ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 15. ตอนที่ 2. ประกาศิตโคมคำ

    ณ หอคำเวียงสรวงอันเคยสงบร่มเย็น บัดนี้กลับร้อนระอุด้วยเพลิงโทสะของเจ้านางเกสร มารดาบุญธรรมผู้กุมอำนาจสิทธิ์ขาดแทนเจ้าหลวง ที่ละวางทางโลกหันหน้าเข้าหาธรรมะ กลิ่นธูปหอมบูชาพระในวิหารมิอาจดับกลิ่นอายแห่งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย

    เจ้านางซอมพอแลอีเอื้องข้ารับใช้ ถูกคุมตัวกลับมาในสภาพที่ทำเอาเจ้านางเกสรแทบสิ้นสติ นางนุ่งผ้าต้อยเยี่ยงชาย ผิวกายกร้านแดดลม แลที่ร้ายที่สุดคือการแอบหนีไปร่วมศึกสงคราม อันป่าเถื่อนกับเจ้าหาญถึงเวียงชัย โดยที่ไม่มีใครบอกนางสักคำเดียว

    “อีซอมพอมึงเป็นถึงหน่อเนื้อเชื้อเจ้า เป็นถึงดอกฟ้าแห่งเวียงสรวง! แต่กลับทำตัวเยี่ยงขี้ข้าตามควาย หนีไปคลุกฝุ่นคลุกคาวเลือดในสงคราม มึงไม่คิดถึงพระเกียรติยศของพ่อท่านบ้างหรืออย่างไร! ถึงก่อเรื่องใหญ่เช่นนี้” เสียงตวาดของเจ้านางเกสรดังก้องหอคำ ต่อหน้าเหล่าเสนาอำมาตย์ข้ารับใช้สนองงานราชสำนัก

    “ข้าเจ้าหาใช่สตรีรักสวยรักงาม เจ้าหาญยังเยาว์นักการทัพเมืองสรวงก็อ่อนด้อย หากเทียบกับหัวเมืองอื่น กูไปด้วยน้องนอกจากความห่วงใยในตัวมันแล้ว อีกสิ่งคือห่วงใยต่อหน้าตาบ้านเมือง มึงเป็นแม่แต่มิคิดห่วงลูก มึงมันห่วงแต่อำนาจแลยศศักดิ์ เจ้านางเกสร อย่าพูดมากอยู่เลย บัดนี้กูก็กลับมาแล้ว เรื่องที่จักส่งตัวกูไปไกลบ้านไกลเมือง กูก็รับปากมึงไปแล้ว จากนี้จักเอากูไปเทอญถวายต่อไอ้แก่ที่ไหน ก็สุดแล้วแต่มึงเถิด อย่างไรกูมันก็แค่ลูกเลี้ยง หาใช่ธิดาจากครรถ์ไม่”

    คำจากปากเจ้านางซอมพอ ทำเอาเหล่าขุนนางในหอคำก้มหน้าหุบปากสนิท ด้วยทุกคนต่างรู้กันดี ว่าทุกอย่างที่นางพูดล้วนเป็นจริงตามนั้น แต่เรื่องที่จะส่งตัวนางไปไกลบ้านไกลเมืองนั้น ทุกคนต่างก็เพิ่งมาได้ยินในยามนี้เอง

    “พระนาง นี่พระองค์คิดจะส่งเจ้านางซอมพอไปที่ใดกันฤา” ขุนนางชราหัวหงอกเอ่ยถามขึ้น

    “กูจักส่งตัวมันไปเจริญไมตรีด้วยเวียงทุ่งหลวง เขาส่งคนมาสู่ขอมันอยู่หลายหน กูแลเจ้าหลวงก็รับปากเขาไปแล้ว ด้วยเห็นว่าเวียงทุ่งหลวงนั้นอุดมสมบูรณ์ข้าวกล้าธัญหารงอกงามดี ต่อไปเวียงสรวงจักได้พึ่งพิงเขาอันเป็นเมืองใหญ่”

    เสียงอื้ออึงดังขึ้น เหล่าขุนนางต่างซุบซิบถึงความไม่เหมาะสม ต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ของเจ้าหลวงแลเจ้านางเกสร

    “ทำเช่นนี้มิควรเลยหนา ด้วยเวียงสรวงสงบร่มเย็นมาได้ ก็ด้วยเพราะการปกครองภายใต้สุวรรณโคมคำ การที่เราจักส่งเจ้านางซอมพอไปให้แก่ทุ่งหลวง อาจทำให้สุวรรณโคมคำเข้าใจผิดแลโกรธเคืองเราได้”

    “อุวะ…แล้วอย่างไร พวกสูมึงเขาอยู่มาก็นาน เหตุใดเพิ่งเสนอหน้าออกความเห็น ไม่รู้ดอก กูแลเจ้าหลวงให้คำมั่นต่อเขาไปแล้ว อีกไม่นานกูก็จักจัดส่งตัวเจ้านางคนงามของพวกสูไปให้เขา พอ ๆ วันนี้กูเหนื่อยมากแล้ว” นางพูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนี ปล่อยให้เจ้านางซอมพอแลอีเอื้องถูกลากตัวกลับพิมานตำหนักเจ้านางไป เสมือนหนึ่งนักโทษต้องอาญา

     

    เจ้านางซอมพอถูกสั่งกักบริเวณอยู่แต่ในพิมานตน มีทหารยามเฝ้าแน่นหนาประหนึ่งนักโทษอุกฉกรรจ์ อีเอื้องสายคู่ใจแลอีฟั่นรวมทั้งบ่าวไพร่ในเรือนพิมาน ถูกแยกตัวไปโบยสั่งสอนและกักขังไว้อีกทาง ส่วนตัวนางเองนั้น...ถูกบังคับให้เข้าสู่ขั้นตอนขัดศรีฉวีวรรณ เพื่อลบเลือนร่องรอยของสมรภูมิ ที่หลั่งเลือดทาแผ่นดิน แม้แต่เจ้าหาญที่มาเลียบ ๆ เคียง ๆ ใคร่วอนขอพบพี่นาง ก็ยังมิอาจเข้าพบตัวนางได้แม้แต่เงาก็ไม่อาจเห็น

    ร่างบางถูกแช่ในอ่างน้ำปรุงลอยดอกไม้นานนับชั่วโมง ผิวกายถูกขัดด้วยขมิ้นชันแลมะขามเปียกจนตัวแดง เพื่อเรียกคืนกลับมาสู่ความนวลเนียน แต่น้ำที่ชำระล้างร่างกาย กลับไม่อาจล้างชำระหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงในอ่างได้เลย ความเข้มแข็งที่เคยแสดงออก บัดนี้มีเพียงความตัดพ้อแลน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ยากจะสุดหักห้ามมันเอาไว้ได้

    ‘ข้าเจ้าหาใช่สิ่งของ...หาใช่บรรณาการของเมืองที่สูญสิ้นเอกราช ที่จักหมายใจยกให้ผู้ใดก็ได้ เพื่อแลกกับความอยู่รอดของบ้านเมือง ข้าเจ้ามีหัวใจเป็นของตนเอง มิต่างกับคนอื่น เหตุไฉนเลยจึงมิอาจเลือกได้ดั่งใจหมาย’

    นางรำพึงกับตนเองเบา ๆ มือเรียวขยับลูบแหวนพญานาคินทร์ที่สวมอยู่อย่างหวงแหน แหวนวงนี้คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่า ความรักกลางศึกนั้นคือเรื่องจริง ไม่ใช่เพียงความฝันที่นางอุปโลกน์ขึ้นมาหลอกตน

    ยามค่ำคืนที่ลมหนาวพัดผ่านยอดดอย เจ้านางซอมพอนั่งเหม่อมองออกไปทางทิศที่ตั้งของสุวรรณโคมคำ ในใจพะวงถึงเจ้าขุนอินทร์ถวาย ป่านนี้พระองค์คงถึงบ้านเมืองตนแล้ว หรืออาจกำลังเศร้าโศกกับการจากไปของเจ้าอุปราชขุนคำหลวง มิรู้ว่าพระองค์จักเหลือพื้นที่ให้หวนหาคิดถึงกันบ้างหรือไม่ นางเศร้าเสียใจน้ำตาซึม...มิใช่เพียงเพราะต้องแต่งงานกับพ่อพญาผู้ชราแห่งเวียงทุ่งหลวง ชายที่นางไม่เคยเห็นหน้าแลไม่เคยมีใจรัก แต่นางโศกเศร้าเพราะมองเห็นอนาคตของตนเองเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานการเมือง ที่ไม่อาจจัดการมันได้ด้วยตนเอง

    เวียงทุ่งหลวงนั้นไกลโพ้น แม้นจะอุดมสมบูรณ์แต่ก็เต็มไปด้วยจารีตที่นางไม่คุ้นเคย การถูกส่งตัวไปครั้งนี้ เท่ากับเป็นการตัดขาดจากสุวรรณโคมคำแลบ้านเกิดเมืองนอน และตัดขาดจากคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้ต่อหน้าโลงพระศพบนผาเจ้าเวียง

     

    กลางดึกคืนนั้น ณ ท้องพระโรงเมืองสุวรรณโคมคำ เจ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวายทรงขีดเขียนอักษรลงบนใบลานด้วยลายพระหัตถ์อันหนักแน่น ก่อนจะประทับตราพญานาคราชสัญลักษณ์แห่งแผ่นดินสุวรรณโคมคำ ทรงเรียกเหล่าอาลักษณ์แลม้าเร็วให้แยกย้ายกันออกไปยังทุกหัวเมืองเบื้องล่างใต้บาทแห่งตน

    ‘ประกาศจากหอคำหลวงสุวรรณโคมคำ! บัดนี้แผ่นดินสิ้นร่มโพธิ์ใหญ่ เจ้ามหาชีวิตฝนแสนห่าเสด็จสู่สวรรคาลัยเมืองฟ้าแดนแถน เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแลไว้อาลัยต่อผู้เป็นเจ้ามหาชีวิต ข้าเจ้ามหาชีวิตขุนหลวงอินทร์ถวาย ขอประกาศให้ทุกหัวเมืองภายใต้ร่มเงาของสุวรรณโคมคำ จงตกอยู่ในภาวะไว้ทุกข์ร่วมกัน เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ห้ามมิให้มีการจัดงานมงคลรื่นเริงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานสมโภช งานแห่ หรือการมหรสพใด ห้ามมิให้มีการแต่งงานวิวาห์หรือการส่งตัวบาทบริจาริกา ระหว่างแว่นแคว้นโดยเด็ดขาด หากเมืองใดบังอาจฝ่าฝืน จะถือว่าเป็นการดูหมิ่นพระศพ แลคิดกบฏต่อสุวรรณโคมคำอันเป็นใหญ่ มีโทษให้ประหารสิ้นทั้งวงศ์ตระกูล’

    เจ้านางซอมพอถูกนำตัวมาแต่งองค์ทรงเครื่องแต่เช้าตรู่ นางมองดูผ้างามแลเครื่องประดับอัญมณีมีค่า เครื่องประทินโฉมถูกประโคมลงองค์จนขาวโพลนแลหอมฟุ้ง อีฟั่นแลอีเอื้องทำได้เพียงหมอบกราบร้องไห้น้ำตาตก อยากช่วยผู้เป็นนาย แต่ก็ไม่รู้จะหาทางช่วยเยี่ยงไร เพราะแม้แต่มันจักก้าวลงบันไดเรือนก็ยังหาทำได้ไม่

    เจ้านางคนงามถูกอันเชิญลงมาจากเรือนพิมาน ประทับยังวอหาม เพื่อนำตัวนางไปมอบแด่ผู้แทนจากเวียงทุ่งหลวง ที่เดินทางมารั้งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

    เมื่อขบวนส่งตัวเจ้าสาวมาถึงยังหน้าหอคำหลวงเวียงสรวง เจ้านางเกสรทรงมีสีหน้ายินดีนัก ที่เสี้ยนหนามขวางทางกำลังเดินทางออกไปพ้นแผ่นดิน

    เสียงม้าเร็ววิ่งควบเข้ามาโดยขาดการยับยั้งห้ามปราม ทำเอาทุกคนต่างแตกตื่นตกใจ ด้วยอาณาบริเวณหอคำหลวงนั้นอยู่ในเขตสงวนฝ่ายใน การที่มีม้าศึกจากแคว้นอื่นบุกเข้ามานับเป็นเรื่องมิบังควร ทหารฝ่ายในของเวียงสรวงพร้อมหอกในมือ ต่างวิ่งเข้าขัดขวาง ชี้ปลายหอกตรงเข้าใส่ผู้นำสาส์นจากสุวรรณโคมคำ

    พอชายบนหลังม้าชูป้ายอนุญาตแลยังเป็นคนสำคัญจากสุวรรณโคมคำ พวกมันจึงรีบคุกเข่าลงหมอบกราบทำความเคารพต่อผู้นำสาร์น

    เจ้าแสนเมืองสิงห์มองดูสตรีโฉมงามที่นั่งอยู่บนวอหาม แล้วหันไปมองเจ้านางเกสรด้วยความไม่พอใจ

    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786