ตอนที่ 5 เริ่มต้นฝึกฝน
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ ไรเชล มาอาศัยอยู่ในปราสาทของจักรพรรดิซากศพ จากคำแนะนำของอิกนอส
ปราสาทขนาดใหญ่กินพื้นที่มหาศาลจากทั้งขุนเขา เพราะสิ่งมีชีวิตที่นี้ล้วนเป็ซากศพที่ถูกปลุกขึ้นมาทั้งนั้น
จึงไม่ต้องค้าขาย หรือทำการเกษตรใดๆทั้งสิ้น แม้แต่ตัวจักรพรรดิเองก็เป็ถึงยอดฝีมือระดับสูงสุดจึงไม่จำเป็ต้องกินอาหาร
เป็เวลานานได้ เว้นแต่จะอยากอาหารเองจึงจะออกข้ามขุนเขาไปยังแผ่นดินไกล้เคียง
ไรเชล กำลังนั้งสมาธิ เตรียมฟังคำอธิบายเกี่ยวกับการฝึกฝนที่อิกนอส จะบอกกล่าว <นายท่าน หลังจากเหตุการณ์ โลกาวินาศสีแดง
มีการบ่มเพาะพลังที่หลากหลายขึ้น และจากตรวจสอบร่างกายของท่านแล้ว ข้าพบบางอย่างที่ทรงพลังจนข้าไม่สามารถระบุได้ว่าคืนสิ่งได้ > อิกนอส พูดพร้อมกับทำหน้าฉงน
”ั้แ่เด็กข้าก็มีความรู้สึกว่าร่างกายของข้านั้นแข็งแกร่งกว่าผู้คนทั่วไปมากนัก แต่ข้าก็คิดมาตลอกว่าข้านั้นต้องทำงานใช้แรงทุกวัน
จึงมีกำลังมากกว่าคนอื่นสะอีก” โรเชล ครุ่นคิดว่าพลังใดหลับไหลอยู่ในร่างกายของเขา
<การที่จะบ่มเพาะวงแหวนลมปราณได้ เราจะต้องซึมซับพลังมานาและฝึกโคจรพลังมานาไปยังจุดตันเทียนเสียก่อน เมื่อบ่มเพาะพลังมานาจนถึงระดับวงแหวน 10 ปี จึงจะสามารถรับพลังวงแหวนได้
ซึ่งหลังวงแหวนนั้นรับได้จาดการสังหารสัตว์อสูร
ซึ่งสัตว์อสูรนั้น ก็จะมีพลังเช่นเดียวกันกับมนุษย์
เพียงแค่มันไม่จำเป็ต้องฝึกฝน
เพียงแค่ดูซับมานานจนถึงจำนวนวงแหวน ทักษะประจำวงแหวนของสัตว์อสูรก็จะปรากฏออกมาเอง
อีกทั้งสัตว์อสูรยังมีร่างกายที่แกร่งกว่ามนุษย์อยู่แล้วด้วย ทำให้การจะจัดการอสูรแต่ละตัวนั้นยากเอาเื่เลยขอรับ>
สำหรับสัตว์อสูรนั้นั้แ่เกิดมาจะไม่มีสติปัญญา
แต่จะมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด
เพียงแค่ฆ่าและผ่านการต่อสู้ ก็สามารถเพิ่มวงแหวนบ่มเพาะของแต่ละตนได้
เมื่อสัตว์อสูรมีระดับการบ่มเพาะถึงวงแหวนสีม่วง(หมื่นปี) ก็จะเริ่มมีสติปัญญา ถึงจะยังไม่สามารถพูดสื่อสารเป็ภาษามนุษย์ได้แต่ก็มีความเข้าใจและไม่ใช้สัญชาตญาณดิบในการล่าเหยื่ออีกต่อไป
<นายท่านไม่จำเป็ต้องใช้ทักษะบ่มเพาะ
เพราะข้าถูกสร้างมาเพื่อเป็ทักษะบ่มเพาะประเภท
อาคมประดิษฐ์ ที่ข้าสามารถแปลงพลังมานาหรือแม้แต่ผลึกเือสูร ข้าก็สามารถแปลงเป็พลังงานบริสุทธิ์
ให้กับนายท่าน โดยไม่ทำให้พื้นฐานของนายท่านบกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว>
อิกนอสกล่าวพร้อมกับเชิดหน้าสูงภูมิใจในความสามารถที่มากล้นของตนเอง....
ไรเชล หมดคำจะพูดกับความมั่นใจของอิกนอสจนตนเองก็พูดไม่ออก”เ้าช่วยพูดอะไรที่มันมีประโยชน์กับข้าในตอนนี้ได้ไหม”
<อ่า....จักรพรรดิซากศพเหมือนจะส่งหมอบของบางสิ่งไว้ในห้องในสุดของปราสาทนี้ ข้าจะนำทางไปก็แล้วกัน
ข้าตรวจพบพลังงานที่ทรงพลังบางสิ่งอยู่ด้านในอยู่2สิ่งด้วยกัน> อิกนอสนำทางชายหนุ่มเข้าไปด้านในปราสาท
ปราสาทแห่งนี้แม้จะมีขนาดใหญ่แต่มีห้องเพียง4 ห้องเท่านั้น เพราะจักรพรรดิซากศพไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาด้านในปราสาทแม้แต่คนเดียว แม้แต่ขุนพลข้างกายทั้ง4 ที่เขาไว้วางใจที่สุดก็ไม่เคยได้เข้ามาด้านในนี้โดยไม่มีเขาเข้ามาด้วย
ระหว่างที่เดินผ่านห้องต่างๆรู้สึกถึงบรรยากาศที่น่าขนลุกอย่างน่าแปลก รอบข้างทางเต็มไปด้วยของสะสมที่ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก......
ด้านหน้าของชายหนุ่มคือประตูบานใหญ่มีลวดลายของโครงกระดูกั์ถือเคียวพร้อมมีชุดคลุม
แผ่ออร่าอันน่าเกรงขาม จิตสังหารอันน่าขนลุก
เพียงแค่เข้าใกล้ประตูเหมือนดั่งมันมีชีวิต
ประตูเปิดออกโดยไม่มีใครเปิดให้
”นะ....นี่มันอะไรกัน ิญญาแค้นตนใดกันมาแกล้งข้าเยี่ยงนี้”ชายหนุ่มในตอนนี้ใกับกลไกที่เด็กชนบทอออย่างตนไม่มีทางได้พบเห็น
ถึงจะกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ทำใจก้าวเดินเข้าไปด้านใน
ด้านในนั้นมีแท่นวางของอยู่ 2 สิ่ง
สิ่งหนึ่งคือลูกแก้วสีทอง อีกสิ่งคือ กระบี่สีขาว
อิกนอสไม่รอช้าสแกนวัตถุทั้ง 2 สิ่งในบัดดล
<นะ...นายท่าน ลูกแก้วนั้นคือ ลูกแก้วร่างสถิตของ
สัตว์อสูรมดะุสีทอง!>