"ไม่! ครั้งนี้...หนูจะสู้เคียงข้างท่าน!"
คำประกาศกร้าวของเอลาร่าดังก้องไปทั่วทางเดินอันคับแคบ มันไม่ใช่เสียงของเด็กสาวขี้กลัวที่เพิ่งมาถึงคฤหาสน์เมื่อหลายวันก่อนอีกต่อไป แต่เป็เสียงของคนที่ผ่านการสูญเสีย, การทรยศ, และการข้ามผ่านเส้นศีลธรรมมาแล้ว ดวงตาของเธอทอประกายแสงสีเงินจางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็ผลพวงจากสายเืเอลฟ์ที่เริ่มตื่นขึ้นและเืแวมไพร์ที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ
คาอินตวัดสายตากลับมามองเธอด้วยความตกตะลึงระคนฉุนเฉียว "อย่าโง่หน่อยเลย เอลาร่า! นี่ไม่ใช่การเล่นขายของ! ไปเดี๋ยวนี้!"
"ไม่ไป!" เธอยืนกรานหนักแน่น ก้าวขึ้นมายืนข้างๆ เขาอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านเคยบอกว่าบทเรียนที่สองคือการเอาตัวรอดไม่ใช่เหรอ? และนี่คือวิธีเอาตัวรอดของหนู...หนูจะไม่ยอมหนีไปแล้วปล่อยให้ท่านต้องมาตายเพราะหนูอีกเป็ครั้งที่สอง!"
คำว่า "ตายเพราะหนูอีกเป็ครั้งที่สอง" พุ่งเข้าแทงใจของคาอินอย่างจัง มันคือตราบาปที่เขาสร้างขึ้นเอง คือผลลัพธ์จากการกระทำอันเห็นแก่ตัวของเขาที่เกือบจะพรากชีวิตตัวเองและผลักเธอให้ตกอยู่ในความสิ้นหวัง เขาอยากจะเถียง...แต่คำพูดของเธอมันคือความจริงที่เขาปฏิเสธไม่ได้
ลอเรียนที่ยืนมองบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ตลอดเวลาแสยะยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม "ช่างเป็ภาพที่น่าประทับใจเสียจริง...ความรักระหว่างอสูรกับลูกครึ่งเืผสม ช่างน่าสะอิดสะเอียน"
ดวงตาสีมรกตของเขาหรี่ลง จับจ้องมาที่เอลาร่าด้วยแววตาประเมิน "ข้าััได้ถึงพลังสองสายที่ปะปนกันในตัวเ้า...สายเืของเอลฟ์ที่สูงส่งถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยความโสโครกของพวกแวมไพร์ แต่ไม่เป็ไร...เมื่อเ้ากลับไปกับข้า สภาสูงมีวิธีที่จะ 'ชำระล้าง' เ้าให้บริสุทธิ์ได้อย่างแน่นอน"
คำว่า "ชำระล้าง" ของเขาแฝงไว้ด้วยความหมายอันน่าขนลุกจนเอลาร่ารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"นางจะไม่ไปไหนกับแกทั้งนั้น" คาอินคำรามเสียงต่ำ ร่างกายของเขาเริ่มแผ่ไอสังหารที่เย็นเยียบออกมา "ถ้าอยากได้ตัวนาง...ก็ข้ามศพข้าไปก่อน"
"ด้วยความยินดี" ลอเรียนตอบรับคำท้าทายนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ในมือของเขาปรากฏดาบยาวเรียวสีเงินขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ มันส่องประกายเรืองรองในความมืด "ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแวมไพร์โบราณที่เอาแต่ซุกหัวอยู่ในคฤหาสน์ผุๆ พังๆ มาหลายศตวรรษ จะยังเหลือฝีมืออยู่สักแค่ไหน"
สิ้นคำพูด ร่างของลอเรียนก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว คาอินยกแขนขึ้นรับคมดาบของลอเรียนได้อย่างฉิวเฉียด ปลายเล็บของเขาที่บัดนี้ยาวและแหลมคมราวกับกรงเล็บขูดไปบนใบดาบจนเกิดประกายไฟ เขาสะบัดแขนอย่างแรงเพื่อผลักลอเรียนให้ถอยกลับไป ก่อนจะพุ่งสวนกลับไปอย่างรวดเร็วราวกับเงาดำ
การต่อสู้ระหว่างสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มันคือการร่ายรำแห่งความตายที่รวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่สายตามนุษย์จะมองตามทัน เสียงดาบที่แหวกอากาศ, เสียงกรงเล็บที่ข่วนไปบนกำแพงหิน, และเสียงคำรามของทั้งสองฝ่ายดังผสมปนเปกันไปหมด
เอลาร่ายืนตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อเธอเห็นว่าคาอินเริ่มถูกลอเรียนที่มีทั้งอาวุธและเวทมนตร์สนับสนุนกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอก็ทำงานขึ้นมา
เธอไม่มีความเร็วหรือพละกำลังแบบพวกเขา แต่เธอมีสมอง!
เธอเหลือบไปเห็นเชิงเทียนเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มันดูหนักอึ้งแต่ก็น่าจะเป็อาวุธชั้นดีได้ เธอรีบวิ่งไปคว้ามันมาถือไว้ในมืออย่างทุลักทุเล
"คาอิน! ถอยมา!" เธอะโขึ้น
คาอินที่กำลังปัดป้องคมดาบของลอเรียนอยู่เหลือบมามองเธอแวบหนึ่งด้วยความสงสัย แต่เมื่อเขาเห็นเชิงเทียนในมือเธอ เขาก็เข้าใจแผนของเธอในทันที เขาแสร้งทำเป็เสียหลักและถอยหลังมาสองสามก้าว เปิดช่องว่างให้ลอเรียนพุ่งตามเข้ามา
และในจังหวะนั้นเอง!
"ย๊าก!" เอลาร่ารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเหวี่ยงเชิงเทียนเข้าใส่ด้านข้างของลอเรียนอย่างสุดแรง
ลอเรียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการสังหารคาอินไม่ทันได้ระวังตัว เขาถูกเชิงเทียนเหล็กฟาดเข้าที่สีข้างอย่างจังจนร่างเซถลาไป!
"อั่ก!" เขาร้องออกมาด้วยความเ็ปและความใระคนกัน "แก...นังลูกครึ่งสารเลว!"
มันเป็โอกาสทอง! คาอินไม่ปล่อยให้วินาทีนั้นสูญเปล่า เขาพุ่งเข้าไปหาลอเรียนที่กำลังเสียหลักและใช้กรงเล็บตวัดเข้าที่แขนข้างที่ถือดาบของเขาอย่างรวดเร็ว
ฉัวะ!
เืสีแดงสดของเอลฟ์สาดกระเซ็นออกมา ลอเรียนร้องลั่นด้วยความเ็ปและทำดาบหลุดมือ คาอินเงื้อมือขึ้น หมายจะใช้กรงเล็บปลิดชีพศัตรูในคราวเดียว
แต่ทันใดนั้น! เถาวัลย์จำนวนมากก็พุ่งออกมาจากพื้นหินและผนังโดยรอบอย่างรวดเร็ว พวกมันพุ่งเข้ามารัดพันแขนขาและลำตัวของคาอินไว้จนเขาขยับไม่ได้ มันคือเวทมนตร์ธรรมชาติของเอลฟ์!
"คิดว่ามันจะจบง่ายๆ แค่นี้รึ" ลอเรียนแสยะยิ้มทั้งที่แขนยังคงมีเืไหลไม่หยุด "พวกเราไม่ได้มากันแค่คนเดียว!"
สิ้นคำพูด ร่างของเอลฟ์อีกสองคนก็ะโออกมาจากเงามืด พวกเขามีสีหน้าเรียบเฉยและดวงตาที่เ็า หนึ่งในนั้นตรงเข้าไปช่วยพยุงลอเรียน ส่วนอีกคนหนึ่งพุ่งตรงมาที่เอลาร่า!
"หนีไป เอลาร่า!" คาอินะโลั่นขณะที่พยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของเถาวัลย์
แต่เอลฟ์คนนั้นเร็วกว่า! เขากระชากแขนของเธออย่างแรงจนมีดสั้นในมือของเธอกระเด็นหลุดไป ก่อนจะบิดแขนของเธอไพล่หลังและใช้มีดสั้นอีกเล่มจ่อที่คอของเธอเป็ตัวประกัน
"ปล่อยข้า!" เอลาร่าดิ้นรนสุดชีวิต แต่เรี่ยวแรงของเธอมิอาจเทียบกับเอลฟ์ที่ถูกฝึกมาเพื่อการต่อสู้ได้เลย
"อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตาย!" เอลฟ์คนนั้นขู่เสียงเย็น ปลายมีดกดลงบนผิวของเธอจนรู้สึกเจ็บแปลบ
"ปล่อยนางซะ!" คาอินคำรามอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขากลายเป็สีเือย่างสมบูรณ์ พลังแวมไพร์ในร่างของเขาพลุ่งพล่านจนเถาวัลย์ที่รัดพันอยู่เริ่มปริแตกออก
"ใจเย็นก่อน...อสูร" ลอเรียนกล่าวพลางเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ "เรามาแลกเปลี่ยนกันอย่างสันติจะดีกว่าไหม? ส่งตัวนังเด็กนี่มาให้เรา แล้วเราจะไว้ชีวิตแก...บางทีนะ"
"ฝันไปเถอะ"
"งั้นรึ..." ลอเรียนหรี่ตาลง "งั้นดูเหมือนว่าเราคงต้องสั่งสอนให้แกรู้จักสถานะของตัวเองเสียหน่อย" เขาพยักหน้าให้กับเอลฟ์ที่จับตัวเอลาร่าอยู่
เอลฟ์คนนั้นแสยะยิ้ม ก่อนจะเริ่มใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ลูบไล้ไปตามร่างกายของเอลาร่าอย่างจาบจ้วง "ผิวพรรณไม่เลวนี่...ถึงจะมีกลิ่นเืของปีศาจเจือปนอยู่ก็เถอะ"
"อย่าแตะต้องตัวนางนะ!" คาอินะโลั่น ความโกรธของเขาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?" ลอเรียนย้อนถามอย่างยียวน "ในเมื่ออีกไม่นาน...นางก็จะต้องเป็ 'ของ' พวกเราอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจ...หรือไม่ก็ตาม"
คำพูดนั้นจุดชนวนความทรงจำอันเลวร้ายที่เอลาร่าเกือบจะถูกลอเรียนขืนใจในโครงเื่อนาคตขึ้นมา ความกลัวและความขยะแขยงแล่นพล่านไปทั่วร่างของเธอ
และในวินาทีที่มือสกปรกของเอลฟ์คนนั้นกำลังจะเลื่อนมาถึงหน้าอกของเธอ...
บางสิ่งบางอย่างในตัวเธอก็ขาดผึง!
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาา!"
เอลาร่ากรีดร้องออกมาสุดเสียง พลังงานมหาศาลที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนะเิออกมาจากใจกลางร่างของเธอ! มันเป็พลังงานสีเงินที่สว่างไสวและรุนแรง มันผลักร่างของเอลฟ์ที่จับตัวเธออยู่กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนหมดสติไปในทันที
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น แม้แต่คาอินเองก็ยังเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ร่างของเอลาร่าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย มีออร่าสีเงินสว่างไสวห่อหุ้มตัวเธอไว้ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็สีเงินบริสุทธิ์ราวกับดวงจันทร์ เส้นผมสีน้ำตาลของเธอปลิวไสวราวกับมีลมพัดอยู่รอบตัวตลอดเวลา
"นี่มัน...พลังอะไรกัน..." ลอเรียนพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น
คาอินจ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขารู้ได้ในทันที...นี่ไม่ใช่แค่พลังของเอลฟ์...และก็ไม่ใช่พลังของแวมไพร์...แต่มันคือพลังของทั้งสองสายเืที่หลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบเป็ครั้งแรก
มันคือการตื่นขึ้นอย่างแท้จริงของ...ลูกครึ่ง
เอลาร่าที่อยู่ในสภาวะนั้นหันมามองคาอินที่ยังถูกเถาวัลย์พันธนาการอยู่ เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ยกมือขึ้นและชี้นิ้วไปที่เถาวัลย์เ่าั้
เพียงเท่านั้น...เถาวัลย์ที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าก็สลายกลายเป็ผงธุลีไปในพริบตา!
คาอินเป็อิสระแล้ว!
เขามองเอลาร่าสลับกับลอเรียนที่บัดนี้มีสีหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด สถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง
แต่แล้ว...ร่างของเอลาร่าก็เริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง ออร่าสีเงินรอบตัวเธอเริ่มไม่เสถียร มันสว่างวาบขึ้นมาสลับกับหรี่แสงลงราวกับเปลวเทียนใกล้จะดับ
"อึก..." เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เอามือกุมศีรษะด้วยความเ็ป พลังที่มหาศาลเกินกว่าที่ร่างกายของเธอจะรับไหวได้กำลังไหลย้อนกลับเข้าทำร้ายตัวเธอเอง!
"เอลาร่า!" คาอินะโเรียกชื่อเธอและกำลังจะพุ่งเข้าไปหา
แต่ลอเรียนที่ตั้งสติได้ก่อนก็ฉวยโอกาสนี้! เขารู้ดีว่าเด็กคนนี้อันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป!
เขาหยิบมีดสั้นอีกเล่มขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่เอลาร่าที่กำลังอ่อนแอและไร้การป้องกันจากทางด้านหลัง หมายจะสังหารเธอให้สิ้นซากในดาบเดียว!
"ระวัง!!!" คาอินคำรามลั่นและพุ่งตามไปสุดแรงเกิด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไปไม่ทันการณ์เสียแล้ว...
ปลายมีดของลอเรียนอยู่ห่างจากแผ่นหลังของเอลาร่าไม่ถึงหนึ่งคืบ...
และในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง...
ร่างของใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...มายืนขวางอยู่ระหว่างลอเรียนและเอลาร่า!
ฉึก!
เสียงมีดที่แทงเข้าเนื้อดังขึ้นอย่างชัดเจน...แต่ไม่ใช่เนื้อของเอลาร่า
ร่างที่ปรากฏขึ้นนั้น...คือ อิซาเบลล่า!
เธอยืนหันหลังให้เอลาร่า รับคมมีดของลอเรียนเข้าไปเต็มๆ ที่กลางหลัง ดวงตาสีอำพันของเธอเบิกกว้างด้วยความเ็ป ก่อนจะหันไปแสยะยิ้มให้กับลอเรียนที่ตกตะลึงไม่แพ้กัน
"เสียใจด้วยนะ...สุดหล่อ" เธอกระซิบเสียงพร่า "เด็กคนนี้...เป็ของ 'พวกเรา' เท่านั้น"