ความเดิมตอนที่แล้ว
จียงค่อย ๆ เลือนหายไปต่อหน้าเดซี่ในโลกหลังความตาย ทั้งสองต้องบอกลากันทั้งที่ยังไม่พร้อม จียงบอกรักเธอเป็ครั้งสุดท้ายก่อนสลายไป ทิ้งเดซี่ไว้กับคำสารภาพที่ยังไม่ทันได้พูดออกมา และหลังจากเขาหายไป ร่างของเดซี่เองก็เริ่มจางลงเช่นกัน
ณ ห้อง ICU โรงพยาบาล X ประเทศไทย
เสียงสัญญาณชีพดังถี่ขึ้นในห้อง ICU ที่เดซี่นอนรักษาตัวอยู่ เส้นกราฟบนจอเครื่องมือแพทย์ที่เคยขยับอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหนึ่งเดือนเริ่มอ่อนลงผิดปกติ จังหวะที่เคยนิ่งค่อย ๆ ขาดหายเป็่ ๆ จนทีมแพทย์และพยาบาลที่กำลังตรวจอาการอยู่ต้องหันมองหน้ากันด้วยความตึงเครียด
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อาการของเดซี่ทรงตัว ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่เคยทรุดลงอย่างกะทันหันเช่นนี้มาก่อน ทว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป สัญญาณชีพของเธออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ราวกับร่างกายที่เคยยื้ออยู่ระหว่างความเป็กับความตาย กำลังจะปล่อยมือจากโลกใบนี้ในที่สุด
“ความดันตกครับ”
เสียงของแพทย์คนหนึ่งดังขึ้นสั้น ๆ พยาบาลรีบขยับเข้าประจำตำแหน่งทันที เครื่องมือช่วยชีวิตถูกเตรียมอย่างเร่งด่วน เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสลับกับเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ถี่ขึ้นทุกขณะ บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเงียบระมัดระวังเป็ความตึงเครียดที่ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
บนเตียงผู้ป่วย เดซี่ยังคงนอนนิ่งเหมือนเดิม ใบหน้าซีดขาว เปลือกตาปิดสนิท ร่างกายเล็ก ๆ ที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวาถูกล้อมรอบด้วยสายระโยงระยางและเครื่องมือมากมาย แต่ไม่ว่าเครื่องมือเ่าั้จะช่วยประคองชีวิตเธอไว้แค่ไหน หัวใจของเธอกลับกำลังอ่อนแรงลงทีละนิด
ด้านนอกห้อง บิวตี้ที่ยืนมองเพื่อนรักผ่านกระจกมาตลอดเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เธอเห็นพยาบาลวิ่งเข้าออกห้องอย่างร้อนรน เห็นหมอขยับเข้าหาเตียงเดซี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเส้นสัญญาณชีพบนจอ หัวใจของเธอก็หล่นวูบ
เส้นกราฟนั้นอ่อนมาก
อ่อนจนเกือบกลายเป็เส้นตรง
“เกิดอะไรขึ้น...” บิวตี้พึมพำเสียงสั่น ก่อนจะรีบหันไปหาแม่ของเดซี่โดยที่สายตายังไม่อาจละจากร่างเพื่อนบนเตียงได้ “มะ...แม่คะ เหมือนเดซี่จะอาการแย่ลงนะคะ”
แม่ของเดซี่ชะงักทันที ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วพลันไร้สีเื เธอหันมองบิวตี้เหมือนไม่เข้าใจคำพูดนั้น ทั้งที่หัวใจเริ่มรับรู้ความหมายก่อนสมองจะทันตั้งตัว
“หมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นบิวลูก”
เธอรีบก้าวเข้ามามองผ่านกระจก และเพียงเห็นสัญญาณชีพของลูกสาวที่อ่อนแรงลง ร่างทั้งร่างก็เหมือนหมดแรงในพริบตา
“ไม่นะ...ไม่” เสียงของเธอสั่นจนแทบฟังไม่เป็คำ “คุณหมอคะ เกิดอะไรขึ้นคะ”
ไม่มีใครตอบเธอได้ในตอนนั้น เพราะทุกคนในห้องกำลังพยายามยื้อชีวิตเด็กสาวบนเตียงอย่างสุดความสามารถ แม่ของเดซี่มองภาพนั้นด้วยดวงตาพร่ามัว น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว ความกลัวที่เธอพยายามกดเอาไว้ตลอดหนึ่งเดือนพังทลายลงในเสี้ยววินาที
“โธ่ลูกแม่...” เธอเอ่ยเสียงแตกพร่า “แกจะไปจากแม่แล้วเหรอ เดซี่ อย่าไปนะลูก มาเอาชีวิตแม่ไปเถอะ อย่าเอาชีวิตลูกสาวฉันไปเลย”
เธอทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง บิวตี้รีบเข้าไปประคองทั้งที่ตัวเองก็ร้องไห้จนแทบยืนไม่ไหว ส่วนมายยืนตัวแข็งอยู่ข้าง ๆ สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์จะพลิกผันรวดเร็วขนาดนี้ ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่ยังมีความหวังเล็ก ๆ เหลืออยู่ ตอนนี้ทุกอย่างกลับเหมือนกำลังถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา
เสียงเครื่องมือแพทย์ดังถี่ขึ้นอีกครั้ง มายสะดุ้งเหมือนถูกปลุกจากฝันร้าย เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาแยมกับเอม เพื่อนสนิทอีกสองคนทันที มือของเธอสั่นจนกดเบอร์ผิดอยู่หลายครั้ง ก่อนจะกดโทรออกได้ในที่สุด
“แยม...” เสียงมายสั่นจนแทบไม่เป็คำ “รีบมาโรงพยาบาลนะ เดซี่...เดซี่อาการไม่ดีเลย”
ปลายสายเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเสียงใจะดังลอดออกมา แต่มายฟังอะไรไม่ชัดอีกแล้ว เพราะดวงตาของเธอยังจับจ้องอยู่ที่เพื่อนรักบนเตียงคนไข้
ภายในห้อง ICU หมอและพยาบาลเริ่มช่วยชีวิตเดซี่อย่างเต็มกำลัง เสียงสั่งงานดังสั้น กระชับ และเร่งรีบ ทุกวินาทีในห้องนั้นเหมือนยาวนานกว่าที่เคยเป็ เพราะชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังค่อย ๆ หลุดลอยไปต่อหน้าทุกคน
ขณะเดียวกันนั้น ณ โลกหลังความตาย
เดซี่ยังคงนั่งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ เธอร้องไห้จนแทบไม่มีเสียง หลังจากจียงสลายหายไปต่อหน้า อ้อมกอดที่เคยอบอุ่นเหลือเพียงความว่างเปล่า พื้นที่ข้างกายที่เคยมีเขานั่งอยู่เงียบลงจนเ็ปเกินกว่าจะทนได้
กลีบดอกเดซี่สีขาวยังคงปลิวไปตามสายลมเหมือนเดิม ท้องฟ้ายังคงสดใสเหมือนเดิม บ้านหลังเล็กยังตั้งอยู่ตรงเนินเดิม ทุกอย่างยังงดงามเหมือนเดิม มีเพียงคนคนเดียวที่หายไป และเพียงเท่านั้น โลกทั้งใบของเธอก็เหมือนแตกสลายลงแล้ว
“จียง...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแ่ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครตอบกลับมา “กลับมาก่อน...ได้โปรด กลับมาหาฉันก่อน”
ไม่มีเสียงใดตอบรับ
ไม่มีมืออุ่น ๆ เอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้
ไม่มีน้ำเสียงอ่อนโยนที่คอยเรียกเธอว่าเดซี่ของผม
เดซี่ยกมือขึ้นปิดหน้า พยายามกลั้นสะอื้นที่บีบแน่นอยู่ในอก แต่แล้วเธอก็ชะงัก
ปลายนิ้วของเธอกำลังเลือนราง
เดซี่ค่อย ๆ ลดมือลง มองร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ผิวที่เคยชัดเจนเริ่มโปร่งใสขึ้นทีละน้อย เหมือนที่เกิดขึ้นกับจียงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เสียงของเธอสั่นแ่ “ทำไมฉันเอง...ก็กำลังจะหายไปด้วย”
ร่างของเธอค่อย ๆ จางลงทีละนิด เดซี่มองทุกอย่างรอบตัวผ่านม่านน้ำตา ทุ่งดอกเดซี่สีขาว ต้นไม้ใหญ่ บ้านหลังเล็กที่เธอกับจียงสร้างขึ้นมา และเส้นทางที่เคยเดินเคียงกัน ทุกอย่างยังอยู่ตรงนั้น แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกดึงออกไปจากสถานที่แห่งนี้
บางทีอาจถึงเวลาของเธอแล้ว
บางทีเธออาจกำลังจะไปเกิดใหม่เหมือนจียง
ความกลัวแล่นผ่านหัวใจ แต่ไม่นานมันก็ถูกกลืนด้วยความเศร้าที่ใหญ่กว่า หากเธอต้องหายไปจริง ๆ อย่างน้อยเธอก็หวังเพียงอย่างเดียว
หวังว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง
เดซี่หลับตาลงช้า ๆ น้ำตาหยดสุดท้ายไหลผ่านแก้ม ในหัวใจยังเต็มไปด้วยคำพูดที่อยากส่งไปให้คนที่เพิ่งจากไป
// จียงคะ ฉันรักคุณเหลือเกิน //
เธอกำมือแน่น แม้มือคู่นั้นจะเริ่มจางจนแทบมองไม่เห็น
// ถ้าชาติหน้ามีจริง ถ้าเราได้เกิดในภพชาติเดียวกัน ขอให้เราได้เจอกันอีกครั้ง ขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน และอย่าให้มีอะไรมาพรากเราไปจากกันอีกเลย //
สายลมอ่อนพัดผ่านทุ่งดอกไม้ กลีบดอกเดซี่สีขาวปลิวขึ้นรอบตัวเธอราวกับกำลังกล่าวลา เดซี่ค่อย ๆ เงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่ที่ทั้งคู่เคยพบกันครั้งแรก ภาพจียงนั่งหลับตาพิงลำต้น ภาพเขาหัวเราะตอนเธอดุแดด ภาพมือที่ยื่นมาหาเธอในวันที่ทั้งสองแนะนำตัวกัน ภาพบ้านหลังเล็ก ภาพรอยยิ้มของเขา ทุกอย่างไหลย้อนกลับมาในหัวใจอย่างชัดเจนจนเ็ป
// ฉันจะไม่มีวันลืมคุณ ฉันจะตามหาคุณจนเจอ รอก่อนนะคะ //
แล้วร่างจิตของเดซี่ก็ค่อย ๆ สลายหายไปกับสายลม
บ้านหลังเล็กกลางทุ่งดอกไม้เริ่มแตกร้าวเป็ละอองแสง ห้องทำงานของจียง สมุดเพลง โต๊ะไม้ ระเบียงที่เคยนั่งด้วยกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทั้งสองสร้างขึ้นด้วยความทรงจำค่อย ๆ จางหายไปทีละอย่าง เหลือไว้เพียงทุ่งดอกเดซี่กว้างใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ต้นเดิม และความเงียบงันที่เคยมีมาก่อนพวกเขาทั้งสองจะมาถึง
ที่แห่งนี้กลับมาเป็เหมือนวันแรกอีกครั้ง
ไม่มีเสียงหัวเราะของเดซี่
ไม่มีเสียงเพลงของจียง
ไม่มีบ้านของพวกเขา
เหลือเพียงทุ่งดอกเดซี่ของพวกเขา
ลาก่อนนะ
ณ ห้อง ICU โรงพยาบาล X ประเทศไทย
บนเตียงผู้ป่วย ชีวิตของเดซี่แขวนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็และความตาย สัญญาณชีพของเธออ่อนแรงลงทุกขณะ หัวใจที่เคยเต้นช้า ๆ ค่อย ๆ ช้าลงอีก ช้าลงจนแทบหยุดนิ่ง
และในที่สุด เส้นกราฟบนจอก็ทอดยาวเป็เส้นตรง
เสียงสัญญาณเตือนดังยาวขึ้นในห้อง ICU
แม่ของเดซี่กรีดร้องอยู่ด้านนอก บิวตี้กอดเธอไว้แน่นทั้งน้ำตา มายยกมือขึ้นปิดปาก ตัวสั่นจนแทบทรุดตามไปอีกคน แต่ไม่มีใครสามารถเข้าไปหาเดซี่ได้ ไม่มีใครสามารถกอดเธอไว้ได้ มีเพียงกระจกใสที่กั้นระหว่างคนที่กำลังจะจากไปกับคนที่ยังยืนอยู่ตรงนี้
ในห้อง หมอและพยาบาลพยายามยื้อชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ การปั๊มหัวใจดำเนินไปครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงคำสั่งของแพทย์ดังสลับกับเสียงเครื่องมือในห้องที่เต็มไปด้วยความกดดัน ทุกคนในห้องรู้ดีว่าเวลาเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ
“เริ่ม CPR”
“เตรียมยา”
“ตรวจชีพจร”
เสียงเ่าั้ดังขึ้นซ้ำ ๆ แต่สำหรับคนด้านนอก ทุกเสียงเหมือนค่อย ๆ ห่างออกไป แม่ของเดซี่มองภาพลูกสาวบนเตียงด้วยสายตาแตกสลาย ริมฝีปากขยับพร่ำเรียกชื่อลูกสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เดซี่...ลูกแม่ ได้โปรด กลับมาหาแม่นะลูก”
ด้านนอก แม่ของเดซี่กอดบิวตี้ไว้แน่น น้ำตาไหลอาบหน้า ขณะที่มายยังถือโทรศัพท์ค้างอยู่ในมือโดยพูดอะไรไม่ออก ทุกคนมองผ่านกระจกเข้าไปเหมือนหัวใจถูกบีบจนแหลกละเอียด
ใน่เวลาที่แพทย์กำลังจะหมดหนทาง และความเงียบอันน่ากลัวกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมทุกอย่าง เสียงสัญญาณชีพก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ด...
เส้นกราฟที่เคยนิ่งสนิทขยับขึ้นมาอย่างแ่เบา
หนึ่งจังหวะ
ติ๊ด...
สองจังหวะ
ติ๊ด...ติ๊ด...
แล้วหัวใจของเดซี่ก็กลับมาเต้นอีกครั้ง
หมอและพยาบาลชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบช่วยเหลือต่อทันที ความตึงเครียดในห้องยังไม่จางหาย แต่แววตาของทุกคนกลับมีความหวังกลับคืนมาอีกครั้ง ราวกับใครบางคนที่เกือบเดินข้ามเส้นแบ่งไปแล้ว เลือกหันหลังกลับมาในวินาทีสุดท้าย
หลังจากเดซี่ถูกดึงกลับมาจากขอบของความตาย สัญญาณชีพของเธอก็ค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ร่างกายที่เคยอ่อนแรงเริ่มตอบสนองดีขึ้นทีละน้อย จนแพทย์เ้าของไข้ต้องรีบออกมาแจ้งข่าวให้ครอบครัวทราบ
แม่ของเดซี่แทบลุกขึ้นยืนไม่ไหวเมื่อเห็นหมอเดินออกมา
“คุณหมอคะ ลูกฉันเป็ยังไงบ้างคะ”
หมอถอดหน้ากากอนามัยลงเล็กน้อย สีหน้าอ่อนโยนขึ้น
“คุณแม่ครับ ตอนนี้คนไข้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วนะครับ และดูเหมือนว่าอาการจะดีขึ้นด้วย”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปชั่ววินาที เหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกหรือไม่
“เมื่อครู่หัวใจของคนไข้หยุดเต้นไปแล้วครับ แต่กลับมาเต้นได้อีกครั้ง นับว่าเป็ปาฏิหาริย์มาก” หมอกล่าวต่อ “แสดงว่าคนไข้เองก็้ามีชีวิตอยู่ต่อ ดีใจด้วยนะครับ”
แม่ของเดซี่ปล่อยโฮออกมาทันที เธอยกมือไหว้หมอทั้งน้ำตา
“คุณหมอคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยชีวิตลูกสาวฉันไว้ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ มันเป็หน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว” หมอยิ้มบาง ๆ “อีกอย่าง คนไข้เองต่างหากครับที่ช่วยตัวเอง เธอพยายามจะมีชีวิตอยู่ หลังจากนี้ผมจะให้พยาบาลเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดนะครับ”
แม่ บิวตี้ และมายต่างกล่าวขอบคุณหมอและพยาบาลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความหวังที่เกือบดับสนิทกลับคืนมาอีกครั้ง เหมือนมีใครบางคนคืนลูกสาว คืนเพื่อนรัก คืนคนสำคัญให้พวกเธอในวินาทีสุดท้าย
บนเตียงผู้ป่วย เดซี่ยังคงหลับตาอยู่ ทว่าหยาดน้ำตาค่อย ๆ ไหลออกจากหางตาทั้งสองข้างอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครรู้ว่าในโลกที่เธอจากมา เธอเพิ่งสูญเสียใครไป
ไม่มีใครรู้ว่าในหัวใจที่กลับมาเต้นอีกครั้งนั้น เ็ปมากแค่ไหน
3 วันผ่านไป
หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้น อาการของเดซี่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดแพทย์ก็อนุญาตให้ย้ายเธอออกจากห้อง ICU ไปยังห้องพักฟื้นได้ แม่และเพื่อน ๆ ยังผลัดกันเฝ้าเธอเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้ทุกคนเริ่มกล้าหวังมากขึ้น กล้าเชื่อว่าเดซี่อาจกลับมาได้จริง ๆ
ในห้องพักฟื้นสีขาว กลิ่นยาจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาแตะปลายเตียงอย่างเงียบงัน เครื่องมือแพทย์ยังคงส่งเสียงเบา ๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกำลังยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
ความมืดคือสิ่งแรกที่เดซี่รับรู้
// มืดจัง...ที่นี่ที่ไหนนะ //
เธอพยายามขยับตัว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับไม่ใช่ของตัวเอง แขนขาไร้เรี่ยวแรงจนแทบไม่ตอบสนอง มีเพียงความรู้สึกเย็นของอากาศรอบกาย กลิ่นยาจาง ๆ และััอบอุ่นที่กำลังกุมมือเธอไว้เท่านั้นที่บอกว่าเธอยังมีตัวตนอยู่
เดซี่พยายามรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อขยับร่างกาย แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงปลายนิ้วที่กระตุกเบา ๆ
// ทำไมขยับไม่ได้เลย...ที่นี่ที่ไหนกันนะ //
เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงสว่างทำให้ต้องหลับตาลงอีกครั้งทันที หลังจากหลับใหลไปนาน ดวงตาของเธอยังไม่คุ้นชินกับโลกที่สว่างเกินไป เดซี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ภาพตรงหน้าเลือนรางในตอนแรก ก่อนจะชัดขึ้นทีละน้อย
เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างสับสน
ห้องสีขาว เครื่องมือแพทย์ สายน้ำเกลือ และเสียงเครื่องมือที่ดังเบา ๆ อยู่ใกล้ตัว ทุกอย่างไม่คุ้นเคย แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนเธอควรจะเข้าใจว่ามันคืออะไร
แล้วสายตาของเธอก็หยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียง
มือของผู้หญิงคนนั้นกุมมือเธอไว้แน่น
เดซี่มองใบหน้านั้นอยู่นาน ความคุ้นเคยบางอย่างค่อย ๆ ผุดขึ้นในหัว ภาพก่อนเกิดอุบัติเหตุที่เคยพร่าเลือนเริ่มกลับมาเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสียงเรียกชื่อ เสียงรถ เสียงใครบางคนร้องใ และใบหน้าของผู้หญิงคนเดียวกันนี้ที่เคยกอดเธอไว้ั้แ่เด็ก
// แม่...เหรอ //
หัวใจของเดซี่สั่นไหว
// แม่จริง ๆ เหรอ //
เธอพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเพื่อเปล่งเสียงออกมา
“มะ...แม่”
เสียงของเธอแ่เบาจนแทบกลืนหายไปกับอากาศ แม่ของเธอยังคงหลับอยู่ ไม่ได้ยินเสียงเรียกนั้น เดซี่จึงพยายามอีกครั้ง แม้ลำคอจะแห้งผากและเสียงแทบไม่มีแรง
“แม่...แม่คะ”
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดเข้ามา
บิวตี้กับมายที่เพิ่งกลับจากซื้อของชะงักอยู่ตรงประตูทันที ของในมือหล่นลงพื้นโดยไม่มีใครสนใจ เมื่อเห็นเดซี่ที่เคยนอนนิ่งมาตลอดหนึ่งเดือนกว่า ตอนนี้ลืมตาขึ้นมาแล้ว และกำลังพยายามขยับตัวอยู่บนเตียง
“เดซี่!”
เสียงของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันจนแม่ของเดซี่สะดุ้งตื่น
“เอะอะอะไรกันเด็ก ๆ”
บิวตี้กับมายพูดแทบไม่เป็คำ น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตาทันที
“แม่คะ...เดซี่ฟื้นแล้วค่ะ”
แม่ของเดซี่หันกลับมามองช้า ๆ เหมือนกลัวว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็เพียงความฝัน
แล้วเธอก็เห็นลูกสาวกำลังมองมาที่เธอ
เดซี่น้ำตาไหล แต่ริมฝีปากกลับพยายามยิ้ม
“แม่คะ”
เพียงคำเดียวเท่านั้น ผู้เป็แม่ก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น เธอโผเข้ากอดลูกสาวด้วยความคิดถึงทั้งหมดที่เก็บกลั้นมาตลอดหลายสัปดาห์ บิวตี้กับมายรีบเข้ามากอดด้วยอีกคน ทั้งสามคนร้องไห้ปนหัวเราะรอบตัวเดซี่ ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ เธอจะหายไปอีก
“เดซี่...ลูกแม่” แม่ของเธอสะอื้น “แกฟื้นแล้ว ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม่คิดว่าจะไม่ได้ลูกกลับคืนมาแล้ว”
เดซี่ร้องไห้ตามอย่างห้ามไม่อยู่ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่และเพื่อน ๆ ทำให้หัวใจที่เหมือนหลงทางมานานค่อย ๆ กลับมารับรู้ว่าเธอยังมีคนรออยู่ตรงนี้
“หนูกลับมาแล้วนะคะแม่” เธอพูดเสียงแหบพร่า “ขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะคะ”
แม่กอดเธอแน่นขึ้น ส่วนบิวตี้กับมายก็ร้องไห้จนพูดอะไรไม่ออก ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น ความโล่งใจ และความรักที่ท่วมท้นจนไม่มีใครสนใจจะปาดน้ำตาอีกต่อไป
เดซี่ควรจะมีความสุข
เธอควรจะดีใจที่ตื่นขึ้นมาเจอแม่ เจอเพื่อน และได้กลับมาอยู่ท่ามกลางคนที่รักเธอมากขนาดนี้
แต่ลึกลงไปในใจ กลับมีความเศร้าบางอย่างกดทับอยู่เงียบ ๆ
มันไม่ใช่ความเจ็บจากร่างกาย ไม่ใช่ความกลัวจากอุบัติเหตุ และไม่ใช่ความใที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หากแต่เป็ความว่างเปล่าที่อธิบายไม่ได้ เหมือนมีบางอย่างสำคัญมากถูกทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง
หัวใจของเธอโหยหาอะไรบางอย่าง
รอคอยใครบางคน
และเ็ปราวกับเพิ่งสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป ทั้งที่เธอกลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งนั้นคืออะไร
เดซี่หลับตาลงช้า ๆ น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งโดยไม่มีเหตุผล
// นี่...ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ //