“ฉันแค่เป็ห่วงหรอกค่ะ อีกอย่างว่าที่พี่เขยก็ดูเป็คนซื่อ ๆ และจิตใจดีเอามาก ๆ ฉันกลัวเขาโดนผู้หญิงคนนั้นหลอกเอา” เหลียนลี่อินสาธยายความดีของหนิงเต๋อออกมาด้วยใบหน้าเขินอายจนเหลียนหวังฟางสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
‘มาบอกเื่ของหนิงเต๋อและจิ้งซินซินกับเราเพราะเป็ห่วง หรือเพราะจะให้เราไปโวยวายพวกนั้นแทนเ้ากันแน่นะสาวน้อย’ร่างบางคิดในใจอย่างคาดเดาด้วยความสนุกสนาน
“เขาดีขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่าเขาก็ดูธรรมดานะ” เหลียนหวังฟางเอ่ยกับน้องสาวเสียงเรียบ
“มาตรฐานของพี่มีปัญหาแล้ว คุณชายหนิงดูดีออกจะตายไปค่ะ ถ้าฉันเป็คู่หมั้นของเขานะ ฉันจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นได้เข้าใกล้เขาแน่ ๆ” เหลียนลี่อินพลั้งปากออกมาอย่างง่ายดาย
“ขี้หวงขนาดนั้นเชียว” เหลียนหวังฟางเอ่ยเย้าอีกฝ่าย
“ฉันขี้หวงมากค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าฉันชอบว่าที่พี่เขยแล้วอยากจะแย่งคู่หมั้นพี่สาวนะคะ ฉันแค่สมมุติว่าถ้าฉันเป็พี่เท่านั้น อย่าเข้าใจผิดเชียว” เหลียนลี่อินรีบแก้ตัวกับอีกฝ่ายทันทีที่รู้สึกตัวว่าตนเองเผลอพูดอะไรแปลก ๆ ออกไป
ความจริงแล้วความสามารถพิเศษตามชาติกำเนิดของฟางหรงมีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ กลิ่นอายรอบตัวของเธอนั้น บางครั้งก็ส่งผลให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ กับเธอบางคน เผลอพลั้งปากเอ่ยบางอย่างที่เป็ความลับที่อยู่ในใจออกมาโดยไม่รู้ตัวได้
ซึ่งในตอนนั้นที่เหลียนหวังฟางเจอหนิงเต๋อกับจิ้งซินซิน หนิงเต๋อเองก็ได้รับผลกระทบคล้าย ๆ กับเหลียนลี่อินในตอนนี้เช่นกัน แต่เขานั้นไม่ได้แสดงออกมาผ่านคำพูด แต่แสดงออกมาผ่านการกระทำที่ลุกลี้ลุกลนเหมือนคนเพิ่งทำความผิดมาเสียมากกว่า
“ฉันไม่คิดมากเื่นี้หรอก เพราะถ้าเธอชอบเขาจริง ๆ หรือพวกเธอทั้งสองคนรักกัน ฉันเองก็คงจะหลีกทางให้กับเธอเหมือนที่เคยได้บอกเธอก่อนหน้านี้นั่นแหละ”เหลียนหวังฟางเอ่ยชี้โพรงให้กระรอก
“พี่สาวไม่รักเขาแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักนิดเลยเหรอคะ แบบนั้นก็น่าสงสารคุณชายหนิงเขาเหมือนกันนะคะ” เหลียนลี่อินถามพี่สาวของตนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แต่ดวงตาของเธอกลับเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัด
“แน่นอน เราแค่โตมาด้วยกันและเจอกันบ้างเท่านั้น ถ้าเรารู้สึกอะไรกันจริง ๆ เธอจะเห็นเขาไปเดินควงกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่สาวเธอได้ยังไง” เธอเอ่ยขึ้นอย่างสบาย ๆ
“แบบนี้นี่เองสินะคะ ฉันเข้าใจพี่ค่ะ แล้วก็เคารพการตัดสินใจของพี่ทุกเื่นะคะ” เหลียนลี่อินเอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจ แต่ภายใต้สีหน้าที่แสดงออกมาถึงความเข้าอกเข้าใจของเหลียนลี่อินนั้น เหลียนหวังฟางก็สุดจะรู้เช่นกันว่ามันแอบแฝงอะไรเอาไว้หรือไม่
แต่ที่แน่ ๆ เื่ที่เธอสามารถฟันธงได้เลย นั่นก็คือญาติผู้น้องของเธอคนนี้นั้นกำลังคิดไม่ซื่อกับคู่หมั้นของเธออยู่
และเหลียนลี่อินเองก็คงไม่ใช่ว่าจะเพิ่งมารู้สึกแบบนี้กับหนิงเต๋อใน่นี้อย่างแน่นอน เพราะฟังจากการบรรยายความดีงามของหนิงเต๋อที่ญาติผู้น้องของเธอคนนี้พูดออกมาแล้วนั้น เธอน่าจะชื่นชมเขาอยู่เงียบ ๆ มานานพอสมควร
เมื่อเหลียนลี่อินได้ยินสิ่งที่เหลียนหวังฟางบอก เื่ที่เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับหนิงเต๋อเลยสักนิดออกมา ก็ทำให้หญิงสาวมีความคิดบางอย่างขึ้นมาในหัวไม่ได้
‘หากคุณชายหนิงคบหากับฉันแทนที่จะเป็ผู้หญิงคนนั้นที่ฉันได้เจอ แล้วพี่หวังฟางรู้เื่นี้เข้า เธอคงไม่ขัดขวางความรักของฉันกับคุณชายหนิงเหมือนกันสินะ’เหลียนลี่อินคิดเื่ราวเหล่านี้ในใจด้วยความรู้สึกมีความหวังขึ้นมา
เธอคิดว่า ในเมื่อญาติผู้พี่ของเธอไม่ได้รักคู่หมั้นของตัวเองอยู่แล้ว แบบนี้การเสียสละเขาให้กับเธอเองที่เป็ลูกพี่ลูกน้อง ก็อาจไม่เสียหน้าเท่ากับต้องเสียคุณชายหนิงไปให้กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ก็เป็ไปได้
ความเห็นแก่ตัวและรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีของเหลียนลี่อินถูกทำลายไปในทันทีเมื่อได้คุยเื่เหล่านี้กับเหลียนหวังฟาง
หญิงสาวคิดแผนการหลากหลายเพื่อจะพิชิตใจชายในดวงใจของเธอ โดยไม่สนใจสักนิด ว่าตอนนี้เขากำลังเป็คู่หมั้นของญาติผู้พี่ หรือกำลังมีผู้หญิงอีกคนเกี่ยวพันอยู่
หญิงสาวสองคนที่ได้ชื่อว่าเป็ลูกพี่ลูกน้องกันนั่งทานมื้อเที่ยงร่วมกันอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่นั้นให้ความรู้สึกยากที่จะคาดเดา
เหลียนหวังฟางดูไม่แยแสกับสิ่งรอบกายเสียจนคนที่มองเข้ามาไม่สามารถอ่านความคิดของเธอได้
ส่วนเหลียนลี่อินในตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าเหมือนคนกำลังวางแผนการอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็แสดงออกต่อกันอย่างเป็ธรรมชาติราวกับว่าไม่มีเื่ผิดแปลกอะไรเกิดขึ้นและทานมื้อเที่ยงร่วมกันอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะเอ่ยลากันในเวลาต่อมา
เหลียนหวังฟางเมื่อได้เจอกับญาติผู้น้องและได้ลองพูดคุยกันอยู่นานพอสมควรเรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเหลียนลี่อินนั้นไม่ได้หวังดีต่อเธอในเื่ของหนิงเต๋ออย่างบริสุทธิ์ใจ แต่ญาติผู้น้องคนนี้ก็ไม่ได้มีเป้าหมายที่มุ่งร้ายต่อตัวเธอโดยตรงด้วยเช่นกัน
น่าจะด้วยความที่ครอบครัวของเธอนั้นมีบุญคุณต่อครอบครัวของเหลียนลี่อินอยู่ไม่น้อย จึงอาจจะเป็หนึ่งในสาเหตุที่ในตอนนี้เหลียนลี่อินยังคงเก็บงำความในใจและความ้าของตนเองไม่ให้เธอรู้ก็เป็ไปได้
แต่เมื่อเหลียนลี่อินเห็นแล้วว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อหนิงเต๋อผู้เป็คู่หมั้นนั้น ไม่ได้มีความรักหรือรู้สึกดีเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียวแบบนี้ ก็น่าจะทำให้ญาติผู้น้องของเธอคนนี้เปลี่ยนความคิดของตนเองไปมากกว่าที่เป็อยู่ในตอนนี้อย่างแน่นอน
หลังจากได้ไปเจอกับเหลียนลี่อินเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เหลียนหวังฟางก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำงานและสืบหาข้อมูลของเป้าหมายของเธอต่อไปด้วยอย่างใจเย็น
หลักฐานการพบปะผู้คนที่ดูน่าสงสัยของผู้พันจิ้งนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าต้องคิดให้มาก ๆ ก่อนที่จะลงมือ เพราะข้าราชการของยุคนี้มีอำนาจในมือกันอยู่พอสมควร จะให้เธอจัดการตามหลักฐานที่ได้มาในทันทีเหมือนที่เธอคิดจะทำกับนายท่านหนิง ย่อมไม่ใช่เื่ง่ายอย่างที่คิดแน่ ๆ
ในขณะที่เหลียนหวังฟางค่อย ๆ คิดแผนการและรวบรวมข้อมูลเพื่อปะติดปะต่อเื่ราวต่าง ๆ อย่างใจเย็นอยู่นั้น เหมือนว่าจะมีคนที่ใจร้อนจนแทบนั่งไม่ติดอยู่หลายคนด้วยกันเลยทีเดียว
เหลียนลี่อินหลังจากได้เจอญาติผู้พี่ของตนในวันนั้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็หาเวลาไปพบกับชายหนุ่มในดวงใจของเธอหรือก็คือหนิงเต๋ออยู่บ่อยครั้ง
ด้วยความที่ธุรกิจของพ่อแม่เธอที่อยู่อีกเมืองหนึ่งมีคู่ค้าเป็ตระกูลหนิงรวมอยู่ด้วย ทำให้เหลียนลี่อินที่ตอนแรกทำงานในบริษัทปกติ ได้ทำการลาออกจากที่ทำงานเก่าเพื่อเข้ารับตำแหน่งในบริษัทของพ่อแม่ที่อยู่อีกเมืองทันที
แต่เธอก็อ้างเหตุผลว่าจะประสานงานกับลูกค้าและคู่ค้าทั้งหลายที่อยู่ที่นี่เป็ส่วนใหญ่ โดยจะกลับเข้าไปยังบริษัทของพ่อแม่ที่อยู่อีกเมืองเป็ครั้งคราวเพียงเท่านั้น
พ่อแม่ของเหลียนลี่อินก็ตอบตกลงเื่ที่ลูกสาวของพวกเขาเสนอตัวเข้ามาช่วยงานในบริษัทอย่างไม่ต้องคิด ถึงแม้ว่าเหลียนลี่อินจะไม่ได้เข้ามาทำงานในสำนักงานใหญ่ที่อยู่อีกเมืองก็ตามที
เหลียนลี่อินหาเื่ขอเข้าพบคุณชายหนิงที่บริษัทตระกูลหนิง โดยอ้างเื่บริษัทของพ่อแม่เธออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้พนักงานในบริษัทของตระกูลหนิงแทบจะจำหน้าเธอได้กันหมดแล้วเลยทีเดียว
#ยัยญาติผู้น้องคิดไม่ซื่อจริงๆด้วยค่ะ
ಠ_ಠ
#ส่วนยัยน้องก็เปิดทางเต็มที่เชียว ฮ่าๆๆๆ
(ง'̀-'́)ง
#ทำไมตอนที่แล้วทุกคนเดาถูกกันหมดเลยคะ เลิ่กลั่กๆๆ
(❍ᴥ❍ʋ)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ