บริเวณชายป่าเหล่าทหารพากันตรวจสอบป่ารอบนอกทั้งหมดแต่กับไม่เจออะไรที่ผิดสังเกตุเลยแม้แต่น้อย ในตอนนี้ป่าชั้นนอกเงียบสงัดราวกับไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตเคยอยู่ที่นี่ ไม่มีแม้แต่ซากสัตว์อสูรล้มตาย เหล่าทหารรวมไปถึงแม่ทัพรู้สึกไม่เข้าใจในเหตุการณ์นี้นัก สัตว์อสูรในป่าชั้นนอกนั้นหายไปไหนหมดกันทำไมถึงได้ไม่มีเลยแม้แต่ตัวเดียวเช่นนี้ หากไม่มีคำตอบที่แน่ชัดแล้วจะเอาไปรายงานองค์จักรพรรดิได้เยี่ยงไร
ในขณะที่พวกเขากำลังหาร่องรอยและเบาะแสการหายไปของเหล่าสัตว์อสูร ตัวต้นเหตุอย่างลั่วอู่หลินก็ได้แอบออกมาจากวังอีกแล้ว แต่เขาไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์อสูรแต่อย่างใด กลับกันชายหนุ่มสวมชุดคลุมปกปิดใบหน้าเดินเข้าไปยังหมู่บ้านชนบทต่างๆเพื่อที่จะทำในสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิด
นั่นคือการสร้างขุมกำลัง เด็กหนุ่มคิดที่จะสร้างมันโดยเลือกเอาเด็กกำพร้าจาการวมไปถึงถูกพ่อแม่ทอดทิ้งมาฝึกฝน ดังนั้นเขาจึงต้องมาตระเวนหาด้วยตนเองเช่นนี้
"นี่น้องชายขุมกำลังที่เ้า้าเป็แบบไหนกัน แล้ว้าสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร"ไฉ่เยว่เอ๋อที่อยู่ด้านในทะเลจิติญญากล่าวถาม
"ท่านอ่านใจข้าได้ไม่ใช่หรือเหตุใดถึงไม่ทำละ"ลั่วอู่หลินกล่าวหยอกล้อ
"ข้าก็อยากรู้จากปากเ้าบ้างไม่ได้หรือไร ข้าไม่อ่านความทรงจำใครโดยพละการอยู่แล้ว หากไม่บอกข้าเองก็ไม่อยากรู้"นางกอดอกและเอ๋ยออกมาราวกับกำลังแง่งอน
"ฮ่าๆๆไม่แกล้งท่านแล้ว ข้า้าที่จะสร้างขุมที่เป็เลิศด้านการสอดแนม หาข่าวสาร และมีทักษะของนักฆ่าในตัว"ลั่วอู่หลินกล่าวตอบอย่างทันควัน
"โอ้ น่าสนใจไม่น้อย ถึงอย่างไรการมีหูตาที่ดีและกว้างไกลก็ทำให้แสวงหาโชคลาภได้ง่ายขึ้น"นางกล่าวชมเชย
"เมื่อฝึกฝนพวกเขาแล้วข้าตั้งใจจะให้พวกเขากระจายกันไปแทรกซึมในทุกๆแคว้นในฐานะของหอการค้านามว่าเฮยเสวีย ส่วนชื่อของขุมกำลังที่แท้จริงคือ ตำหนักหิมะ์"
"ตำหนักหิมะ์? ชื่อมันไม่ดูสูงส่งไปหน่อยหรือ"
"ไม่หรอก ชื่อนี้ข้าตั้งเพื่อระลึกถึงเทพจักรรรดิเหมันต์น่ะ ชื่อหอการค้าก็เช่นกันข้าตั้งเช่นนั้นเพื่อระลึกถึงเ้าหญิงมาร"
"เช่นนั้นก็เอาตามที่เ้าว่าก็แล้วกัน โอ้นั่นเ้าหนู เด็กสองคนนั้นหน่วยก้านไม่เลวเลยทีเดียว"นางเซียนปรากฏร่างิญญาออกมาและชี้ไปที่เด็กขอทานสองคนคนหนึ่งเป็ผู้ชายอายุราวๆสิบหกปีและผู้หญิงอายุสิบห้าปี เนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้าอาภรณ์ขาดแทบจะไม่มีชิ้นดี ดูแล้วน่าสงสารโดยแท้
ลั่วอู่หลินที่เห็นเช่นนั้นก็เดินไปหาพวกเขาในทันทีและก้มลงไถ่ถามอย่างตรงไปตรงมา"พวกเ้าน่ะมีครอบครัวหรือไม่"
"นายท่านพวกเรามีเพียงสองพี่น้องเท่านั้น ครอบครัวของพวกเราล้วนแต่ตายไปหมดแล้วขอรับ"เด็กผู้ชายกอดน้องสาวแน่นแล้วกล่าวพร้อมกับเนื้อตัวที่สั่นเทา ด้วยการแต่งตัวของลั่วอู่หลินที่แม้จะดูมิดชิดแต่ทว่าก็ยังคงดูสูงส่ง จึงไม่แปลกที่สองพี่น้องนี้จะดูหวาดกลัว เพราะในความคิดของพวกเขาหากทำให้ชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่ถูกใจพวกเขาอาจจะดูทำร้ายหรือฆ่าตายได้เลยทีเดียว
"เช่นนั้น ข้าขอถามเ้าหากมีโอกาสที่พวกเ้าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้พวกเ้าจะไขว่คว้ามันไว้หรือไม่??"
"ตอนนี้พวกข้าก็ราวกับตายทั้งเป็อยู่แล้วขอรับ หากมีโอกาสย่อมต้องรับเอาไว้อย่างไม่ลังเล"ชายคนนั้นกล่าว ในเวลาเดียวกันท้องของทั้งคู่ร้องด้วยความหิวกระหาย
"เช่นนั้นก็ดี พวกเ้าตามข้ามาแล้วข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้กับเ้าเอง"ลั่วอู่หลินหยิบยื่นโอกาสให้กับทั้งสองคนทันที คนที่จนตรอกขนาดนี้ย่อมเห็นคุณค่าของโอกาสมากกว่าคนใช้ชีวิตอย่างปกติสุขแน่นอน ลั่วอู่หลินมองเห็นจุดนี้จึงได้คิดสร้างขุมกำลังโดยใช้เหล่าเด็กกำพร้าที่ไร้ซึ่งหนทางในการดำเนินชีวิตนั่นเอง นี่ถือว่าเป็การให้โอกาสพวกเขาไปในตัว
ฝ่ายเด็กขอทานทั้งสองเมื่อได้ยินคำกล่าวของลั่วอู่หลินก็ไม่รู้จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี แต่ด้วยความอดยากและหิวโหยเมื่อมีคนมอบแสงสว่างในชีวิตให้เช่นนี้พวกเขาจึงเลือกค่อยๆลุกขึ้นและเดินตามไป แน่นอนหากว่ามันไม่จริงอย่างที่ชายคนนี้กล่าวพวกเขาก็แค่กลับมาขอทานดังเดิม แต่หากมันเป็จริงนี่อาจจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของพวกเขาเลยก็เป็ได้
ระหว่างทางลั่วอู่หลินซื้ออาหารและเสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งชายหญิงก่อนที่จะพาสองพี่น้องเดินไปในป่าใหญ่ซึ่งเป็จุดที่เชื่อมกับมิติเหมันต์เทวา ใช่! ลั่วอู่หลินคิดจะใช้ที่นี่สร้างขุมกำลัง เมื่อมีไฉ่เยว่เอ่ออยู่ชายหนุ่มสามารถเข้าออกมิติแห่งนี้ได้ตาม้า และสามารถเปิดปิดมันได้อีกด้วย
"พวกเ้ากินอาหารนี่ซะ กินให้อิ่มท้อง"เมื่อเข้ามาชายหนุ่มวางอาหารไว้ตรงหน้าเด็กขอทานทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันก่อนที่จะลงมือกินอาหารกันอย่างมูมมามด้วยความหิวโหยปานจะขาดใจ ลั่วอู่หลินนั่งลงมองพวกเขากินกันแต่ในใจกำลังสนทนากับไฉ่เยว่เอ๋อว่าจะฝึกวิชาอะไรให้กับพวกเขาดี
'เอาเป็ทักษะเงาจันทราสังหารก็แล้วกัน เป็วิชาเร้นกายที่ยอดเยี่ยมและสามารถใช้ฝึกทุกคนถือว่าเป็ทักษะบ่มเพาะ่ต้นได้รวดเร็วมากแต่พอมาถึงระดับกษัตริย์การพัฒนาของพวกเขาก็จะช้าลงอย่างน่าใจหาย หากพวกเขาอยากพัฒนาต่อไปพวกเราก็แค่หาทักษะที่มีลักษณะคล้ายกันแต่ระดับสูงกว่ามาเสริมให้ก็เพียงพอ'ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวแนะนำ ซึ่งลั่วอู่หลินก็เห็นด้วย
การเป็ผู้ฝึกตนสำหรับคนทั่วไปไม่ใช่เื่ง่ายดาย เพียงแค่ระดับกษัตริย์หากเป็คนทั่วไปเกรงว่าจะใช้เวลาทั้งชีวิตถึงจะไปถึง หากเขาหยิบยื่นความสามารถนี้ให้ไม่มีทางเลยที่จะไม่มีใครรับข้อเสนอของเขา
"เอาละพวกเ้ากินอิ่มหรือยัง"ลั่วอู่หลินหันไปถามสองพี่น้อง ทั้งสองที่ได้ยินก็พากันวิ่งเข้ามาหาและทำความเคารพชายหนุ่มด้วยความสำนึกในบุญคุณ
"ขอบคุณคุณชายที่เมตตาขอรับ/เ้าค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธีมาเข้าเื่กัน พวกเ้าอยากมาทำงานกับข้าหรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
"ทำงาน??"
"ใช่ ข้ากำลังจะเริ่มก่อตั้งขุมกำลังลับขึ้นมาแต่ว่ายังขาดคนอยู่ ดังนั้นข้าจึงอยากจะถามพวกเ้าว่าอยากจะเข้าขุมกำลังของข้าไหม??"ชายหนุ่มย้ำคำถามอีกครั้ง
"พะ พวกเราจะทำขอรับ ได้โปรดรับเราเข้าขุมกำลังด้วยเถิด"ผู้เป็พี่ชายกล่าว ชีวิตเก่าของเขาและน้องสาวนับว่าอาภัพเหลือเกินแม้จะไม่รู้ว่าชายหนุ่ม้าจะทำอะไร แต่ด้วยไร้ซึ่งหนทางแล้วเขาจึงตอบรับอย่างไม่ลังเล
"ดี! เ้านับว่าเด็ดเดียวไม่น้อย เช่นนั้นก็ทำขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือการสาบาน"ลั่วอู่หลินสร้างมีดน้ำแข็งพุ่งไปปักลงที่หน้าของทั้งสองคน
สองพี่น้องดึงมีดนั้นออกมาอย่างไม่ลังเลและกรีดมือตัวเองจนเืไหลลงธรณี "พวกเราสองพี่น้องขอสาบานจะภักดีต่อนายท่านเบื้องหน้า หากมีใจคิดคดทรยศขอให้ตายตกด้วยทัณฑ์แห่ง์"
"คลื่น!!"
เมื่อสิ้นสุดคำสาบานทั้งฟ้าพลันมืดครึมก่อนที่จะสลายหายไป ในโลกใบนี้นี่คือคำสัตย์ที่ให้แด่์หากไม่ทำตามจะต้องรับโทษทัณฑ์์อย่างไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาหยิบเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พวกทั้งสองคนและไล่ให้ไปอาบน้ำในลำธารไม่ไกลนัก
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ลั่วอู่หลินก็ได้เริ่มเตรียมการสิ่งต่างๆเช่นเดียวกัน เขามองสำรวจไปรอบมิติเหมันต์เทวาเพื่อหาทำเลที่จะทำที่พักให้กับเหล่าสมาชิกในขุมกำลังก่อนเป็อันดับแรก ซึ่งบอกตามตรงว่ามันหายากเอามากๆเพราะมันเป็เหมือนกับพื้นที่โล่งๆเพียงเท่านั้น
ชายหนุ่มหามาได้สักพัก สายตาของเขาก็ไปหยุดลงต้นไม้ที่เคยเป็ที่เก็บแหวนมิติของเทพจักรพรรดิเหมันต์เอาไว้ ดวงเนตรอสรพิษ์เริ่มทำงานในทันใดสีตาจากสีแดงทัมทิมกลายเป็สีฟ้ามีลักษณะคล้ายกับดวงตาของงู ลั่วอู่หลินมองไปยังต้นไม้นั้นอีกคราดวงตาของเขาก็พลันเปล่งประกายฉายแววตื่นเต้นดีใจ
ต้นไม้นี้นับว่าไม่ธรรมดาเพราะมันดูดซับโลหิตของเทพจักรพรรดิหนึ่งส่วนจึงทำให้มันกลายพันธุ์ ด้านล่างของมันเป็โพลงขนาดใหญ่ที่เกิดจากการชอนไชของรากไม้จนทำให้มันมีลักษณะคล้ายๆกับรังมดอย่างไรอย่างนั้น
ลั่วอู่หลินเข้าไปยังโพลงไม้นั้นก่อนที่จะใช้หมัดของตนเองทะลวงพื้นจนเกิดเป็ทางเข้าใต้ดินในทันที ข้างใต้ดินนี้มันราวกับเป็อาณาจักรๆหนึ่งเลยก็ว่าได้
"หุหุ ถือว่าหาพื้นที่ได้ดียิ่ง แต่เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะทำให้มันแข็งแกร่งกว่านี้เสียหน่อย"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวชมเชย ก่อนที่นางจะออกมาและวาดมือราวกับเป็เทพธิดาประทานพร
"อาณาจักรเยือกแข็ง"สิ้นเสียงของนางสถานที่ใต้ดินแห่งนี้ที่เคยมืดมิดพลันโดนน้ำแข็งสีฟ้าครามปกคลุมจนหมดสิ้นราวกับเป็พระราชวังน้ำแข็งใต้ดินก็ไม่ปาน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมันไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิที่หนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย
"ข้ารู้ว่าเ้าสงสัยอะไร รากไม้ที่คอยยึดสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้ดูดกลืนเืของท่านเทพจักรพรรดิเหมันต์ไปหนึ่งส่วนดังนั้นความเย็นทั้งหมดจะถูกมันดูดไปด้วยเช่นกัน แต่เ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะว่าน้ำแข็งของข้าจะละลาย น้ำแข็งระดับเซียนไม่ใช่อะไรที่จะละลายง่ายขนาดนั้นต่อให้ใช้เปลวเพลิงเพื่อหลอมละลายอย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาถึงหนึ่งพันปีด้วยกันเมื่อถึงตอนนั้นตัวตนของขุมกำลังนี้ก็คงไม่จำเป็ต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป"นางกล่าวอธิบายอย่างละเอียดเพื่อให้ลั่วอู่หลินวางใจ