“อู้ววว” คลาวดี้ส่งเสียงแหลมเสร็จก็เดินตัวสั่นไปหาโคลนที่นอนจมอยู่ในกองเื
คนเพิ่งรอดตายยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชั่วขณะที่เขาหลับตาและยอมจำนนต่อความตาย เขามองเห็นภาพของแม่น้ำสายหนึ่งที่ไร้จุดสิ้นสุด มันเป็แม่น้ำที่ไหลเอื่อย ๆ แต่กลับสามารถดูดกลืนทุกสิ่งที่ไหลผ่านไม่เว้นแม้แต่ตัวเขา ไม่ว่าจะขัดขืนอย่างไรก็ทำได้แค่ไหลไปตามกระแสน้ำเอื่อย ๆ เ่าั้ เขาไม่รู้ว่ามันผ่านไปนานแค่ไหน รู้เพียงแค่ว่ามันนานพอที่จะทำให้เขาหยุดดิ้นรนขัดขืนได้
แต่ในจังหวะนั้นเองดวงตาที่ปิดสนิทก็ต้องกับลำแสงสีขาว มันมาพร้อมกับเสียงแหลมใสเล็ก ๆ ที่เขาคุ้นหู เมื่อเขาเปิดตาขึ้นมาก็พบกับใบหน้าของบอสหมาป่าที่แสดงออกถึงการยอมศิโรราบแต่โดยดี แต่พริบตาต่อมามันก็ทำหน้าตาหวาดกลัวสุดขีดและวิ่งจากไป ปล่อยให้เขางุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็จังหวะนี้เองที่ลิ้นสาก ๆ ของลูกหมาสีขาวเลียมาที่ใบหน้า ชายหนุ่มสลัดทิ้งความคิดทุกอย่างและลูบหัวมันเบา ๆ พลางนึกชมเชยในใจ มันเอาหัวถูไถกับมือของชายหนุ่มราวกับเข้าใจความคิดของผู้เป็นาย
“พี่โคลน! เป็อย่างไรบ้าง” ตี๋ที่อยู่ใกล้สุดเดินมาพยุงตัวชายหนุ่มลุกขึ้น โคลนรีบเรียกหน้าต่างช่องเก็บของออกมาและส่งหญ้าแดงให้ตี๋หกต้นและหยิบอีกต้นออกมาเพื่อใช้เอง
“+1 HP”
“+1 HP”
“+1 HP”
“+1 HP”
“รีบเอาไปแจกจ่ายให้กับทุกคนก่อน ไม่แน่พวกมันอาจจะย้อนกลับมาอีกก็ได้” โคลนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อทุกคนใช้หญ้าแดงอาการาเ็ภายนอกก็เริ่มดีขึ้นทีละน้อย คนที่พอจะเดินไหวก็ไปจัดการกับซากหมาป่าและแกะขนสีเืหมู พวกเขาแบ่งของออกเป็เจ็ดส่วนเท่า ๆ กัน
ระหว่างที่ตี๋กำลังจัดการกับซากหมาป่าอยู่เขาก็พบกับอัญมณีสีเขียวเข้มขนาดเท่าฝ่ามือที่หลุดออกมาจากบอสหมาป่า ตี๋หยิบมันขึ้นมาและมองไปที่จอนนี่ราวกับจะขอความช่วยเหลือ
“พี่จอนนี่ เราจะทำอย่างไรกับมันดี” ตี๋โชว์อัญมณีขึ้นและะโถามจอนนี่ที่อยู่ไกลออกไป เมื่อทุกคนเห็นอัญมณีที่ดูแปลกตานี้ก็รู้สึกสนใจและเดินเข้ามาดูบ้าง จอนนี่ที่เดินมาถึงก็มองไปที่อัญมณีพลางครุ่นคิด
“พวกเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ถ้ามันมาจากบอสก็ควรจะเป็ของที่มีค่ามากแน่ ๆ” จอนนี่วิเคราะห์
“แล้วเราจะแบ่งกันอย่างไรดี มันมีเพียงแค่ชิ้นเดียว ในขณะที่พวกเรามีกันตั้งเจ็ดคน” ตี๋ถามซ้ำ
“ฉันว่าเราควรจะยกให้มันกับโคลน” หมวยพูดขึ้นทันที จอนนี่ที่เห็นอย่างนั้นก็ทำสีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“ฉันเห็นด้วยนะ สิ่งนี้ควรเป็ของโคลน” ซานะเสริม โคลนที่มองดูอยู่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เขาเพียงกำลังเป็ผู้ฟังที่ดี
“ฉันว่าเราควรนำมันไปขายที่เมืองและแบ่งเงินที่ได้เป็เจ็ดส่วน” จอนนี่เอ่ยขึ้นในที่สุด
“ฉันเห็นด้วยกับจอนนี่” ดัสตินสนับสนุนความคิด
“ฉันว่ามันควรเป็ของฉัน” วูดส์ก้าวขาออกมาหนึ่งก้าวก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงแหลมใส
“แกกล้าดีอย่างไร!” ดัสตินมองไปที่วูดส์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เดิมทีดัสตินก็ไม่พอใจที่วูดส์ละทิ้งการต่อสู้และปล่อยให้พวกเขาเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้อยู่แล้ว
“นายใช้สิทธิ์อะไรถึงกล้าเสนอชื่อตัวเอง” หมวยมองไปที่วูดด้วยความไม่สบอารมณ์เช่นกัน เธอได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อวูดส์ละทิ้งการต่อสู้ในคราแรก
“ใช้สิทธิ์อะไร? เธอคงลืมไปแล้วว่าฉันเป็คนล่อเ้าบอสนั่นมาที่นี่ หากไม่มีฉันก็จะไม่มีใครได้อัญมณีชิ้นนี้” วูดส์พูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ
“งั้นนายก็คงลืมไปแล้วว่านายวิ่งร้องไห้ออกจากการต่อสู้ถึงสองครั้งสองครา” หมวยสวนกลับทันควัน
“นี่เธอ!!” วูดส์ทำท่าจะเอาเื่กับหมวยที่พูดเสียมารยาทกับตน แต่เป็จอนนี่ที่ก้าวออกมาหยุดไว้
“ฉันยังยืนยันคำเดิม! พวกเราควรจะเอามันไปขายที่เมือง ไม่ว่ามันจะราคาเท่าไหร่เราจะแบ่งมันออกเป็เจ็ดส่วนเท่า ๆ กัน นี่ไม่ใช่เื่ของการแบ่งรางวัลอย่างเท่าเทียมเท่านั้น แต่เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นด้วย” จอนนี่พูด เขาเป็คนที่มีความเป็ผู้นำสูงและมักจะมองภาพรวมเสมอ ๆ นี่เป็อีกเหตุผลที่หมวยและตี๋มักจะเชื่อในคำพูดของจอนนี่และมอบให้เขาเป็ผู้นำกลุ่มทุกครั้งที่เคยเล่นเกมด้วยกัน แต่สำหรับครั้งนี้มันต่างออกไป เธอขยับออกไปด้านข้างเล็กน้อยเพื่อหลบจากการปกป้องของจอนนี่
“ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม พวกเราควรจะมอบมันให้กับโคลน อันที่จริงแล้วพวกเราไม่ควรแม้แต่จะมาถกเถียงกันว่ามันควรเป็ของใคร หรือจะแบ่งมันอย่างไรด้วยซ้ำ” เธอมองเข้าไปในตาของทุกคนและพูดต่อ “เพราะอัญมณีก้อนนี้มันเป็สิทธิ์โดยชอบธรรมของโคลนผู้เดียว ฉันขอถามว่าพวกนายกำลังทำอะไรอยู่ในขณะที่โคลนต่อสู้กับบอสหมาป่าตนนั้น... ไม่ใช่ว่าพวกนายกำลังนอนหมดสภาพในขณะโคลนต่อสู้อยู่หรอกหรือ ไม่สิ... มีบางคนที่วิ่งหนีออกไปแล้วยืนดูอยู่ห่าง ๆ” เธอจ้องไปที่วูดส์ไม่กะพริบตาและพูดต่อ “ฉันขอถามว่าพวกนายกำลังทำอะไรอยู่ ในขณะที่คนที่ช่วยชีวิตพวกนายเอาไว้กำลังนอนจมกองเื... ไม่ใช่ว่าพวกนายเพียงแค่มองดูอยู่เฉย ๆ หรอกหรือ และสุดท้ายฉันขอถามว่าใครเป็คนที่ทำให้อัญมณีตกลงมาและไล่บอสหมาป่าตนนี้ไปได้” พูดเสร็จเธอก็หันไปมองที่โคลน
คนถูกมองไม่ได้พูดหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมาเขาเพียงแค่กำลังคิดบางอย่างเงียบ ๆ ต่อไป
“ถ้าหากเธอจะแบ่งรางวัลตามความดีความชอบอย่างนี้ งั้นพวกเราก็ควรนำมันไปขายที่เมืองจริง ๆ นั่นแหละ และก็แบ่งมันออกเป็สิบสองส่วน โคลนเอาไปสามส่วน ฉันเอาไปสองส่วน ส่วนพวกเธอเอาไปคนละส่วน” วูดส์กล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่แก...! หากจะหน้าด้านก็ควรจะมีขอบเขตบ้างนะ” หมวยโกรธสุด ๆ “แล้วนี่นายจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ?” เธอพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางโคลนที่เอาแต่ยืนเงียบไม่ยอมรักษาสิทธิ์ของตัวเองเสียบ้าง
“เอาล่ะ... วิธีการของพวกนายทุกคนก็ดูเข้าท่าดีนะ แต่ฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นอยู่” โคลนที่เงียบมาตลอดจู่ ๆ ก็พูดขึ้น
“หมวยเธอพูดถูก ไม่ว่าอัญมณีนี้จะมีค่ามากหรือน้อยแค่ไหนไม่สำคัญ เพราะมันเป็ของฉันโดยชอบธรรม” โคลนมองไปที่หมวยและซานะ
“แต่การที่ฉันจะรับมันไปเปล่า ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้” โคลนมองไปที่จอนนี่
“ดังนั้นฉันจะเพิ่มรายชื่อพวกนายทั้งห้าเอาคนไว้ ถ้าหากวันหน้าพวกนายมีเื่เดือดร้อนหรือ้าความช่วยเหลือ เพียงแค่เปิดหน้าต่างรายชื่อขึ้นมาและบอกความ้า ฉันจะทำมันโดยไม่มีข้อแม้” โคลนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าทำไมแต่หากนี่เป็คำพูดของคนอื่น พวกเขารับรองได้เลยว่าจะต้องหัวเราะขำจนกว่าฟันจะร่วงหมดปาก ให้กับความอวดดีของประโยคคำพูดนี้แน่นอน บอกความ้าหรือ จะทำให้ทุกอย่างหรือ คำพูดอวดดีนี่มันอะไรกัน แต่พอเป็โคลนที่พูดออกมาพวกเขากลับรู้สึกว่านี่มันเกินกว่าค่าของอัญมณีชิ้นนี้มากนัก
‘เพียงแค่อัญมณีชิ้นเดียว แต่เขากลับยอมติดคำสัญญาถึงห้าครั้ง โง่อะไรเช่นนี้… เอ๊ะ! เป็ห้าไม่ใช่หกหรือ?’ วูดส์คิดได้ดังนั้นก็้าหันไปถามโคลน
“ฉัวะ!”
“ใช่แล้ว ฉันบอกเอาไว้ว่าห้าคน!” โคลนพูดออกไปราวกับรู้ความคิดของวูดส์
“นี่...แก...ทำอะไรวะ...” วูดส์ชี้ไปที่โคลนก่อนจะก้มลงมองหน้าท้องที่เปิดอ้าอยู่ ลำไส้กองหนึ่งไหลออกมาตามช่องว่างจนดูน่าหวาดเสียว
“ฟุบ!”
“กรุก ๆ ๆ” ศีรษะและลำคอถูกแยกออกจากกัน มันกลิ้งไปตามพื้นราวกับลูกขนุน ทุกคนที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ตกตะลึง เขาไม่คิดว่าโคลนที่เงียบมาตลอดกลับกล้าสังหารคนได้อย่างไม่ลังเล
“เนื่องจากคุณสังหารผู้เล่น ค่าประสบการณ์ 20% ของผู้ถูกสังหารจะถูกโอนย้ายไปให้คุณ”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 1923 หน่วย”
“LEVEL UP: 7”
“อ้อ แล้วก็ส่วนแบ่งของเ้านี่ฉันจะรับมันไว้เอง ก็ฉันเป็คนสังหารมันนี่เนอะ” โคลนพูดพลางมองไปยังซากหมาป่าและแกะขนแดงในส่วนของวูดส์ จอนนี่ที่เป็คนฉลาดรู้ได้ทันทีว่าโคลน้าจะบอกเป็นัยว่า ปัญหาใด ๆ ที่จะตามมาจากการสังหารวูดส์เขาจะเป็คนรับผิดชอบเพียงคนเดียว คนอื่น ๆ นั้นไม่จำเป็ต้องมาเกี่ยวข้องด้วย
“คงไม่มีใครมีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม” โคลนถามทุกคนแต่เขาตั้งใจมองไปที่จอนนี่และดัสติน
“ใครจะกล้ามีปัญหาอะไรอีกล่ะ ก็พี่เล่นฆ่าคนไปเชียวนะ” ตี๋ส่งอัญมณีไปให้โคลนด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ
“แกนี่มันตัวแสบจริง ๆ เ้าตี๋” โคลนรับอัญมณีไปก่อนจะยิ้มและเอื้อมมือไปขยี้ผมของตี๋เล่น เมื่อเห็นการกระทำของโคลน ตี๋จึงรู้สึกผ่อนคลายลง
จากนั้นโคลนก็เปิดหน้าต่างรายชื่อเพื่อนขึ้นมาเพื่อให้คนอื่น ๆ นำมือไปทาบกับหน้าต่างของเขาเพื่อบันทึกรายชื่อเพื่อน การบันทึกรายชื่อเพื่อนมีข้อดีคือบุคคลในรายชื่อจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะอยู่ห่างกันแค่ไหนก็ตาม
“พวกเราควรยุบปาร์ตี้มารวมกันดีไหม เพราะอย่างไรจำนวนคนก็เหลือหกคนพอดี” ซานะเสนอความคิด เพราะถ้าเดินทางด้วยสองปาร์ตี้แบบนี้จะทำให้การแบ่งค่าประสบการณ์นั้นไม่สมดุล อย่างเช่นตอนที่พวกเขาร่วมมือกันสู้กับฝูงหมาป่า มี่หนึ่งที่ดัสตินสร้างความเสียหายแก่หมาป่าคนเดียวทำให้ค่าประสบการณ์ทั้งหมดถูกหารสามและส่งไปยังปาร์ตี้ของดัสตินเท่านั้น นั่นทำให้ปาร์ตี้ของโคลนไม่มีใครได้รับค่าประสบการณ์ เช่นเดียวกับตอนที่โคลนสังหารหมาป่าสองตัวลงไป ปาร์ตี้ของดัสตินก็ไม่ได้รับค่าประสบการณ์เช่นกัน
“แน่นอน ถ้าจะให้ดีที่สุดมันก็ควรจะเป็แบบนั้น” จอนนี่เอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยก่อนที่เขาจะมีสีหน้าตกตะลึงราวกับเอะใจได้ถึงบางสิ่ง
‘นี่ก็อยู่ในแผนการของนายด้วยหรือเปล่า’ จอนนี่คิดถึงความเป็ไปได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป ‘คนคน นี้อันตราย!’ พูดเสร็จก็จ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาราวกับจะอ่านความคิดจิตใจให้ได้
“จอนนี่ถ้านายยังไม่หยุดจ้องฉันอีกละก็ ฉันอาจจะท้องขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้นะ หมวยช่วยดูให้ฉันหน่อยว่าท้องฉันใหญ่ขึ้นหรือเปล่า” โคลนลูบท้องพลางเดินไปหาหมวย
“ผมว่านั่นมันพุงของพี่มากกว่า ฮ่า ๆ ๆ” ตี๋หัวเราะขำเสียงดัง
หลังจากที่ทุกคนพักทานแกะย่างฝีมือของโคลนกันอย่างเอร็ดอร่อยเรียบร้อยแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง พวกเขาเร่งความเร็วในการเดินทางเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไปใน่เช้า ถึงแม้จะเจอมอนสเตอร์อยู่บ้างแต่พวกเขาก็จัดการมันได้อย่างไม่มีปัญหา ใช้เวลาเพียงแค่สี่ชั่วโมงก็ออกจากเขตที่ราบเนินเขาและเข้าสู่เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ ภูมิประเทศบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งแม่น้ำและป่าไม้ ระหว่างที่พวกเขาเดินผ่านมาก็พบกับสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็สัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ก็ตาม
และเมื่อเดินทางต่อไปอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็เจอกับถนนลูกรังที่ตัดผ่านทุ่งหญ้าเป็แนวยาว ถนนพวกนี้พวกพ่อค้ามักจะใช้เดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านหรือเมือง ซึ่งมันหมายความว่าบริเวณแถบนี้ไม่มีค่อยมอนสเตอร์โจมตีเท่าไหร่ ทำให้กลุ่มของโคลนคลายความกังวลได้บางส่วน
พวกเขาเดินตามถนนลูกรังไปเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกทีฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้ว จอนนี่จึงเสนอให้พวกเขาพักใกล้ ๆ กับถนนเส้นนี้เสียเลย อย่างน้อยมันก็น่าจะปลอดภัย
“นายว่าอัญมณีเม็ดนี้ทำอะไรได้” ชายผมสีเทาถามออกมาขณะที่นั่งเอนหลังพิงหินอย่างสบายใจ
“ไม่มีใครรู้หรอก บริษัท CCR ไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเกมนี้มากนัก พวกเขา้าให้เราค้นหามันด้วยตัวเอง” จอนนี่พูดพลางไม้โยนเศษไม้เข้าไปในกองไฟ พริบตาดวงไฟที่ใกล้มอดก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันรู้มาว่าที่เมืองเริ่มต้นมี NPC ที่สามารถสอนทักษะตรวจสอบให้แก่เราได้ มันจะทำให้เราสามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของไอเทมได้ทุกชนิด รวมไปถึงมอนสเตอร์ NPC หรือแม้กระทั่งผู้เล่นด้วยกันเอง” ดัสตินพูดขึ้น
“โห...เป็ทักษะที่ยอดไปเลย” ตี๋ฟังอย่างตื่นเต้น เขารอไม่ไหวแล้วที่จะได้เข้าไปที่เมืองเรนเดียร์
“ก็แค่ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นแหละไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยเ้าตี๋” จอนนี่ที่เห็นตี๋ตื่นเต้นจนออกนอกหน้าก็พูดเบรกเขาไว้
“แค่นั้นก็ถือว่ามีประโยชน์มากแล้ว” เมื่อโคลนได้ยินถึงความสามารถของมันก็สนใจทันที หากเขารู้ข้อมูลของมอนสเตอร์ก็จะทำให้ประเมินความเสี่ยงจากการต่อสู้ได้ ทักษะนี้ช่างเหมาะกับคนที่ยึดถือคติปลอดภัยไว้ก่อนอย่างเขาจริง ๆ
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงสังเคราะห์ก็ดังขึ้นในหัวของทุกคนในโลก The World Must Survive
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น ไม่ประสงค์ออกนาม ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็คนแรก”
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น ไม่ประสงค์ออกนาม ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็คนแรก”
หลังจากที่ทุกคนใน The World Must Survive ได้ยินเสียงประกาศ ทั่วโลกก็เกิดความโกลาหลขึ้นทันที ทุกคนต่างพูดถึงและคาดเดาว่าใครกันแน่ที่ได้รับสิ่งที่เรียกว่า “ทักษะส่วนตัว”
ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่า “ทักษะส่วนตัว” แต่หากเป็การประกาศโดยระบบพวกเขาก็มั่นใจว่ามันต้องยอดเยี่ยมแน่นอน และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือเกม TWMS เพิ่งจะเปิดให้เล่นได้เพียงแค่สามวันเท่านั้น แต่กลับมีใครบางคนสามารถปลดเงื่อนไขของเกมได้ เขาคนนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
และขณะนี้ตามเมืองต่าง ๆ ก็เริ่มมีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าตนเองคือผู้เล่นคนที่สามารถปลดล็อกเงื่อนไขทักษะส่วนตัวได้ หากใคร้ารู้เงื่อนไขนั้นก็ต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับข้อมูล แน่นอนว่าคนส่วนมากไม่เชื่อ แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่หลงเชื่อด้วยความโลภ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังมีคนที่มักตกเป็เหยื่อแบบนี้เสมอ ๆ
“ทักษะส่วนตัวเหรอ น่าสนใจจริง ๆ” โคลนพูดขึ้น