่เวลานี้การจราจรค่อนข้างที่จะหนาแน่น จูหงเฟยจึงวิ่งเข้าใกล้รถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรทั้ง 2 คนเข้าไปเรื่อยๆ โดยที่มีรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ของตำรวจตามมาข้างหลังของเขาอีกที
"เฮ้ย..!!! สี่แยกข้างหน้าพวกตำรวจตั้งด่านสกัดจับพวกเราแล้ว หนีเข้าไปในซอยตามแผนเร็ว" โจรคนที่นั่งซ้อนท้ายะโบอกโจรคนที่ขับรถอยู่ด้วยเสียงอันดัง
จากนั้นพวกโจรก็รีบเลี้ยวรถมอเตอร์ไซค์ขับเข้าไปในซอยเล็กๆข้างทางในทันที
"ฮึ่ม..!!!! ไอ้พวกโจรงี่เง่า.. ยิ่งเข้าไปในซอยแคบๆ ฉันก็ยิ่งคล่องตัวมากกว่าพวกแก แถมฉันยังเพิ่มความเร็วได้มากกว่าเดิมอีกด้วยเฟ้ย..!!!" จูหงเฟยะโไปหาโจรทั้ง 2 คนนั้น แต่พวกโจรมันก็ไม่ได้ยิน จูหงเฟยจึงต้องก้มหน้าก้มตาวิ่งตามเข้าไปในซอยต่อไป
"เ้าหนูนักวิ่ง..หยุดเดี๋ยวนี้..นี่เป็คำสั่ง อย่าตามพวกโจรเข้าไปในซอย..มันอันตราย หยุดเดี๋ยวนี้..นี่เป็คำสั่ง" เสียงตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงไปถึงจูหงเฟย
"ไม่หยุด..ยังไงก็ไม่หยุดครับ.. คุณตำรวจต้องบอกให้พวกโจรมันหยุดสิครับ จะมาบอกให้ผมหยุดทำไม..ผมไม่ใช่โจรนะ" จูหงเฟยหันไปะโบอกกับตำรวจที่ตามมาด้านหลังอย่างอารมณ์เสีย
ตำรวจชะงักไป..แล้วคิดในใจ "เอ้อ..ก็จริง เ้าหนูนี่ไม่ใช่โจรเสียหน่อย จะบอกให้เขาหยุดทำไม ต้องบอกให้พวกโจรมันหยุดสิถึงจะถูก"
"โจรกระชากสร้อยทั้ง 2 คน หยุดเดี๋ยวนี้..ทางตำรวจได้ตั้งด่านปิดล้อมพื้นที่เอาไว้หมดแล้ว หยุดรถแล้วยอมให้จับซะดีๆ..!!!" ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงไปถึงโจรทั้ง 2 คน
แต่พวกโจรทั้ง 2 คนนั้นมันตอบกลับตำรวจด้วยเสียงการเบิ้ลเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ แล้วเร่งความเร็วขึ้นไปอีก
ซอยที่พวกโจรเลี้ยวรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปนั้นเป็ซอยเล็กๆแคบๆ รถยนต์สวนกันไม่ได้ เป็ซอยวันเวย์ที่เดินรถทางเดียว รวมถึงมีกองข้าวของกองระเกะระกะอยู่เต็มไปหมดทั้ง 2 ข้างทาง
โจรคนที่ซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มันได้เตรียมไม้ที่มีความยาวประมาณ 1.50 เมตร ติดรถมาด้วย พอพวกมันขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านกองข้าวของเ่าั้ โจรคนที่ซ้อนท้ายมันก็ใช้ไม้ฟาดเข้าไปที่กองข้าวของทั้ง 2 ข้างทางจนข้าวของมากมายล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเต็มพื้นถนนในซอยเป็่ๆไปหมด
"เหอะ..แค่นี้กระจอก ขวางทางฉันไม่ได้หรอกเฟ้ย" จูหงเฟยพูดออกมาแล้วเขาก็วิ่งไปพร้อมกับะโหลบสิ่งกีดขวางไปอย่างต่อเนื่อง บางครั้งจูหงเฟยก็ถึงกับวิ่งเฉียงไต่ขึ้นไปตามข้างกำแพง เหมือนกับในหนังของลุงแจ็กกี้ ชาน
แต่ระยะของจูหงเฟยกับพวกโจรกระชากสร้อยก็เริ่มห่างกันออกไปทีละนิดแล้ว ส่วนรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ของทางตำรวจนั้นไม่ต้องพูดถึง แทบที่จะขยับไล่ตามรถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรเข้าไปในซอยที่มีสิ่งของขวางทางเกะกะเต็มไปหมดไม่ได้เลย
"ฮึ่ม..!!! ถ้าอย่างนี้พวกโจรมันหนีไปได้แน่ จะทำยังไงดีนะ" จูหงเฟยคิดในใจ แล้วสายตาของจูหงเฟยก็มองเห็นขวดน้ำพลาสติกที่ยังไม่ได้เปิดดื่มตกอยู่บนพื้นถนนในซอยตรงเบื้องหน้าของเขา
"ฮ่าๆๆ.. ฮ่าๆๆ.. รอดยากแน่พวกแก เอานี่ไปกิน..!!!"
จูหงเฟยวิ่งไปเก็บขวดน้ำเปล่าแล้วขว้างเต็มแรง โดยเล็งไปที่แผ่นหลังของโจรคนที่นั่งซ้อนท้ายอยู่
เฟี้ยว...!!!! ขวดน้ำเปล่าไม่ถูกเป้าหมายที่จูหงเฟยเล็งเอาไว้ แต่ก็ใกล้พอที่จะพุ่งเฉี่ยวข้างใบหูของพวกโจรทั้ง 2 คนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้พวกมันใจนรถเกือบคว่ำ เพราะเรี่ยวแรงแขนของจูหงเฟยนั้นมันไม่ใช่ปรกติเหมือนกับคนธรรมดาทั่วๆไป
"เหอะ..ไม่โดนเหรอ งั้นต้องเจอเป็ชุด" จูหงเฟยคิดในใจ จากนั้นจูหงเฟยก็วิ่งไป..แล้วหยิบของที่หล่นกระจัดกระจายบนพื้นถนนในซอย ขว้างใส่พวกโจรทั้ง 2 คนไปตลอดทาง
สิ่งของที่จูหงเฟยขว้างเข้าใส่พวกโจรนั้นมีสารพัดสรรพสิ่งมีทั้งไม้แขวนเสื้อ,ทั้งกระป๋องสีสเปย์,ทั้งแก้วน้ำ,ทั้งกระถางต้นไม้เล็กๆ,ทั้งกะทะ,ทั้งจานชาม,ทั้งหม้อหุงข้าวเก่าๆ,ทั้งวิทยุเก่าๆ..9ฯ9..
จนกระทั่ง ปึก...!!!!! ลูกเทนนิสเก่าๆลูกหนึ่งถูกจูหงเฟยขว้างเข้าไปโดนศีรษะด้านหลังของโจรคนที่ซ้อนท้ายเข้าอย่างจัง จนมันถึงกับมึนแล้วหมดสติลงไปในทันที
เมื่อโจรคนที่ซ้อนท้ายหมดสติลงไปแล้วและกำลังจะเอียงตัวล้มลงไปในท่านั่ง นั่นจึงทำให้รถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรเสียหลักและเสียการควบคุมแล้วจึงล้มคว่ำแฉลบไปกับพื้นถนนในซอยนั้นทันที และกว่าจะหยุดลงได้ก็แฉลบไปเป็ระยะทางกว่า 15 เมตร แถมยังกระแทกเข้ากับกำแพงบ้านข้างถนนในซอยอย่างแรงจนเสียงดังสนั่นอีก
จูหงเฟยหยุดวิ่ง..เขาเอาฝ่ามือขึ้นมาปิดตาไว้ แล้วค่อยๆเเง้มนิ้วมือออกดูทีละนิ้วว่าพวกโจรกระซากสร้อยทั้ง 2 คน ยังครบ 32 ประการอยู่หรือไม่ ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
แต่พอจูหงเฟยเห็นโจรที่เป็คนขับรถมอเตอร์ไซค์ลุกขึ้นมาทำหน้างงๆแล้วก็ล้มพับลงไปอีกครั้ง จูหงเฟยก็คิดในใจว่า "เอาเถอะ..ยังไงไอ้คนขับมันก็รอดมาครบ 32 ประการ ส่วนไอ้คนซ้อนท้ายเดี๋ยวค่อยลองเอาไม้ไปเขี่ยๆดูว่ามันตายแล้วหรือยัง"
แล้วตำรวจก็ตามมาทัน พวกเขาทำการปฐมพยาบาลให้กับพวกโจรทั้ง 2 คน ซึ่งก็แค่สลบลงไปจนฟื้นคินสติขึ้นมา รวมถึงมีาแถลอกตามแขนขาไปบางส่วน จากนั้นตำรวจก็พาพวกโจรไปโรงพักและแน่นอนตัวของจูหงเฟยเองก็ถูกตำรวจพาตัวไปโรงพักด้วย
เมื่อมาถึงโรงพักพวกโจรก็ถูกนำตัวไปขังไว้ในตะราง ส่วนจูหงเฟยก็โดนตำรวจทั้งชมเชยและทั้งอบรมสั่งสอนจากการกระทำที่ห่ามๆในครั้งนี้ไป 1 ยก จากนั้นตำรวจจึงเรียกผู้ปกครองให้มารับตัวจูหงเฟยกลับ และในครั้งนี้แม่ของจูหงเฟยเป็คนที่มารับจูหงเฟยด้วยตัวเอง จูหงเฟยจึงโดนเเม่ของเขาด่าไปอีก 1 ยกพร้อมกับบิดหูไปตลอดการเดินทางกลับห้องคอนโด จนจูหงเฟยถึงกับสมองตื้อหมุนติ้วๆไปหมด
เย็นวันนั้นจูหงเฟยไม่ได้ทำการฝึกใดๆทั้งสิ้น เพราะตอนนี้จูหงเฟยถูกแม่ของเขาลงโทษให้คัดลอกหนังสือสมบัติผู้ดี ซึ่งมีความหนาถึง 27 หน้ามา 3 จบ เพราะแม่ของจูหงเฟยรู้ดีว่าร่างกายของจูหงเฟยนั้นทนทานและแข็งแกร่งมาก จะตีจะทำโทษยังไงจูหงเฟยก็คงไม่เจ็บไม่ปวด จึงต้องลงโทษโดยวิธีนี้
หัวค่ำวันนั้นข่าวออนไลน์ในโลกโซเซี่ยลต่างก็ลงคลิปวีดีโอของจูหงเฟยที่กำลังวิ่งไป-ะโเหยียบรถไป-ะโข้ามรถไป เพื่อไล่ตามจับคนร้ายกระชากสร้อยที่ใช้มอเตอร์ไซค์ในการหลบหนีเป็ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร ด้วยแรงะโและความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ จนภาพตัดหายไปในขณะที่จูหงเฟยกำลังวิ่งเข้าไปในซอย
คลิปวีดีโอเื่ของจูหงเฟยในครั้งนี้ต่างก็มีมาจากหลากหลายมุมกล้อง เนื่องจากผู้คนที่ขับรถบนถนนและทั้ง 2 ข้างทาง ต่างก็พากันถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้มากมายหลายคน
จนจูหงเฟยได้รับฉายาในคลิปวีดีโอว่า *เ้าหนูนักวิ่งลมกลดจอมอึด*
"เฮ้อ..คัดลอกไอ้เ้าหนังสือสมบัติผู้ดีนี่ได้ 1 จบแล้ว นอนก่อนดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยคัดลอกต่อ"
"เอ๋..ว่าแต่วันนี้เราลืมอะไรไปหว่า..เหมือนจะลืมอะไรไปจริงๆ แต่ช่างเถอะ..พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ นอนดีกว่า" แล้วจูหงเฟยก็หลับไปในทันทีเมื่อหัวถึงหมอนตามปรกติของเขา..