ภายในห้องโถงเงียบสงัดลงไปในทันทีหลังจากที่ไป๋ชิงเปล่าทักทายขึ้นและแนะนำตัว จนเวลาได้ผ่านไปนานพอสมควรจึงเกิดเสียงฮือฮาของเหล่าผู้าุโดังขึ้น
"ทะ ท่านเซียนในป่าเทวะทมิฬ! " ผู้าุโทุกคนร้องขึ้นด้วยความใ
" ท่านพูดจริงๆ หรือท่านประมุข " ผู้าุโ 1 กล่าวขึ้น
" ข้าจะไปโกหกพวกนั้นทำไมกัน " ฉีิกล่าวออกไปด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะพูดตัดบทขึ้นว่า
" เอาล่ะที่ข้าเรียกพวกท่านมาข้ามีเื่จะพูดกับพวกท่านเพียงเท่านี้ เลิกประชุมได้ "
เมื่อพูดจบก็ได้หันมาพูดกับร่างบางว่า
" ชิงเอ๋อ เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปพักผ่อนที่เรือนของข้า ก่อนที่ข้าจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ " ร่างสูงพูด
" ทะ ทำไมข้าต้องไปพักอยู่ที่เรือนของท่านด้วย ทะที่นี่ไม่มีเรือนรับรองแขกหรือยังไงกัน "
ผมพูดออกไปอย่างตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย
ฉีิที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มในความเขินอายของร่างบาง
" ก็เ้าเป็แขกของข้าข้าก็ต้องดูแลเ้าให้ดีสิ "
ฉีิพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนโดยไม่ได้สนใจสายตาของเหล่าผู้าุโที่อยู่ตรงนั้นด้วยแม้แต่น้อย
นั่นสร้างความใให้กับเหล่าผู้าุโเป็อย่างมาก
" นี่ใช่ท่านประมุขของพวกข้าจริงๆ ใช่หรือไม่" ทุกคนให้ที่นั้นต่างคิดขึ้นพร้อมกันในใจด้วยความตกตะลึง และทุกคนต่างคิดตรงกันว่าบุรุษร่างบางตรงหน้านี้คงจะเป็ว่าที่พระชายาเป็แน่
ก่อนที่จะมีเสียงของฉีิ เรียกท่านผู้าุโขึ้นมาว่า
" ท่านผู้าุโสูงสุด เด็กสองคนนี้มีพลังหยินและพลังธาตุหยางอยู่ในตัว ถือเป็พลังธาตุที่หายาก มอบหมายให้ท่านดูแลเด็กทั้งสองคนนี้จะได้หรือไม่ "
" พลังธาตุหยินหยาง! " ผู้าุโสูงสุดร้องขึ้นอย่างใ
วันนี้มันเป็วันอะไรกันถึงได้ทำให้คนแก่อย่างข้าต้องใแล้วใอีก จนตอนนี้หัวใจข้าจะวายอยู่แล้ว ผู้าุโสูงสุดบนพึมพำขึ้นมาในใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับความคิดของผู้าุโทั้งหมดที่อยู่ในห้องโถงนี้ด้วยเช่นเดียวกัน วันนี้ต่างได้รับรู้เื่ที่น่าใหลายๆ เื่ในเวลาไล่เลี่ยกันจนผู้าุโบางคนถึงกับเอามือกุมหน้าอก
" ว่าอย่างไรผู้าุโสูงสุดท่านพอจะเป็ธุระให้ข้าได้หรือไม่ " ฉีิถามขึ้นย้ำอีก
" ได้ขอรับท่านประมุข ผู้เฒ่าผู้นี้จะดูแลและฝึกฝนเด็กน้อยทั้งสองคนนี้เองท่านประมุขไม่ต้องเป็ห่วง "
" ได้ยินเช่นนี้ข้าก็วางใจ " ฉีิพูด
แล้วจึงหันไปพูดกับร่างบางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
" ถ้าอย่างนั้นชิงเอ๋อ พวกเราไปกันเถอะข้าจะพาเ้าไปพักผ่อน "
" จะไปก็พาไปสิ " ผมพูดขึ้นด้วยความเขิน ตาบ้านิจะมาพูดเสียง 3 เสียง 4 กับเราทำไมกัน
เมื่อฉีิได้มาส่งร่างบางที่เรือนพักของตนแล้วจึงได้แยกตัวออกไปเพื่อจะเดินทางไปวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้
ซึ่งก่อนไปร่างสูง้าที่จะให้บ่าวรับใช้เข้ามารับใช้ร่างบางแต่ร่างบางปฏิเสธเขาจึงยอมตามใจ แต่เขาก็ยังให้บ่าวประจำอยู่ที่เรือนของเขาเพื่อคอยรับใช้ร่างบางหากร่างบาง้า
เมื่อผมมาถึงเรือนรับรอง จึงได้เดินสำรวจไปยังที่ต่างๆ ภายในเรือน จนได้เดินเข้าไปในสวนแห่งหนึ่ง คล้ายๆ สวนป่าขนาดเล็ก มีการสร้างน้ำตกจำลองไว้ด้วยและรอบๆ บริเวณน้ำตกก็มีต้นผลไม้ปลูกอยู่มากมาย มีทั้ง องุ่น เงาะแอปเปิ้ล ส้ม ขนาดมะม่วงก็ยังมี แต่ไม่มีผู้ใดมาเก็บกินเลยสักนิด ด้วยความสงสัยจึงได้ร้องถามบ่าวที่อยู่ใกล้ๆ ว่า
" สวนนี้คือของผู้ใดรึ " ผมถามออกไป
"สวนนี้เป็ของท่านประมุขเ้าค่ะ มันประมุขได้ปลูกเอาไว้ทำเป็สวนส่วนตัวเอาไว้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนต้นไม้ประดับเหล่านี้ท่านประมุขเป็คนเลือกมาปลูกเองกับมือเลยเ้าค่ะ"
" นั่นรึต้นไม้ประดับ? " ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมกับชี้มือไปทางต้นผลไม้ต่างๆ
" ใช่เ้าค่ะ นั่นคือต้นไม้ประดับที่ท่านประมุขนำมาปลูกเ้าค่ะ "
" What! " ผมถึงกับอุทานขึ้นในใจ พร้อมกับบ่นในใจว่า
" อีตาท่านอ๋องนี่เอาผลไม้มาทำเป็ไม้ประดับมันน่าเสียดายเกินไปแล้วมีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นกลับไม่รู้จักเก็บกิน "
และด้วยความหงุดหงิดปนกับความหิวผมจึงเดินเข้าไปเด็ดองุ่นมา 1 พวงก่อนที่จะยัดเข้าปากตัวเองเพื่อระบายอารมณ์
" ในเมื่อเอามาปลูกแล้วไม่กินงั้นข้ากินเองก็ได้ ชิเสียดายของ " เื่บางพูดไปพลางยัดผลไม้เข้าไปในปากก่อนจะเคี้ยวแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์
" งึ่มๆๆๆ งึ่มๆๆๆ "
การกระทำของคนร่างบางทำให้บ่าวที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันใเป็อย่างมากที่อยู่ๆ ว่าที่พระชายา? ก็ได้นำลูกวัชพืชเ่าั้เข้าปากโดยไม่กลัวว่ามันจะมีพิษเลยแม้แต่น้อย ได้พากันร้องะโห้ามเสียงดังว่า
" ว่าที่พระชายา ไม่ได้นะเ้าคะ คายออกมาเ้าค่ะเดี๋ยวมันมีพิษ! "
ร่างบางที่กำลังเคี้ยวองุ่นอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงะโ
" หือ ว่าที่พระชายา! เอ๊ะ! ข้าไปเป็ว่าที่พระชายาั้แ่เมื่อไหร่กัน "
ผมร้องถามออกไปเสียงหลงด้วยความใ แต่ภายในใจนั้น..
อะไรกันอยู่ๆ มาเรียกกันว่า ว่าที่รักชายา บ๊าาเขินเหมือนกันนะเนี่ย หึถึงอีตาอ๋องนั่นจะรูปร่างหน้าตาดี หุ่นใช้ได้ มีชาติตระกูลสูง ก็เถอะ ถ้าในใจอ่อนให้ง่ายๆ หรอกชิ
คิดแล้วก็ดึงองุ่นพวงต่อไปมายัดเข้าปากแก้เขินทันทีไม่ได้สนใจเสียงร้องห้ามของบ่าวที่อยู่ใกล้ๆ เลยแม้แต่น้อย
ทางฝั่งวังหลวงในห้องทรงอักษร
" เสด็จพี่เรียกข้ากลับเข้าวังมีเื่อันใดหรือพะยะค่ะ "
เมื่อมาถึงฉีิก็ได้เอ่ยถามฮ่องเต้ขึ้นมาในทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ต้องห่างจากร่างบาง
" ถ้าข้าไม่เรียกเ้าเข้ามาเ้าก็จะไม่มาหาข้าเลยงั้นรึน้องรอง"
ฮ่องเต้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีท่าทีน้อยใจ
" ท่านไม่ต้องเเสร้งทำเป็น้อยใจข้า ท่าทางแบบนี้มันไม่เข้ากันกับท่านเลยสักนิด "
ฉีิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอา
" เอาล่ะข้าไม่แกล้งแล้ว ข้าแค่อยากจะถามเื่เกี่ยวกับเซียนในป่าเทวะทมิฬ " ฮ่องเต้กล่าวขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
" แล้วเหตุใดท่านจึงมาถามข้า " ฉีิถามออกไป
" เพราะข้าบังเอิญรู้มาว่ามีใครบางคนที่ได้ไปบังเอิญเจอกับบุรุษร่างบางสวมหน้ากากที่ออกมาจากป่าเทวะทมิฬ และยังได้พาเข้าไปในสำนักดาราทมิฬอีกด้วยอีกทั้งยังให้เข้าพักในเรือนพักส่วนตัว ข้าจึงสงสัยว่าคนๆ นั้นอาจจะเป็ท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬก็ได้ "
ฮ่องเต้พูดขึ้นทางชำเลืองสายตาไปมองน้องชายร่วมมารดาของตนเองด้วยสายตาที่แฝงความเ้าเล่ห์
" ในเมื่อท่านรู้เื่อยู่แล้วเหตุใดถึงมาถามข้า " ฉีิตอบออกไปเสียงเรียบ
" คนผู้นั้นเป็ใครรึใช่ว่าที่น้องสะใภ้ข้าหรือเปล่า "
ฮ่องเต้ถามน้องชายร่วมมารดาด้วยอาการหยอกล้อ
" ข้าไม่จำเป็ต้องตอบคำถามท่าน ที่ท่านเรียกข้าเข้าวังเพื่อที่จะพูดกับข้าเพียงเท่านี้น่ะหรือ " ฉีิถามขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย
" ยังมีอีกเื่เื่ลูกไม้ที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬ สามารถกินได้ด้วยงั้นรึ " ฮ่องเต้
" กินได้ " ท่านอ๋อง
" เ้ารู้ได้ยังไง " ฮ่องเต้
"ชิงเอ๋อบอก " ท่านอ๋อง
" ใครคือชิงเอ๋อ " ฮ่องเต้
" ไม่ใช่เื่ของท่าน " ท่านอ๋อง
" แล้วมีอะไรที่มันกินได้บ้าง " ฮ่องเต้
" ข้าไม่รู้ " ท่านอ๋อง
" เ้าไม่รู้แล้วใครรู้ " ฮ่องเต้
" ชิงเอ๋อรู้ " ท่านอ๋อง
" แล้วสรุปใครคือชิงเอ๋อ " ฮ่องเต้
"..........……....." ท่านอ๋อง
การถามคำตอบคำของทั้งสองพี่น้องที่สนทนากันทำให้องครักษ์เงาที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นต่างพากันกุมขมับด้วยความปวดหัว พวกท่านคุยอะไรของพวกท่านกัน ทุกคนต่างคิดในใจ
" เฮ้ยย ข้าคุยกับเ้าแล้วน่าปวดหัวจริงๆ " ฮ่องเต้พูดขึ้นยังหมดอารมณ์
" ทำอย่างกับข้าไม่ปวดหัวเวลาคุยกับท่าน " ฉีิพูดขึ้นเช่นกัน
" แล้วสรุปชิงเอ๋อของเ้าคือใครใช่คนนี้เ้าพาเข้าสำนักด้วยหรือเปล่า " ฮ่องเต้ยังคงถามต่อ
" ท่านจะอยากรู้ไปทำไม " ฉีิถามขึ้นเสียงเรียบ
" ก็ถ้าเขาสามารถรู้ได้ว่าลูกวัชพืชชนิดใดที่กินได้และไม่มีพิษข้าก็อยากพบเขาสักครั้งหรือข้าจะเรียกเขาเข้าพบดี "
" ข้าไม่ให้พบ " ฉีิพูดปฏิเสธขึ้นเสียงเย็นทันทีพร้อมกับจ้องไปที่ฮ่องเต้ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม จนฮ่องเต้ถึงกับสะดุ้ง
" นี้เ้า ข้าเป็พี่ชายเ้านะอย่าจ้องข้าแบบนี้สิ " ฮ่องเต้พูดขึ้นพร้อมทำท่าทีหวาดเสียว
" เื่ของลูกวัชพืชพวกนั้นข้าจะเป็คนจัดการเอง สิ่งที่ท่านต้องจัดการก็คือเื่ของพรรคมารที่กำลังจัดตั้งกองกำลังเพื่อเข้าบุกยึดทั้ง 5 แคว้น "
" พรรคมารงั้นหรือ" ฮ่องเต้พูดขึ้นอย่างใ
" ใช่ และยังได้มีคนจากตระกูลใหญ่บางตระกูลในแต่ละแคว้นเข้าร่วมกับพรรคมาร แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็ตระกูลใดบ้าง แต่ที่ทราบแน่ชัดแล้วแต่ยังไม่มีหลักฐานก็คือตระกูลเฟย " ฉีิ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"แล้วท่านคงได้ยินข่าวเื่การถ้าล้างตระกูลของตระกูลสุ่ยแห่งแคว้นอี้แล้วใช่หรือไม่ นั่นคือฝีมือของพวกพรรคมาร" ฉีิพูดอีก
" ตระกูลเฟยงั้นหรือ เื่นี้เดี๋ยวข้าจะตรวจสอบด้วยตัวเองว่าแต่เ้ารู้ได้ยังไงว่าพรรคมารกำลังจะตั้งกำลังพลและการฆ่าล้างตระกูลสุ่ยเป็ฝีมือของพรรคมาร " ฮ่องเต้เอ่ยถามขึ้น
ฉีิ จึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เขาได้เจอกับแม่นางสุ่ยหนิงเซียนและลูกให้ฮ่องเต้ฟัง
" ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถรักษาพิษมารได้ แสดงว่าคนผู้นั้นคือท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬจริงๆ สินะ "
ฮ่องเต้พูดขึ้นด้วยความตะลึงหลังจากได้ฟังเื่นั้นจบ
" ชิงเอ๋อของข้าเก่งอยู่แล้ว" ฉีิพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก อย่างลืมตัว เขามักจะเป็อย่างนี้ทุกครั้งเมื่อได้พูดหรือคิดถึงร่างบาง
แต่มีหรือเสียงพึมพำนั้นห้องเต้จะไม่ได้ยิน
" อะไรนะ ชิงเออร์ของเ้า คนผู้นั้นคงจะเป็น้องสะใภ้ข้าจริงๆ แล้วสินะข้าจะมีน้องสะใภ้กับเขาแล้วสินะ555"
ฮ่องเต้พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับหัวเราะออกมาจนฉีิพูดขึ้นอย่างรำคาญว่า
"ในเมื่อหมดธุระของข้าแล้วงั้นข้าขอตัวไม่มีเหตุจำเป็ไม่ต้องเรียกข้า "
พูดจบก็ทะยานออกไปทันทีเลยไม่ได้อยู่ฟังคำพูดพร่ำเพ้อของฮ่องเต้สักนิด
"พวกเ้าได้ยินหรือไม่ พวกเ้าเห็นหรือไม่ น้องของข้ากำลังมีความรักเเล้วล่ะ5555 ข้าก็กำลังจะมีน้องสะใภ้แล้วเช่นกัน "
ฉู่ไท่หลงพูดขึ้นกับองครักษ์เงาที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะวิ่งไปที่ตำหนักฮองเฮาพร้อมร้องะโว่า
" น้องหญิงพวกเรากำลังจะมีน้องสะใภ้แล้ว"