงภาษีแล้วก็ไม่พบว่าพัวพันกับเื่อบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงอื่นๆจะมีก็เพียงค่าทิปพนักงานที่ดูสูงผิดปกติจนน่าสงสัยเท่านั้น
จี้ทิงคิดในใจว่าแค่เข้าไปพูดธุระให้จบแล้วปลีกตัวออกมาก็คงไม่มีปัญหาอะไร
อันที่จริงเพื่อนกลุ่มนี้ของเ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ถือว่าเป็คนชั่วร้ายอะไรเพียงแต่เป็กลุ่มลูกหลานตระกูลรวยที่เสวยสุขบนกองเงินกองทองของตระกูลแม้จะมีนิสัยเสียอยู่บ้าง แต่เื่ผิดกฎหมายคอขาดบาดตายนั้นยังไม่มีใครกล้าทำ
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจจี้ทิงก็เก็บโทรศัพท์ ล้างมือให้สะอาด แล้วเดินย้อนกลับไปตามโถงทางเดิน
ทันทีที่เขาผลักประตูห้องวีไอพีเข้าไปเสียงผิวปากหวีดหวิวก็ดังขึ้นทักทายทันที
“โอ้โห คุณชายจี้ผู้ยิ่งใหญ่ยอมเสด็จมาจนได้นะวันนี้ปกติโทรไปหาล่ะไม่เคยจะรับสายเลยนี่หว่า?”
คำหยอกเย้ายังไม่ทันหายไปสวีเทียนเฮ่าก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟา “เฮ้ยพวกนายรู้ป่ะ ตอนที่ฉันไปตามตัวเขาวันนี้ เขาพูดว่าไง?”
“เขาทำหน้าจริงจังแล้วบอกว่า ต้องอยู่บ้านติวหนังสือต่อไปนี้จะไม่ยอมออกมาเที่ยวกับพวกเราแล้วว่ะ”
“ฮ่าๆๆ!”
ทั้งห้องะเิเสียงหัวเราะลั่นอย่างเอาเป็เอาตายบางคนขำจนเกือบจะร่วงตกจากโซฟา
ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยถากถางจี้ทิงไม่ได้แสดงท่าทีขัดเขินหรือโกรธเคือง เขาเพียงแต่นั่งลงตรงมุมหนึ่งอย่างสงบรอให้พวกเขาสิ้นฤทธิ์เสียงหัวเราะไปเอง
“ฉันบอกเลยนะคุณชายรองจี้ นี่นายเป็คนพูดเองนะ” จางซวี่เช็ดน้ำตาพลางพึมพำด้วยอาการหอบจากการขำค้าง“เดี๋ยวเถอะ... อย่ามานึกเสียใจทีหลังแล้วกัน”
จี้ทิงไม่เข้าใจว่าความหมายของคำว่าเสียใจนั้นคืออะไรแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะถาม “ในเมื่อสวีเทียนเฮ่าบอกไปแล้ว...”
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูสั้นๆสองครั้งดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนไปจากจี้ทิงในทันที
“เข้ามา”
ผู้จัดการคลับเปิดประตูแง้มตัวเข้ามาครึ่งหนึ่ง“คุณชายจางครับ ด้านนอกเตรียมการเรียบร้อยแล้วจะให้คนเข้ามาเลยไหมครับ?”
มุมปากของจางซวี่ประดับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยในขณะที่คนอื่นๆ ต่างพากันชำเลืองมองจี้ทิงเป็ตาเดียวพร้อมแสดงสีหน้าเหมือนกำลังรอดูเื่สนุก
“ตกลง ให้พวกเขาเข้า...”
“ไม่ต้องให้เข้ามา”
ทุกคนถึงกับชะงักเมื่อเห็นจี้ทิงยืนขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนจะหันไปสั่งผู้จัดการ“คุณเองก็ออกไปซะ แล้วปิดประตูด้วย”
น้ำเสียงของเขาแม้จะเรียบเฉยทว่ากลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ผู้จัดการไม่กล้ารั้งรอรีบถอยหลังออกไปและปิดประตูลงทันที
สถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันทำเอาทุกคนหน้าเหวอสวีเทียนเฮ่าเบิกตากว้าง “จี้ทิงนายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย?”
จี้ทิงไม่ได้สนใจเขา“ฉันพูดธุระจบแล้วก็จะไป ไม่กวนเวลาสำราญของพวกนายหรอก”
“นายจะกลับแล้วเหรอ?”
จี้ทิงยังคงรักษาความนิ่งเฉยไว้พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย“สิ่งที่ฉันพูดกับสวีเทียนเฮ่าวันนี้ไม่ใช่เื่ตลกต่อไปนี้ฉันตั้งใจจะเรียนหนังสืออย่างจริงจังเพราะงั้นพวกนายก็ถือซะว่าไม่มีเพื่อนอย่างฉันอีก ไม่ต้องติดต่อมาและไม่ต้องไปหาฉันที่บ้านด้วย”
“ขอบคุณทุกคน ลาก่อน”
เมื่อเห็นเขาทำท่าจะเดินออกไปโดยไม่ลังเลสวีเทียนเฮ่าที่กำลังอึ้งก็คว้าแขนเขาไว้ตามสัญชาตญาณ“เฮ้... นี่นายเอาจริงเหรอวะ?”
จี้ทิงดึงเสื้อตัวเองออกจากการเกาะกุมอย่างสำรวม“ใช่ เื่จริง”
“ไม่ใช่สิ นาย...”
“หมายความว่าไง?” จางซวี่ขัดขึ้นพลางยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มเย็น“คุณชายรองจี้ นายคงไม่คิดจะตัดขาดกับพวกเราจริงๆ หรอกใช่ไหม?”
จี้ทิงพลันตระหนักได้ถึงปัญหาหนึ่งว่าระดับสติปัญญาที่บกพร่องอาจส่งผลต่อสมรรถภาพทางการได้ยินด้วยสินะ
จางซวี่เห็นเขาเงียบไปก็เค้นยิ้ม“ได้ ถือว่าวันนี้พวกเราแส่หาเื่เอง นายจะไปใช่ไหม?” เขาคว้าขวดเหล้านอกขึ้นมากระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังปัง “กระดกขวดนี้ให้หมด แล้วหลังจากนี้เราค่อยทำเป็ไม่รู้จักกัน”
สายตาของจี้ทิงกวาดมองขวดเหล้าใบนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง “ถ้าฉันจำไม่ผิดเหล้าขวดนี้คือ แมคคัลแลนสิบสองปี เชอร์รีโอ๊คมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าผู้ชายวัยผู้ใหญ่ดื่มรวดเดียวหมดขวดจะมีความเสี่ยงถึงแปดสิบเจ็ดจุดหกเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดอาการแอลกอฮอล์เป็พิษเฉียบพลันและระดับเอทานอลในเืจะพุ่งสูงขึ้นจนถึงขั้นกดการหายใจหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ถ้าช่วยชีวิตไม่ทันก็อาจจะตายได้”
สิ้นคำพูดนั้นทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างยืนบื้อใบ้ราวกับถูกสาป
“จางซวี่ ถ้านายคิดว่าแบกรับผลที่ตามมาไหว ก่อนที่ฉันจะดื่มนายต้องเซ็นเอกสารยอมรับสภาพการเป็ผู้รับผิดชอบหลักในเหตุการณ์นี้ด้วย”
จี้ทิงพูดจบอย่างเป็ธรรมชาติก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ “แน่นอนว่าถ้าพวกนายเต็มใจก็สามารถเซ็นชื่อร่วมกันได้เมื่อถึงเวลาศาลจะระบุว่าพวกนายเป็ผู้ร่วมรับผิดชอบในคดีความ”
สวีเทียนเฮ่ากับเพื่อนที่เหลือถึงกับใจแกว่งล้อเล่นหรือไง... ดื่มแบบนั้นตายได้จริงๆ นะ ใครจะไปกล้าเซ็นชื่อลงไป?
ทุกคนต่างหันไปมองจางซวี่ที่เพิ่งพ่นคำท้าออกมาเดิมทีตั้งใจจะช่วยพูดให้เลิกรากันไป แต่เมื่อจางซวี่ถูกจ้องมองด้วยสายตาแบบนั้นเขาก็รู้สึกเสียหน้าจนทนไม่ได้ “ถ้านายกล้าดื่มฉันก็กล้าเขียน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าวันนี้ถ้านายดื่มแล้วจะถึงขั้นตายคาวงนี้จริงๆ”
จี้ทิงส่ายหัวเบาๆด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย “จางซวี่ด้วยระดับสติปัญญาของนาย ต่อไปอย่าไปเล่นเทรดออปชัน [1] กับใครเขาเลยนะ”
จางซวี่ตัวสั่นเทิ้มใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “จี้ทิง แก...ไอ้นี่มัน...”
“ก่อนหน้านี้นายให้พวกเราลงเงินร่วมลงทุนด้วยโดยอ้างว่ามีมือดีที่เชี่ยวชาญการปั่นหุ้นราคาต่ำแต่นายเคยศึกษาเลเวอเรจที่แท้จริง [2] ของหุ้นพวกนั้นบ้างไหม?”
น้ำเสียงของจี้ทิงในยามนี้เคร่งขรึมกว่าก่อนหน้ามากหรือจะเรียกว่าดุดันเลยก็ว่าได้ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าของร่างเดิมเอาเงินสี่ล้านไปประเคนให้จางซวี่เขาก็คงไม่ต้องลำบากเื่เงินตอนซื้ออุปกรณ์และคงไม่ต้องถูกจี้เยี่ยนจื๋อข่มขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้
เมื่อคิดถึงเื่นี้แววตาของจี้ทิงก็ยิ่งเข้มลึกขึ้น
จางซวี่เห็นเขามาซักไซ้ไล่เลียงก็รู้สึกทั้งขำทั้งโมโห“พูดซะดิบดี เหมือนนายคำนวณเป็งั้นแหละ?”
จี้ทิงไม่ได้ตอบคำถามโดยตรงแต่หันไปทางสวีเทียนเฮ่า “นายออกไปหาไอแพดมาให้ฉันเครื่องหนึ่งเอาเครื่องที่มีปากกาด้วยนะ”
สวีเทียนเฮ่าลอบกลืนน้ำลายพลางสังเกตสีหน้าคนอื่นๆ สุดท้ายก็ยอมวิ่งหน้าตั้งออกไป
ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็กลับมาด้วยอาการหอบซี่โครงบาน พร้อมยื่นไอแพดให้จี้ทิง“อันนี้... อันนี้ใช้ได้ไหม?”
“ได้”
จี้ทิงรับมาแล้วนั่งลงบนโซฟาโดยไม่รู้ตัว เพื่อนคนอื่นๆ ต่างก็ขยับเข้ามาล้อมรอบตัวเขาตามสัญชาตญาณ
“การจะเข้าใจว่าออปชันสร้างกำไรได้อย่างไรขั้นแรกพื้นฐานที่สุดคือต้องรู้โครงสร้างราคาของมันก่อน”
เขาเขียนสมการลงบนหน้าจออย่างรวดเร็วก่อนจะวงกลมลงตรงส่วนของมูลค่าทางเวลา “ส่วนนี้คือปัจจัยเดียวที่มีกฎเกณฑ์แต่กลับคาดเดาได้ยากที่สุด...”
เวลาสองชั่วโมงผ่านไปเพียงชั่วพริบตาหัวทั้งห้าหัวเบียดเสียดกันแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างทว่ากลับไม่มีใครยอมถอยออกมาเลยแม้แต่คนเดียว
“หุ้นตัวนี้ตอนนี้แตะระดับดัชนีเท่านี้ เมื่อเทียบกับราคาเปิดของมันในอีกสองวันข้างหน้า มันมีโอกาสจะขาดทุนหรือได้กำไรมากกว่ากัน?”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบไปชั่วอึดใจจางซวี่เม้มปากพลางเหลียวมองคนรอบข้าง ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
จี้ทิงใช้ปากกาจิ้มลงบนจอ“จางซวี่ พูดมา...”
“ฉันลองคำนวณดูเมื่อกี้ หุ้นตัวนี้ตอนนี้น่าจะอยู่ที่จุดวิกฤติพอดีเพราะงั้น ฉันคิดว่าถ้าก่อนห้าโมงเย็นดัชนีแตะถึงสองพันเก้าร้อยสองวันหลังจากนี้แนวโน้มจะเป็ขาขึ้นแน่นอน”
เขาพูดด้วยความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแต่พอเงยหน้าสบตากับจี้ทิง เสียงก็แ่ลงทันที “ที่ฉันพูด...ถูกไหม?”
มุมปากของจี้ทิงยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ“อืม คำตอบถูกต้อง”
เชิงอรรถ
[1]เทรดออปชัน (Options Trading) คือการซื้อขายสัญญาอนุพันธ์ที่ให้"สิทธิ" (ไม่ใช่ข้อผูกพัน)แก่ผู้ซื้อในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น หรือดัชนี ในราคาและเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผู้ซื้อสิทธิจะเสียค่าพรีเมียมแต่สามารถเลือกใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ เหมาะสำหรับเก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้น-ลง
[2]เลเวอเรจที่แท้จริง คืออัตราส่วนที่สะท้อนความเสี่ยงจริงในการซื้อขาย โดยคำนวณจากมูลค่าสถานะรวมทั้งหมดและหารด้วยเงินทุนจริงที่มีอยู่