เดินตามแผน
เมื่อรถมาถึงหน้าโรงแรม ชายลึกลับรีบหลบฉากไปอย่างรีบร้อน ปล่อยให้ทั้งคู่เดินคลอเคลียกันไปอย่างมีความสุข แต่ทั้งคู่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ก็ต้องชงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกมาแต่ไกล
" พันรุจีวิ่งกระหืดกระหอบ เขามาหาคนทั้งคู่ เธอยืนหอบตัวโยน จนทั้งคู่มองหน้ากันอย่าง งง ๆ ในกิริยาอาการของเลขาหน้าห้องของศิลา
“ มีอะไรหรือครับ คุณพันรุจี ”
“ ไปไหนกันมาค่ะ นายเรียกหา ” พันรุจีพูดทันทีเมื่ออาการเหนี่อยทุเลาลง โดยหารู้ไม่ว่าศิลานั้นติดตามคนทั้งสองอยู่ตลอดเวลา
“ นายคุณ มีธุระอะไรกับผมหรือครับ ” ภูผาถามด้วยความหงุดหงิด
“ ไม่ทราบค่ะ นายให้ดิฉันมาตามค่ะ ” พันรุจีตอบกลับ
ภูผารู้สึกว่า ความสุขของเขาในวันนี้ จบสิ้นลงทันที อารมณ์เริ่มขุ่นมัวขึ้นมาแทนที่
“ ดูนายหัวเสียเชียวค่ะ ไม่รู้ใครไปทำให้ไม่พอใจ ลงมาจากห้องพัก หน้าตาบูดบึ้งเชียวค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องอาหาร ถามหาคุณทั้งคู่ว่ามาหรือยัง พอดิฉันบอกว่ายัง เท่านั้นแหละสั่งให้ทุกคน ให้รอคุณสองคนก่อนอย่าเพิ่งทานอาหาร ท่าทางฉุนเฉียวน่าดู ” พันรุจีบอกอย่างซื่อ ๆ
“ นายคุณ อยู่ไหนล่ะ ” ภูผาถามอย่างอืมระอาในนิสัยเอาแต่ใจของศิลา
“ ห้องอาหารค่ะ ทุกคนกำลังรอคุณทั้งสองอยู่ ”
“ ทำไมต้องรอเราสองคนด้วยค่ะ ” แพรพิมพ์ถามด้วยความสงสัยและมึนงง
“ รุจีก็ไม่ทราบค่ะ คุณศิลาสั่งให้รอ ทุกคนก็เลยต้องรอตามคำสั่ง ” พันรุจีรายงานตามความเป็จริง
“ รอทำไมค่ะ ก็ทานกันไปซิค่ะ ทำไมต้องรอด้วย ” หญิงสาวถามอย่างแปลกใจ ภายในใจก็ค่อนขอด ศิลาว่าชอบใช้อำนาจบาดใหญ่
“ อย่ามัวแต่ถามอยู่เลยค่ะ ไปกันเถอะ ” พันรุจีตัดบท เมื่อท่าทีของคนทั้งคู่กำลังจะพูดบ่ายเบี่ยง
เธอจึงฉุดมือแพรพิมพ์แล้วเดินนำหน้าไป ภูผาจึงจำใจต้องเดินตามพันรุจีไป ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะบอกปฏิเสธออกไป แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขาได้แค่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ทันทีทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม แล้วมาหยุดยืนตรงหน้าศิลา ภูผาแทบจะอดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เมื่อได้ยินคำพูดเฉือดเฉือนของพี่ชายต่างมารดา เขาอยากจะแยกตัวออกจากบ้าน ไปอยู่ตามลำพังเสียเหลือเกิน แต่ก็เกรงใจทนงเกียรติ
“ แอบไปมีความสุขกันสองคน จนลืมเวล่ำเวลาเชียวน่ะ ไม่ได้ดูโปรแกรมหรือไงว่า เวลาอาหารเย็นมันกี่โมงกี่ยาม ไม่รักษามารยาทของสังคมเลยน่ะ ไม่รู้หรือว่าทุกคนเขารออยู่ โต ๆ กันแล้วไม่น่าจะต้องให้มาบอกมาเตือนกันเลย มัวแต่ออดอ้อนฉอเลาะกันจนลืมมารยาทที่พึ่งปฏิบัติ " ศิลาค่อนทันที เมื่อภูผามายืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วปลายหางตาไปที่แพรพิมพ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ น้องชาย แสยะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
“ คุณใหญ่ ” ภูผากระชากเสียงเข้ม ด้วยความเดือดดาล
แพรพิมพ์กระตุกแขนภูผาเบา ๆ เป็การห้ามไม่ให้ภูผาวู่วาม หญิงสาวมองศิลาด้วยความเกลียดชังกับกิริยาท่าทางของเขามาก จนต้องเมินหน้าหนี
ภูผากำมือแน่น เขาอยากจะชกหน้าพี่ชายต่างมารดาเสียเหลือเกิน แต่ก็ต้องจำใจสะกดอารมณ์เอาไว้
“ ผมขอโทษ ที่ต้องทำให้ทุกคนต้องรอ ” ภูผากล่าวขอโทษ เพื่อให้เื่ยุติลง
“ ผมขอตัวก่อนครับ เชิญทุกคนตามสบาย ไม่ต้องกังวล ให้คิดเสียว่าผมกับแพรไม่ได้มาร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ” ประโยคสุดท้ายภูผาชายหางตาไปทางพี่ชาย
ภูผาพูดจบจูงมือแพรพิมพ์ แล้วเดินอ้าว ๆ ออกไปจากห้องอาหารทันที
ศิลามองตามชายหนุ่มหญิงสาว ที่เดินจากไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ เชิญทุกคนรับประทานอาหารตามสบาย ” ศิลาหันมาบอกกับพนักงานทุกคน
“ แล้วนาย จะไปไหนล่ะค่ะ ไม่ทานด้วยกันหรือ ” พันรุจีถามเมื่อเห็นศิลา กำลังจะเดินออกไปอีกคน
เธอเองก็อดแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเ้านายของเธอ หายไปไหนมาทั้งวัน ใครมาทำอะไรให้นาะ ถึงหัวเสียขนาดนี้
“ ตามสบายเลยรุจี ผมมีธุระต้องทำ "
ศิลากล่าวจบ แล้วรีบสาวเท้าเดินออกไปโดยเร็ว ปล่อยให้เลขาสาวยืมมองอย่าง งงๆ
“ นาย จะรีบไปไหนของเขานะ ดูซิจ้ำเอา จ้ำเอา เชียว ” พันรุจีบ่นพรึมพรำ เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนขอศิลา
ภูผาเดินมาส่งแพรพิมพ์ที่หน้าห้องพัก ด้วยใบหน้าเครียด ๆ จนแพรพิมพ์อดนึกสงสารชายคนรักอย่างจับใจ จึงเอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่ายไว้ เพื่อเป็การให้กำลังใจและปลอบใจในความเดียวกัน
ภูผาดึงมือออกจากการกุมมือของหญิงคนรัก เปลี่ยนมาจับไหล่หญิงสาวอย่างทะนุถนอม
“ ผมไม่เป็ไรหรอกครับ แพรไม่ต้องห่วงกังวล ผมไม่อยากให้เหตุการณ์ เมื่อครู่นี้มาทำลายความสุขของเราสองคน แพรครับเราจะแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด เราจะไปสร้างครอบครัวของเราด้วยกัน ในโลกนี้จะมีแค่เราสองคนเท่านั้น ” ภูผาบอกแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย จนเธอต้องหลบสายตาของเขา ภูผาเชยคางเธอขื้นมาแล้วค่อย ๆ จุมพิตอย่างแ่เบาที่หน้าผากของเธอ แล้วกล่าวต่อ
“ ผมรักแพร ผมรักแพรมากที่สุด รักมากเหลือเกิน ”
“ แพรก็รักคุณเช่นเดียวกันค่ะ ”
ภูผาจึงเปลี่ยนจากการกุมไหล่ มาเป็การกอดหญิงสาวด้วยความรักที่เปี่ยมล้นในหัวใจ
“ หลังจากกลับไปจากที่นี่แล้ว ผมจะให้คุณพ่อจัดการเื่ของเราทันที ” ภูผาบอกขณะที่หญิงสาวยังอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ ผมรักแพรนะ รักมากที่สุดในโลกเลย ” เขากระซิบความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวอีกครั้ง เหมือนกับเป็การตอกย้ำความจริงใจของเขาที่มีต่อเธอ
แพรจึงกอดตอบภูผากลับ เพีื่อเป็การแสดงความขอบคุณที่ภูผามิได้รังเกียจคนอย่างเธอ
ภูผาคลายกอดจากเธอแล้ว เขายังคงยืนมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนละมุน
“ ไปพักผ่อนเถอะครับ ทนอีกวันเดียวเราก็จะได้กลับกันเสียที ” ภูผากล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงขี่น ๆ เล็กน้อย
“ หลับฝันถึงผมบ้างน่ะครับ ”
หญิงสาวยิ้มรับแล้วพยักหน้าแทนคำพูด
“ ยอดรักของผม ” ภูผาโอบหญิงสาวอีกครั้งด้วยความรักสุดหัวใจ
เมื่อแพรพิมพ์ปิดประตูพักแล้ว ภูผายืนพิงผนังหน้าห้องของเธอ ด้วยความเหนื่อยหน่ายหัวใจ เขาไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมศิลาจะต้องมาจองล้างจองผลาญเขาอย่างนี้ มันเป็ความผิดของเขาหรือที่เกิดเป็ลูกของป๋า แต่ใครจะฝืนโชคชะตาได้เล่า ทำไมศิลาไม่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็เพื่อความสุขของตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของศิลาอยู่ดี ภูผาส่ายศรีษะไปมาอย่างมึนงงสักครู่ แล้วจึงเดินออกจากที่ตรงนั้น
เมื่อภูผาเดินลับไปแล้ว ศิลาจึงปรากฏตัว ออกมาจากมุมทางเดินมุมหนึ่ง แล้วเดินมายืนที่หน้าห้องพักของหญิงสาว
“ แกฝันไปเถอะว่าจะหนีไปมีความสุขกันได้ ” ศิลาประกาศก้องในใจตัวเอง แล้วหัวเราะ หึ หึ ในลำคอ
“ ป๋าครับ ผู้จัดการสาขาที่อเมริกาเขาขอลาออก ผมเพิ่งได้รับรายงานเมื่อวานนี้เอง ” ศิลากล่าวทันที เมื่อตัวเองย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของบิดา
“ แล้วไง ” บิดาถาม
“ ก็ไม่มีคนดูแลน่ะซิครับ กิจการที่นั่นกำลังดำเนินไปด้วยดี ถ้าขาดคนดูแลมีหวังพังแน่ ๆ ” ศิลาออกความเห็น ให้บิดารับรู้
“ แล้วแกจะเอาอย่างไรล่ะ ”
“ ผมอยากให้ภูผา ไปดูแลที่นั้นสักพัก จนกว่าจะหาผู้จัดการคนใหม่ได้ ”
ทนงเกียรติวางปากกาในมือลง เงยหน้าขึ้นมองศิลาอย่างฉงนใจ
ศิลาเห็นบิดาจ้องหน้าเช่นนี้ จึงเริ่มมีอารมณ์ขุ่นมัวทันที
“ ทำไมป๋าต้องมองหน้าผมแบบนี้ หรือว่าป๋าคิดว่าผมกำลังจะวางแผนกำจัดลูกชายคนโปรดของป๋า ให้ไปให้พ้นหูพ้นตาผม ” ศิลาพูดจบลุกพรวด เดินไปยืนมองดูรถราที่วิ่งกันกวักไขว่อยู่บนถนน โดยมองผ่านผนังกระจกห้องทำงานของทนงเกียรติ
ทนงเกียรติลุกแล้วดเดินตามบุตรชายไปยืนอยู่ข้าง ๆ เอามือตบไหล่เบา ๆ
“ แกนี่ขี้น้อยใจไม่เลิก ป๋าไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย ป๋าดีใจที่แกเปิดทางให้น้อง ให้โอกาสน้อง ป๋าเห็นด้วยกับแก เอาละป๋าจะบอกกับภูผาเอง ” บิดากล่าวด้วยความยินดี ที่ศิลาไม่ทำตัวหวงก้าง
“ ขอบคุณครับป๋า ที่ไม่คิดกับผมแบบนั้น ”
ศิลายกมือไหว้บิดา ซ่อนรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่มุมปากแล้วเดินออกไปจากห้อง ด้วยความสมหวังในอารมณ์ เขาอดที่จะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้ที่แผนของเขา ช่างง่ายดายกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก
“ นั่งซิภูผา ” ทนงเกียรติบอกเมื่อเห็นภูผาเดินมายืนตรงหน้า
“ ขอบคุณครับป๋า ป๋ามีอะไรกับผมหรือครับ ” ภูผาเอ่ยถาม
“ ป๋าจะให้แกไปดูแลสาขาที่อเมริกาสักพัก จนกว่าจะหาผู้จัดการคนใหม่ได้ ” ทนงเกียรติกล่าว
ภูผาใและประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของบิดา เขาพยายามหาเหตุผล ว่าทำไมบิดาของเขาจึงเลือกให้เขา ไปดูแลงานที่อเมริกา
ทนงเกียรติเห็นภูผานิ่งเงียบ เขาจึงถามความคิดเห็นของบุตรชาย
“ ตาเล็ก คิดว่าไงล่ะ ”
“ ป๋าครับ ผม …. "
ทนงเกียรติตัดบท เมื่อเห็นว่าภูผามีท่าทีอึกอัก
“ แต่ป๋าว่า ตาเล็กน่ะแหละเหมาะสมที่สุด เป็โอกาสดีของลูกแล้วน่ะ ที่จะได้แสดงความสามารถ ให้ใครต่อใครได้เห็นว่า เราเองก็มีกึ๋นเหมือนกัน ” บิดาเริ่มชักแม่น้ำทั้งห้า
" ไอ้ใครต่อใครของป๋า ก็คือคุณใหญ่ใช่ไหมครับป๋า ภูผาถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“ อย่าคิดอย่างนั้นซิลูก ป๋ารักลูกเท่ากันหมดทุกคน ที่ป๋าให้แกไปก็เพราะว่า จะให้แกไปเตรียมหาลู่ทางทางโน้น ถ้าแกพอใจที่จะตั้งรกรากอยู่ที่นั้นเลย ป๋าก็ไม่ขัดข้อง เมื่อแกตั้งตัวได้แล้ว แกจะกลับมารับหนูแพรไปอยู่ด้วยก็ได้ แต่ถ้าแกไม่อยากไปอยู่ที่นั้น ก็กลับมาอยู่เมืองไทย มาเปิดบริษัทของตัวเองก็ได้ เอาประสบการณ์ที่ได้จากที่นั้นมาพัฒนาบริษัทของแกเอง ป๋าอยากให้ตาใหญ่เขาเห็นความสามารถของแก ว่าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขา สิ่งเดียวที่ป๋าหวังและปรารถนาก็คือ ป๋าอยากเห็นแกทั้งสอง รักใคร่ปรองดองกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ป๋าอยากจะให้ตาใหญ่ยอมรับว่าแกก็ลูกป๋าเหมือนกัน ”
ภูผานั่งฟังเง่ียบ ๆ เขาไม่มีอารมณ์ขัดค้านและแสดงความคิดเห็นใด ๆ ถึงจะค้านไปก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ สู้เงียบ ๆ เสียดีกว่า ก็ดีเหมือนกัน ไปดูลู่ทางที่นั้นแล้วกลับมารับแพรไปอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องพบเจอกับนายศิลาอีก จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดใจกันแบบนี้
“ ก็ได้ครับป๋า แต่ผมมีข้อแม้น ” ภูผาตอบตกลง แบบเลี่ยงไม่ได้
“ อะไรล่ะ ”
“ ก่อนไปผมจะให้ป๋าเป็คนจัดการเื่หมั้นของผมกับแพรพิมพ์ก่อน จะได้ไหมครับ ” ภูผาโพล้งออกไป
ทนงเกียรติมองหน้าบุตรชาย แล้วยิ้มให้อย่างรักใคร่
“ ได้ซิ ทำไมจะไม่ได้ ”
ภูผาลิงโลดใจกับคำพูดของบิดา จนยิ้มออกมาด้วยความดีอกดีใจอย่างที่สุด
“ แล้วผมต้องเดินทางเมื่อไรครับ ”
“ วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ”
“ ทำไมเร็วนักล่ะป๋า ผมเตรียมตัวไม่ทัน ”
อาการดีใจของภูผาเมื่อครู่นี้หายไปฉับพลัน กลับกลายเป็ความกังวลใจแทน
“ ไม่ต้องกังวลใจหรอก พาหนูแพรไปดูแหวนหมั้นได้เลย แล้วพามาทำพิธีกันที่บ้านเรา เื่อื่นแกไม่ต้องกังวล ป๋าจะให้แม่เขาเตรียมงานให้ทั้งหมด เมื่อทางโน้นลงร่องลงรอยหรือหาผู้จัดการคนใหม่มาแทนได้แล้ว แกก็กลับมาแต่งงานได้เลย ”
ภูผาใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“ งั้นผมขออนุญาต ไปจัดการเื่แหวนหมั้นเสียวันนี้เลย ได้ไหมครับ ”
“ ได้ซีตาเล็ก พาหนูแพรเขาไปด้วย จะได้ช่วยกันเลือก ” ทนงเกียรติแนะนำ
“ ขอบคุณค่ะป๋า ”
ทนงเกียรติเห็นอาการของลูกชายคนเล็ก แล้วอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ แต่เมื่อนึกไปถึงลูกชายคนโต ก็ต้องกลัดกลุ้มใจเสียมิได้
ภูผายกมือไหว้ด้วยความดีอกดีใจ ถึงจะยังไม่ได้แต่งงานกันตามสัญญา แต่อย่างน้อยเขาก็ขอให้ได้ตีตราจองหัวใจของแพรพิมพ์ไว้ก่อน เพื่อเป็คำมั่นสัญญาว่า เขาจะต้องกลับมาแต่งงานกับเธออย่างแน่นอน
“ ผมไปก่อนน่ะครับป๋า ”
ทนงเกียรติพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ เดี๋ยว เดี๋ยวตาเล็ก ” ทนงเกียรติร้องห้ามไว้
“ มีอะไรหรือครับป๋า ”
ทนงเกียรติยื่นเช็คฉบับหนึ่งให้ภูผา
“ เอาไว้เป็ค่าใช้จ่ายสำหรับแกกับหนูแพร ”
ภูผายกมือไหว้อีกครั้ง ด้วยความตื้นตันใจ แล้วเดินเข้าไปกอดบิตาแทนการขอบคุณ
ทนงเกียรติเอามือลูบศรีษะบุตรชายเบา ๆ ด้วยความรักความเอื้ออาทร
ภูผามายืนหน้าลิฟต์ สักครูลิฟท์ก็เลื่อนลงมา พอประตูลิฟต์เปิด ภูผาแทบจะไม่อยากจะก้าวเข้าไปในลิฟต์เลย แต่ก็ต้องฝืนความรู้สึก เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างกับศิลาด้วยความรู้สึกอึดอัด เขามีความรู้สึกว่าวันนี้ทำไมลิฟต์มันเลื่อนเชื่องช้าเสียเหลือเกิน
ศิลายืนตัวแข็งเป็รูปปั้น ภูผาแอบชำเลืองดูพี่ชาย เห็นเขาเผยอยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน ภูผารู้สึกหมั่นไส้กับกิริยาท่างทาง ดูิ่ดูแคลนของพี่ชายเหลือเกิน ภูผาหวนนึกถึงคำพูดของแพรพิมพ์ขึ้นมาทันที
‘ แพรไม่ชอบรอยยิ้มของคุณศิลาเลย มันดูิ่ดูแคลนชอบกล แพรเกลียดรอยยิ้มแบบนี้จังค่ะ ’
“ นาย้าที่จะลงชั้นนี้ไม่ใช่หรือ ประตูลิฟท์เปิดแล้ว ทำไมไปออกไปล่ะ ”
ภูผาหยุดความคิดลงทันที เมื่อได้ยินเสียงศิลาบอก แต่ภูผามิได้พูดตอบโต้กลับไป เขาก้าวเท้าเดินออกมาจากลิฟท์ทันที เดินตรงไปหาแพรพิมพ์ยังโต๊ะทำงานของเธอทันที
ศิลากดให้ประตูลิฟต์ปิด
“ ต่อแต่นี้ไป แกจะได้รู้ถึงการพลัดพรากจากของรัก และมันต้องหนักหนาสาหัส ยิ่งกว่าที่ฉันกำลังเป็อยู่ทุกวันนี้ ”
ศิลาคิดว่าเขาคาดการณ์ถูกต้องว่า สิ่งที่เขากำลังจะตอบสนองสองแม่ลูกนี้ จะทำให้ทั้งคู่ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส แต่ถ้าศิลาเชื่อเื่กฏแห่งกรรมสักนิด อนาคตข้างหน้าของเขา ก็คงจะไม่พบกับความยุ่งยากอย่างแน่นอน
เขาพูดกับตัวเองในลิฟต์คนเดียว ด้วยใจที่แน่นไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
“ คุณแม่ครับ ผมกำลังจะทำให้มันทั้งคู่ได้ลิ้มรสถึงความทุกข์ ความทรมานว่ามันมีรสชาดเยี่ยงไร ”
" ไปกันเถอะแพร "
“ ไปไหนกันค่ะ ยังไม่เที่ยงเลย ” หญิงสาวทำท่าฉงน เมื่อศิลาฉุดมือให้เธอลุกขึ้นตามแรงฉุด
“ ยังไม่เที่ยงก็ไปได้ ผมขออนุญาตป๋าแล้วไม่มีปัญหาอะไร ” ชายหนุ่มอธิบาย
“ แล้วจะไปไหนล่ะค่ะ ถึงได้รีบร้อนขนาดนี้ ”
“ ไปเถอะเดี๋ยวแพรก็รู้เอง เสร็จเื่แล้ว ผมจะพาแพรไปฉลอง วันนี้ผมลางานทั้งวัน ไปเถอะเดี๋ยวจะเสียเวลา ”
ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ จนหญิงสาวต้องตามใจ เธอจัดแจงเก็บงานที่อยู่บนโต๊ะให้เรียบร้อยแล้ว จึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินเคียงข้างไปกับภูผา สักชั่วโมงกว่า ๆ ภูผาพารถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้านขายเพชรแห่งหนึ่ง
“ ถึงแล้ว ไปกันเถอะ ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ
ชายหนุ่มเดินอ้อมรถมา เปิดประตูให้แพรพิมพ์ อย่างลิงโลดใจ
“ เชิญครับ เ้าหญิงของผม ”
“ ภูผาน่ี่ ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลย ” แพรพิมพ์ค่อนชายหนุ่มอย่างเขิน ๆ
“ ก็มันจริงนี่ครับ ไปเถอะ เราเข้าไปในร้านกันดีกว่า ”
“ ร้านไหนค่ะ ” แพรพิมพ์อดถามไม่ได้
ภูผาชี้มือให้หญิงสาวดู ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข เขายิ้มละไมให้คนรักของเขาอย่างละมุนและอ่อนโยน
“ ร้านขายเพชรนี่ค่ะ ” แพรพิมพ์อุทานเบาๆ อย่างงงๆด้วยหัวใจเต้นระทึก แล้วมองหน้าแทนคำถาม
“ ครับ ผมพาแพมาเลือกแหวนหมั้น เชิญครับเ้าหญิงของผม ” ภูผากล่าวเชิญด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข แล้วโค้งแขนให้เธอคล้อง หญิงสาวจึงเกาะแขนคนรักไว้ แล้วทั้งคู่จึงพากันเดินเข้าไปในร้าน
แพรพิมพ์พูดอะไรไม่ออก เธอทั้งดีใจและปลื้มใจระคนกัน แพรพิมพ์เลือกแหวน โดยเลือกแหวนที่มีเพชรเป็รูปหัวใจสีชมพู ซึ่งมีฐานเป็รูปดอกไม้บานรองรับไว้ โดยกลีบดอกมีเพชรสีขาวเม็ดเล็ก ๆ เรียงรายทั่วทุกกลีบเธอคิดว่าแหวนวงนี้เหมาะสมกับเธอแล้วไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แบบเรียบสวยน่ารักดี เธอลองสวมนิ้วดูพอดีกับนิ้วของเธอ
“ เอาวงนี้หรือครับแพร ”
“ ค่ะ ”
“ ไม่เล็กไปหน่อยหรือครับ ”
“ ไม่หรอกค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว มันเหมาะกับแพรแล้วหละค่ะ ” แพรพิมพ์บอกด้วยความตี้นตันใจ
“ เ้าหญิงของผม เขาจะเอาวงนี้ครับ ” ภูผารับแหวนมาจากแพรพิมพ์ แล้วส่งให้พนักงานขาย ซึ่งยืนอมยิ้มอยู่กับท่าทางน่ารักของทั้งคู่
แพรพิมพ์หยิกเข้าให้ที่ต้นแขนชายหนุ่ม เพราะรู้สึกอายพนักงานขาย เพียงครู่เดียวทุกอย่างก็เรียบร้อย พนักงานขายยื่นถุงที่ใส่แหวนไว้ให้ภูผา แล้วเอ่ยปากชม
“ คุณทั้งคู่น่ารักจังค่ะ เหมาะสมกันจริงๆ ” พนักงานขายเอ่ยปากชม
“ ขอบคุณครับ ” ภูผากล่าว
ส่วนแพรพิมพ์ยิ้มให้อย่างเขิน ๆ แล้วทั้งคู่ก็กล่าวคำลา
“ เราไปหาอะไรทานกันต่อดีกว่า เพื่อเป็การเลี้ยงฉลองไปในตัว เรายังมีเื่ต้องคุยกันอีกหลายเื่ ”
ภูผาพาแพรพิมพ์มาที่ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ถึงแม้นร้านจะดูเล็กไปหน่อย แต่การตกแต่งร้านของเขานั้น เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก ซึ่งเหมาะแก่เวลานี้ของหนุ่มสาวคู่นี้เป็อย่างมาก แขกยังไม่มากเพราะยังไม่ถึงเวลาเที่ยง ภูผาจึงพาหญิงสาว ไปนั่งหลบมุม มุมหนึ่งของร้าน แล้วจัดการสั่งอาหารทันที เมื่อบริกรรับรายการอาหารเรียบร้อยแล้ว จึงเดินจากไป เขาจึงเอ่ยกับหญิงอันเป็ที่รักของเขา
“ แพร ความฝันของเราเริ่มเป็รูปเป็ร่างแล้วน่ะครับ ” ภูผาพูด ขณะที่ส่งแววตาเป็ประกาย จับจ้องอยู่ที่ใบหน้างามของแพรพิมพ์
หญิงสาวยิ้มให้อย่างอ่อนหวานและเปี่ยมปิติ
“ วันมะรืนนี้ ผมจะสวมแหวนหมั้นให้แพร อย่างเป็ทางการที่บ้านของป๋า ”
หญิงสาวหัวใจเต้นแรงไม่เป็จังหวะ เธอหวั่นว่าหัวใจของเธอจะเต้นทะลุมานอกทรวงอก แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องรีบร้อนเช่นนี้ด้วย
“ ทำไมเร็วนักค่ะ แพรเกรงว่าจะเตรียมตัวไม่ทัน ”
ภูผาไม่ทันตอบ บริกรยกอาหารมาเสิร์ฟเสียก่อน
“ ทานกันก่อนเถอะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน ” ภูผาเอ่ยชวน
“ ทำไมรีบร้อนนักค่ะ ” แพรพิมพ์ถามทันที่เมื่อรวบช้อนเข้าหากัน และดี่มน้ำเรียบร้อยแล้ว
ภูผาวางแก้วเบียร์แล้วยิ้มให้คนรัก
“ ใจร้อนจริงเ้าหญิงของผม ” ชายหนุ่มเย้า
หญิงสาวทำหน้างอน ๆ ใส่
“ ใจเย็น ๆ ซิครับ เ้าหญิง คือว่า ……… "
ภูผาได้เล่าเื่ราวทั้งหมดให้แพรพิมพ์ฟัง
“ แล้วภูผาจะไปนานแค่ไหน ” หญิงสาวถาม ด้วยความหวั่นใจ
“ ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะนานแค่ไหน เห็นป๋าบอกว่าให้อยู่จนกว่าจะหาคนมาแทนได้ หรือไม่ถ้าผมพอใจจะตั้งรกรากที่นั่น ป๋าก็ไม่ขัดข้องป๋ายังบอกว่า ……… " ภูผาหยุดพูดและเงียบลง ทำให้แพรพิมพ์หวั่นใจมากขึ้น
“ ท่านบอกว่าอะไรค่ะ ” แพรพิมพ์รีบถาม
ภูผายกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอีกครั้ง แล้ววางลงตรงหน้า
“ ป๋าบอกว่า ถ้าผมพอใจที่จจะอยู่ที่นั่น ก็ให้ผมกลับมาแต่งงาน แล้วก็พากันไปอยู่ที่นั่นไงล่ะครับ เ้าหญิงของผม ” ภูผาบอกพร้อมส่งสายตาหวานซึ้งให้เ้าหญิงของเขา
แพรพิมพ์ได้ยินแบบนี้ ถึงกับสะบัดร้อนสะบัดหนาว เืในกายสูบฉีดแรงไปทั่วทั้งตัว จนแก้มเธอแดงระเรื่ออมชมพู
ภูผายังคงจ้องมองอย่างไม่ละสายตาจากใบหน้างาม
" แพร วิมานน้อย ๆ ของเรากำลังจะเป็ความจริงขึ้นมาแล้ว ผมดีใจเหลือเกิน ผมจะรีบสะสางงานทางนั้นให้เร็วที่สุด แล้วผมจะกลับมารับแพรไปอยู่ด้วย สัญญากับผมซีว่าแพรจะรอผม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แพรก็จะรอผม " ภูผาขอคำมั่นสัญญากับหญิงสาว
หญิงสาวตื้นตันใจจนพูดไม่ออก หยาดน้ำใส ๆ เอ่อล้นดวงตาคู่งามของเธอ
“ ค่ะ แพรให้สัญญา ว่าแพรจะรอคุณ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แพรก็จะรอคุณ จะรอจนกว่าคุณเป็คนบอกเลิกแพรเอง ไม่ว่าเื่นั้นจะดีหรือร้าย ”
ชายหนุ่มค่อย ๆ บรรจงซับน้ำตาให้เ้าหญิงของเขา อย่างทะนุถนอม
“ เื่ที่ผมจะบอกก็ต้องเป็เื่ดี ๆ ซีครับ ” ภูผายิ้มให้ เมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาจากหญิงคนรัก
“ เรียบร้อยแล้ว เราไปหาซื้อเสื้อผ้ากันดีกว่า ไปผมจะพาแพรไปเลือกเสื้อผ้าไว้ใส่ในวันหมั้น ”
ภูผาเรียกบริกรมาคิดเงิน เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่จึงพากันไปทำธุระตามที่วางแผนไว้