เมื่อกุนซือและทหารผู้ติดตามไปถึงแคว้นเยี่ย นางกำนัลได้นำทางพวกเขาให้เข้าไปในห้องทรงงานขององค์หญิงเจินหลินทันที
พอเข้ามาให้ห้อง เฉียนฟงเผลอตัว เลยเดินเข้าไปหาองค์หญิงเสียดื้อๆ จนองค์หญิงทรงตกพระทัย ยังดีที่ลู่หยางรั้งตัวเพื่อนไว้ได้ทัน
ลู่หยางรีบกระซิบบอกเพื่อนทันที “มีสติหน่อยสิเฉียนฟง ตอนนี้นางยังไม่ได้เป็ฮูหยินของท่านนะ”
เฉียนฟงจึงยอมหยุด
แม้องค์หญิงจะทรงแปลกพระทัย แต่พระองค์มีเื่สำคัญต้องรีบปรึกษาท่านกุนซือ โดยพระองค์ทรงสั่งให้พูดอย่างเป็กันเองไม่ต้องใช้คำาาศัพท์
“เอ่อ เ้าจะเข้าพิธีอภิเษกกับท่านอ๋องแห่งแคว้นเยี่ยแล้วหรอ” ท่านกุนซือรีบถาม
“เปล่า เอ่อ คือว่า ท่านอ๋องไม่ได้ชอบผู้หญิง” องค์หญิงตรัสเบาๆ แทบเป็เสียงกระซิบ
“ห๊า ว่าไงนะ” ลู่หยางเผลอเสียงดังจนองค์หญิงรีบห้าม โดยการยกนิ้วจุปากไม่ให้เขาเสียงดัง
“แล้วจะทำยังไง ในเมื่อการเจรจาไม่สำเร็จ” ท่านกุนซือกล่าว
“ข้าก็เลยท้าท่านอ๋องดวลดื่มสุรา หากข้าชนะ พระองค์จะส่งกองกำลังให้ร่วมรบด้วย” องค์หญิงตรัส
“แล้วเ้าจะดื่มชนะอย่างนั้นหรอ” เฉียนฟงกังวลแทน
“อย่าดูถูกข้าสิ ข้าเป็หมอนะ ข้าต้องใช้เหล้าหมักยา และต้องชิมยาบ่อยๆ เห็นอย่างนี้ข้าคอแข็งนะ จะบอกให้” องค์หญิงทรงอวด
“แล้วจะดวลแข่งกันเมื่อไหร่ล่ะ” ท่านกุนซือถาม
“คืนนี้ พวกท่านก็คอยเชียร์ข้าอยู่ห่างๆ ก็แล้วกัน” องค์หญิงตรัส
******************************************
ตกกลางคืน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเยี่ยได้จัดเลี้ยงเหล่าทหารและขุนนางของทั้งสองแคว้น พร้อมกับมีงานรื่นเริง การแสดงฟ้อนรำต่างๆ จนกระทั่งถึงเวลาแข่งดวลเหล้า
ท่านอ๋องในวัยหนุ่ม ได้นั่งประจำตำแหน่งพร้อมกับองค์หญิงเจินหลิน เมื่อท่านเสนาบดีประกาศให้เริ่ม ทั้งสองก็เริ่มดื่มเหล้าทันที ทั้งสองพระองค์คอแข็งมาก ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองชั่วยาม ท่านอ๋องก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้นอนหลับไป
องค์หญิงเจินหลินที่ยังคงเมามาย นางยังคงยกไหเหล้าดื่มต่อ จนนางกำนัลต้องรีบเข้าไปห้ามทันที เพราะจบการแข่งขันแล้ว
ท่านเสนาบดีประกาศให้องค์หญิงเป็ฝ่ายชนะ พร้อมกับเขียนหนังสือเป็หลักฐานว่าจะยอมยกกองทัพให้กับแคว้นจู่เสียนเพื่อต้านอำนาจอสูรพยัคฆ์
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกลับไปพักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะมันดึกมากแล้ว
นางกำนัลให้องค์หญิงยืนรออยู่ที่หน้าห้องบรรทมก่อน เพราะตนลืมของใช้ส่วนพระองค์ขององค์หญิง จึงรีบเดินกลับไปเอาที่งานเลี้ยง
องค์หญิงเจินหลินในสภาพเมามาย ก็เลยเดินโซเซไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนางเข้าไปในห้องของเฉียนฟงโดยบังเอิญ
“เ้ามาทำอะไรนี่ที่น่ะ ลี่หวิน หรือเ้ามีเื่จะคุยกับข้า” เฉียนฟงถามเพราะแปลกใจที่เห็นนางเดินเข้ามาในห้องของเขา
“เสี่ยวเอ๋อ ข้าง่วงแล้ว พาข้าไปนอนที” องค์หญิงเจินหลินเดินเข้าไปหาเฉียนฟงเพราะเข้าใจว่าเขาคือนางกำนัล
“เ้าเมามากแล้ว งั้นเดี๋ยวข้าพาไปส่งที่ห้องของเ้าก็แล้วกัน” เฉียนฟงประคองตัวองค์หญิง
แต่ทว่าพอเฉียนฟงเข้าไปประคองนาง องค์หญิงก็เลยอาเจียนใส่เขาทันที ตอนนี้ทั้งสองเลอะเทอะไปด้วยอาเจียน
เฉียนฟงจำต้องถอดเสื้อผ้าของนาง ให้นางนอนบนเตียงของเขาแล้วนำผ้าห่มคลุมตัวนางไว้ ส่วนตัวเขาก็ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เขากะว่าจะไปตามนางกำนัลให้มาสวมเสื้อผ้าให้นาง แล้วพากลับห้องบรรทม
เมื่อเฉียนฟงแต่งตัวเสร็จก็เลยเดินไปที่เตียง เขาจับปอยผมให้องค์หญิงเจินหลิน สักพักเขาก็เริ่มสังเกตเห็นรอยเขี้ยวตรงไหล่ของนาง มันเป็รอยแผลเป็ ทำให้เขานึกถึงเื่ในวัยเด็กออก และคิดในใจว่า “ที่แท้เ้าก็เป็องค์หญิงที่เจอในป่าแห่งนั้น เ้าคงหลอกว่าเ้าชื่อเจินยี่ล่ะสิ”
สักพักเฉียนฟงก็นึกถึงฉากในตอนที่ได้ข้ามมิติแล้วมีอะไรกับลี่หวินหรือเจินหลิน เขาก็เลยเผลอตัวจูบหน้าผากแล้วจูบกับนางจนกระทั่งเริ่มหยุดไม่อยู่ เขาเล้าโลมอยู่นานมาก จนกระทั่งเกือบล่วงเกินนางจนใกล้จะถึงขั้นนั้น ยังดีที่ลู่หยางวิ่งเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน
“นี่เ้าจะทำอะไรองค์หญิงเจินหลินน่ะ ตอนนี้นางยังไม่ได้เป็ฮูหยินของเ้านะ เฉียนฟง” ลู่หยางกล่าว
เฉียนฟงรีบลุกขึ้นมาแล้วห่มผ้าให้องค์หญิงดังเดิม พร้อมกับรีบจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย “ข้าลืมตัวจริงๆ ข้าเห็นนางแล้ว ข้าอดใจไม่ไหว”
“ยังดีที่ข้ามาห้ามไว้ได้ทัน ยังไงนางก็มีสถานะเป็องค์หญิงแล้ว ท่านอย่าลืมสิ ไม่งั้นเกิดเื่ใหญ่แน่” ลู่หยางเตือน
“งั้นเ้าเฝ้านางก่อนก็แล้วกัน ข้าจะไปตามนางกำนัลเอง หากให้ข้าเฝ้า คงอดใจไม่ไหว” เฉียนฟงกล่าว
“งั้นข้าจะเฝ้าอยู่หน้าประตูก็แล้วกัน” ลู่หยางเดินไปที่หน้าประตู เพราะยังไงมันก็ดูไม่เหมาะอยู่ดี
เฉียนฟงรีบไปตามนางกำนัล พร้อมกับบอกให้นางจัดเตรียมฉลองพระองค์ให้ใหม่ โดยอ้างว่าเสื้อผ้าเลอะไปด้วยอาเจียนทั้งหมดแล้ว”
เมื่อมาถึง นางกำนัลรีบเช็ดตัวแล้วสวมฉลองพระองค์ให้ทันที แล้วเฉียนฟงก็เลยอาสาอุ้มองค์หญิงไปส่งที่ห้องบรรทม
******************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น องค์หญิงเจินหลินตื่นขึ้นมา แล้วสรงน้ำ แต่งตัวตามปกติ สักพักอยู่ดีๆ นางก็กรี๊ด จนนางกำนัลรีบเข้ามาดู
“เกิดอะไรขึ้นเพคะ” นางกำนัลรีบถาม
“ทำไมตามตัวข้ามีรอยแดงๆ เต็มไปหมดแบบนี้” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ไหนเพคะ จริงด้วยเพคะ หรือว่าพระองค์จะทรงแพ้สุราเพคะ เมื่อคืนพระองค์ทรงดื่มหนักมากเลย” นางกำนัลคาดเดา
“สงสัยคงใช่กระมัง ข้าคงดื่มหนักไปจริงๆ เมื่อคืนข้าคงไม่ได้เผลอทำอะไรแผลงๆ ลงไปหรอกนะ” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เอ่อ ก็มีเพียงแค่ พระองค์ทรงเสด็จไปที่ห้องของเฉียนฟง แล้วทรงไปอาเจียนใส่เขาเพคะ” นางกำนัลเล่า
“ห๊า นี่ข้าเมาหนักถึงขนาดนั้นเลยหรือนี่” องค์หญิงทรงตกพระทัย
“แต่การเมาครั้งนี้ก็คุ้มค่านะเพคะ ในที่สุดฝ่ายนั้นก็ยอมยกกองกำลังมาช่วยฝ่ายเรา” นางกำนัลกล่าว
“อื้อ จริงด้วย งั้นเดี๋ยวข้าจะต้องรีบไปพบท่านกุนซือ เพราะต้องรีบเตรียมตัวออกเดินทางกลับจวนท่านอ๋อง ณ แคว้นจู่เสียน” องค์หญิงทรงดีพระทัย