ตลอดการเดินทางไลท์ก็ยังรับหน้าที่ในการฝึกฝนให้สองสาวอย่างต่อเนื่อง
เวโรนิก้าเลือกที่จะไม่ใช่อาวุธและเธอยืนยันว่าจะใช้หมัดในการต่อสู้
การเลือกของเวโรนิก้าทำให้ไลท์และเดซี่ประหลาดใจ แต่ในเมื่อเวโรนิก้าเป็คนเลือกไลท์จึงไม่ได้คัดค้านอะไรและเลือกทักษะที่เหมาะสมกับทักษะหมัดของเวโรนิก้า
ทักษะบ่มเพาะที่ไลท์เลือกให้กับเวโรนิก้าเป็ทักษะที่เน้นพละกำลังเป็หลักแม้ว่าร่างกายจะไม่เปลื่ยนแต่พละกำลังในร่างกายเรียกว่าเหลือล้น แม้แต่ไลท์เองก็ยังกลัวถ้าหากเวโรนิก้าฝึกฝนจนอยู่ในระดับสูงสุด
หลังจากที่ออกมาจากเมืองแสงจันทร์แล้วไลท์ก็พบว่าตลอดการเดินทางไลท์แทบจะไม่พบกับเรือยนต์ลำอื่นๆเลย
ตอนนี้เวโรนิก้าชื่นชมไลท์และเดซี่อย่างมาก เธอรับรู้แล้วว่าหัวหน้าของเธอแข็งแกร่งแค่ไหน รวมไปถึงหญิงสาวที่อายุน้อยอย่างเดซี่เองก็แข็งแกร่งมากๆเช่นกัน
“ หัวหน้าพวกเราไปเมืองไบซันไหม? ” เวโรนิก้าที่อยู่ในห้องคนขับะโถาม
“ เมืองไบซัน? ” ไลท์สงสัย
“ เมืองไบซันเป็เมืองท่าที่ติดอยู่กับทะเลแถมยังมีอาหารทะเลอร่อยๆอีกด้วย ” เวโรนิก้าตอบ
เมื่อไลท์ได้ยินว่ามีอาหารทะเลเขาก็ตอบตกลงทันที
“ งั้นพวกเราก็ไปเมืองไบซันกันเถอะ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะหยิบเหล้าออกมาดื่ม
แม้ว่าไลท์จะไม่ใช่คนที่ติดเหล้าแต่เหล้าของที่โลกนี้มันอร่อยเกินไปทำให้เขาชอบดื่มอยู่ตลอดเวลา
ผ่านไปยี่สิบวันในที่สุดไลท์ก็มาถึงเมืองไบซัน
เมืองไบซันติดอยู่กับทะเล มีกำแพงสีเทาสูงกว่าสิบเมตรล้อมรอบตัวเมืองเอาไว้
ไลท์นำกริมรีปเปอร์ไปจอดไว้ในสถานที่จอดเรือยนต์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะเป็เ้าหน้าที่ของเมืองเป็ผู้ดูแลและจะเสียเงินค่าดูแลเล็กน้อย ถึงอย่างไรสมบัติสำคัญๆก็ถูกเก็บไว้ในแหวนมิติอยู่แล้วเพราะฉะนั้นการฝากเรือยนต์จึงไม่เป็ปัญหาเท่าไรนัก
หลังจากที่จ่ายเงินแล้วไลท์ก็นำสองสาวเที่ยวชมเมื่องไบซันก่อนที่จะไปยังภัตตาคารลอยฟ้า ซึ่งเป็ภัตตาคารที่หรูหราและดีที่สุดในเมืองไบซัน
เมื่อกินอิ่มแล้วไลท์ก็พาสองสาวเดินชมรอบๆพร้อมกับซื้ออาหารทะเลเก็บไว้เป็จำนวนมาก รวมไปถึงผลไม้ ผักต่างๆและเครื่องเทศ
“ พวกเธอสามารถไปเดินเล่นเองได้นะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่สองสาวด้านหลัง
“ จริงหรอ! ” เดซี่และเวโรนิก้ามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น
“ ถ้าหากมีปัญหาอะไรก็สามารถติดต่อมาได้ทันที ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” เดซี่และเวโรนิก้าตอบรับและพากันไปเดินเล่นรอบๆทันที
หลังจากที่แยกจากสองสาวแล้วไลท์ก็เดินดูของเรื่อยเปื่อยจนกระทั้งไปเห็นร้านค้าเล็กๆแห่งหนึ่ง เขาััได้ว่ามีพลังงานบางอย่างแผ่ออกมาจากภายในร้าน
ไลท์เดินเข้าไปดูก็พบว่าเป็ร้านขายสมุนไพรเล็กๆแห่งหนึ่ง
“ ยินดีต้อนรับ ” น้ำเสียงอันเฉยเมยดังขึ้นด้านหลังเคาน์เตอร์
ไลท์มองไปก็พบว่าเป็หญิงชราที่อายุประมาณหกสิบปีกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้นอนเป็คนพูด
ไลท์เดินดูก็พบว่าที่ชั้นล่างไม่มีสิ่งของที่แผ่พลังบางอย่างออกมา เขาจึงตัดสินใจเดินไปหาหญิงชราทันที
“ ไม่ทราบว่าที่ร้านแห่งนี้มีสมุนไพรนอกจากพวกนี้ไหมครับ? ” ไลท์ถามขึ้น
หญิงชราลืมตาขึ้นมาและมองมายังไลท์ก่อนที่จะตอบว่ามี
“ เพียงแต่ฉันไม่ขาย ” หญิงชราตอบ
“ งั้นก็น่าเสียดาย ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะเดินออกไป
“ เดี๋ยวก่อน ” เสียงของหญิงชราดังขึ้นอีกครั้ง
ไลท์หันกลับมามองด้วยความสงสัย
“ ถ้าหากเธอ้าเธอลองไปหาของบางอย่างมาให้ฉันได้หรือเปล่า ” หญิงชราถามขึ้น
“ ไม่ทราบว่าเ้าของร้าน้าสิ่งใด? ” ไลท์ถามกลับ
“ ฉันชื่อมากาเร็ต ฉัน้าให้เธอไปนำแร่มนตราธาตุไฟมาให้ฉันห้าก้อน ”มากาเร็ตตอบ
“ แร่มนตรา? ” ไลท์คิดออกทันที
แร่มนตราเป็แร่พิเศษที่เอาไว้สร้างอาวุธให้กับเหล่าจอมเวทย์ แร่มนตราจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการร่ายเวทย์และทำให้สกิลที่ปล่อยออกมามีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งแร่มนตราก็มีหลายธาตุตามธาตุที่เหล่าจอมเวทย์มี แถมแร่มนตราก็ยังราคาแพงอีกด้วย ซึ่งราคาของมันแต่ละก้อนไม่ต่ำกว่าหลักล้านเลย
แร่มนตราเองก็มีการแบ่งระดับเหมือนกันคือต่ำ กลาง สูง และชั้นเลิศ
“ แล้วคุณยายมากาเร็ตพอจะรู้ไหมว่าผมจะไปหาแร่มนตราธาตุไฟได้ที่ไหน? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ห่างออกไปจากที่เมืองไบซันทางทิศเหนือประมาณสามร้อยกิโลเมตร บริเวณนั้นมีกลุ่มสัตว์เวทย์กิ้งก่าเพลิงอาศัยอยู่ ซึ่งภายในถ้ำของพวกมันมีแร่มนตราธาตุไฟอยู่ ” มากาเร็ตตอบ
“ ถ้าอย่างนั้นผมขอดูของสิ่งนั้นก่อนได้ไหม ” ไลท์พูดขึ้น
“ ได้ ”
ไม่นานมากาเร็ตก็หยิบกล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่ออกมาจากหลังร้าน
มากาเร็ตเปิดกล่องไม้ออกมาก็พบว่าเป็คริสตัลก้อนหนึ่ง
คริสตัลสีใสขนาดเท่ากับกำปั้นมีพลังเวทย์หนาแน่นมาก
ไลท์มองมาที่คริสตัลด้านหน้าด้วยความสนใจ เพราะเขาััได้ว่าถ้าหากเขาดูดซัพพลังงานจากคริสตัลก้อนนี้ล่ะก็บางทีเขาอาจจะทะลวงเข้าสู่ขั้นจิตวิถีะได้เลย
“ ตกลง ” ไลท์ตอบตกลงและเดินออกจากร้านไป
มากาเร็ตมองดูไลท์ครู่หนึ่งก่อนที่จะครุ่นคิดอะไรบางอย่างจากนั้นเธอก็ส่ายหน้าเบาๆและนำกล่องใบนั้นไปเก็บไว้ที่เดิม
หลังจากที่ไลท์ออกมาแล้วเขาก็หายตัวไปทันที ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นพากันตื่นตระหนก
ไลท์บินมายังทางเหนือของเมืองไบซันด้วยความเร็วสูง
ไม่นานไลท์ก็มาถึงที่อยู่ของฝูงกิ้งก่าเพลิง
กิ้งก่าเพลิงเป็มอนเตอร์ธาตุไฟรูปร่างคล้ายกับจระเข้แต่ทว่ามันเดินสองขาได้ ลำตัวมีเกล็ดสีแดงเพลิงถืออาวุธจำพวกดาบและหอก มีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยตัว
ไลท์มองดูคลื่นพลังของพวกมันก็พบว่าแต่ละตัวก็แข็งแกร่งพอๆกับนักผจญภัยระดับCเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสามตัวที่แข็งแกร่งพอๆกับนักผจญภัยระดับB และมีอีกหนึ่งตัวที่แข็งแกร่งพอๆกับนักผจญภัยระดับA ซึ่งไลท์คิดว่าน่าจะเป็จ่าฝูงของกิ้งก่าเพลิงกลุ่มนี้
ไลท์ไม่มัวเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว เขาทำการสังหารฝูงกิ้งก่าเพลิงทั้งหมดอย่างรวดเร็วแม้แต่จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงก็ยังถูกฆ่าภายในเวลาไม่กี่วินาที
หลังจากที่ฆ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงแล้วไลท์ก็เก็บศพของพวกมันทันที เนื่องจากศพของมอนเตอร์สามารถนำไปขายให้กับสมาคมนักผจญภัยได้
ภายในถ้ำของกิ้งก่าเพลิงมีความร้อนสูงถ้าหากคนปกติเข้ามาอาจจะเป็ลมได้ แต่สภาพอากาศแบบนี้ไม่สามารถทำอะไรไลท์ได้
ไม่นานไลท์ก็เข้าไปด้านในสุดของถ้ำ เขาก็เห็นแท่งคริสตัลสีแดงเพลิงอยู่สิบสามก้อนที่ถูกฝังอยู่ภายในผนังถ้ำ
‘ แร่มนตราระดับกลาง!! ’ ไลท์หัวเราอย่างยินดี ถ้าเขาจำไม่ผิดแร่มนตราระดับกลางสามารถขายได้ก้อนละยี่สิบล้านเลยทีเดียว
ไลท์ใช้ดาบลมปราณในการขุดแร่มนตราออกมาจากนั้นก็เก็บไว้ในแหวนมิติ
ในขณะที่ไลท์กำลังจะกลับเมืองไบซัน เขาก็รู้สึกว่าเครื่องมือสื่อสารของเขามันสั่นเบาๆ
ไลท์หยิบออกมาก็พบว่าเป็เดซี่ที่โทรเข้ามา
“ ว่าไงเดซี่? ” ไลท์รับสาย
“ อาจารย์มีกลุ่มจอมเวทย์้าหาเื่พวกเรา ” เดซี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ไลท์ััได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่ได้วิตกกังวลของเดซี่เขาก็ถอนหายใจ
“ จัดการได้ตามความเหมาะสมแต่อย่าฆ่าคนก็พอ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วอาจารย์ ” เดซี่ตอบพร้อมกับหัวเราะออกมา
ตัดมาทางด้านของเดซี่และเวโรนิก้า
บนท้องถนนที่ตอนนี้มีกลุ่มจอมเวทย์หลายสิบคนกำลังล้อมเดซี่และเวโรนิก้า
“ สาวน้อยพวกเธอโทรหาคนที่ช่วยเหลืองั้นหรอ ” จอมเวทย์หนุ่มหัวเราะอย่างเ็า เขาเป็ถึงลูกชายของหัวหน้ากิลด์แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็หนึ่งในสามกิลด์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองไบซัน ชื่อของเขาคืออาเทม
ระหว่างทางที่เขากำลังกลับกิลด์จู่ๆเขาก็เห็นเดซี่และรู้สึกชื่นชอบทำให้เขาเข้ามาจีบเธอ แต่ถูกเดซี่ปฏิเสธ ด้วยความที่เสียหน้าเขาจึงพาคนในกิลด์มาล้อมเดซี่เอาไว้
“ หัวหน้าบอกว่าอะไรหรอ? ” เวโรนิก้าถามขึ้นด้วยความอยากรู้ เธอไม่ได้หวาดกลัวต่อเหล่าจอมเวทย์เบื้องหน้าแม้แต่น้อย
“ อาจารย์บอกให้จัดการตามสบายแต่ห้ามฆ่าพวกนี้ก็พอ ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เหล่าจอมเวทย์ที่ได้ยินเดซี่พูดก็พากันหัวเราะร่า
“ สาวน้อยเธอบอกว่าจะจัดการพวกฉันงั้นหรอ? ” อาเทมพูดพร้อมกับหัวเราะเย้ยหยัน
“ แล้วใครบอกว่าฉันจะจัดการพวกแกไม่ได้กันล่ะ? ” เดซี่แสยะยิ้มพร้อมกับหยิบดาบไม้ออกมาจากแหวนมิติ
“ อุ๊ยตายแล้ว พวกเราดูสิสาวน้อยคนนี้หยิบดาบไม้ขึ้นมาสู้กับพวกเราด้วยล่ะ ” อาเทมหัวเราะ จอมเวทย์คนอื่นๆก็พากันหัวเราะงอหาย
“ พี่สาวเวโรนิก้ารอครู่หนึ่งนะเดี๋ยวฉันจะรีบจัดการให้เสร็จทันที ” เดซี่พูดขึ้น
เวโรนิก้ารู้ว่าตอนนี้ตัวเธอยังแข็งแกร่งไม่พอที่จะต่อกรกับเหล่าจอมเวทย์ได้ เธอจึงเดินออกให้ห่างจากตรงนี้
อาเทมมองดูเวโรนิก้าที่กำลังเดินหนีจึงสั่งให้ลูกน้องไปจับตัวเธอมา แต่เดซี่ไม่ยอมให้ทำแบบนั้นเธอจึงพุ่งเข้าใส่เหล่าจอมเวทย์ทันที
“ จัดการเธอซะ ” อาเทมสั่งลูกน้องทันที
เพียงแต่น่าเสียดายที่ภาพอันสวยหรูไม่ได้เป็ดั่งใจของอาเทม เพราะไม่กี่นาทีลูกน้องจอมเวทย์กว่าสิบคนถูกเดซี่อัดจนลองไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
อาเทมและชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก็ประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวที่อายุน้อยจะแข็งแกร่งขนาดนี้
อาเทมเหงื่อตกเพราะเขารู้ดีว่าจอมเวทย์ที่เขาพามาด้วยส่วนมากเป็ถึงจอมเวทย์ระดับCเลยทีเดียว คนปกติไม่สามารถชนะพวกนี้ได้ง่ายๆแบบนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าเดซี่แข็งแกร่งเหมือนกับที่เธอพูดมาจริงๆ
“ แม้งเอ้ยพวกสวะแค่ผู้หญิงคนเดียวยังเอาชนะไม่ได้ ” อาเทมะโอย่างเดือดดาล แต่ตัวเองกลับหันหลังวิ่งหนีทิ้งลูกน้องที่หมดสภาพอย่างไม่ใยดี
เพียงแต่ความเร็วของจอมเวทย์ระดับCจะหนีเดซี่ทันได้อย่างไร เพียงไม่กี่วิเดซี่ก็โผล่มาอยู่ด้านหลังของอาเทมและใช่หมัดต่อยเข้าไปที่หน้าของอาเทมจนล้มคว่ำ
“ คิดว่าจะหนีจากฉันคนนี้ได้งั้นหรอ ” เดซี่เหยียดหยาม
อาเทมเงยหน้าขึ้นมามองเดซี่ด้วยแววตาเกรี้ยวกราดและโเี้
“ แกจะต้องถูกกิลด์แสงอาทิตย์ไล่ล่าจนตาย ฉันจะฉีกเนื้อของแกไปให้พวกแมลงกิน ” อาเทมะโอย่างเกรี้ยวกราด
เดซี่เตะร่างของอาเทมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด จนอาเทมกระอักเืคำโต
อาเทมมองเดซี่ด้วยความหวาดกลัวเขาไม่คิดเลยว่าพละกำลังของผู้หญิงคนนี้จะมีมากขนาดนี้
เดซี่ปัดฝุ่นที่มือก่อนที่จะเดินไปหาเวโรนิก้าและจากไปทันที
หลังจากที่ไลท์กลับมาที่เมืองไบซันเขาก็มุ่งหน้าไปร้านค้าของคุณยายมากาเร็ต
คุณยายมากาเร็ตเงยหน้าขึ้นมามองไลท์ด้วยความประหลาดใจ
“ นี้เธอกลับมาทำไมหรือว่าเธอจะมายกเลิกภารกิจงั้นหรอ ” คุณยายมากาเร็ตถามขึ้น
ไลท์หัวเราะและพูดขึ้นว่า “ ผมไปที่ถ้ำของกิ้งก่าเพลิงและเก็บแร่มนตรามามาแล้ว ”
ไลท์หยิบแร่มนตราธาตุไฟออกมาห้าก้อนพร้อมกับศพของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงให้คุณยายมากาเร็ตดู
“ แร่มนตราระดับกลาง!! เธอแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี้ย! ” คุณยายมากาเร็ตถามด้วยความอึ้ง
“ ในเมื่อเธอเอาสิ่งของที่ฉัน้ามาให้แล้วฉันก็ควรไปนำของสิ่งนั้นมาให้กับเธอ ” คุณยายมากาเร็ตเดินเข้าไปหลังร้านก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับกล่องคริสตัล
ไลท์เปิดดูเพิ่อเช็คของก่อนที่จะเก็บไว้ในแหวนมิติ
“ เธออยากเข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์ไหม? ”คุณยายมากาเร็ตถามขึ้น
ไลท์ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ ผมไม่ชอบที่จะรับคำสั่งจากใคร ผมชอบชีวิตอิสระแบบนี้มากกว่า ”
“ งั้นหรอ..ฉันเข้าใจแล้ว ฉันขอแนะนำตัวเองก่อนแล้วกัน ฉันมากาเร็ตเป็จอมเวทย์ผู้ตรวจการของสภาจอมเวทย์และมีหน้าที่ที่คอยหาเด็กรุ่นใหม่ที่มีอนาคตเข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์ ” คุณยายมากาเร็ตแนะนำตัว
“ ผมไลท์นักผจญภัยระดับA ” ไลท์แนะนำตัว
“ น่าเสียดายที่เธอไม่เข้าร่วมกับสภาจอมเวทย์แต่ถึงอย่างไรฉันขอให้เธอประสบความสำเร็จในอนาคตนะไลท์ ” คุณยายมากาเร็ตอวยพร
“ ขอบคุณครับ ” ไลท์ยิ้มและเดินออกจากร้านไป
ไลท์มุ่งหน้าไปยังภัตตาคารลอยฟ้าที่เดซี่และเวโรนิก้าอยู่
“ เป็ไงมั้งทั้งสองคน ” ไลท์ถามด้วยความอยากรู้
หลังจากนั้นเดซี่ก็เป็คนเล่าเื่โดยที่มีเวโรนิก้าคอยเสริม
“ ฉันเข้าใจแล้วและดูเหมือนว่าพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วย ” ไลท์พูดขึ้นเพราะเขาััได้ว่ามีกลุ่มของจอมเวทย์มากกว่าสามสิบคนที่กำลังมุ่งมาทางภัตตาคารลอยฟ้า
เดซี่จึงลองใช้จิตััก็พบว่าเป็อย่างที่ไลท์พูดมา
“ หัวหน้าเราจะเอาไงต่อ? ” เวโรนิก้าถามขึ้น ตอนนี้เธออยากแข็งแกร่งขึ้นและสามารถต่อสู้ร่วมกับทุกคนได้
“ เดซี่เธอคิดว่าจะจัดการทั้งหมดไหวไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
เดซี่ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบว่า “ ฉันสามารถจัดการกับจอมเวทย์ได้ทั้งหมดยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฉันไม่มั่นใจ ”
จอมเวทย์เพียงคนเดียวที่เดซี่พูดถึงก็คือคนที่มีออร่าแข็งแกร่งที่สุดซึ่งความแข็งแกร่งก็น่าจะเทียบเท่ากับจอมเวทย์ระดับA
“ คนนั้นเธอไม่ต้องเป็ห่วงเดี๋ยวฉันจะเป็คนจัดการเอง ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นก็สบายมาก ” เดซี่ตอบรับด้วยความมั่นใจ
ขณะที่ไลท์และคนอื่นๆกำลังรอให้จอมเวทย์กิลด์แสงอาทิตย์บุกเข้ามาพวกเขาก็ต้องประหลาดใจว่าจอมเวทย์เ่าั้ทำเพียงแค่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเท่านั้น
“ ในเมื่อพวกมันไม่เข้ามางั้นพวกเราออกไปหาพวกมันกันเถอะ ” ไลท์แสยะยิ้ม