เมื่อได้พานพบกันอีกครั้งเขาก็จำได้...นางคือเด็กคนที่เจอหน้าโรงเตี๊ยมไฉฟู่ และจินป๋ายไช่ก็จำได้ทันทีเช่นกันเพราะสายตาคมที่มองมานั้นแฝงความเมตตาอยู่หลายส่วนชายชุดสีน้ำเงินเ้าของแววตาเอื้ออาทรคนนี้คือคนคนเดียวกับผู้ชายหน้าโรงเตี๋ยมใหญ่แห่งนั้น
“ท่านยินดีจะฟังข้าอธิบายใช่หรือไม่ท่านลุง”
คนที่ถูกเรียกขานเกินอายุจริงมองใบหน้ามอมแมมของนางที่กำลังจ้องเขาตาใสซื่อ
“ว่ามาเถอะ...”
“ข้าเห็นพวกเขากำลังจะสอยรังมดจากต้นไม้เพื่อเอามากัดลูกนกพวกนี้ก็เลยเข้ามาห้ามแต่พวกเขาไม่ฟัง เด็กคนนั้น...” จินป๋ายไช่ชี้ไปยังจ้าวฉินเล่อ“ก็สั่งให้บ่าวของเขาผลักข้าแล้วเอามดทั้งรังมาใส่รังนกเพื่อให้รุมกัดนกสามตัวนี่ข้าก็เลยเตะรังมดออกและกระเด็นไปถูกเขาจนรังมดแตกกระจาย มันก็เลยกัดทุกคนตัวข้าเองก็โดนมันกัดด้วยนะท่านลุง” นางเปิดแขนเสื้อเพื่อแสดงหลักฐานว่าตนไม่ได้กล่าวเกินจริง
“ข้าไม่ฟังใครทำหลานข้า มันก็ต้องถูกลงโทษ!” ผู้เฒ่าจ้าวตวาดใส่จนจินป๋ายไช่สะดุ้งโหยง
“จริงของท่านผู้เฒ่า”นางฟู่หลันผสมโรงอย่างเห็นดีด้วย พอพูดจบก็รีบหันหน้าหลบตาบุตรชายพลางคิดในใจ...จื่อเอ๋อร์ไม่เกี่ยวนะ
“ข้าจะส่งนังเด็กนี่ให้ทางการ”ชายชรายังทำเสียงฉุนเฉียว
“นางยังเล็ก ไม่รู้ประสาจะไม่เป็การลงโทษที่หนักเกินไปหน่อยหรือท่าน...แค่ตีสั่งสอนและตักเตือนก็น่าจะพอแล้ว”
ได้ฟังที่นางเล่าและมองรูปการณ์แล้วเขาคิดว่านางไม่ได้กล่าวเท็จเกินจริง ลูกชายของเขาและลูกชายสกุลจ้าวรวมทั้งเด็กคนอื่นได้กระทำเื่ไม่ถูกต้อง แต่ครั้นจะไม่เอาโทษนางเลยเื่คงไม่จบแน่ เพราะคนใหญ่โตคับเมืองอย่างสกุลจ้าวคงคิดว่านี่คือเื่เสียหน้าไหนๆ บ้านเขาก็ถือได้ว่าเป็โจทก์ร่วม ผ่อนหนักให้เป็เบาน่าจะดีกว่าคิดเสียว่าทำบุญต่อเด็กที่สอดมือได้ถูกเื่แต่ไม่ถูกกับคนนัก
“ท่านเป็ผู้ใหญ่ใจกว้างคงไม่ถือสาเด็กเมื่อวานซืนหรอกนะขอรับ”
“เฮอะ!...ข้าเห็นแก่เ้านะหลานชาย”ครั้นถูกดักคอ ผู้เฒ่าทรงอิทธิพลของเมืองก็สะบัดหน้าอย่างเสียมิได้ “ข้าจะโบยนางสิบไม้”
“ฝั่งท่านห้าไม้ก็น่าจะพอนะส่วนอีกห้าไม้ขอให้บ้านสกุลฟู่จัดการเถอะขอรับ” ชายหนุ่มต่อรอง
ระหว่างที่ฟังพวกเขาสนทนากันจินป๋ายไช่ก็ใจฝ่อจนจะเหลือเท่าเมล็ดถั่วเขียวอยู่แล้ว
อย่างไรกันนี่...นางทำผิดเสียเมื่อไร!ไฉนต้องมาโดนหมูแก่อ้วนพุงพลุ้ยตัวนี้สั่งโบยด้วยเล่า!
“ห้าไม้ก็ห้าไม้เจียวเอ๋อร์ ตีนาง” ฟู่ฟูเหรินรีบออกคำสั่ง
“ไม่ยุติธรรม! ทำไมท่านยายไม่ตีหลานชายของตัวเองด้วยเล่า”ด้วยไม่อยากถูกโบยและรู้สึกถึงความลำเอียง นางจึงร้องออกไปเพราะเท่าที่นางเห็น เด็กทั้งสองคนไม่ถูกว่ากล่าวตักเตือนสักคำก็แล้วทำไมผู้ใหญ่พวกนี้ไม่มีเมตตาต่อนางบ้าง ในเมื่อนางไม่ใช่คนผิด!
นางฟู่หลันยกมือทาบอก“อย่ามาเรียกข้าว่าท่านยาย ข้ามีหลานชายคนเดียวข้าไม่นับญาติกับเ้า”
“ท่านแม่...” น้ำเสียงของฟู่หลิงเฉินแฝงความละเหี่ยใจที่มารดาลดตัวลงมาต่อปากต่อคำกับเด็กรุ่นหลาน
“หลานชายท่านนิสัยไม่ดีชอบรังแกสัตว์ ทำไมไม่ดุด่าสั่งสอนเขาบ้าง” จินป๋ายไช่หันไปว่าให้ผู้เฒ่าจ้าวเพราะจ้าวฉินเล่อที่ยืนอยู่ข้างกายชายสูงวัยนั้นยังทำกระฟัดกระเฟียดทำทีอยากยื้อแย่งไม้เข้ามาตีนางเองด้วยซ้ำ
“นังเด็กนี่! ปากดีนัก”คนรักหลานแบบผิดๆ ชี้หน้า
“ข้าไม่ยอมถูกตีนะท่านปู่”จ้าวฉินเล่อกระชากแขนนายใหญ่บ้านจ้าว ชายชราต้องปลอบใจไปหลายคำเขา
“ข้าก็ไม่ยอมถูกตีคนเดียวเช่นกันข้าโดนตี หลานท่านก็ต้องโดน และก็หลานของท่านด้วย” จินป๋ายไช่พูดกับนางฟู่หลันถึงแม้เด็กชายตัวเล็กคนนั้นได้ถูกพี่เลี้ยงพากลับเข้าบ้านไปแล้วก็ตาม “ก็ผิดด้วยกันทั้งนายทั้งบ่าว ก็โดนด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ” นางต่อคำไม่ลดละ ไม่เกรงกลัวเลยว่าตัวเองกำลังงัดข้ออยู่กับใครกับแววตาวาวโรจน์ที่นางใช้กวาดมอง และเื่ที่ทุกคนสมควรรับโทษด้วยกันนั้นทำให้เด็กคนอื่นยืนแข็งทื่อรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน
“เอาเถอะๆนายกับบ่าวก็ผิดพอๆ กันอย่างที่เ้าว่า บ้านสกุลฟู่ของเรามีความยุติธรรมพอเดี๋ยวเื่นี้ข้าจะชำระความเอง” ฟู่หลิงเฉินจงใจว่ากระทบคนตระกูลจ้าว“ว่าแต่เ้าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร บ้านอยู่ที่ไหนรึ” ชายหนุ่มถาม เนื่องจากเห็นว่าตอนนี้เป็ยามบ่าย แดดกำลังแรงทุกคนกำลังเสียเวลากับเื่ไม่เป็เื่
“ข้ามาตามหาท่านยายที่บ้านสกุลฟู่”บอกไปแล้วจินป๋ายไช่ก็เพิ่งนึกได้ว่าท่านลุงคนนี้เพิ่งต่อรองขอตีนางห้าไม้สำหรับ บ้านสกุลฟู่“เอ๊ะ! ท่านอยู่บ้านสกุลฟู่ใช่หรือไม่”
ฟู่หลิงเฉินพยักหน้าอย่างประหลาดใจ“ยายเ้าอยู่บ้านข้างั้นรึ”
“เ้าจะมาแอบอ้างอะไรอีก”นายหญิงใหญ่บ้านฟู่ขัดขึ้นทันที
“ยายข้าชื่อเหม่ยท่านยายเหม่ยอยู่บ้านสกุลฟู่ นางเป็บ่าวสนิทของคุณหนูผายชิงซิน”
“อ้าว!...จริงรึ”พอนางฟู่หลันได้ยินถนัดก็นึกขึ้นได้ว่านางเหม่ยเคยมาขออนุญาตตนว่าจะรับหลานสาวซึ่งเป็ญาติห่างๆ มาเลี้ยงดูเื่มันก็ผ่านมาเป็เดือนจนนางลืมเสียสนิทเลย
ขณะเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงทักขึ้น
“ป๋ายไช่...นั่นป๋ายไช่หรือ”
เมื่อเด็กสาวหันไปตามเสียงเรียกก็พบสตรีสูงวัยท่าทางใจดีคนหนึ่งนางเหม่ยเดินงกๆ เงิ่นๆ ตามอายุเข้ามาหาเด็กที่ตนรับอุปการะเป็ครั้งแรกที่นางได้พบกับแม่หนูคนนี้
“ขออภัยนายท่านด้วยเ้าค่ะข้าไม่ค่อยสบายก็เลยเผลอหลับไป พอดีได้ฟังเื่คุณชายน้อยจากเหมียนฮวา ก็เลยรีบออกมา”
“ท่านไม่สบายมีใครตามหมอให้หรือยัง” ฟู่หลิงเฉินถามด้วยความห่วงใยแม้ว่านางเหม่ยเป็บ่าวของบ้านสกุลผาย แต่นางก็คือคนที่เลี้ยงดูภรรยาเขามานางจึงเปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเขา และเขายังให้บุตรชายเรียกหญิงชราด้วยความเคารพว่า‘ท่านยาย’ ด้วย
“ขอบคุณคุณชายใหญ่คนแก่ก็เืลมปรวนแปรเป็ธรรมดาเ้าค่ะ”
“เด็กคนนี้เองหรือที่จะมาอยู่กับเรา”นางฟู่หลันถามพลางคิดในใจ สายตาก็กวาดมองจินป๋ายไช่อย่างละเอียด...เด็กนี่มองดูท่าจะพยศไม่น้อยเชียว
“เ้าค่ะ”
“แม้นางจะเป็คนบ้านท่านแล้วแต่อย่าลืมโทษของนางเสียล่ะ” ตาเฒ่าแซ่จ้าวยืนฟังเงียบๆ มาสักพักกลัวว่านางจะได้รับการยกเว้น จึงสอดขึ้นทันที
เมื่อนางเหม่ยเสียเวลาฟังเื่ราวจากปากของจินป๋ายไช่อีกหนบ่าวอย่างนางก็ไม่อาจจะช่วยหลานสาวได้อยู่ดี หญิงชราจึงทรุดลงนั่งข้างกายเด็กสาวและกระซิบเสียงแ่เบา...
“โปรดเห็นแก่ยายสักครั้งเถิด”
จินป๋ายไช่สูดลมหายใจไตร่ตรองนางมาอยู่ใหม่ ไม่ควรจะทำให้ท่านยายผู้อารีต้องเดือดร้อนเพราะนาง
“ข้ายินดีรับโทษเ้าค่ะท่านยาย”นางพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนก้าวอย่างเด็ดเดี่ยวเข้าหาไม้เรียวในมือใหญ่ของบ่าวบ้านสกุลจ้าว
เสียงดังขวับๆติดต่อกันห้าครั้ง จินป๋ายไช่กัดฟันแน่น นางไม่ร้อง และไม่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาสักนิดเมื่อถูกบ้านสกุลจ้าวชำระความเสร็จแล้ว จึงเดินกลับมาหากลุ่มคนของบ้านสกุลฟู่
“ข้าขอโทษกับความผิดทั้งหมดนะเ้าคะ”เด็กสาววัยสิบสามเอ่ยกับนางฟู่หลัน
นางถูกตีอีกห้าครั้งแต่เป็ห้าครั้งที่เบากว่าแรงไม้เรียวของบ้านสกุลจ้าวเพราะฟู่หลิงเฉินได้แอบส่งสัญญาณขอร้องต่อเจียวเอ๋อร์และนางก็ยินดีทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่างอยู่แล้ว
ถูกตีสิบครั้งในวันแรกที่มาถึงถือเป็การรับขวัญนางได้หรือไม่
จบเื่แล้วจินป๋ายไช่ก็เดินอุ้มรังนกติดตามท่านยายเหม่ยเข้าประตูบ้านสกุลฟู่บ้านที่ต่อไปนี้คือที่ซุกหัวนอนของนาง และนางหวังเป็อย่างยิ่งว่าท่านยายจะเมตตารับเลี้ยงนางโดยไม่ต้องส่งต่อให้ครอบครัวอื่นอีก...