ลุศักราช๑๑๑๕ ปีจอฉศก เดือนยี่ ถึง ณ วันแรม ๑๑ ค่ำ เดือนอ้ายที่มั่นสุดท้ายแห่งแคว้นอาระกัน
พระพักตร์สีทององค์พระมหาโพชฌงค์ยังคงสงบนิ่งดั่งที่เคยเป็มา
สองมือที่ประนมของสาวิตรีสั่นระริกแม้นางมิได้เป็พุทธมามกะ แม้ทวยเทพที่นางนับถือจะมิได้อยู่ในพระบวรพุทธศาสนาแต่สาวิตรีก็ได้ฟังตำนานของทั้งเหล่ามหาเทพและทวยเทพที่ได้เข้ามารับใช้องค์พระสัมมาสัมพุทธเ้าประกาศพระศาสนา
แม้ว่าพราหมณ์ผู้เป็อาจารย์จะบอกนางว่าพระสัมมาสัมพุทธเ้าเป็เพียงอวตารหนึ่งขององค์นารายณ์หากกราบไหว้องค์พระพุทธแล้วไซร้ มิสู้ขอพรจากองค์นารายณ์มิดีกว่าหรือ
สาวิตรีขอแล้ว...นารายณ์เทพไม่เคยตอบเลยสถานการณ์ทุกอย่างแย่ลง ความหวาดกลัวความสิ้นหวัง กลับคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
แผ่นประตูที่ปิดแน่นในอุโบสถถูกกระทุ้งแรงขึ้นเรื่อยๆเสียงไม้กระทุ้งแผ่นประตูดังสนั่นและะเืเลื่อนลั่นขึ้นตามลำดับแผ่นไม้หนาที่ลั่นดาลประตูอุโบสถ งอขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระทุ้งแต่ละครั้งสาวิตรีเห็นเสี้ยนไม้หักปริออกมาทุกครั้งที่ถูกกระแทกทั้งทหารและเหล่านางกำนัลที่ช่วยกันดันประตูไว้ไม่ให้ทหารอังวะทลายเข้ามาต่างก็กระเด็นเพราะต้านแรงกระแทกจากอีกฝั่งหนึ่งไม่ไหว
เสียงทหารข้างนอกโห่ร้องบานประตูถูกดันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นทวารอังวะที่อยู่อีกฝั่งเสียงผู้คนที่อยู่ภายในร้องไห้ระงมอย่างสิ้นหวังเพราะรู้กิตติศัพท์ความโเี้ของพวกอังวะดีขนาดกำแพงเมืองที่ทั้งสูงทั้งหนาดั่งหินผา ยังปกป้องอาระกันจากพวกอังวะมิได้แล้วบานประตูอุโบสถที่สลักเสลาเป็รูปเทวดา จะกันพวกอังวะได้สักกี่น้ำกัน
แล้วประตูก็พังทลายไม้ซุงท่อนใหญ่ทะลวงเข้าถึงในอุโบสถ แล้วทหารอังวะก็กรูกันเข้ามาอย่างหิวกระหายดาบในมือฟาดฟันทหารอารักขาที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงต่อสู้ในขณะที่เหล่านางสนมกำนัลก็พากันกรีดร้องอย่างเสียขวัญพากันยกมือไหว้ร้องขอชีวิตอย่างสิ้นสติ
สาวิตรีกลัวกลัวจนไม่อาจจะเอ่ยคำอะไรออกมาได้ สองมือเด็กหญิงเกาะอ้อมกอดของผู้เป็แม่เอาไว้แน่น
“ท่านมหาธีระบอกว่าอยู่ในนี้แน่หรือ?”บุรุษในชุดเกราะทองคำเอ่ยเสียงเรียบ ปรายสายตามองไปทั่วทั้งอุโบสถ“ข้ามิเห็นว่าจะมีสิ่งใดที่จะคล้ายกับสิ่งที่ท่านมหาธีระว่าเอาไว้”
สตรีผู้หนึ่งกรีดร้องอย่างขวัญเสียยกมือไหว้ปะหลกๆ ไม่หยุด
ชายสูงศักดิ์ผู้นั้นตวัดดาบออกมาภายในพริบตา คมมีดตัดผ่านเหนือปลายนิ้วที่ประนมมือกระโหลกศีรษะถูกตัดเหมือนผลแตงโมไม่มีผิดร่างอ้อนแอ้นในชุดไหมก็ล้มลงทั้งที่สองมือยังพนมอยู่ เืทะลักออกมาเหมือนน้ำพุ
สาวิตรีตาเหลือกโพลงนิ้วทั้งสิบจิกเข้าไปในต้นแขนของแม่แน่นอย่างลืมตัวส่วนบนของร่างพี่พยูล้มมาทางสายตาของสาวิตรีอย่างพอดิบพอดีเด็กสาวมองเห็นครึ่งล่างของกระโหลกพี่พยูที่ถูกตัดออกจนเต็มตาแผ่นลิ้นของพี่พยูแข็งเกร็งท่ามกลางซี่ฟันสีขาวในส่วนขากรรไกรซีกล่าง
เรียวขากระตุกสองเรียวมือยังคงอยู่ในท่าพนมกรร่างพี่พยูกระตุกอย่างนั้นอีกสามสี่ทีก่อนที่จะแน่นิ่งไปสิ่งที่เคลื่อนไหวมีเพียงอย่างเดียวคือเืที่ไหลออกจากปากครี่งซีกของพี่พยู
เท่านั้นเองทั้งอุโบสถก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ชายชราในชุดเกราะสีแดงองอาจหลุบตามองซากร่างหญิงสาว
“ท่านเสียดายหรือ”ชายหนุ่มสะบัดดาบอีกครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีโลหิตโสโครกเปรอะดาบล้ำค่าของตัวเอง
“แม้นฝ่าาใช้ผู้หญิงคนนี้เป็ตัวประกันมิได้ก็เอาไว้เป็รางวัลให้ขุนทหารไม่ดีกว่าหรือที่ไม่เอาไฟสุมให้ตายสิ้นก็ไม่ใช่เพื่อหวังเอาผู้หญิงพวกนี้เป็สินศึกหรอกรึพ่ะย่ะค่ะ”
“สตรีที่เป็สินศึกนั้นหายากนักหรืออีพวกผู้หญิงในแคว้นอาระกันก็เป็เช่นนางโลมของทหารเราแล้วที่ข้าไม่เอาไฟสุมให้ตายั้แ่แรกเพราะ้าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่านั้นต่างหากเล่า”
มินกองนรธามองไปที่พระพุทธรูปสีทองอร่ามอันเป็องค์ประธานของอุโบสถความใหญ่โตขององค์พระมหาโพชฌงค์นั้นก็พอทำเนาคะเนด้วยสายตาน่าจะหนักไม่น้อยกว่าหมื่นชั่งทว่าจะขนกลับอังวะโดยที่ไม่ให้องค์พระเสียหายนั้นจะทำได้อย่างไรนั่นคงเป็เื่ที่ใช้เวลา
“เื่พระใหญ่อะไรนี่ไว้เป็ธุระของท่านแต่ข้าขอบอกไว้ก่อน สิ่งที่เสด็จพ่อปรารถนาจริงๆ นั้นไม่ใช่พระ”
“อยู่ในนี้แหละพ่ะย่ะค่ะ”เสียงแหบพร่าของผู้ชราผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
มินกองนรธารู้ทันทีว่าพราหมณ์เฒ่าเดินเข้ามาถึงแล้วแม่ทัพที่เจนศึกพอๆ กับสายสนกลในของราชสำนักก็เลือกที่จะไม่เอ่ยคำเขาไม่เคยเชื่อถืออันใดพ่อมดหมอผีเหล่านี้เลยอำนาจของราชวงศ์โก้นบองจะเป็ดั่งแสงสุรีย์ได้ชั่วลูกชั่วหลานนั่นก็เพราะพลังอำนาจทางการทหารหาใช่เื่งมงายพวกนี้ไม่ ที่ตีอาระกันแตกได้ก็เป็เพราะเหล่าทหารฝ่าคมหอกคมดาบทะลวงกำแพงหนาดั่งหินผาของพวกอาระกันมิใช่หรอกหรือ
ร่างผอมเป็เนื้อหุ้มกระดูกห่มกายด้วยผ้าป่านสีขาวเก่าคร่ำคร่าเดินโขยกเขยกเข้ามาปรายตามองไปดูเหล่าผู้หญิงสูงศักดิ์แห่งอาระกันที่กลั้นสะอื้นทั้งเด็กทั้งผู้หญิงต่างกอดกันแน่นแล้วมองมาที่พวกเขาเป็ตาเดียวสายตาฝ้าฟางของพราหมณ์ชรามองไปทีละคนๆแล้วสายตาก็หยุดกึกอยู่ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ร่างหลังงุ้มของพราหมณ์มหาธีระแหวกผู้คนเข้าไปผู้หญิงหลายคนที่กลัวจนไม่กล้าขยับตัวก็ถูกไม้เท้าของพราหมณ์แก่สะกิดเตือนให้หลีกจนพ้นทางแล้วพราหมณ์ชรานั้นก็หยุดลงตรงที่สตรีสองคน
“นี่แหละพ่ะย่ะค่ะ”
คิ้วพระราชโอรสขมวดมุ่น“นั่นน่ะหรือ”
“เด็กหญิงผู้นี้ไม่ผิดแน่พ่ะย่ะค่ะ”
พราหมณ์เฒ่าแหย่ปลายไม้เท้าไปที่หัวของสาวิตรีริมฝีปากของเด็กสาวสั่นระริก น้ำตาไหลนอง
หว่างคิ้วนองดอคยียังเต็มไปด้วยความสงสัย“เด็กนั่นน่ะหรือที่มี...อุรคะ”
“พ่ะย่ะค่ะทำพิธีกันตรงนี้เลย อย่าได้ปล่อยไว้ ตอนนี้แหละพ่ะย่ะค่ะเหมาะสมที่สุด”
.
..
...
ชีวิตผู้คนที่พ่ายศึกมันแทบไม่มีค่าอะไรเื่นี้มินกองนรธารู้ดีการสังหารพระญาติพระวงศ์ของแคว้นที่หมดอำนาจนั้นเป็สิ่งที่ควรกระทำมิเช่นนั้นเชื้อพระวงศ์เ่าั้ก็จะกลายเป็เสี้ยนหนามสืบไปในภายภาคหน้า
ทว่าเืเนื้อของพวกผู้หญิงมันควรจะเป็ประโยชน์ยิ่งกว่านี้โดยเฉพาะผู้หญิงในราชสำนักที่ควรจะเป็ของรางวัลให้กับเหล่าทหารหนุ่มที่เหน็ดเหนื่อยจากการศึก
มันควรหรือที่จะเอาสตรีชั้นสูงมาเป็เครื่องสังเวยอย่างทุเรศทุรังแล้วก็ไม่เห็นเกิดประโยชน์อันใดเยี่ยงนี้
คนเ็ปร้องแสบแก้วหูอยู่เสมอโดยเฉพาะคนที่เจ็บเพราะถูกถลกหนังทั้งเป็ ผู้หญิงคนนั้นน่าจะอายุไม่ถึงยี่สิบปีดีด้วยกระมังแต่หัวใจของแม่ทัพเฒ่าที่เห็นความเป็ความตายของผู้คนมานับพันนับหมื่นก็ยังอดรู้สึกสลดไม่ได้ที่เห็นเด็กสาวรูปโฉมงดงาม ตายอย่างทรมานถึงเพียงนี้
เนื้อที่เคยเนียนนุ่มตอนนี้เหลือแต่ชั้นกล้ามเนื้อสีแดงใบหน้าที่เคยสะสวยเหลือแต่ตาขาวโปดปูนกับฟันขาวตัดกับเนื้อสีแดงเหมือนปีศาจไม่มีผิดจากฝีมือทหารที่เลาะหนังออกโดยที่คนโดนเลาะไม่ตายร่างที่ถูกถลกหนังออกก็ถูกจับมัดเท้าแล้วห้อยหัวลงราวกับชิ้นเนื้อที่กำลังจะรอชำแหละ
แต่ชิ้นเนื้อสีแดงร่างบางเ่าั้ยังมีลมหายใจบ้างอ้าปากพะงาบๆ น้ำลายน้ำเืไหลเยิ้ม บ้างเหลือแค่ลมหายใจรวยรินแต่ทุกคนล้วนกรีดร้องโหยหวนจนหมดเรี่ยวแรงก่อนที่จะเงียบเสียงบางคนพยายามบีบคอตัวเองเพื่อให้หมดลมหายใจ
มินกองนรธารู้สึกปั่นป่วนไปหมดในท้องขุนพลเฒ่าไม่เคยเห็นการสังหารผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ทำไปเพื่ออะไรกันเขามองไปที่พราหมณ์ธีระเ้าเฒ่านั้นยังคงนั่งขัดสมาธิทำท่าบริกรรมเวทมนตร์คาถาอะไรสักอย่าง
อยากจะถ่มน้ำลายรดใส่มันเสียจริง– ขุนพลใหญ่กระสับกระส่าย คิดอย่างหงุดหงิด
อย่านะ...อย่า– สาวิตรีกรีดร้องอยู่ในใจ พี่ของข้าทำผิดอะไร พวกนางเป็คนดี พี่ของข้าทำผิดอะไรพวกเ้าหยุด หยุดเดี๋ยวนี้ พวกเ้าทำเช่นนี้ไปทำไม อย่า เ้าอย่าลากตัวนางไปอย่าทำให้นางเจ็บ เ้าไม่สงสารนางบ้างหรือ อย่า หยุด
“หยุด”เสียงคำรามของเด็กสาวดังกึกก้อง
ไม่มีใครสนใจการทรมานยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเหลือเพียงสองคนสุดท้ายร่างสีแดงเถือกเพราะถูกถลกหนังทั้งเป็ของสตรีครึ่งร้อยคนถูกห้อยหัวลงกลางอุโบสถหลวงแห่งแคว้นอาระกัน
พระพักตร์สีทองของพระมหาโพชฌงค์ยังคงเปี่ยมด้วยเมตตา
สาวิตรีเห็นทหารอังวะสองคนเดินเข้ามาหาเด็กหญิงกอดมารดาตัวเองแน่นทว่าคราวนี้หาใช่กอดเพราะเรียกร้องการปกป้องจากคนเป็แม่ สาวิตรีตอนนี้ไม่เหลือใครผู้ใดอีกแล้วบ้านของนางพังทลายครอบครัวใหญ่ที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะและมีความสุขกลายเป็เพียงชิ้นเนื้อทั้งพี่ร่วมสายเื ทั้งพี่เลี้ยง ทุกคนกลายเป็แค่ชิ้นเนื้อที่ถูกห้อยลง
“หยุด”เสียงคำรามของเด็กสาวดังกึกก้อง
มินกองนรธาแม่ทัพผู้เจนศึกแทบจะหยุดหายใจเ้าชายนองดอคยียกยิ้มที่มุมปากด้วยความดีใจและตื่นเต้นส่วนทหารอังวะที่อยู่ในนั้นต่างมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ทุกคนมองเห็นภาพของงูสีขาวตัวใหญ่กำลังเลื้อยออกมาเลื้อยออกมาจากร่างเล็กของเด็กผู้หญิงผิวดำนิลคนนั้น ไม่มีใครเคยเห็นงูตัวใหญ่ถึงขนาดนี้มาก่อนลำพังขนาดหัวของมันก็ใหญ่พอที่จะกินวัวทั้งตัวเข้าไปได้แล้ว บางคนเขม้นตามองบางคนขยี้ตาตัวเองไปมาแล้วเพ่งมองใหม่ แต่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งๆภาพเงาเลือนลางของงูสีขาวตัวั์ก็กำลังเลื้อยออกมาจากเด็กผู้หญิงผิวดำนิลนั่นจริงๆ
“อุรคะ”คำนี้ลอดผ่านออกจากริมฝีปากของทหารอังวะหลายคนพร้อมกัน
มันแลบลิ้นออกมาทุกครั้งที่ร่างมันยืดยาวออกมาจากภาพจางๆ ที่มองผ่านได้เหมือนผ้าบางก็เข้มขึ้นและชัดขึ้นและในตอนที่ทุกคนยังตะตะลึงอยู่ เ้างูขาวตัวั์นั่นก็อ้าปากกว้างแล้วมันก็โฉบเข้าไปที่ทหารสองคนที่เคลื่อนเข้าไปใกล้มัน
ท่อนบนของคนสองคนที่อยู่ในเกราะหนังเคี่ยวถูกกลืนลงท้องงูภายในแค่ชั่วช้างกระดิกหูเครื่องในทะลักออกมาเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงเผละลงพื้นท่อนล่างที่ปราศจากท่อนบนก็เข่าอ่อนลงไปในทันใด
เสียงแผดร้องของเด็กสาวคำรามประหนึ่งอสุนีบาตมีแรงะเิดังออกมาจากตัวเด็กสาวจนทุกคนััถึงแรงสั่นะเืได้
องค์ชายนองดอคยียิ้มเหี้ยมชักดาบในมือออกมาพร้อมจะป้องกันตัวตามสัญชาตญาณนักรบเหล่าทหารองครักษ์รีบมายืนขวางหน้าพร้อมเป็กำแพงมนุษย์ที่จะปกป้ององค์เ้าฟ้าไว้อาวุธในมือเหล่าทหารองครักษ์ถูกยื่นออกมาพร้อมที่จะต่อสู้กระทั่งศัตรูที่เป็ปีศาจแม้จะมองไม่เห็นหนทางชนะก็ตาม
งูขาวตัวนั้นส่ายหัวไปมาอยู่ชั่วอึดใจแล้วก็พุ่งเข้ามาหาทหารอังวะในทันที
พริบตานั้นตาข่ายสีแดงเพลิงก็พุ่งออกจากมือมหาธีระตรงเข้าไปยังเ้างูั์สีขาวในเวลาเดียวกัน