ขุนมองคนที่เดินออกมาจากประตูนั้น อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "ผมขอแนะนำ ดร.ร้อยตำรวจโทหญิง ภคมน ธรณินทร์ภักดี ลูกสาวคนเดียวของผม" ขุนยังมึนไม่หายที่เก้นกระแต่นักข่าวสาวเดินออกมา แล้วยังถูกแนะนำว่าเป็ ร.ต.ท.หญิงอีกด้วย สิ่งที่เขาเห็นกระแตมาโดยตลอดคือ เธอเป็เพียงนักข่าวสาวผู้อ่อนแอที่อวดดี แล้วเธอจะมาทำงานเสี่ยงอันตรายแบบนี้ คาดว่างานนี้คงต้องล้มเหลวเพราะเธอแน่ๆ "เสธ.ครับ วงการตำรวจไทยมีตำรวจหญิงน้อยมาก แบบนี้ข่าวจะไม่หลุดไปก่อนหน้านี้แล้วหรือครับ อีกอย่างเธอก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้เลย เวลาที่เจอกับเหตุการณ์รุนแรง อย่างเช่นครั้งล่าสุดผมก็ช่วยเธอไว้ ดูท่าทางที่เธอค่อนข้างจะหวาดกลัวและใง่าย ผมคิดว่าควรให้เธอกลับเข้ากรมจะดีกว่านะครับ" ขุนพูดเชิงคัดค้านอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าข่าวรั่วออกไปง่ายๆกับการปฏิบัติงานของลูกสาวผม นั่นแสดงว่าคุณกับเพื่อนๆของคุณ ก็มีไหวพริบสู้คนพวกนั้นไม่ได้สินะ พวกคุณอยู่ใกล้เธอกว่าพวกนั้นแท้ๆ ยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอเป็ใคร" เป็คำตอบที่เหมือนตบหน้ากันอย่างแรง ขุนก็รู้สึกแบบนั้นแต่ก็ยังที่จะหาเหตุผลมาโต้ตอบ "นั่นก็ใช่แต่ว่าต่อจากนี้ไป มีแต่การเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรง ถ้าหากพวกผมมีภาระอะไรบางอย่างมาถ่วงไว้ คาดว่าภารกิจคงล้มเหลวเป็แน่ ผมอยากให้เฟ้นหาคนที่มีทักษะ การต่อสู้อย่างเก่งกาจคล่องแคล่วจะดีกว่าครับ อีกอย่างเพื่อความปลอดภัยของผู้หมวดเองด้วย" กระแตฟังอยู่นานแล้วก้รู้สึกหมั่นใส้ชายที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้า "วันที่คุณถูกยิงถ้าชั้นไม่ส่งคนไปช่วย คุณคงไม่ได้มายืนพูดไร้สาระอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ อีกอย่างป่านนี้จุ๋มคงไม่รอดมือคนพวกนั้น ถ้ายังคิดปฏิบัติการอย่างไม่รู้เขารู้เราแบบพวกคุณ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าใครเป็คนยิงอาร์พีจีใส่รถคันนั้น อีกอย่างหนึ่งการยิงในวันนั้น ไม่ได้ยิงแบบวิถีโค้งแต่เป็การยิงแบบช่วยเหลือ อย่างอย่างฉับพลัน อีกเื่ก็คือกระดาษพิมพ์แบงค์ ถ้าชั้นไม่จัดการพวกคุณจะตามไปเผาได้ยังไง และก็ยังมีอีกนะเื่กระดาษที่คุณเผา มันเป็เพียงส่วนน้อยที่พวกนั้นขนเข้ามา ยังมีกองใหญ่หากพิมพ์ได้ทั้งหมดก็ไม่รู้กี่ล้านๆ ที่แบงก์ปลอมจะระบาดในบ้านเมืองเรา" เธอพูดยาวจนทุกคนในห้องนั้น ต้องยืนฟังเฉยๆไม่มีแม่คำโต้แย้งใดๆ "ลูกสาวผมเรียบจบกฏหมาย แล้วไปเรียนต่อเมืองนอกจนจบด็อกเตอร์ เรียนรู้เื่อาวุธทุกอย่าง และการต่อสู้ทุกรูปแบบรวมทั้งมวยไทยด้วย ผมโทรตามเธอให้กลับมาเพื่องานนี้ และการเข้ารับราชการของเธอก็เป็ไปอย่างลับๆ แต่ถูกต้องทุกประการ" เสธ.ทหารกล่าว ขุนก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน "แล้วผู้ช่วยคุณเป็ใครครับ พอจะบอกได้หรือไม่" ขุนถามเธอ "ไม่สะดวกค่ะ รู้แค่ว่าเคยเป็ผู้ฝึกสอนการต่อสู้ให้ชั้นก็พอ อีกอย่างเขาไม่ได้อยู่ในหน่วย ชั้นขอให้เขามาช่วยผนวกกับ เขามีบัญชีที่ต้องคิดกับคนพวกนั้นด้วย เขาจึงยอมมาคอยให้ความช่วยเหลือชั้นเงียบๆ" เธอตอบอย่างไม่ต้องถามกลับมาอีก
ผู้กองเชษชูรูปให้ผู้กำกับชาติชายดู "เห็นผู้หญิงในรูปนี้อยู่ในกล้องวงจรแถวตลาด" เป็รูปของอิ๋วกับวิภาเดินซื้อของในตลาดแห่งหนึ่ง "โอ้โฮ สวยทั้งคู่เลยว่ะ อย่างต้องตามจับเอามาโยกให้สะใจไปเลยดีกว่า" ผู้กำกับคนดีย์ของสังคม พูดแล้วยิ้มด้วยแววตามสุดหื่น "ผมว่าเราแบ่งกันคนละคนดีกว่าครับ พี่จะให้ผมเอาผู้หญิงไปร่วมเสพสุขกับคุณอำนวย หรือว่าพี่จะเอาไปเลือกเอาครับ" ผู้กองเชษถามผู้กำกับชาติชาย แต่ด้วยจิตใจที่ค่อนข้างแคบของผู้กำกับชาติชาย ย่อมไม่ยอมให้ผู้กองเชษได้หน้าอย่างแน่นอน "แกเอาไปหนึ่งคนนอนกกให้สบายใจไปเลย ส่วนอีกคนชั้นจะพาไปร่วมปาร์ตี้กับคุณอำนวยเอง" ผู้กองเชษรู้คำตอบอยู่ก่อนแล้วก็พยักหน้ารับ "งั้นเอารถตู้ไปอุ้มมาเลยสิครับ รอไรอีก" ผู้กำกับเห็นด้วยกับคำพูดของผู้กองเชษ พวกมันเอารถตู้ออกไปสองคันพร้อมกับลูกน้องอีกหกคน โดยแยกลูกน้องไปคันละสามคน
อิ๋ว วิภา ณิชา ขับรถเก๋งคันเล็กออกมาซื้อของที่ตลาด ปกติจะเป็อิ๋วกับวิภาที่ออกมาซื้อของสดไปทำอาหาร แต่ครั้งนี้ณิชาออกมาซื้อของใช้ส่วนตัวด้วย พอซื้อของใช้ส่วนตัวเล็กๆน้อยๆแล้วก็จะไปซื้อของสด ณิชาขอตัวไปเปลี่ยนผ้าอนามัยก่อน อิ๋วกับวิภาก็เดินไปซื้อของสดด้วยกัน โดยนัดเจอกันที่รถเก๋งคันเล็กๆที่หลังตลาด ณิชาเข้าไปเปลี่ยนผ้าอนามัยในห้องน้ำหญิง ซึ่งติดกับห้องน้ำชายที่อยู่ในตลาด มีค่าบริการคนละสามบาทต่อครั้ง "ผู้กำกับสั่งให้จับตัวผู้หญิงผมยาวที่ชื่ออิ๋วไปให้เขา ส่วนผู้หญิงผมสั้นให้ผู้กองเชษ ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด" ... "โอเค ตามนั้น" เสียงคนคุยกันดังมาจากห้องน้ำชาย แม้ไม่ดังนักแต่ณิชาก็ฟังได้ยินชัดเจน เธอรีบเปลี่ยนผ้าอนามัยอย่างเร่งรีบ แล้วรีบออกไปจากห้องน้ำ ด้วยความกลัวและเป็ห่วงอิ๋วกับวิภา เธอเดินตามหาทั่วตลาดก็ไม่เห็นสองสาวนั่น เธอเดินวกกลับไปหลังตลาดตรงที่จอดรถ แต่ก็ไม่เห็นเธอรีบโทรบอกกับพราน เพราะเธอมีเบอร์เขาแค่คนเดียว แล้วให้พรานติดต่อบอกกับเพื่อนๆเขาอีกที เธอจำเป็ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์วินกลับ เพราะกุญแจรถอยู่ที่อิ๋ว พอกลับถึงบ้านพักเธอรีบบอกกับชัยทุกคำที่เธอได้ยินมา
พรานรีบขับบิ๊กไบค์ไปหาณิชาที่บ้านเช่าของชัย เขาสอบถามอย่างละเอียดเพราะไม่รู้ว่าจะตามไปทางไหน "ข้อมูลน้อยเกินไป ผมยังหาหนทางไม่ได้เลย คุณได้ยินอะไรมากกว่านี้หรือไม่" พรานถามณิชา ณิชาส่ายหน้าเพราะเธอได้ยินมาเพียงเท่านั้น ชัยก็มืดแปดด้านคิดอะไรไม่ออกเช่นกัน เขาโทรหาจ่าแช่มให้ออกไปที่ตลาด แสดงตัวว่าเป็เ้าหน้าที่ขอดูกล้องวงจรปิดแถวนั้น แต่จ่าแช่มเพียงคนเดียวก็ทำอะไรได้ยาก ครั้นจะนำกำลังไปหลายคนก็ดูจะผิดต่อหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง ณิชาเหมือนจะนึกอะไรออกเธอหันไปทางพราน "คุณพรานคะ หนูไม่รู้ว่าจะเป็คนเดียวกันหรือเปล่า คือมีอยู่ครั้งหนึ่งหนูกับเพื่อนๆ ถูกจ้างไปคอยดูแลพวกนายตำรวจที่บ้านหลังหนึ่งแถวบางใหญ่ เข้าใจว่าเป็บ้านของผู้กำกับที่ชื่อชาติชาย แล้วก็มีคนที่ชื่อว่าผู้กองเชษด้วย ผู้กำกับคนนั้นก็เป็เพื่อนกับตำรวจ ที่อยู่กับคุณไพฑูรย์ในคืนที่คุณช่วยหนูมาค่ะ ตำรวจที่จ้างพวกหนูไปแต่ละคนทั้งหื่นทั้งวิปริต เพื่อนๆหนูไปนอนกับพวกเขา กลับมาถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล แต่หนูไม่ได้ไปนอนกับใครนะคะ หนูไม่ได้ขายแบบนั้น" เธอบอกทิ้งท้ายแบบออกตัว พรานให้เธอบอกพิกัดบ้านหลังนั้นว่าอยู่แถวไหน เธอบอกไม่ถูกแต่ก็พอที่จะจำทางไปบ้านหลังนั้นได้ พรานก็ให้เธอพาไปแต่ชัยก็รีบขัดก่อน "เดี๋ยวสิ มันแยกกันไปคนละคันนี่นา แล้วอีกคันมันจะไปที่ไหน" สิ้นเสียงพูดของชัยมือถือของพรานก็ดังขัึ้น พรานรับสายจึงรู้ว่าอีกคันพาตัวอีกคนไปที่ไหน "เดี๋ยวมึงโทรบอกขุนนะว่า อิ๋วน่าจะถูกพาไปที่บ้านนายอำนวย" พรานหันไปบอกชัย "ได้ แต่เราต้องไปช่วยคนที่บางใหญ่เดี๋ยวนี้เลย มึงขับรถเดี๋ยวกูโทรบอกขุนมันเอง" ชับตอบแล้วก็พากันไปขึ้นรถ จุ๋มไม่กล้าอยู่คนเดียวจึงขอตามไปด้วย ชัยอนุญาตแต่เมื่อถึงแล้ว จุ๋มจะต้องนั่งรอพวกเขาอยู่ในรถกับณิชา ห้ามลงจากรถเป็อันขาด เมื่อตกลงกันแล้วพรานก็ขับรถออกไปยังจุดหมายที่ต้องไป
ขุนรับสายจากชัยคุยกันรู้เื่แล้ว ก็เตรียมไปที่บ้านนายอำนวย แต่เสียงมือถือเขาก็ดังขึ้นเป็กระแตโทรมา "มีคนถูกลักพาตัวไปที่บ้านนายอำนวย คุณมาหาชั้นที่รัตนาธิเบศร์ด่วน เพื่อหาทางช่วยคนออกมา ชั้นปักหมุดไว้แล้วในไลน์" ขุนไม่รีรอและไม่ถามอะไร เพราะเขาเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะบุกเข้าไปช่วยอิ๋วได้ยังไง แต่ก็ทึ่งมากที่เธอรู้ข่าวได้เร็วมาก แสดงว่าสายข่าวของเธอย่อมไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เขามาถึงยังจุดนัดหมายตามที่ปักหมุดไว้ เขามองไปรอบๆเพื่อหาผู้กองสาวคนสวย "ทางนี้" เสียงกึ่งเรียกกึ่งะโเบาทำให้เขาหันไปตามเสียงนั้น เธอกวักมือเรียกอยู่ตรงที่ค่อนข้างจะเห็นยากถ้าไม่สังเกตุดีๆ เขาเดินไปตรงที่เธอยืนกวักมือเรียก แล้วเดินเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะที่มีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว "นี่ครูของชั้น ชื่อชาติ มหาชัย ส่วนนี่เพื่อนแตเองค่ะชื่อขุน สิงขร" เธอแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน ชาติพยักหน้าก่อนจะพูดว่า "การบุกช่วยคนในครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่นั้น เธอสองคนจงจำไว้อย่างหนึ่งว่า มันไม่ใช่ทั้งผลงานและความผิดของพวกเธอ" พูดจบชาติก็กางกระดาษขนาดเอสี่ออก เป็แผนผังภายในบ้านและบริษัท ของนายอำนวยที่ตั้งอยู่ด้วยกัน ชาติบอกถึงช่องทางการเข้าไป และที่คุมขังผู้หญิงที่ถูกลักพาตัว เมื่ออธิบายจนเข้าใจกันดีแล้วทั้งสามก็แยกย้าย แต่ก่อนแยกย้ายชาติหันมาบอกกับคนทั้งสองว่า "พรานเป็คนดีและมีฝีมือมาก ถ้าจะทำการใดๆควรปรึกษาเขา ถ้าเขารับราชการอยู่เมืองไทย เขามียศสูงและประสบการณ์มากกว่าพวกคุณ เพียงแต่เขาไม่ได้ปฏิบัติงานเดียวกันกับพวกคุณ" ขุนมองหน้ากระแตแล้วหันไปทางชาติ "คุณก็คือรุ่นพี่คนนั้นที่พรานพูดถึง" ชาติยิ้มแล้วเดินออกไปจากที่นั่น ขุนกับกระแตไปด้วยกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
พอเห็นบ้านแล้วพรานก็ขับรถเลยไปจอดตรงที่พอจะมีคนเดินผ่าน เขาลงกระจกทั้งสี่บานเล็กน้อย ให้มีอากาศเข้าได้พอให้สองสาวหายใจได้โดยสะดวก ชัยกับพรานเดินลัดไปทางค่อนข้างมืด ทั้งสองมองเห็นคนสามคนยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าบ้าน สักพักก็เห็นคนอีกสามคนเดินออกมา บางคนเอาเสื้อพาดบ่าบางคนเดินพร้อมดำลังรัดเข็มขัดที่เอาด้วย พอไอ้สามคนเดินออกมาแล้ว ไอ้สามคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ก็เข้าไป เหมือนผลัดเปลี่ยนเวรยามไม่มีผิด พรานกัดกรามกรอดที่เห็นแบบนั้น ชัยเอามือไปจับไหล่พรานแล้วบีบเบาๆ พรานหันมาทางชัยแล้วชี้มือไปอีกด้าน ชัยรู้รหัสสัญญาณแบบนี้ดีก็พยักหน้า แล้วเดินไปทางที่พรานชี้ เพียงครู่เดียวไอ้สามคนที่มาเปลี่ยนเวรก็ถึงกาลอวสาน ชัยหักคอไอ้คนที่กำลังยืนเยี่ยวข้างกำแพง กร๊อบ มันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเยี่ยวสุดแล้วหรือไม่ แล้วชัยก็วิ่งไปทางไอ้คนที่อยู่ตรงโรงจอดรถอย่างรวดเร็ว ะโถีบสองตีบเต็บหน้าอกมันอย่างแรง มันเซถอยหลังกรูดไปกระแทกผนักหัวโขกผนังดัง โป๊ก มึนยืนมึนเพราะหัวกระแทกผนังอย่างแรง เสียงดังฟู่ตรงคอเพราะหลอกลมโดนเชือดเืพุ่งออกมา ฟู่ ฟอดดด ฟอดด ไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงมุมบ้านอีกด้านทำท่าจะชักปืนออกมายิง กร๊อบบบ เสียงบิดคออย่างแรงทำให้มันหลับและขาดใจตายอย่างไม่รู้ตัว พอพรานหักคอมันแล้วก็พยักหน้าให้ชัย ทั้งสองก็เข้าไปในบ้านก้าวขึ้นไปชั้นสองอย่างระมัดระวัง พวกเขาค่อยเดินไปหยุดอยู่ตรงประตูห้องหนึ่ง ได้ยินเสียงไอ้พวกนั้นคุยกันอย่างคะนองปาก "เสียดายว่ะสวยๆขาวๆแบบนี้ ไม่อยากเอาไปถ่วงน้ำเลยจริง" ... "เฮ่ย ได้เวียนเทียนกันคนละสามรอบแล้ว มึงจะเสียดายไปทำไมวะ เดี๋ยวผู้กองก็หามาใหม่อีก" พวกมันกำลังรุมโทรมผู้หญิงในห้องอย่างบ้าคลั่ง โดยที่มันคงลืมไปแล้วว่า มันเป็อะไรมีหน้าที่อย่างไรบ้าง เครื่องแบบที่พวกมันสวมใส่ที่ใครๆมองว่ามีเกียรติ แต่ยุคนี้มันกลับมัวหมองจนน่าเผาทำลายทิ้งไปให้หมด "ก๊อก ๆ ๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้น "อะไรวะ พวกมึงเพิ่งเอาเสร็จไปเมื่อกี้ มึงจะมาเคาะเรียกทำไม่อีก" .. ก๊อก ๆ ๆ .. "เฮ้ย มึงจะเคาะทำไม เดี่ยวพวกกูเสร็จก่อนแล้วพวกมึงจะเอาอีกก็ได้" .. ก๊อก ๆ ๆ .. "เออ กูเสร็จแล้วรอเดี๋ยว" หนึ่งในนั้นเดินมาเปิดประตูทั้งที่ยังแก้ผ้าอยู่ ส่วนอีกสองคนก็กำลังประเคนกามใส่ผู้หญิงคนนั้นอย่างเมามัน แกร๊ก ประตูเปิดออก พลั่ก .. อุ๊บบบ .. พรานเตะเข้าผ่าหมากมันอย่างแรง สองมือมันกุมไข่ตาเหลือกด้วยความจุกสุดขีด ชัยไม่รอช้าวิ่งไปที่เตียงไอ้สองคนั้นยังไม่ทันที่จะหยุดโยก มันก็ต้องปล่อยมือหงายท้องลงไปนอนเืพุ่ง ออกจากคอเป็สายราวกับท่อแตก พรานเดินไปที่เตียงประคองวิภาขึ้นมากอด เธอพยายามจะพูดแต่ไม่มีเสียงออก เธอเหลือบปที่โต๊ะข้างเตียงชี้ไปที่รูป ชัยหยอบรูปนั้นมาแล้วถามว่า "ไอ้คนในรูปนี่ใช่ไหมที่มันทำกับคุณ" เธอพยักหน้าแล้วกลอกตาไปมองหน้าพราน น้ำตาเธอไหลออกมาปากเธอก็พูดแต่ไม่มีเสียงออกเช่นเคย "เธอบอกฝากอาหมวยด้วย" ชัยบอกตามที่อ่านปากเธอ พรานพยักหน้าน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารเธออย่างจับใจ เธอมองพรานไม่กระพริบน้ำตาเธฮก็ไหลไม่หยุด จนเธอแน่นิ่งไปไม่หายใจแต่ตาเธอยังคงมองเขา พรานเอามือลูบให้ตาเธอหลับไปตามที่ควรจะเป็ พรานอุ่มเธอขึ้นมาชัยก็เอาเืของไอ้พวกนั้น เขียนติดผนังห้องไว้ว่า ครั้งต่อไปถึงคิวมึง ไอ้เชษ พรานเดินลงบันไดไปชัยก็วิ่งไปเปิดประตู ให้ออกไปจากบ้านหลังนั้น พอมาถึงรถจุ๋มกับณิชาก็น้ำตาไหล เพราะสงสารวิภาอย่างมาก ชัยขับรถพาทุกคนไปที่บ้านหลังหนึ่ง แล้วเผาเธอไปพร้อมบ้านหลังนั้น เป็บ้านเล็กๆที่เธอบอกว่าอยากจะซื้อ แล้วอยู่กับพรานไปจนวันตาย พรานก็แอบซื้อไว้กะจะบอกเธอในวันเกิด แต่ยังไม่ทันถึงวันเกิดก็เป็วันตายของเธอไปเสียแล้ว
พอฟ้าเริ่มมืดขุนก็ปีนรั้วข้ามเข้าไปในบริษัทของนายอำนวย ชาติก็รออยู่ก่อนแล้วตามที่นัดกันไว้ ชาติพาขุนเดินหลบๆเลี่ยงๆสายตาคน เพื่อจะไปห้องที่ขังอิ๋วไว้ เสียงะเิดัง ตูมมม ที่หน้าบริษัทของนายอำนวย คนที่อยู่ภายในก็พากันวิ่งไปด้านหน้าบริษัท ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ พวกมันร่วงกันเป็แถว นายอำนวยะโสั่งลูกน้อง"ไอ้เทิด ไอ้เล็ก มึงไปจัดการซิ ใครมันบังอาจมาแหย่หนวดกูถึงที่" เทิด ภูไทย กับเล็ก ลำตะคอง วิ่งไปทางเสียงปืนแล้วยิงโต้ตอบกลับไป เปรี้ยง ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ไอ้สังข์ ทุ่งสง กับไอ้ยอด ยางหย่อง ก็เดินเข้าไปหานายอำนวย "นายครับ เพื่อความไม่ประมาท นั่งรถออกไปประตูสองกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมสองคนคุ้มกันให้" คำพูดนั้นยิ่งทำให้นายอำนวยโมโหมากขึ้น "ที่นี่มันที่กู ทำไมกูต้องหนีด้วยวะ" ผู้กำกับชาติชายกับรองผู้กำกับเทิดศักดิ์เดินมายืนอยู่ใกล้ๆ "ผมเห็นด้วยกับไอ้สองคนนี่ ผมว่าเราออกไปทางประตูสอง แล้วเข้าไปที่โรงงานโน้นก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าพวกมันมากี่คน อาจจะเป็กลุ่มของพวกราชการลับก็ได้ ถ้าเป็พวกนั้นคงไม่ต่ำกว่าสามสิบแน่นอน" เสียงปืนที่ดังหน้าบริษัทยังคงยิงกันไม่หยุด ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ นายอำนวยจำต้องไปตามที่พวกนั้นแนะนำ เพราะเสียงปืนดังไม่ยอมหยุด ชาติพาขุนไปถึงห้องกักขังอย่างราบรื่น ขุนเห็นอิ๋วนอนหลับตาอยู่บนเตียง เสื้อผ้าขาดวิ่นเืเกรอะกรังเป็หย่อมๆ มีทั้งรอยกัดรอยช้ำเพราะโดนตบตี บนใบหน้าเต้านมสีข้างและด้านหลัง รอยเข็มขัดรอนแส้ต่างตามิัของเธอ "อิ๋ว" เสียงเรียกแทบจะมีแต่ลมออกมาจากปากของเขา ขุนเอานิ้วกดที่โคนคอของเธอไม่มีการเต้นของชีพจร เธออาจตายก่อนที่เขาจะมาถึงเป็ชั่วโมงแล้ว ขุนมองหน้าชาติ "พี่รู้หรือไม่ครับ ว่าใครที่มันทำกับเธอโเี้ขนาดนี้" ชาติพยักหน้า "ตอนนี้เราจัดการกับศพเธอก่อนดีกว่า เผาเธอที่นี่เผาตรงที่ๆนายอำนวย เก็บของที่มีค่าที่สุดของมันไว้" ขุนอุ้มอิ๋วเดินตามชาติไปยังที่โรงเก็บไม้สักทอง กองใหญ่มหึมาที่จัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ ถ้าตีราคาตามตลาดไม้สักทองที่อยู่ในนี้ คงมีมูลค่าหลายร้อยล้านเพราะกองใหญ่มาก สามารถสร้างคฤหาสถ์ใหญ่ๆด้วยไม้สักล้วนๆ ได้ถึงสามหรืออาจจะสี่หลังด้วยซ้ำไป ในนั้นยังมีกองกระดาษเอสี่ ที่เตรียมเอาไว้พิมพ์แบงก์ปลอมอีก กองใหญ่ไม่ต่างจากโรงงานกระดาษเอสี่เลยสักนิด ขุนนำร่างไร้ิญญาของอิ๋วขึ้นไปนอนบนกองไม้สักทอง ชาติออกไปหยิบน้ำมันมาสองถังๆละยี่สิบลิตร ทั้งสองช่วยกันราดน้ำมันไปทั่วกองไม้สักทองและกระดาษ ขุนจุดไฟลุกโชนไปทั้งกองไม้สักและกองกระดาษ ควันลอยท่วมในบริเวณนั้น "ไอ้อำนวยคนเดียวเลยหรือครับ ที่ทำกับอิ๋วขนาดนี้" ขุนหันไปถามชาติ "ยังมีตำรวจอีกสองคนชื่อชาติชายกับเทิดศัก เป็ตำรวจระดับนายพันทั้งคู่ แต่ว่าตอนนี้เธอรีบไปจากที่นี่เถอะ" ขุนไม่ดื้อดึงรีบไปตามที่ชาติบอก ส่วนชาติก็ไปอีกทางแต่เป็การออกไปจากที่นั่นเหมือนกัน ชาติขับรถอ้อมไปรับกระแตที่กำลังนั่งกระตุกเชือกไกปืนอยู่ "ไปเถอะ" เสียงชาติะโกระแต่รีบวิ่งไปขึ้นรถ ตามคำเรียกของอาจารย์ผู้ฝึกสอนเธอ
พอเสียงปืนสงบแต่ไฟในโรงงาน ที่เก็บไม้สักในบริษัทของนายอำนาจลุกโหมแรงขึ้น เสียงรถดับเพลิงวิ่งมาจวนใกล้ถึงก็ต้องวิ่งตกข้างทางไป คันที่สองวิ่งตามมาก็ยางแตกตกข้างทางไปอีกคัน ส่วนคนที่สามมาถึงตรงนั้นก็เสียหลัก ไปชนคันที่สองจนตะแคงกีดขวางเต็มถนน เป็ขุนที่ดักยิงล้อรถดับเพลิง เพราะไม่้าให้รถวิ่งไปดับไฟที่เขาเผาได้ทันเวลา ไฟก็ลุกท่วมลามไปจนถึงอ๊อฟฟิซ ตอนนี้ต่อให้มีรถดับเพลิงร้อยคัน มาจอดฉีดน้ำดับไฟได้ ทุกอย่างก็คงไม่เหลืออะไรที่มีค่าอีกแล้ว พวกลิ่วล้อตามไปหานายอำนวยที่โรงงานอีกฝั่ง "พวกมันเป็ใคร มากันกี่คนแล้วตายกี่คน" นายอำนวยถามด้วยความเคียดแค้น ไม่มีใครกล้าตอบอะไรออกไป "กูถามทำไมไม่ตอบ" เสียงตะคอกทำให้พวกลูกน้องสะดุ้งไปตามๆกัน "ใครจะกล้าตอบล่ะครับ ในเมื่อพวกนั้นมาแค่คนเดียว แล้วก็เป็ผู้หญิงอีกด้วย" ผู้กองเชษเดินเข้ามาพร้อมชูผ้าเช็ดหน้า ทิชชู่ที่ใช้แล้วและแป้งพับที่ตกอยู่ "ผู้กองรู้ได้ไงว่ามันมาคนเดียว" เสียงไอ้สังข์ถาม "ก็ปืน M16 ผูกมัดเรียงกับเจ็ดกระบอก แล้วโยงเชือกไปที่เพิงหลังคาเล็กๆ คนเดียวสามารถบังคับเชือกแต่ละเส้น หรือปืนแต่ละกระบอกได้อย่างสบาย ที่สำคัญเธอเป็มืออาชีพแบบสุดจัด อีกทั้งยังมาปักหลักเหล็กที่ผูกปืนไว้ก่อนที่ละลงมือ โดยที่ลูกน้องคุณอำนวยไม่รู้ตัวเลยสักคน แล้วก็เรียกตัวเองว่าเป็เสือกันอย่างเต็มปาก แม้แต่จมูกยังสู้ ... ไม่ได้เลย" คำของผู้กองเชษทำให้พวกลูกน้องของนายอำนวยเดือดปุดๆ "ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าผู้กองต้องเจ๋งสุดๆ ดูข่าวนี่สิบ้านนี้บ้านใคร ดูตัวหนังสือติดผนังที่นักข่าวถ่ายมาสิ ผมคาดว่านี่ก็คงจะเป็ผู้หญิงคนเดียวกันเข้าไปถล่ม จนทำให้ผู้กองต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาถึงที่นี่ ทั้งที่ไม่เคยคิดจะย่างกรายเข้ามาเลย" ไอ้ยอด ยางหย่อง ยื่นมือถือให้ดู ผู้กองเชษรู้สึกเหมือนถูกเอาตีนถีบหน้าอย่างแรง จึงคิดจะพูดตอบโต้แต่ว่า ปังง..!??
โปรดติดตามตอนต่อไป ( ตอนที่ 23 )
.