อนาคตลิขิตได้ด้วยมือตน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานแสนนาน นานน๊านนาน จนแทบจำไม่ได้ ยังมีบุรุษหนุ่มคนหนึ่งนามหลินมู่ซิง เกิดมาเป็ชาวอาดาร์ส ั้แ่เด็กเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวันด้วยความเพียร จนกระทั่งเมื่อเขาโตจนอายุได้ ยี่สิบปี เขาก็ขอแฟนแต่งงาน แต่แฟนของเขากลับกล่าวว่า " ข้า้าสามี เป็วีรบุรุษ " ทำให้หลินมู่ซิง อดแต่งงาน เขาเลยต้องไปรับราชการทหาร โดยขอคำมั่นจากแฟนของเขาว่า จะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็วีรบุรุษ
ซึ่งเธอก็รับปากจะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็ วีรบุรุษ แล้วกลับมาแต่งงานกับเธอ
ในระหว่างที่เขาจะออกเดินทาง ได้มีนักทำนาย คนหนึ่ง นามว่า ชางหลง มาทำนายดวงชะตาให้กับเขาโดยใช้ ลูกเต๋า อันแสนมหัศจรรย์ ทอยให้หลินมู่ซิง ดู
ซึ่งหลินมู่ซิง ไม่เคยรู้เลยว่าชายคนนี้เป็คนที่มาจากอนาคต
ในขณะที่หลินมู่ซิง ทอยเต๋า เขาก็ได้ทอยเต๋าออกหน้าที่ดีที่สุด และแย่ที่สุดในเวลาเดียวกัน ชางหลงจึงกล่าวว่า
" ถ้าท่านรับราชการทหาร ท่านจะได้เป็ใหญ่ในวันข้างหน้าและได้เป็ วีรบุรุษสมใจหมาย โดยต้องแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า" ซึ่งหลินมู่ซิง ก็ได้มอบเงินให้กับนักทำนายผู้นี้เป็เงิน30 เหรียญทอง
ชางหลงเห็นว่าหลินมู่ซิงมีน้ำใจ เขาจึงได้ใช้เวทย์มนต์บทหนึ่งให้หลินมู่ซิงได้เห็นอนาคตแวบหนึ่ง มันเป็ภาพของอนาคตที่หลินมู่ซิงไปสมัครเป็ทหารเพื่อเป็วีรบุรุษ
ทว่าผ่านมาสองปีเศษแล้วเขาก็ยังเป็ทหารต๋อกต๋อยเหมือนเดิม เป็เพียงทหารราบ ดาบโล่ธรรมด๊าธรรมดา
ถึงแม้ว่าเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวันด้วยความมุ่งมั่นว่าสักวันจะกลับไปแต่งเมีย ที่รอเขาอยู่
ซึ่งแฟนของเขาได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรอตลอดไป
เขาเฝ้ารอการเลื่อนยศของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวการเลื่อนยศของเขามาเลย ซึ่งทำให้เขาน้อยใจอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับจดหมายจาก แฟนของเขาอีก
แต่แล้วเหมือน์กลั่นแกล้งอย่างที่ ลูกเต๋า ที่เขาทอยได้ เมื่อกองทัพอาดาร์สถูก กองทัพราโดศัตรูล้อม ทหารเมืองอาร์ดาร์สถูกฆ่าตายจนเหลือแค่สามสิบกว่าคน แม่ทัพกลับสั่งให้ทุกคนฆ่าตัวตาย เพื่อไม่ให้ถูกจับเป็เชลย ซึ่งเป็ความอัปยศ อดสู ว่าแล้วแม่ทัพก็ชิงเชือดคอตัวเองตาย เป็คนแรก
ทว่า......
หลินมู่ซิง กลับไม่ยอมฆ่าตัวตายตามที่แม่ทัพสั่ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าเพื่อนทหารของเขาทำให้เหล่าเพื่อนทหารพยายามจะฆ่าเขา
" ข้ามาที่นี่เพื่อเป็วีรบุรุษ ไม่ได้มาตาย " หลินมู่ซิง กล่าว อย่างองอาจ
เพื่อนทหารของเขาสามสิบกว่าคน ที่เข้ามาหมายจะฆ่าหลินมู่ซิง ทั้ง ดาบ หอก กระบี่ ธนู ต่างตกตายตามกันด้วยรอยยิ้ม หลินมู่ซิงร่ายรำกระบี่ฆ่า เพื่อนพ้องสามสิบกว่าคนของเขา จนในที่สุดก็เหลือเพียงเขาเป็คนสุดท้าย
ทำให้ข่านแห่งราโด ชื่นชมเขามาก ที่เห็นเขาแสดงฝีมือกระบี่อันเฉียบขาด
เมื่อเหลือหลินมุ่ซิงเป็คนสุดท้าย หลินมู่ซิง เขาได้เอากระบี่ที่เปื้อนเืชี้หน้าท้าข่านแห่งราโดให้ลงม้ามาสู้กันตัวต่อตัว ให้รู้ดำรู้แดง ทว่า...
ข่านแห่งราโดกลับตบมือให้เขา และลงจากหลังม้าแล้วพูดว่า
" น้องชายเ้าไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ "
" ข้ายังกลับบ้านได้อีกเหรอ " หลินมู่ซิงกล่าว
" ได้สิ แค่มารับใช้ข้าเป็เวลาสิบปีข้าจะปล่อยเ้ากลับไป " ข่านแห่งราโดกล่าวให้สัญญา
หลินมู่ซิง ดีใจมาก เขาจึงก้มลงคำนับ ข่านแห่งราโด และหลังจากนั้นเขาก็รับใช้ข่านแห่งราโดมาเป็เวลาสิบปี ตามคำสัญญาที่ข่านแห่งราโด ได้ให้ไว้กับเขา
สิบปีต่อมา...
บัดนี้ หลินมู่ซิง เขาได้กลายเป็แม่ทัพใหญ่ วีรบุรุษ แห่งราโด ที่มีผลงานมาก มีทหารในมือถึงสองแสนคน เรียกได้ว่ารบร้อยศึก ชนะร้อยศึกเลยก็ว่าได้ วันหนึ่งข่านแห่งราโดก็ได้เอ่ย ปากยกองค์หญิงราเธียให้ ( เป็น้องสาวของข่าน )
" จงแต่งงานกับองค์หญิงราเธีย และเป็ว่าที่ข่านแห่งราโดคนต่อไปซะ หลินมู่ซิง "
แต่หลินมู่ซิงปฎิเสธ
องค์หญิง ราเธีย นางมีพระสิริโฉมที่งดงามกว่า แฟน ของอูซาร์สเสียอีก แถมยังอายุแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้นเอง ซึ่งหลินมู่ซิง รักองค์หญิง ราเธีย แบบน้องสาว และเรียกราเธียว่า เหมยเม่ย จึงไม่คิดจะแต่งงานด้วย
ทว่า หลินมู่ซิงอยากกลับบ้าน เพื่อไปแต่งงานกับแฟน ของเขา เขารับใช้ ข่านแห่งราโดมาเป็เวลาสิบปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอให้ข่านรักษาสัญญา
ข่านแห่งราโด จึงอนุญาติให้เขากลับบ้าน แต่แอบปล่อยข่าวให้ทหารอาดาร์สได้รู้ว่า ที่แล้วๆมา ทหารราโดเอาชนะทหารอาดาร์สได้เพราะผลงานของ หลินมู่ซิง เพื่อให้ทหารอาดาร์ส สังหารพ่อแม่ของหลินมู่ซิงซะ เขาจะได้กลับไปไม่ได้เนื่องจากนึกแค้นใจที่ชาวอาดาร์สสังหารพ่อแม่ของเขา จะได้เป็ศัตรูกัน
และแล้วความปรารถนาของข่านแห่งราโดก็เป็จริง เมื่อ ประชาชนชาวอาดาร์สรุมประชาทัณฑ์ พ่อแม่ของ หลินมู่ซิงจนถึงแก่ความตายด้วยการปาก้อนหิน
เมื่อ หลินมู่ซิงได้ข่าวพ่อแม่ถูกฆ่า เขาก็รีบกลับบ้านไป โดยการปลอมตัวเป็พ่อค้าและพบว่าบ้านได้กลายเป็ซากปรักหักพังไปแล้ว โดยโดนประชาชนชาวอาดาร์สมาทุบเผา ทำลาย จนไม่เหลือซาก
พ่อแม่ก็ตายจากไปแล้ว เขาเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังกัดฟันทน ไปหาแฟนสุดที่รักของเขา ที่ได้ให้สัญญาว่าจะรอเขาตลอดไป
ปรากฏว่า แฟนของเขาแต่งงานไปแล้ว และตอนนี้เป็แม่ลูกสอง ซึ่งเธอกำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองอยู่
หลินมู่ซิง เสียใจอย่างมาก ที่แฟนของเขาโกหก ไหนบอกว่าจะรอเขาตลอดไปไง
เขาร้องไห้ คร่ำครวญที่หน้าหลุมศพพ่อแม่ เขาน่าจะตายั้แ่สิบปีที่แล้ว ไม่น่ามีชีวิตอยู่รับความจริงเื่นี้เลย ด้วยความเสียใจ เขาจึงชักกระบี่ ฆ่าตัวตาย ตัดอนาคตที่จะเป็ว่าที่ข่านแห่งราโด เขาไม่อาจทำใจแต่งงานกับ องค์หญิงราเธีย ได้เพราะไม่มีหน้าจะกลับไป
สุดท้ายทางราโด จึงขอศพของเขากลับมาที่ราโด แลกกับสนธิสัญญาสันติภาพกับอาดาร์ส ข่านแห่งราโดได้พูดกับ หลินมู่ซิงเป็ครั้งสุดท้ายว่า
" เ้าไม่ใช่ชาวอาดาร์ส เ้าเป็ชาวราโดต่างหาก "
เมื่อองค์หญิงราเธีย ได้ข่าว หลินมู่ซิงคนรักของตน ชักกระบี่ฆ่าตัวตาย เธอก็ะโเข้ากองไฟที่กำลังเผาศพ หลินมู่ซิงอยู่ ตายตามหลินมู่ซิงไป และนี่คือโศกนาฎกรรมบทหนึ่งของวีรบุรุษที่ถูกลืม
โอ้ว ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ใจขื่นขมระทมทุกข์ชั่วนิรันทร์
ถ้าหากชะตาฟ้าไม่กลั่นแกล้งหลินมู่ซิง แล้วใครเล่าจะขืนลิขิต์ได้
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดจบลงและสิ้นสุดตรงองค์หญิงราเธียฆ่าตัวตายตามหลินมู่ซิง เมื่อหลินมู่ซิงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเขาก็ร้องไห้ และทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปัจจุบันเป็ตอนที่เขาหยิบเงิน 30 เหรียญทองให้ชางหลงนั่นเอง ชางหลงยังคงแย้มยิ้มบนใบหน้า และกล่าวว่า
" อนาคตเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยมือของท่านเอง ทำไมท่านไม่กลับบ้านไปแต่งเมีย แล้วมีชีวิต ชาวบ้านสามัญที่มีความสุขไปชั่วชีวิต แทนที่จะรับราชการทหารล่ะ "
หลินมู่ซิงเมื่อได้รับการชี้แนะจากชางหลง เขาก็พยักหน้าตอบรับ และรีบกลับบ้านไปด้วยหัวใจอันเบิกบาน
ตอนแรกแฟนของเขาก็งอนที่เขากลับบ้านมาแบบยังไม่ใช่ วีรบุรุษ แต่เมื่อเห็นหลินมู่ซิงขยันขันแข็งทำงานอย่างสุจริต ประกอบด้วยความรักที่เธอมีให้เขา ในที่สุดเธอก็ยอมแต่งงานกับหลินมู่ซิง และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป
จบ...แฮปปี้เอนดิ้ง
ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่นะครับ
************************************************************************************
อนาคตลิขิตได้ด้วยมือของเราเอง ถ้าคำทำนายมันไม่ดี ก็ไม่เห็นจำเป็ที่เราต้องเดินตามคำทำนายเลยนิ ด้วยโอกาสปีหมูทองที่มาถึงนี้ ผมอยากบอกทุกคนว่า อนาคตลิขิตได้ด้วยมือของคุณเอง
ตอนพิเศษ นิทานการล่มจมของอาณาจักร มาฮันน่า
ริโอล่า หยิบหนังสือเล่มเล็ก ที่เพิ่งซื้อจากร้านค้าใจกลางอาณาจักรโปปุรอน เธอกะว่าจะเอามาอ่านให้ มิโคโตะ เอลิเซีย และ ไอบาร์ซีฟังในตอนกลางคืนที่เงียบเหงาไม่มีอะไรทำ
ตอนกลางคืน.....
ัสาวน้อยทั้งสามตัวนั่งหน้าสลอนอยู่ตรงโต๊ะไม้โอ๊ค ที่มีเตาผิงอันอบอุ่นอยู่ใกล้ๆ ริโอล่าเริ่มพลิกหนังสือนิทานการล่มจมของอาณาจักร มาฮันน่า และเริ่มอ่านให้ัสาวทั้งหมดฟัง อย่างสนุกสนาน เื่มีอยู่ว่า
นานละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานแสนนาน นานน๊านนาน นานจนแทบจำไม่ได้ ยังมีอาณาจักรหนึ่ง ชื่อ อาณาจักร มาฮันน่า มันเป็เกาะเล็กๆไม่ใหญ่นัก ห่างไปทางทิศตะวันออกของอาณาจักรโปปุรอน
ผู้คนในอาณาจักรนี้ ต่างมีชีวิตกันอย่างสงบสุข ท่ามกลางธรรมชาติ มาหลายร้อยปีแล้ว เพียงแค่เก็บผลไม้กิน เก็บของป่าขายก็พอเลี้ยงชีพได้แล้ว ชีวิตช่างแสนสุขสนุกสนาน แม้ว่าจะไม่มีรถหรือบ้าน ก็ตาม
ทว่า.....วันหนึ่ง ในเดือน ธันวาคม ปีxxxx
ได้มีชายแปลกหน้าคนหนึ่ง มาจากอาณาจักรโปปุรอน เขาเป็นักสำรวจแร่ ที่มีประสบการอย่างช่ำชอง เขาได้มาถึง อาณาจักร มาฮันน่า และพบว่า ประชาชนของเกาะนี้อยู่บนเกาะสมบัติ เกาะทั้งเกาะเป็แร่ ฟอสฟอรัส หายาก เรียกว่าูเาฟอสฟอรัสเลยก็ว่าได้
เขาได้ประกาศเื่นี้ให้คนทั้งเกาะรู้ ผู้คนต่างดีใจและสรรเสริญเขาว่าเป็ผู้มาชี้ทางจาก์ นับแต่นั้น ประชาชนในเกาะนี้ก็มุ่งมั่นขุดเอาแร่จากเกาะฟอสฟอรัสที่เป็บ้านเกิดของตน เพื่อนำมาขาย
ในระยะแรก ผู้คนรวยมาก รวมถึงรัฐบาลด้วย จนรัฐบาลละเว้นการเก็บภาษี และให้ สวัสดิการแก่ประชาชน หากว่าประชาชนจะส่งลูกหลานไปเรียน ณ ต่างประเทศ รัฐจะเป็ผู้ออกให้ รวมถึงจ่ายเงินให้ประชาชนไปใช้เล่นๆกันครอบครัวละหลายล้าน ผู้คนต่างมีบ้านและรถเบนส์ขับ บ้านละสองคัน ทำให้ประชากรของอาณาจักรมาฮันน่า มีแต่ความฟุ้งเฟ้อ มีคนทำงานแค่ 3เปอเซน เพราะทุกคนรวย แถมรัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนให้ทุกเดือน แค่เกิดมาก็ได้เดือนละพัน จนอายุ 15 แถมเรียนฟรีตลอดชีพอีกตะหาก
แต่แล้ว นรกก็เริ่มถามหาเมื่อเวลาผ่านไป10ปี
แร่ฟอสฟอรัสซึ่งเป็หัวใจหลักเศรษฐกิจของชาติ เริ่มจะหมด ชาวมาฮันน่าต่างลงความเห็นให้รื้อ รัฐสภาทิ้ง แล้วขุดเอาแร่ฟอสฟอรัสก้อนมหึมาที่อยู่ใต้ รัฐสภามาขาย มันมีมูลค่าหลายหมื่นล้านเหรียญทอง
3 วันหลังจากการลงมติเป็เอกฉันท์ให้ ขุดแร่ฟอสฟอรัสขนาดั์ใต้รัฐสภาเพื่อเอาไปขาย ชาวมาฮันน่าทั้งหลายต่างดีใจที่จะได้เงินมาใช้ ด้วยความสุขอีกครั้ง แต่แล้วเื่ร้ายแรงที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อขุดก้อนแร่ฟอสฟอรัสนั้นออกมา
เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงพื้นเดินแตกเป็เสี่ยงๆ ยังไม่ทันถึง3นาที ก่อน มาม่าจะร้อน เกาะทั้งเกาะของชาวมาฮันน่าก็แตกสลาย จมลงสู่ก้นบึ้งของท้องทะเล และประเทศที่ชื่อ มาฮันน่า ก็ได้หายไปจากแผนที่ เพราะชาวมาฮันน่าไม่เคยรุ้เลยว่าการที่พวกเขาขุดแร่ออกไปขายได้ทำให้เกาะทั้งเกาะพรุนเป็รู กลวงเป็รวงผึ้ง แต่ที่ยังอยู่ได้ เพราะยังมีก้อนฟอสฟอรัสขนาดใหญ่นี้ยึดเอาไว้ เมื่อนำมันออกมาเกาะทั้งเกาะ ก็ล่มสลาย
ริโอล่าเล่ามาถึงตอนนี้ น้ำตาของ เอลิเซ่ ก็เริ่มจะไหล ไอบาร์ซีหาวง่วงนอน ส่วนมิโคโตะหลับไปแล้ว ริโอล่าจึงได้ทำการปิดหนังสือนิทาน และพาเหล่าสาวน้อยทุกตัวไปนอน
" ราตรีสวัสดิ์ สาวๆ ไว้พรุ่งนี้ แม่จะเอานิทานสนุกๆเื่อื่นมาอ่านให้ฟังนะ "
แล้วราตรีกาลก็มาเยือน ทุกคนหลับไหลแต่ยังคงฝันถึงชาวมาฮันน่า ที่ไร้บ้าน และขอให้พวกเขาเป็แค่นิทานก่อนนอนที่ไม่ใช่เื่จริง......จบ
================================================ขอบคุณทุกกำลังใจคับ
นิทานสอนใจส่งท้ายปี
เป็เวลากว่า 500 ปีแล้ว ที่แคว้นทั้งฉีเหนือ และ เอี้ยนเหนือรบกันจนแผ่นดินแทบจะลุกเป็ไฟ ผู้คนล้มตายมากมาย เพราะจุดเริ่มต้นของปัญหาเล็กๆมันเกิดขึ้นเพราะ ผู้หญิงสองคน ทะเลาะกันว่าใคร จะได้ว่ายน้ำในแม่น้ำ โปซา ก่อน ซึ่งแม่น้ำโปซา คือแม่น้ำที่กั้นระหว่าง แคว้นฉีเหนือ และเอี้ยนเหนือ นั่นเอง
มิโฮะ ชาวฉีเหนือ ไม่พอใจ สึกุมิ ชาวเอี้ยนเหนือ เพียงเพราะเธอห้ามไม่ให้ มิโฮะ ว่ายน้ำในแม่น้ำเดียวกับเธอ เพราะเธอลงมาว่ายน้ำก่อน มิโฮะ จึงลงมือตบตีกับสึกุมิ ทว่า ฝีมือในการต่อสู้ของสึกุมิเหนือกว่า มิโฮะ จึงพ่ายแพ้ไป เธอจึงเอาเื่นี้ไปฟ้องสามี ขี้เมาของเธอ สามีของมิโฮะ ไม่พอใจอย่างมาก เขาจึงหยิบไม้ข้ามน้ำไปด่า สามีของ สึกุมิ หาว่าไม่สั่งสอนภรรยาให้ดี ทำให้สึกุมิ ทำตัวนักเลงกับ มิโฮะ ภรรยาของตน เมื่อสามีของมิโฮะ ด่าจบ สามีของสึกุมิ ก็บันดาลโทสะ คว้าไม้ฟาดไปที่หัวของ สามีมิโฮะ จนถึงแก่ความตาย โดยไม่รู้ว่า สามีของมิโฮะ เป็ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ชื่อการูด้า ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านการเป็นักเลงใหญ่อยู่ เมื่อ การูด้า รู้ว่าลูกชายตายก็ บันดาลโทสะ พาพวกไปบุกถล่มหมู่บ้านสามี ของสึกุมิ และฆ่า พวกเขาทั้งสองจนตาย แต่การูด้ายังไม่พอใจ เขาได้สังหารคนในหมู่บ้านนั้นกว่าร้อยศพ เพื่อ ระบายโทสะ เมื่อทหารแคว้นเอี้ยนเหนือ ทราบข่าว พวกเขาก็นำกำลังมาปราบปราม การูด้า หาสู้ได้ไม่ จึงหนีกลับแดนตน ทว่า ทหารแคว้นเอี้ยนเหนือ ก็ ยกกำลังติดตามมาและฆ่าฟันพวกการูด้าจนถึงแก่ความตายหลายสิบคน ตัวการูด้าเองก็ได้รับาเ็สาหัส แต่แล้วเื่มันก็ยังไม่จบ เมื่อ ทหารฉีเหนือ เห็นประชาชนของตนถูกทหารเอี้ยนเหนือ ไล่ฆ่าฟันเข้ามา ทหารฉีเหนือที่ประจำอยู่ชายแดนจึงยกทัพออกไป สู้รบกับทหารเอี้ยนเหนือ เพื่อช่วยประชาชนของตน าดำเนินมาถึง 500 ปี จนตอนนี้ มันไม่ใช่ เื่ ผู้หญิงสองคนทะเลาะกันแล้ว มันกลายเป็ศักดิ์ศรีของชาติที่จะยอมให้กันไม่ได้ มีผู้คนล้มตายหลายหมื่นคนจนเืนองท่วมแม่น้ำโปซา จนแม่น้ำโปซากลายเป็สีเื จวบจนปัจจุบัน
************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอน เกาะมาฮันน่าที่จมลงเพราะความโลภ
นานละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานแสนนาน นานน๊านนาน นานจะแทบจำไม่ได้ ยังมีเกาะหนึ่งนามมาฮันน่า อยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศอิเดเรีย
หลายร้อยปีแล้วที่ ชาวมาฮันน่า อาศัยจับสัตว์ป่า และผลไม้ป่ากิน อยู่กันแบบชีวิตพอเพียง และชีวิตประจำวันของชาวมาฮันน่าก็ดำเนินเช่นนี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง...
มีนักขุดหาแร่ชื่อ ไรอัล จากอาณาจักรอิเดเรียมาหยั่งเกาะนี้ แล้วบอกกับทุกคนว่า ทุกคนกำลังนั่งทับมหาสมบัติอยู่ ไม่รู้เหรอไงว่า เกาะนี้ทั้งเกาะเป็เกาะฟอสฟอรัส
เพียงข่าวแพร่กระจายไปไม่นาน ชาวบ้านที่แต่เดิม เลี้ยงชีพด้วยอาชีพล่าสัตว์ เก็บของป่า ก็กลายมาเป็คนงานขุดเหมือง และการขุดเจาะแร่ฟอสฟอรัสมาขายก็ดำเนินต่อไป จนกระทั่งสิบปีผ่านไป
บัดนี้ชาวมาฮันน่า ทุกคนกลายเป็คนร่ำรวย ทุกบ้านจะมีรถเทียมม้าที่ทำมาจากทองคนละสองคัน และชาวมาฮันน่าก็นิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศซึ่งเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก รัฐบาลมาฮันน่าร่ำรวยจนยกเว้นภาษีให้ชาวมาฮันน่ามาหลายปีแล้ว จนกระทั่งบัดนี้
และแล้วชีวิตที่เหมือนฝันของชาวมาฮันน่าก็ต้องจบลง เพราะฟอสฟอรัสทั้งเกาะ ถูกขุดไปหมดแล้ว เหลือเพียง ก้อนที่อยู่ที่ใต้รัฐสภา ที่ก้อนใหญ่ที่สุด
ชาวมาฮันน่าทุกคนลงความเห็นให้ขุดมันขึ้นมาแล้วเอาไปขาย
ในที่สุดพวกเขาก็รื้อรัฐสภา เพื่อนำฟอสฟอรัสก้อนสุดท้ายไปขาย ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก มีมูลค่าสูงถึง 2หมื่นล้านเหรียญทองเลยทีเดียว
แต่ในวินาทีที่ชาวมาฮันน่าขุดแร่ฟอสฟอรัสก้อนนี้ออกมา ก็ได้มีเสียงดัง เปรี๊ยะๆๆๆ ดังลั่น เพียงเวลาไม่ถึง 10 วินาที เกาะนี้ทั้งเกาะก็จมลงสู่ก้นทะเล
เนื่องจากที่เกาะนี้ยังคงลอยอยู่เหนือน้ำได้เพราะแร่ฟอสฟอรัสก้อนนี้ ที่จริงเกาะทั้งเกาะพรุนไปหมดตั้งนานแล้ว เพราะชาวมาฮันน่าขุดแร่ฟอสฟอรัสออกมาขายมากเกินไป
หลังจากสูญเสียเกาะชาวมาฮันน่าที่รอดชีวิต ก็แตกกระจาย กลายเป็คนไร้ประเทศ
การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ชาวมาฮันน่า ประนาม ไรอัลว่า เป็ผู้ทำลายอาณาจักร มาฮันน่า และเรียกว่า [เ้าปีศาจขาวเอ๊ย ]
นี่แหละผลของความโลภ ขุดจนเกาะที่ตัวเองอาศัยมาหลายร้อยปีต้องจมลงสู่ห้วงสมุทร...จบ
************************************************************************************
คุยเล่นกับตำนานฝาถ้วยกัฟ
คุณคงยังไม่รู้ว่าฝาถ้วยกัฟเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมจะขอนำคุณย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ณ ประเทศอเมริกา
วันหนึ่ง มีสาวคนหนึ่งต้องรีบไปทำงานในตอนเช้า เธอจึงเข้าไปในร้านกาแฟสุดหรูยี่ห้อหนึ่งของอเมริกา แล้วสั่งกาแฟร้อนถ้วยหนึ่ง ซึ่งสมัยนั้น ถ้วยกัฟยังไม่มีฝาปิด
ด้วยความรีบร้อนเธอจึงรับกาแฟร้อนแล้วรีบออกจากร้าน เธอรีบขี่มอไซด์ไปทำงาน และในขณะกอดติดไฟแดงอยู่นั้น เธอก็ได้วางถ้วยกาแฟร้อนไว้ที่หว่างขาของเธอ และเอาขาหนีบเอาไว้
และแล้วเมื่อไฟเขียวปรากฏ บรืนๆๆๆๆ ด้วยความรีบเธอก็บิดมอเตอร์ไซด์ทันที และแล้วสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็เกิด กาแฟร้อนกระเฉาะออกจากถ้วย ราดลงไปบริเวณกลีบดอกไม้ของเธอ ทำให้ความรู้สึกทางเพศของเธอลดลง
นับั้แ่วันนั้น เธอก็นอนกับสามีไม่ได้ เธอเครียดจัด กระสับกระส่าย ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจฟ้อง กาแฟยี่ห้อดังเ้านั้น เรียกค่าเสียหายถึง 10 ล้านดอลล่าสหรัฐ เนื่องจากเพราะน้ำกาแฟถ้วยนั้น ได้ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอต้องพังทลาย
กาแฟยี่ห้อดังเ้านั้น ก็จ้างทนายจ่ายเงินสู้คดี แต่ในที่สุดศาลก็ตัดสินให้ บริษท กาแฟั์ใหญ่เ้านี้ผิด และต้องจ่ายค่าเสียหายให้ผู้หยิงชาวอเมริกันคนนี้ ถึง 10 ล้านดอลล่า เนื่องจาก บริษัทผุ้ผลิตกาแฟ ไม่ได้ทำฝาปิดถ้วยกาแฟให้กับผู้บริโภค จึงเกิดเื่ขึ้น
นับั้แ่นั้น ถ้วยกัฟจึงมีฝา
และก็จบลงไปแล้วนะครับ กับตำนานฝาถ้วยกัฟ
************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป