เมื่อคิรินเคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เตรียมตัวกลับบ้านแต่ก่อนกลับเขาได้ส่งให้ลูกน้องแวะรับแก้วกานต์กลับบ้านด้วยกันตลอดทางที่นั่งรถมาคิรินนั่งอ่านรายงานข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของเขาจนรถได้มาจอดเทียบที่ไร่ชมวิว เขาก็สั่งให้ชนาธิปลงไปรับแก้วกานต์ขณะที่สายตาเขายังจดจ้องอยู่ที่เอกสารรายงาน
"ธิปลงไปรับแก้วกานต์มา"
"ครับนาย"ขณะกำลังเดินไปชนาธิปก็เห็นนายหญิงเดินตรงมาที่รถจอดอยู่พอดีชนาธิปหันกลับไปเปิดประตูให้หญิงสาวขึ้นรถ
"ขอบคุณค่ะ พี่ธิป" แก้วกานต์กล่าวขอบคุณพร้อมส่งยิ้มหวานๆให้ลูกน้องของชนาธิปเมื่อเธอขึ้นไปที่รถหญิงสาวก็หยิบหูฟังเปิดมือถือขึ้นมาฟังเพลงโดยไม่สนใจอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆคิรินที่เห็นว่าแก้วกานต์ทำเป็ไม่เห็นเขาที่นั่งอยู่ในรถด้วยชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจพยายามที่จะไม่สนใจเธอ แต่ก็ทำไม่ได้ เขาเอามือไปคว้าที่ข้อมือหญิงสาวให้หันหน้ามาทางเขา
"เธอไม่เห็นฉันหรือแก้วกานต์"
"เห็นแต่ไม่อยากทัก" แก้วกานต์ตอบกลับชายหนุ่มไปพลางสะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับกุม และหันกลับไปทางเดิมใส่หูฟังฟังเพลงต่อ
"เธอ!!!" คิรินที่อยากจะะเิอารมณ์ได้แต่ระงับความโกรธนั่นไว้หันไปสนใจที่เอกสารแทน แต่เขาไม่มีสมาธิเลย "ยัยตัวแสบ"ไม่นานรถของคิรินก็กลับถึงบ้านเมื่อถึงบ้านแก้วกานต์ก็ออกลงจากรถตรงเข้ามาในบ้านทันทีโดยไม่สนใจคนที่นั่งมาด้วยคิรินก็ได้แต่หัวเสียที่โดนเมินเขาก็ลงตามเข้าบ้านไปด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดแก้วกานต์เข้ามาในบ้านก็เจอแม่สามีที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่
"หนูแก้ว กลับมาแล้วหรอจ๊ะ"
"สวัสดีค่ะคุณแม่"
"สวัสดีดีครับแม่"
"แก้วขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ"เมื่อเห็นชายหนุ่มเข้ามาเธอก็ขอตัวไปอาบน้ำแพรพลอยสังเกตอาการของลูกสะใภ้กับลูกชายก็รู้เลยว่าทั้งสองมีเื่กันมาแน่เมื่อวานก็ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน
"ทะเลาะกันหรอ?"
"เปล่าครับ" คิรินตอบปัดผู้เป็แม่ “ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
คิรินบอกผู้เป็แม่แล้วก็เดินตามหลังแก้วกานต์ขึ้นไปบนห้องพอเข้าไปได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้น แก้วกานต์น่าจะอาบน้ำอยู่เขาก็ถอดเสื้อผ้าแล้วเอาใส่ผ้าขนหนูมาคาดเอวไว้แทน นั่งตรวจเอกสารรอหญิงสาวอาบน้ำเสร็จไม่นานแก้วกานต์ก็ออกมาจากห้องน้ำเธอเก็บของแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจเขาที่อยู่ในห้องด้วยพอหญิงสาวออกไปแล้วเขาก็ลุกไปอาบน้ำพยายามไม่ใส่ใจที่เธอทำเป็ไม่เห็นเขา
แก้วกานต์ที่เดินออกจากห้องมาทำเป็ไม่สนใจบุคคลที่อยู่ในห้องด้วยความจริงคือเธอเห็นแต่เธอยังโกรธเขาอยู่ที่เมื่อวานอยู่ๆ ก็มาว่าร้ายกล่าวโทษเธอเธอจะไม่ยอมคุยจนกว่าชายหนุ่มจะมาขอโทษเธอ แก้วกานต์ลงมาช่วยแม่ของเธอทำกับข้าว
“สวัสดีค่ะ!!คุณกิ่งแก้ว”แก้วกานต์ย่องเข้าไปหาผู้เป็แม่เงียบๆ แกล้งแม่ของเธอให้ใ พลางเข้าไปกอดและหอมแก้มแม่ด้วยความคิดถึงเมื่อวานเธอก็ไม่ได้กลับบ้าน“คิดถึงจังเลย ฟอดดด”
“เพียะชอบแกล้งแม่จริงๆ นะเรา” กิ่งแก้วตีไปที่แขนลูกสาวแล้วใช้ให้ลูกสาวเอากับข้าวไปวางบนโต๊ะ “ไปๆ เอาจานนี้ไปวาง”
แก้วกานต์เดินเอาจานกับข้าวไปว่างบนโต๊ะและช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะอาหารมื้อเย็นเมื่อจัดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลารับประทานอาหารวันนี้แพรพลอยชวนครอบครัวของลูกสะใภ้ให้อยู่กินด้วยกันอานนท์กับสมศักดิ์มาถึงบ้านแล้วกิ่งแก้วก็ให้ลูกสาวไปตามลูกเขยลงมาทานข้าว
“แก้วไปตามคุณคิรินมาทานข้าวสิลูก”
“จอยไปตามคุณคิรินให้พี่หน่อยสิ”แก้วกานต์หันไปบอกแม่บ้านที่อายุน้อยกว่าเธอ ให้ไปตามสามีแทนเธอ ‘เพียะ’
“ตีแก้วอีกแล้วแม่เจ็บนะรอบนี้” แก้วกานต์ร้องโอยโอดเทื่อโดยกิ่งแก้วตีที่แขน
“ทำไมไปใช้น้องเราเป็เมียไปตามเองสิ”
“ไม่!!”แก้วกานต์ยังดื้อที่ไม่ไปแล้วบอกให้แม่บ้านรุ่นน้องไป “ไปจอยขึ้นไปบอกทีเดี๋ยวพี่ไปตามพวกผู้ใหญ่เอง ขอบคุณมากนะ”หญิงสาวบอกแล้วเดินหนีผู้เป็แม่ไปตามเ้าของบ้านให้มารับประทานข้าว
หลังจากมื้อเย็นผ่านไปแก้วกานต์ก็ช่วยแม่ของเธอเก็บกวาดเหมือนอย่างเคยเธอทำเป็ไม่สนใจคิรินแม้ว่าตอนกินข้าวจะอยู่ข้างๆ กัน ทางด้านคิรินที่เริ่มหงุดหงิดหญิงสาวที่ทำหลบหลีกเลี่ยงที่จะไม่คุยกับเขาอย่างก่อนที่จะลงมากินข้าวหญิงสาวจะต้องไปตามเขามาแต่วันนี้ใช้แม่บ้านไปตามพอตอนกินข้าวก็ไม่สนใจอีก ‘จับตีก้นดีไหม’คิรินทำท่าจะตามไปช่วยแก้วกานต์ล้างจานแต่โดนผู้เป็พ่อเรียกไว้ก่อน
“คิรินเดี๋ยวไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อย”
“ครับ”
“มีเื่ไรกันคะคุณถึงต้องเรียกคุย” แพรพลอยถามผู้เป็สามีที่อยู่ๆ ก็เรียกลูก และศักดิ์ชัยไปคุย
“ไม่มีไรหรอกครับแม่แค่เื่งานนิดหน่อย” คิรินเป็คนตอบเอง
“โอเคไม่บอกแต่เราเถอะเมียงอนสินะแม่รู้นะ” แพรพลอยแหย่ลูกชายที่นางดูออกถึงอาการลูกชายกับลูกสะใภ้ แต่คิรินไม่ได้ตอบนางได้แต่ยิ้มให้ผู้เป็แม่ไปแล้วตามไปหาพ่อ
ทั้งสามคุยงานกันไม่นานทางศักดิ์ชัยขอตัวผู้เป็เ้านายกลับบ้านก่อนเพราะตอนนี้เวลามันบ่งบอกว่าดึกมากแล้ว ไม่อยากผู้เป็ภรรยารอนานและนอนดึกพรุ่งนี้นางจะต้องตื่นมาแต่เช้ามืด
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะพ่อแม่” แก้วกานต์กับคิรินลงไปส่งพ่อกับแม่กลับบ้านคิรินอาศัยจังหวะที่กล่าวลาพ่อแม่ภรรยาเขาก็เอาแขนโอบกอดแก้วกานต์ จากด้านข้างแม้หญิงสาวจะขัดขืนนิดหน่อยแต่มีหรือจะสู้แรงเขาได้
“ทำหน้าดีๆเดี๋ยวพ่อแม่เราสงสัยหรอ ยิ้มสิ”
“จิ!!”แก้วกานต์ทำเสียงไม่พอใจแต่ก็ต้องฝืนทำพอคล้อยหลังพ่อกับแม่ไปแล้วแก้วกานต์ก็กระทืบไปที่เท้าของคิรินเต็มแรงแล้วเดินหนีเข้าบ้านไป
“โอ้ย!!!แก้วกานต์” คิรินร้องด้วยความเจ็บ แล้วเรียกชื่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงกดต่ำแล้วเดินเข้าบ้านตามหญิงสาวไปด้วยอาการเจ็บเท้าเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มไม่ได้ไปที่นอนทันที เขาต้องไปคุยกับผู้เป็พ่อต่อจากที่ค้างไว้แต่เขาก็ไม่ได้บอกทางแก้วกานต์ไว้หญิงสาวนั่นก็รอเฮไม่เห็นคิรินจะเข้ามาในห้องสักที แก้วกานต์รอจนง่วงผล็อยหลับไปคิรินที่เข้าห้องมาเห็นหญิงสาวหลับทั้งที่มือยังจับที่มือถือ แถมยังเปิดไฟอีกด้วย
คิรินยิ้มให้กับภาพที่เห็นเขาเดินเข้าไปเอามือถือออกจากมือของหญิงสาว จับตัวให้เธอนอนในท่าสบายแล้วปิดไฟเข้านอน เขาอาศัยจังหวะที่หญิงสาวไม่รู้ตัวจับตัวมากอดเอาไว้อย่างหวงแหนไม่นานเขาก็หลับไป
เสียงนาฬิกาปลุกเดินอย่างเคยแก้วกานต์ขยับตัวเอื้อมมือมาปิด แต่ก็หามือถือไม่เจอ แต่ไม่นานเสียงปลุกก็เงียบคิรินเอื้อมมือมาปิดทั้งที่ตาหลับอยู่แก้วกานต์เลยหันมองดูก็เห็นว่ามือถือของเธออยู่ฝั่งหัวเตียงของคิรินหญิงสาวขยับตัวเพื่อหมายจะเอื้อมไปหยิบมือถือ แต่โดยคิรินกอดรัดมากขึ้น
“นอนอีกหน่อยน่า”คิรินพูดพลางหลับตา
“นี่คุณ!!ปล่อยสิจะมากอดแก้วทำไม” แก้วกานต์ดิ้นเพื่อให้ออกจากการกอดกุมของชายหนุ่ม
“ยอมพูดแล้วหรอหึ” คิรินที่มือยังกอดอยู่ก็กระชับกอดมากขึ้นกว่าเดินลืมตามาพูดกับหญิงสาวที่ยังคงดิ้น
“....” แก้วไม่ตอบแต่พยายามเอาตัวออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มแต่กลับกันคิรินยิ่งรัดกอดมากขึ้น คุณแก้วกานต์ถึงกับทำเสียงจิจ้ะไม่พอใจ “จิ!!ได้!!”
“โอ้ย!!แก้วกานต์อีกแล้วนะ” ชายหนุ่มที่กำลังทำหน้ามีความสุขที่ได้แกล้งหญิงสาว อยู่ๆก็ร้องออกมาด้วยความเ็ป เพราะโดนคนในอ้อมกอดหยิกแล้วบิดแขนของเขาจนแล้วรอยแดงช้ำ
“สม!!”แก้วกานต์พูดแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ
“ออกมาโดนแน่”คิรินกล่าวคาดโทษหญิงสาวที่ทำเขาเจ็บ