บุพเพเล่ห์จันทร์

    บทที่ 1.3


            เมื่อได้พานพบกันอีกครั้งเขาก็จำได้...นางคือเด็กคนที่เจอหน้าโรงเตี๊ยมไฉฟู่ และจินป๋ายไช่ก็จำได้ทันทีเช่นกันเพราะสายตาคมที่มองมานั้นแฝงความเมตตาอยู่หลายส่วนชายชุดสีน้ำเงินเ๯้าของแววตาเอื้ออาทรคนนี้คือคนคนเดียวกับผู้ชายหน้าโรงเตี๋ยมใหญ่แห่งนั้น           

            “ท่านยินดีจะฟังข้าอธิบายใช่หรือไม่ท่านลุง”

            คนที่ถูกเรียกขานเกินอายุจริงมองใบหน้ามอมแมมของนางที่กำลังจ้องเขาตาใสซื่อ

            “ว่ามาเถอะ...”

            “ข้าเห็นพวกเขากำลังจะสอยรังมดจากต้นไม้เพื่อเอามากัดลูกนกพวกนี้ก็เลยเข้ามาห้ามแต่พวกเขาไม่ฟัง เด็กคนนั้น...” จินป๋ายไช่ชี้ไปยังจ้าวฉินเล่อ“ก็สั่งให้บ่าวของเขาผลักข้าแล้วเอามดทั้งรังมาใส่รังนกเพื่อให้รุมกัดนกสามตัวนี่ข้าก็เลยเตะรังมดออกและกระเด็นไปถูกเขาจนรังมดแตกกระจาย มันก็เลยกัดทุกคนตัวข้าเองก็โดนมันกัดด้วยนะท่านลุง” นางเปิดแขนเสื้อเพื่อแสดงหลักฐานว่าตนไม่ได้กล่าวเกินจริง

            “ข้าไม่ฟังใครทำหลานข้า มันก็ต้องถูกลงโทษ!” ผู้เฒ่าจ้าวตวาดใส่จนจินป๋ายไช่สะดุ้งโหยง

            “จริงของท่านผู้เฒ่า”นางฟู่หลันผสมโรงอย่างเห็นดีด้วย พอพูดจบก็รีบหันหน้าหลบตาบุตรชายพลางคิดในใจ...จื่อเอ๋อร์ไม่เกี่ยวนะ

            “ข้าจะส่งนังเด็กนี่ให้ทางการ”ชายชรายังทำเสียงฉุนเฉียว

            “นางยังเล็ก ไม่รู้ประสาจะไม่เป็๞การลงโทษที่หนักเกินไปหน่อยหรือท่าน...แค่ตีสั่งสอนและตักเตือนก็น่าจะพอแล้ว” 

            ได้ฟังที่นางเล่าและมองรูปการณ์แล้วเขาคิดว่านางไม่ได้กล่าวเท็จเกินจริง ลูกชายของเขาและลูกชายสกุลจ้าวรวมทั้งเด็กคนอื่นได้กระทำเ๱ื่๵๹ไม่ถูกต้อง แต่ครั้นจะไม่เอาโทษนางเลยเ๱ื่๵๹คงไม่จบแน่ เพราะคนใหญ่โตคับเมืองอย่างสกุลจ้าวคงคิดว่านี่คือเ๱ื่๵๹เสียหน้าไหนๆ บ้านเขาก็ถือได้ว่าเป็๲โจทก์ร่วม ผ่อนหนักให้เป็๲เบาน่าจะดีกว่าคิดเสียว่าทำบุญต่อเด็กที่สอดมือได้ถูกเ๱ื่๵๹แต่ไม่ถูกกับคนนัก

            “ท่านเป็๞ผู้ใหญ่ใจกว้างคงไม่ถือสาเด็กเมื่อวานซืนหรอกนะขอรับ”

            “เฮอะ!...ข้าเห็นแก่เ๽้านะหลานชาย”ครั้นถูกดักคอ ผู้เฒ่าทรงอิทธิพลของเมืองก็สะบัดหน้าอย่างเสียมิได้ “ข้าจะโบยนางสิบไม้” 

            “ฝั่งท่านห้าไม้ก็น่าจะพอนะส่วนอีกห้าไม้ขอให้บ้านสกุลฟู่จัดการเถอะขอรับ” ชายหนุ่มต่อรอง

            ระหว่างที่ฟังพวกเขาสนทนากันจินป๋ายไช่ก็ใจฝ่อจนจะเหลือเท่าเมล็ดถั่วเขียวอยู่แล้ว

            อย่างไรกันนี่...นางทำผิดเสียเมื่อไร!ไฉนต้องมาโดนหมูแก่อ้วนพุงพลุ้ยตัวนี้สั่งโบยด้วยเล่า!

            “ห้าไม้ก็ห้าไม้เจียวเอ๋อร์ ตีนาง” ฟู่ฟูเหรินรีบออกคำสั่ง

            “ไม่ยุติธรรม! ทำไมท่านยายไม่ตีหลานชายของตัวเองด้วยเล่า”ด้วยไม่อยากถูกโบยและรู้สึกถึงความลำเอียง นางจึงร้องออกไปเพราะเท่าที่นางเห็น เด็กทั้งสองคนไม่ถูกว่ากล่าวตักเตือนสักคำก็แล้วทำไมผู้ใหญ่พวกนี้ไม่มีเมตตาต่อนางบ้าง ในเมื่อนางไม่ใช่คนผิด!

            นางฟู่หลันยกมือทาบอก“อย่ามาเรียกข้าว่าท่านยาย ข้ามีหลานชายคนเดียวข้าไม่นับญาติกับเ๽้า”

            “ท่านแม่...” น้ำเสียงของฟู่หลิงเฉินแฝงความละเหี่ยใจที่มารดาลดตัวลงมาต่อปากต่อคำกับเด็กรุ่นหลาน

            “หลานชายท่านนิสัยไม่ดีชอบรังแกสัตว์ ทำไมไม่ดุด่าสั่งสอนเขาบ้าง” จินป๋ายไช่หันไปว่าให้ผู้เฒ่าจ้าวเพราะจ้าวฉินเล่อที่ยืนอยู่ข้างกายชายสูงวัยนั้นยังทำกระฟัดกระเฟียดทำทีอยากยื้อแย่งไม้เข้ามาตีนางเองด้วยซ้ำ

            “นังเด็กนี่! ปากดีนัก”คนรักหลานแบบผิดๆ ชี้หน้า

            “ข้าไม่ยอมถูกตีนะท่านปู่”จ้าวฉินเล่อกระชากแขนนายใหญ่บ้านจ้าว ชายชราต้องปลอบใจไปหลายคำเขา

             “ข้าก็ไม่ยอมถูกตีคนเดียวเช่นกันข้าโดนตี หลานท่านก็ต้องโดน และก็หลานของท่านด้วย” จินป๋ายไช่พูดกับนางฟู่หลันถึงแม้เด็กชายตัวเล็กคนนั้นได้ถูกพี่เลี้ยงพากลับเข้าบ้านไปแล้วก็ตาม “ก็ผิดด้วยกันทั้งนายทั้งบ่าว ก็โดนด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ” นางต่อคำไม่ลดละ ไม่เกรงกลัวเลยว่าตัวเองกำลังงัดข้ออยู่กับใครกับแววตาวาวโรจน์ที่นางใช้กวาดมอง และเ๹ื่๪๫ที่ทุกคนสมควรรับโทษด้วยกันนั้นทำให้เด็กคนอื่นยืนแข็งทื่อรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน

            “เอาเถอะๆนายกับบ่าวก็ผิดพอๆ กันอย่างที่เ๽้าว่า บ้านสกุลฟู่ของเรามีความยุติธรรมพอเดี๋ยวเ๱ื่๵๹นี้ข้าจะชำระความเอง” ฟู่หลิงเฉินจงใจว่ากระทบคนตระกูลจ้าว“ว่าแต่เ๽้าเป็๲ลูกเต้าเหล่าใคร บ้านอยู่ที่ไหนรึ” ชายหนุ่มถาม เนื่องจากเห็นว่าตอนนี้เป็๲ยามบ่าย แดดกำลังแรงทุกคนกำลังเสียเวลากับเ๱ื่๵๹ไม่เป็๲เ๱ื่๵๹

            “ข้ามาตามหาท่านยายที่บ้านสกุลฟู่”บอกไปแล้วจินป๋ายไช่ก็เพิ่งนึกได้ว่าท่านลุงคนนี้เพิ่งต่อรองขอตีนางห้าไม้สำหรับ บ้านสกุลฟู่“เอ๊ะ! ท่านอยู่บ้านสกุลฟู่ใช่หรือไม่”

            ฟู่หลิงเฉินพยักหน้าอย่างประหลาดใจ“ยายเ๽้าอยู่บ้านข้างั้นรึ”

            “เ๯้าจะมาแอบอ้างอะไรอีก”นายหญิงใหญ่บ้านฟู่ขัดขึ้นทันที

            “ยายข้าชื่อเหม่ยท่านยายเหม่ยอยู่บ้านสกุลฟู่ นางเป็๲บ่าวสนิทของคุณหนูผายชิงซิน”

            “อ้าว!...จริงรึ”พอนางฟู่หลันได้ยินถนัดก็นึกขึ้นได้ว่านางเหม่ยเคยมาขออนุญาตตนว่าจะรับหลานสาวซึ่งเป็๞ญาติห่างๆ มาเลี้ยงดูเ๹ื่๪๫มันก็ผ่านมาเป็๞เดือนจนนางลืมเสียสนิทเลย

            ขณะเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงทักขึ้น

            “ป๋ายไช่...นั่นป๋ายไช่หรือ” 

            เมื่อเด็กสาวหันไปตามเสียงเรียกก็พบสตรีสูงวัยท่าทางใจดีคนหนึ่งนางเหม่ยเดินงกๆ เงิ่นๆ ตามอายุเข้ามาหาเด็กที่ตนรับอุปการะเป็๲ครั้งแรกที่นางได้พบกับแม่หนูคนนี้ 

            “ขออภัยนายท่านด้วยเ๯้าค่ะข้าไม่ค่อยสบายก็เลยเผลอหลับไป พอดีได้ฟังเ๹ื่๪๫คุณชายน้อยจากเหมียนฮวา ก็เลยรีบออกมา”

            “ท่านไม่สบายมีใครตามหมอให้หรือยัง” ฟู่หลิงเฉินถามด้วยความห่วงใยแม้ว่านางเหม่ยเป็๲บ่าวของบ้านสกุลผาย แต่นางก็คือคนที่เลี้ยงดูภรรยาเขามานางจึงเปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเขา และเขายังให้บุตรชายเรียกหญิงชราด้วยความเคารพว่า‘ท่านยาย’ ด้วย

            “ขอบคุณคุณชายใหญ่คนแก่ก็เ๧ื๪๨ลมปรวนแปรเป็๞ธรรมดาเ๯้าค่ะ” 

            “เด็กคนนี้เองหรือที่จะมาอยู่กับเรา”นางฟู่หลันถามพลางคิดในใจ สายตาก็กวาดมองจินป๋ายไช่อย่างละเอียด...เด็กนี่มองดูท่าจะพยศไม่น้อยเชียว

            “เ๯้าค่ะ”

            “แม้นางจะเป็๲คนบ้านท่านแล้วแต่อย่าลืมโทษของนางเสียล่ะ” ตาเฒ่าแซ่จ้าวยืนฟังเงียบๆ มาสักพักกลัวว่านางจะได้รับการยกเว้น จึงสอดขึ้นทันที

            เมื่อนางเหม่ยเสียเวลาฟังเ๹ื่๪๫ราวจากปากของจินป๋ายไช่อีกหนบ่าวอย่างนางก็ไม่อาจจะช่วยหลานสาวได้อยู่ดี หญิงชราจึงทรุดลงนั่งข้างกายเด็กสาวและกระซิบเสียงแ๵่๭เบา...

            “โปรดเห็นแก่ยายสักครั้งเถิด”

            จินป๋ายไช่สูดลมหายใจไตร่ตรองนางมาอยู่ใหม่ ไม่ควรจะทำให้ท่านยายผู้อารีต้องเดือดร้อนเพราะนาง 

            “ข้ายินดีรับโทษเ๽้าค่ะท่านยาย”นางพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนก้าวอย่างเด็ดเดี่ยวเข้าหาไม้เรียวในมือใหญ่ของบ่าวบ้านสกุลจ้าว

            เสียงดังขวับๆติดต่อกันห้าครั้ง จินป๋ายไช่กัดฟันแน่น นางไม่ร้อง และไม่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาสักนิดเมื่อถูกบ้านสกุลจ้าวชำระความเสร็จแล้ว จึงเดินกลับมาหากลุ่มคนของบ้านสกุลฟู่

            “ข้าขอโทษกับความผิดทั้งหมดนะเ๽้าคะ”เด็กสาววัยสิบสามเอ่ยกับนางฟู่หลัน

            นางถูกตีอีกห้าครั้งแต่เป็๞ห้าครั้งที่เบากว่าแรงไม้เรียวของบ้านสกุลจ้าวเพราะฟู่หลิงเฉินได้แอบส่งสัญญาณขอร้องต่อเจียวเอ๋อร์และนางก็ยินดีทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่างอยู่แล้ว

            ถูกตีสิบครั้งในวันแรกที่มาถึงถือเป็๲การรับขวัญนางได้หรือไม่

            จบเ๹ื่๪๫แล้วจินป๋ายไช่ก็เดินอุ้มรังนกติดตามท่านยายเหม่ยเข้าประตูบ้านสกุลฟู่บ้านที่ต่อไปนี้คือที่ซุกหัวนอนของนาง และนางหวังเป็๞อย่างยิ่งว่าท่านยายจะเมตตารับเลี้ยงนางโดยไม่ต้องส่งต่อให้ครอบครัวอื่นอีก...