หลังจากการต่อสู้จบลง โดมเวทมนตร์ที่คลุมอยู่ก็ค่อยๆ สลายไปในไม่ช้า เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปในบริเวณที่เคยเป็นหอประมูลทันที
เอแบค แผ่พลังเวทออกไปเพื่อสำรวจหาศัตรู เมื่อรู้ว่าไม่มีจอมเวทของลัทธิแห่งความว่างเปล่ารอดชีวิต เขาจึงให้อิรินไปสอบถามข้อมูลจากผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่
เขาเห็น ไมค์ หัวหน้ากิลด์เหล็กแกร่งอยู่ไม่ไกล จึงเดินเข้าไปหา "ไมค์...มันเกิดอะไรขึ้น?"
ไมค์หันมามองตามเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเป็นเอแบคเจ้าเมืองก็รีบคำนับก่อนจะเอ่ยตอบด้วยความเคารพ "ท่านเจ้าเมือง...ข้ารู้เพียงแค่ลัทธิแห่งความว่างเปล่าต้องการของชิ้นหนึ่งในงานประมูลเพื่อทำพิธีกรรมบางอย่าง"
"อืม...เจ้าไปรักษาตัวเถอะ" เอแบคมองไปยังซากหอคอยที่หลงเหลือจากการต่อสู้แล้วรู้สึกหงุดหงิด ที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตเงินที่สำคัญของเขา
ไม่นาน อิริน ก็กลับมา "เป็นอย่างไรบ้าง รายงานมา"
"ท่านคิริวร่วมมือกับลัทธิเพื่อทำพิธีกรรมโดยมีผลึกแสงจันทร์เป็นหัวใจ และจะใช้ชาวเมืองเป็นเครื่องสังเวย แต่ทุกอย่างไม่สำเร็จ คนของลัทธิตายหมด ท่านคิริวบาดเจ็บสาหัส และท่านมิโฮะเสียชีวิตแล้ว" อิรินพูดด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เธอไม่อยากเชื่อว่าคิริวจะทรยศและร่วมมือกับลัทธิแห่งความว่างเปล่าได้ รวมถึงการสูญเสียมิโฮะไปอย่างถาวร
"มันอยู่ไหน!?" เอแบคระเบิดอารมณ์ทันที เขากดดันทุกคนรอบข้างด้วยพลังเวทอันมหาศาล
"ท่านค่ะ ได้โปรดใจเย็น" อิรินรีบพูดขึ้นเพราะเธอเริ่มหายใจไม่ออก เธอเป็นเพียงจอมเวทชั้นต้น ส่วนเอแบคคือจุดสูงสุดของจอมเวทชั้นสูง
เอแบคค่อยๆ สงบลง "แล้วมันอยู่ไหน"
"ให้องครักษ์ไปนำตัวไปที่คฤหาสน์แล้วค่ะ"
"อืม...ดี ให้คนมารักษามันด้วย อย่าเพิ่งให้มันตาย ข้าจะทรมานให้สาสม" เอแบคพูดจบแล้วยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก "ตรวจสอบความเสียหายและจัดการเยียวยาซะ ข้าจะกลับคฤหาสน์"
"ค่ะท่าน" อิรินคำนับให้กับเจ้าเมืองที่ลอยหายไปจากสายตา
3 วันต่อมา...
จินฟื้นตัวอยู่ที่กิลด์ดาบวายุตามคำเชิญของเรย์ อาการบาดเจ็บและบาดแผลของเขาเริ่มสมานตัวแล้ว ไม่นานก็คงหายเป็นปกติ ส่วนพลังเวทของเขากลับเต็มเปี่ยม พลังที่ได้จากการดูดซับ ผลึกแสงจันทร์ ทำให้มานาในร่างกายของเขาขยายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม และอีกไม่นานเขาคงสามารถทำให้ระดับจอมเวทชั้นต้นเสถียรสมบูรณ์ได้
เขาเชื่อมั่นว่าตอนนี้สามารถรับมือกับจอมเวทขั้นกลางได้ทุกคน หากต้องเผชิญหน้ากับคริสอีกครั้ง เขาคงสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
ก๊อก... ก๊อก...
"เจ้าตื่นหรือยัง จิน" เสียงของเรย์ดังขึ้นที่หน้าประตู
"ข้าตื่นแล้ว เจ้าเข้ามาได้เลย"
เรย์เปิดประตูเข้ามาและนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง "เจ้าฟื้นตัวได้เร็วจริงๆ"
"อควาเป็นยังไงบ้าง" จินถามกลับ
"ไม่ต้องห่วง" เรย์ตอบ "หลังจากได้รับยาถอนพิษ เขาก็ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ไม่นานก็คงกลับมาเป็นปกติ"
หลังจากจบศึก คนจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มาช่วยรักษาผู้บาดเจ็บตามคำสั่งของเซเรนโดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีจอมเวทผู้รักษาที่เชี่ยวชาญ ทำให้อควารักษาพิษได้อย่างรวดเร็ว
"ขอบใจเจ้ามาก" จินเอ่ยด้วยสีหน้าขอบคุณ
"ไม่ต้องหรอก" เรย์ส่ายหน้าปฏิเสธ "ถ้าไม่ได้พวกเจ้า พวกเราคงตายกันหมดแล้ว"
"พรุ่งนี้ท่านเจ้าเมืองจะประหารคิริวที่ลานกลางเมือง" เรย์กล่าวต่อ "ช่วงสองสามวันนี้เจ้าเมืองมีคำสั่งให้ค้นหาและสังหารคนจากลัทธิและกิลด์พยัคฆ์ทมิฬที่หลบหนี ทำให้เมืองวุ่นวายมาก ดูท่าเขาจะโกรธจัดจริงๆ"
"ข้าคิดว่าจะเดินทางต่อในอีกสองวัน" จินเอ่ยขึ้นกะทันหัน
"ทำไมเจ้ารีบนัก" เรย์ถามด้วยความสงสัย เขาเป็นห่วงเพราะจินยังไม่หายดี
"สถาบันเอเทรียมจะเปิดรับในอีกหนึ่งเดือน ถ้าข้ารีบเดินทางคงไปทันพอดี" จินอธิบายเหตุผล
"อ้อ.. ถึงจะห่วงแต่ข้าก็ไม่อยากห้ามเจ้า" เรย์เข้าใจในทันที "การได้เข้าศึกษาในเอเทรียมมันล่อใจจริงๆ" การเข้าเรียนที่สถาบันจอมเวทคือความฝันของนักเวทและนักรบเวททุกคน
"ขอบคุณที่เข้าใจ"
"งั้นเจ้าพักผ่อนเถอะ ข้ามีงานเอกสารต้องจัดการต่อ" เรย์กล่าวและทำท่าจะลุกออกไป แต่จินก็พูดขึ้นอีกครั้ง
"นี่เรย์...เจ้าก็รีบพาตัวเองเลื่อนสู่ระดับอัศวินชั้นสูงให้ไว มันจะช่วยเสริมอำนาจเจ้าได้อย่างมาก" จินกล่าวเตือนด้วยความหวังดี "ตอนนี้ไม่มีคิริวกับมิโฮะแล้ว อะไรที่ควรทำเจ้าก็อย่าลังเล ถ้าเจ้าไม่ทำ คนอื่นก็ทำอยู่ดี" เขาเกรงว่าเรย์จะรู้สึกผิดต่อการตายของมิโฮะ จนไม่กล้าตัดสินใจเพื่อกิลด์ของตัวเอง
ช่วงเย็นของวันนั้น จินตัดสินใจไปเยี่ยมอควาที่ห้องพักของเขาในกิลด์ดาบวายุ
จินเคาะประตูห้องของอควาเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้าไป "เป็นไงบ้าง"
อควาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมอง "ดีขึ้นเยอะแล้ว" เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปนั่งที่เตียงข้างๆ จิน "แล้วเจ้าล่ะ"
"ข้าก็ดีขึ้นแล้ว" จินตอบ "อีกสองวันพวกเราจะเดินทางกัน"
"อีกสองวัน?" อควาทำท่าประหลาดใจ "ไม่รอให้หายดีกว่านี้ก่อนเหรอ"
"ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นานสถาบันเอเทรียมก็จะเปิดแล้ว" จินอธิบาย "ข้าไม่อยากไปสาย จนพลาดโอกาศ"
อควาพยักหน้าเข้าใจ และไม่ได้ถามอะไรอีก เขารู้ดีว่าจินต้องการเข้าศึกษาในสถาบันแห่งนั้น และเขาก็พร้อมที่จะเดินทางไปพร้อมกับจินเสมอ
จังหวะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เรย์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม "พวกนายพร้อมหรือยัง"
"พร้อมสำหรับอะไร" จินถาม
"พวกเราจะไปกินเลี้ยงฉลองกัน" เรย์ตอบ "ฉลองที่พวกเราชนะศึก และฉลองการเดินทางของพวกนายด้วย"
"ดีเเลย" จินยิ้มออกมาอย่างสดใส "ข้ากำลังหิวพอดีเลย"
เรย์เลือกร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมือง ร้านแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนักจึงถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ มีเพียงจิน อควา เรย์ และมาคัส
บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ พวกเขากินอาหาร ดื่มเหล้า และเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้กันฟัง ทั้งเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและเรื่องราวที่น่าเศร้า
"พวกนายต้องระวังตัวด้วยนะ" มาคัสกล่าวด้วยความเป็นห่วง "โลกภายนอกอันตรายกว่าที่พวกนายคิดไว้มากนัก"
"พวกเราจะระวังตัวให้ดี" จินตอบอย่างหนักแน่น "แล้วพวกเจ้าล่ะ หลังจากนี้จะทำยังไงต่อ"
เรย์กับมาคัสหันมามองหน้ากัน ก่อนที่เรย์จะตอบ "พวกเราคงต้องอยู่จัดการเรื่องวุ่นวายในเมืองต่ออีกสักพัก"
"ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้พวกเจ้าโชคดี" จินกล่าวพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้น "และหวังว่าในอนาคตเราจะได้พบกันอีกครั้ง"
พวกเขาชนแก้วกัน และดื่มเหล้าจนหมดแก้ว เป็นการร่ำลาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยมิตรภาพ
สองวันต่อมา..
ในยามเช้าตรู่.. จินและอควาเดินทางออกจากเมืองทันที ทิ้งไว้เบื้องหลังคือกิลด์ดาบวายุที่เคยเป็นที่พักพิง และมิตรภาพที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่กับเรย์และมาคัส
จินและอควาไม่ได้เดินทางด้วยรถม้า แต่เลือกที่จะเดินเท้า เพื่อสำรวจโลกใหม่นี้อย่างละเอียด พวกเขาต้องการทำความเข้าใจกับทุกสิ่งรอบตัวให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นป่าทึบ ภูเขาที่สูงชัน หรือแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาคำนวณเวลาแล้วว่าจะเดินทางไปทันก่อนเปิดรับสมัครหนึ่งอาทิตย์
การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นในช่วงแรก พวกเขาหยุดพักเมื่อถึงหมู่บ้านเล็กๆตามทาง และหาซื้อเสบียงเท่าที่จำเป็น จินใช้เวลาว่างในการฝึกฝนเพลงดาบและเวทมนตร์ ส่วนอควาใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือและศึกษาพืชสมุนไพรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่แล้วการเดินทางก็เริ่มยากขึ้น เมื่อพวกเขาต้องเดินผ่านป่าเวทมนตร์ ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและพืชที่มีพิษร้ายแรง อควาใช้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรของเขาช่วยนำทางและป้องกันพิษต่างๆ ส่วนจินใช้ดาบและเวทมนตร์ต่อสู้กับสัตว์อสูรที่เข้ามาโจมตี
ในคืนหนึ่งที่พวกเขาพักแรมอยู่กลางป่า จินและอควาช่วยกันก่อกองไฟและเตรียมอาหารเย็น บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืน
"นายคิดว่าสถาบันเอเทรียมจะเป็นยังไง" อควาถามขึ้นทำลายความเงียบ
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" จินตอบ "แต่หวังว่ามันจะช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น"
อควายิ้ม "ข้าเชื่อว่านายทำได้"
จินยิ้มตอบกลับ "ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น"
หลังจากกินอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็นอนพักผ่อน เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางในวันถัดไป
กรี๊ดด...
จินสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกจากเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่ง ส่วนอควาที่กำลังดูดซับมานาก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้าเช่นกัน
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ" จินหันไปถามอควา
"ไม่รู้" อควาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ช่างมันเถอะ ถ้าไม่มายุ่งกับเราก็แล้วไป" จินตัดสินใจแล้วกลับไปนั่งข้างกองไฟต่อ
แต่เพียงไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่ช้าหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในขอบเขตแสงไฟ เมื่อเธอเห็นจินก็รีบวิ่งตรงมาทันที โดยมีชายสองคนวิ่งไล่ตามมาติดๆ คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดัน อีกคนมีรูปร่างสมส่วนดูดี
"ช่วยด้วยค่ะ!" เธอตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงอันสั่นเครือ
อควาที่เฝ้ามองผู้ไล่ตามทั้งสองมาตลอด พลันเกิดจิตสังหารขึ้นในดวงตา น้ำแข็งแหลมจำนวนมากพุ่งเข้าปักร่างของชายทั้งสองอย่างรวดเร็วจนร่างของพวกเขาแข็งค้างอยู่กลางอากาศ และสิ้นลมหายใจไปในทันที
"ทำไม" จินหันไปถามอควาด้วยความแปลกใจ
"ลัทธิแห่งความว่างเปล่า" อควาตอบเสียงเย็น แล้วใช้เวทมนตร์สลายเวทปิดบังที่พรางตารอยสักบนแขนของชายทั้งสอง
"อีกแล้วเหรอเนี่ย" จินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้สึกเหมือนเจอลัทธินี้บ่อยเกินไปแล้ว
"ขอบคุณที่ช่วยนะคะ" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เธอทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง