1.4
ยามนี้แม้ฮองเฮาลี่หัวจะทราบดีว่า อีกไม่นานศัตรูตัวฉกาจที่หวังจะโค่นบัลลังก์หงส์อย่างฮัวกุ้ยเฟย จะต้องสิ้นชีพในสุสานหลวงอีกสามวันข้างหน้า แต่นั่นก็ไม่ทำให้พระนางรู้สึกสบายใจอยู่ดี
พระนางเอามือลูบครรภ์ของตนอย่างถะนุถนอม แล้วก็พลางคิดไปว่า ในยามนี้ท่าทีของฮัวกุ้ยเฟยดูสงบเสงี่ยมจนเกินไป อีกไม่กี่เพลาความตายก็จะมาเยือนหา ร่างของฮัวกุ้ยเฟยจะถูกฝังทั้งเป็ไปพร้อมพระศพของฮ่องเต้ มารร้ายที่เป็ศัตรูคอย่ชิงตำแหน่งฮองเอาอย่างนาง คงไม่อยู่เฉยรอให้พญามัจจุราชมาพรากชีวิตนางไปแน่ แต่กลับกลายเป็ว่า ฮัวกุ้ยเฟยนั้นนิ่งเฉยไม่เคลื่อนไหวต่อต้านอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
หรืออาจเป็เพราะว่าฮัวกุ้ยเฟยจะยอมจำนนต่อโชคชะตาไปแล้ว
ฮองเฮาลี่หัวปรารถนาให้เป็เช่นนั้น แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันดูราบรื่นจนน่าขนลุกมากจนเกินไป ในชั่วครู่หนึ่งพระนางพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา กลัวลูกในครรภ์ของนางจะเป็อันตราย สีหน้าอมทุกข์ฉายออกมาบนใบหน้าอย่างชัดเจน จน อัครเสนาบดีลี่เกาซัน ผู้เป็บิดาของพระนางต้องทักด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรไปหรือฮองเฮา?”
ฮองเฮาลี่สะดุ้งออกมาครู่หนึ่ง พระนางคงรู้ตนว่าเผลอทำสีหน้าที่ไม่งามออกไป จึงสลัดความทุกข์ที่ฉายบนใบหน้าไปจนหมด แล้วคงเหลือไว้เพียงรอยยิ้มงามก่อนที่จะหันไปหาผู้ที่เป็บิดา
“ข้าไม่เป็อะไร ท่านพ่อ”
ลี่เกาซันมองบุตรีของเขาด้วยสายตาที่เป็ห่วง “อย่าได้โกหกข้าเลย ฮองเฮา ข้ามองหน้าเ้า ข้าก็รู้ว่าเ้ามีเื่ที่ไม่สบายใจ มีเื่อันใดที่เ้าไม่สบายใจ บอกข้ามาเถอะ”
ฮองเฮาลี่หัวมองหน้าผู้เป็บิดา เผยยิ้มบางก่อนที่จะเอ่ยความกลัดกลุ้มในใจออกไป “ข้ากำลังกังวลเื่ของฮัวกุ้ยเฟย”
ลี่เกาซันมองหน้าฮองเฮา “นี่เ้าเป็ทุกข์เพราะนางแพศยาคนนั้นหรือ?”
ฮองเฮาลี่หัวพยักหน้าเบาๆ แค่นั้นก็เพียงพอให้บิดาของนางเข้าใจเื่ทุกอย่าง
“นางทำอะไรเ้าไม่ได้อีกแล้ว ฮองเฮา” ลี่เกาซันปลอบใจบุตรี “อีกสามวันข้างหน้าเสี้ยนหนามที่ตำใจเ้าก็จะถูกกำจัดไปหมดสิ้น ไม่มีทางไหนที่นางแพศยาผู้นี้จะรอดพ้นความตายไปได้”
“ถ้าเป็อย่างที่ท่านกล่าวก็คงดี” ฮองเฮายังคงมีสีหน้ากลัดกลุ้ม คำพูดของผู้เป็บิดาไม่อาจคลายความกังวลให้นางได้เลยแม้แต่น้อย “แต่พวกเราก็ไม่ควรจะไปประมาทคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมรอบจัดอย่างนาง นางไม่ใช่คนธรรมดาที่พวกเราจะกำจัดได้อย่างง่ายดาย นางมักจะพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบจนกลายมาเป็ผู้ชนะอยู่ทุกครา และในตอนนี้ก็เช่นกันดูเผินๆ นางเหมือนจะไร้ทางสู้ แต่ที่จริงหาได้เป็เช่นนั้นไม่”
“เ้าคิดมากไปหรือเปล่า ฮองเฮา นางแพศยาผู้นั้นหาได้เก่งกาจอย่างที่เ้ากล่าวหรอก ที่นางเป็ใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนล่อลวงให้ฮ่องเต้ลุ่มหลงในราคะ ข้าเห็นมานักต่อนักแล้วสตรีที่ใช้เรือนร่างเข้าแลกเพื่ออำนาจ วาสนา สุดท้ายแล้วพอสิ้นผู้ที่คอยพึ่งพาก็ไม่ต่างอะไรไปจากสุนัขข้างถนน”
“ท่านคิดว่านางไร้สิ้นผู้พึ่งพาแล้วนั้นหรือ” ลีหัวฮองเฮามองหน้าบิดาผู้เป็ที่รัก “แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น”
“เ้าหมายความว่าอย่างไร” ลี่เกาซันใ “ฮองเฮาจะจะบอกข้าว่ามีคนคอยหนุนหลังนางแพศยาอยู่อีกหรือ
“เื่นั้น ข้าก็ยังไม่แน่ใจ”
“มันผู้นั้นคือใคร บอกข้ามาฮองเฮา”
ยังไม่ทันที่ฮองเฮาลี่หัวจะตอบออกไป บ่าวรับใช้ของฮองเฮาก็เข้ามาขัดจังหวะการสนทนา นางชื่อว่า จงหลิน บ่าวรับใช้ที่ฮองเฮาเมตตาและไว้ใจมากที่สุด จงหลินยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าส่งสายตาให้ฮองเฮา เหมือนนัยจะบอกบางสิ่ง ฮองเฮาพอจะรู้ความนัยนั้น นางเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็เชิงอนุญาต จงหลินเห็นดังนั้นนางจึงส่งเสียงเรียกใครบางคนที่ซ่อนกายอยู่ข้างเสาตำหนัก
“เข้ามา ฮองเฮาอนุญาตให้เ้าเข้าเฝ้าแล้ว”
ร่างที่ซ่อนอยู่หลังเสาเผยตัวออกมา แท้จริงแล้วนางคืออาจือที่แอบลักลอบออกมาจากตำหนักฮัวกุ้ยเฟย นางรีบปรี่เข้าไปหมอบคำนับลงไปที่เท้าของฮองเฮา ร้องไห้คร่ำครวญให้ฮองเฮาช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา
“ฮองเฮาโปรดช่วยชีวิตข้าด้วยเพคะ”
ฮองเฮาลี่หัวเห็นท่าทางของอาจือก็นึกเวทนา นางเอ่ยน้ำเสียงที่เปี่ยมเมตตาให้แก่อาจือ “เงยหน้าขึ้นเถอะ เ้ามีเื่ทุกข์ร้อนอันใดก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับข้า”
อาจือเงยหน้าขึ้นมา ทันทีฮองเฮาได้เห็นหน้าของนาง ก็พลันใ ที่หน้าผากของอาจือโชกชุ่มไปด้วยเื าแจากการที่นางโขกศีรษะที่พื้นยังคงไม่สมานตัวดีนัก แม้จะซับออกไปบ้างแล้วแต่ก็ยังคงมีเืไหลออกมาอยู่ดี
“ใครทำเ้าเช่นนี้”
อาจือยังคงร่ำไห้ไม่พูดอะไรออกมา แต่ฮองเฮาลี่หัวพอที่จะทราบว่าผู้ใดที่ทำให้นางเป็เช่นนี้
ฮองเฮาเห็นใบหน้าของอาจือก็รู้สึกเวทนาสงสาร นางรีบสั่งให้จงหลินนำผ้าชุบน้ำสะอาด พร้อมยาสมานาแมาให้แก่อาจือ จงหลินรับคำสั่งรีบทำตามที่บอก
ฮองเฮาลี่หัวโน้มตัวลงเอาผ้าสะอาดเช็ดที่าแบนหน้าผากของอาจืออย่างไม่รังเกียจ
อาจือใที่เห็นฮองเฮาทำเช่นนั้น นางรีบก้มหัวลงไปหน้าชิดกับพื้นตำหนัก “หม่อมฉันต่ำต้อยเกินกว่าที่จะให้ฮองเฮามาััตัว อย่าให้เืสกปรกของหม่อมฉันััฮองเฮาเลยเพคะ”
“ข้าไม่รังเกียจเืของเ้าหรอก” ลี่หัวฮองเฮาเอ่ยเสียงเมตตา “จงหลินพานางไปนั่งที่เก้าอี้ ข้าจะทำแผลให้กับนาง”
จงหลินทำตามที่ฮองเฮาลี่หัวสั่ง นางพาอาจือไปนั่งที่เก้าอี้ จากนั้นฮองเฮาก็นำผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดบริเวณแผลที่หน้าผาก และใส่ยาสมานแผลให้ อาจือััได้ถึงความอ่อนโยนจากฮองเฮา ราวกับมารดาที่คอยประคบประหงมราวกับบุตรในอุทร มันเป็ความรู้สึกที่นางหาจากฮัวกุ้ยเฟยไม่ได้เลยแม้แต่กระผีกเดียว
ลี่เกาซันรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สตรีต่ำต้อยที่อยู่เบื้องหน้าของเขาคือ บ่าวรับใช้ข้างกายฮัวกุ้ยเฟย ผู้เป็ศัตรูตัวฉกาจของฮองเฮาลี่หัวบุตรีของเขา เหตุใดกันถึงได้หาญกล้าเข้ามาเหยียบจมูกเขาถึงที่
“เ้ามาทำอะไรที่นี่” ลี่เกาซันตวาดเสียง ชักดาบออกมาจ่อไปที่หน้าของอาจือ
อาจือเมื่อเห็นปลายดาบจ่ออยู่ตรงหน้า ด้วยความรักตัวกลัวตาย นางจึงรีบก้มลงไปหมอบลงบนพื้นในทันใด ปากของนางสั่นเครือพร่ำร้องขอชีวิต “ท่านอัครเสนาบดี ไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย”
“ท่านพ่อ หยุดเถอะ นางเป็คนของข้าเอง”
“คนของเ้าหรือฮองเฮา” ลี่เกาซันมองหน้าบุตรีของตนอย่างสงสัย “เ้าหมายความว่าอย่างไร ทำไมบ่าวรับใช้ของนางแพศยานั่นถึงกลายมาเป็คนของเ้า”
“นางเป็คนเข้ามาขอสวามิภักดิ์กับข้าเอง”
“ฮัวกุ้ยเฟยเป็โเี้ พระนางมักให้ข้าทำเื่ไม่ดี ข้าไม่อยากอยู่รับใช้นางอีกต่อไปแล้ว” อาจือรีบกล่าวออกไป “ถ้าข้ายังคงอยู่รับใช้ฮัวกุ้ยเฟย ครอบครัวของข้าคงถูกพระนางสังหารหมดสิ้นเป็แน่ หม่อมฉันจึงต้องมาขอให้ฮองเฮาช่วยเหลือเพคะ”
“เชื่อใจไม่ได้” ลี่เกาซันรู้สึกแคลงใจในตัวอาจือ “บางทีนางบ่าวผู้นี้ อาจแสร้งทำเป็แตกหักกับนางแพศยาแล้วค่อยมาตลบหลังพวกเราก็เป็ได้ เลี้ยงเอาไว้ไม่ได้ เอามันไปโบยให้ตายซะ”
อาจือเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็พลันตระหนกใ รีบเข้าไปเกาะขาฮองเฮาลี่หัว อ้อนวอนร้องขอชีวิต “ฮองเฮาช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันหาได้เป็เช่นท่าอัครเสนาบดีพูด”
“ท่านพ่อไว้ชีวิตนางเถอะ ข้าเชื่อว่าที่นางพูดออกมาคือเื่จริงทั้งหมด” ฮองเฮาลี่หัวมองไปที่อาจือด้วยความสงสารอย่างจับใจ “ตอนแรกข้าเองก็นึกสงสัยนางอยู่เหมือนกันกับท่าน ข้าจึงลองให้จงหลินไปคอยจับตานางอยู่ทุกฝีก้าว ก็ได้ความว่านางถูกฮัวกุ้ยเฟยข่มเหงอย่างน่าเวทนา เหมือนดั่งที่นางพูดออกมาทั้งหมด”
“เป็ดั่งที่ฮองเฮาพูดทุกประการเพคะ ท่านอัครเสนาบดี” จงหลินกล่าว
“และอีกอย่างหากนางเป็อะไรขึ้นมา พวกเราจะไม่รู้เลยว่าฮัวกุ้ยเฟยคิดทำสิ่งใดอยู่”
“ใช่ๆ เพคะ” อาจือรีบกล่าวเสริม “ที่หม่อมฉันมาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาแจ้งเื่ของฮัวกุ้ยเฟยเพคะ”
“นางแพศยานั่นกำลังคิดทำการใดอยู่” ลี่เกาซันเอาดาบจ่อไปที่หน้าของอาจือ “จงระวังคำพูดของเ้าไว้ให้ดี ถ้าเ้าคิดปดข้าแม้แต่ถ้อยคำเดียว ข้าจะตัดลิ้นโสโครกของเ้าออกมา”
อาจือหายใจไม่ทั่วท้อง นางพยายามรวบรวมสติเรียบเรียงคำพูด เพราะทุกๆ คำที่ผิดพลั้งไปแม้แต่ถ้อยคำเดียว อาจทำให้นางต้องกลายเป็คนใบ้ไปตลอดชีวิต
“ฮัวกุ้ยเฟยลักลอบเป็ชู้กับท่านอัครอำมาตย์เพคะ”