ตอนที่ 12 รวมญาติ
ฟ้าเดินตามเสียงมาที่ห้องรับแขกก็เห็นชายชราสองคนและหญิงชราหนึ่งคนนั่งสนทนากับพ่อของเขาอยู่ที่โซฟารับแขกแม่ของเขาจูงมือพาเขาเข้าไปในห้อง
“คุณพ่อคุณแม่คะ นี่ฟ้าลูกชายคนโตของหนูเองค่ะ”
ทุกคนต่างหันมามองที่ฟ้าเป็ตาเดียว พวกท่านต่างได้ฟังวีรกรรมของหลานชายคนโตคนนี้จากลูกชายทันทีที่มาถึงพวกบอดี้การด์กับทหารที่อยู่ในเหตุการณ์ก็บอกว่ามันคือเื่จริง
“หน้าตาได้พ่อมาหมดเลยนะเนี่ย”คนเป็ตาเอ่ยทักขึ้นมาเป็คนแรกหลังจากที่ฟ้ายกมือไหว้ทุกคนเสร็จฟ้าสามารถแยกแยะได้ไม่ยากว่าใครเป็ใคร เพราะปู่ของเขาเล่นสวมชุดมาเต็มยศเลย
“มาใกล้ๆยายหน่อยสิจ๊ะ”คนเป็ยายเอ่ยบอกคนเป็หลานด้วยแววตาเป็ประกายชอบใจบุคลิคลักษณะของหลานคนนี้ดูมีสง่าราศีมากจนเธอคาดไม่ถึงหลานคนนี้คงได้รับการดูแลมาเป็อย่างดีแน่ๆ ฟ้าขยับไปนั่งข้างๆท่านด้วยความนอบน้อม
“หลานยายโตเป็หนุ่มขนาดนี้แล้วหรอเนี่ยมาให้ยายกอดมาลูก” จบคำฟ้าก็เอนตัวไปให้ท่านกอดได้ถนัดขึ้นสักพักท่านก็ผละออกมามองใบหน้าหลายชายด้วยความยินดีกว่าจะได้พบหน้าหลานชายคนนี้ก็เสียเวลาไปยี่สิบปีเต็ม
“ไปทานข้าวกันก่อนเถอะค่ะมื้อนี้ลูกฟ้าลงครัวเองคนเดียวเลยนะคะ ฝีมือนี่สุดยอดมากค่ะคุณแม่หนูนี่ชิดซ้ายไปเลยค่ะ”แม่ของฟ้าเอ่ยบอกมารดาพร้อมทั้งชวนคนอื่นๆให้ไปทานอาหารด้วยกัน
“ขนาดนั้นเลยหรอจ๊ะหลานยายเก่งเกินไปไหมเนี่ย”คนเป็ยายเอ่ยชมหลานชายแล้วจูงมือหลานชายให้เดินไปพร้อมกับตัวเองเมื่อทุกคนเห็นดังนั้นจึงค่อยเดินตามไปบ้าง
พอทุกคนนั่งประจำที่ก็เริ่มลงมือทานไม่ผิดจากที่ได้ฟังมา ฝีมือของหลานชายคนนี้นับว่าดีมากเผลอๆดีกว่าเชฟตามโรงแรมห้าดาวซะอีกมีการเอ่ยซักถามหลานชายเป็บางครั้งว่าใช้ชีวิตเป็ยังไง เรียนถึงไหนอยากได้อะไรบ้างรึเปล่าตามประสาคนเป็ห่วงหลาน ฟ้าเองก็ตอบพวกท่านด้วยความนอบน้อมการพบกันครั้งแรกนี้ดีกว่าที่เขาเคยคิดซะอีกปู่ของเขาเป็คนพูดน้อยแต่ฟ้าก็รู้ได้ว่าเขาห่วงใยตัวเองมากตากับยายของเขาก็เอ็นดูเขามากเช่นกัน
“หลานจะไม่ย้ายมาอยู่ที่นี่กับพ่อแม่เขาหรอลูก”ยายของเขาเอ่ยถามเมื่อได้ยินแม่เขาเอ่ยบอก ตอนนี้ทุกคนมารวมกันอยู่ห้องรับแขกรวมทั้งน้องสาวทั้งสองของฟ้าด้วย
“ที่บ้านของผมอยู่ใกล้มหาลัยมากกว่าผมเลยยังไม่อยากย้ายครับไว้รอผมเรียนจบค่อยย้ายก็ได้ครับ” ฟ้าอธิบายไปตามจริง
“แล้วอยู่คนเดียวลำบากรึเปล่าลูก”
“ไม่หรอกครับผมสนิทกับเพื่อนบ้านแถวนั้นดี พวกเพื่อนผมเองก็ชอบแวะมาหาผมที่บ้านด้วยก็เลยไม่ค่อยเหงาหรอกครับ”
“หลานมีอะไรก็บอกทุกคนในบ้านได้นะทุกคนต่างก็เป็ครอบครัวเดียวกันตอนแรกอาจจะไม่คุ้นชินแต่ยังไงเืก็ย่อมข้นกว่าน้ำอยู่แล้ว”เอ่ยจบก็ลูบศรีษะหลานชายเบาๆด้วยความอ่อนโยนกว่าจะได้เจอหน้าหลานชายก็เสียเวลามามากขนาดนี้ แรกๆอาจต้องปรับตัวบ้างแต่ก็คงไม่นานหรอก
“แล้วค่าใช้จ่ายต่างๆพอไหมลูกขาดเท่าไหร่บอกแม่ได้นะ” คนเป็แม่เอ่ยประเด็นสำคัญขึ้นมากลางวง
ทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้หลานชายคนนี้อาศัยอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีญาติมิตรช่วยส่งเสียค่าใช้จ่ายให้เงินที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็คงเป็เงินเก่าของพ่อแม่บุญธรรมที่รับฟ้าไปเลี้ยงดูตอนที่สั่งคนออกตามหาก็สืบได้คร่าวๆว่าหลังที่พ่อแม่บุญธรรมเสียไปหลานชายของพวกเขาก็หายตัวไปเป็ปีก่อนที่จะกลับมาและอาศัยอยู่ที่บ้านเดิม
“ไม่เป็ไรหรอกครับแม่ฟ้าเปิดร้านขายของหารายได้ให้ตัวเองได้แล้วครับ” ฟ้าเอ่ยตอบแบบถนอมน้ำใจมารดา
“ขายอะไรกันลูก ลำบากไหมให้แม่กับพ่อส่งเสียจนฟ้าเรียนจบไม่ดีกว่าหรอ” คนเป็แม่กลัวลูกลำบากเลยเสนอขึ้น
“ให้พ่อกับแม่ได้ชดเชยเวลาที่เสียไปบ้างลูก”พ่อของฟ้าเองก็เห็นด้วยกับภรรยา
“ผมก็ไม่ได้ลำบากหรอกครับปกติผมมีลูกน้องคอยดูแลร้านให้ผมอยู่แล้วผมแค่ตรวจพวกเอกสารและเข้าไปตรวจร้านอาทิตย์ละครั้งก็เท่านั้นเอง”ฟ้าอธิบายอย่างใจเย็น
“หลานมาช่วยตาที่บริษัทดีกว่าไหมยังไงๆบริษัทก็ต้องเป็ของหลานๆในสักวันหนึ่ง” ตาของฟ้าเอ่ยข้อเสนอใหม่
“มาช่วยที่บริษัทก็ดีนะลูกแม่จะได้ช่วยสอนงานฟ้าได้ เวลาฟ้าเข้าไปคุมงานแทนคุณตาคุณยายจะได้ไม่มีปัญหา”
“แต่กิจการของฟ้ากำลังไปได้ดีเลยนะครับแม่”
“แล้วหลานขายอะไรล่ะจ๊ะ พอค่าใช้จ่ายไหม”เมื่อคุณยายถามฟ้าก็ส่งยิ้มให้เป็คำตอบ
“เดี๋ยวผมไปเอาสินค้าที่ผมขายมาให้ทุกคนดูละกันครับผมกะจะเอามาให้พ่อกับแม่พอดี ตอนขามาก็ลืมเอาลงมาจากรถผมเองก็ไม่แน่ใจว่าสินค้ามันโอเครึเปล่า ต้องมองจากสายตาคนนอกถึงจะรู้ได้ครับ”ฟ้าเอ่ยจบก็ขออนุญาติไปหยิบของที่รถ
“ยังเรียนไม่จบก็คิดหารายได้เองแล้วสมกับที่เป็หลานของเราเลยนะคุณ” ตาของฟ้าเอ่ยกับคนเป็ภรรยาเมื่อเห็นว่าหลานชายเดินออกจากห้องไปแล้ว
“ก็หลานเราเขาอยู่ตัวคนเดียวจะพึ่งพาใครก็ไม่ได้ ความคิดความอ่านก็เลยต้องเติบโตกว่าวัยรุ่นสมัยนี้”
“หลานพวกเราคนนี้ไม่ใช่คนง่ายๆแบบที่แสดงออกเลยนะบุคลิกท่าทาง ความเป็ผู้นำของหลานคนนี้มีมากกว่าคนทั่วไปอีกทั้งๆที่ได้ข่าวว่าพ่อแม่บุญธรรมของหลานเป็คนธรรมดาทั่วไปแท้ๆที่บอกหายไปปีนึงนี่ใช่ติดตามอาจารย์ไปฝึกวิชาที่อื่นรึเปล่า”ปู่ของฟ้าที่คอยสังเกตุหลานชายคนนี้ตลอดเอ่ยบอกตามที่คิด
“นั่นสิคะพวกเราเองก็สงสัยอยู่แต่ยังไม่ได้ถามลูกเลย” แม่ของฟ้าเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้
“ในประวัติที่ได้มาหลานคนนี้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปไม่มีระบุในรายงานว่าไปเรียนการต่อสู้ที่ไหนมาก่อนแต่การต่อสู้ในวันนี้ผลมันออกมาตรงกันข้ามหนึ่งปีที่หายไปหลานอาจจะไปฝึกการต่อสู้มาก็ได้” ตาของฟ้าเองก็สนับสนุนความคิดนี้
“เรียนแค่ปีเดียวเก่งได้ขนาดนี้แปลว่าต้องได้ยอดฝีมือเป็คนสั่งสอนแน่ๆแล้ว”พ่อของฟ้าอดที่จะดีใจแทนลูกชายไม่ได้
ทุกคนต่างนั่งถกเถียงกันเื่หลานคนนี้อยู่สักพักมารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหลานชายก็หิ้วกระเช้าบางอย่างเข้ามาในห้องรับแขกมองไกลๆทุกคนจะเห็นของที่อยู่ในกระเช้าไม่ชัด แต่พอฟ้าเดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งวางกระเช้านั้นลงบนโต๊ะรับแขกทุกคนต่างก็มองของในกระเช้าใบนั้นตาโต
พวกเขาทุกคนไม่มีใครไม่รู้จักสินค้าตัวนี้ถึงจะเพิ่งวางขายมาได้ไม่นานแต่ก็ขยายตลาดออกไปเกือบจะทั่วประเทศใครสนใจซื้อต้องสั่งจองล่วงหน้าก่อนหลายเดือนเลยทีเดียว มีหลายเ้าที่ซื้อไปขายต่อในราคาที่แพงเกือบเท่าตัวก็ยังขายได้อย่างรวดเร็วทางผู้ผลิตเองก็ผลิตสินค้าออกมาไม่ทันจำหน่าย
“ฟ้าไปรับมาขายต่อหรือลูก”เมื่อแม่ของฟ้าตั้งสติได้ก็เอ่ยถามขึ้น เธอมองกระเช้าที่ลูกนำมาตาวาวเธอเองก็สั่งซื้อสินค้าของบริษัทนี้อยู่แต่ต้องรออีกเดือนนึงกว่าจะได้ของ
“เปล่าหรอกครับแม่”ฟ้าส่ายหน้าปฏิเสธก่อนที่จะหยิบสินค้าในกระเช้าขึ้นมาแล้วเอ่ย “ผมเป็เ้าของครับ”
ทุกคนต่างหันขวับไปมองคนพูดเป็ตาเดียวด้วยความคาดไม่ถึง
“เมื่อกี้ลูกพูดว่าอะไรนะจ๊ะ”คนเป็แม่เอ่ยถามเสียงสั่น
“ผมเป็เ้าของบริษัทคานาสคอมพานีครับสินค้าพวกนี้ก็เป็สินค้าของบริษัทผม” ฟ้าอธิบายเพิ่มขยายความเข้าใจให้คนอื่นๆ
“หลานจะบอกว่าหลานเป็เ้าของบริษัทคานาสคอมพานีที่ผลิตสินค้าพวกนี้ใช่ไหม”ฟ้าพยักหน้ารับคำคนเป็ตา
“พ่อไม่อยากจะเชื่อเลย”
“น่าเสียดายที่ผมไม่รู้ว่าคุณปู่ คุณตาคุณยายจะมาด้วยเลยไม่ได้เตรียมมาให้ ไว้คราวหน้าผมจะเอามาให้พวกท่านนะครับ”
“ตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักสินค้าของลูกแล้วไหนลูกบอกเปิดร้านขายของไง ตอนแรกแม่ก็นึกว่าฟ้าเปิดร้านเล็กๆซะอีก”
“ฟ้าเริ่มทำมายังไม่ถึงปีเลยครับผมเริ่มวางขายตอนผมเข้ามหาลัยพอดี ฟ้าไม่ได้โฆษณาหรือจ้างใครมาโปรโมทให้ก็เลยไม่แน่ใจว่าคนจะสนใจกันมากรึเปล่าแต่จากยอดจองก็หลายอยู่นะครับ” ฟ้าหัวเราะแหะๆปิดท้ายคำพูดตัวเอง
“ไม่หน่อยแล้วลูกฟ้าแม่เองก็สั่งจองเอาไว้เหมือนกัน อีกตั้งเป็เดือนกว่าจะได้ของเพื่อนๆแม่ก็จองกันแทบทุกคน คิวนี่ยาวมาก” คนเป็แม่อดที่จะบ่นไม่ได้เพราะของรอนาน
“มันช่วยไม่ได้ครับแม่ตอนนี้ผมขยายสาขาไปเกือบทั่วประเทศแล้วสินค้าก็ยังไม่พออยู่ดีความ้าในตลาดมันเยอะเกินไปจนสินค้าผลิตไม่ทันนี่ฟ้าก็ขยายการผลิตออกไปตั้งเยอะแล้วนะครับ” ฟ้าอธิบายอย่างใจเย็น
“โห! อย่างนี้พี่ฟ้าก็รวยมากเลยสิคะเนี่ย”น้องสาวคนโตมองพี่ชายตาวาว ไม่ว่าพี่ชายคนนี้จะทำอะไรก็เก่งทุกอย่าง
“ไม่ขนาดนั้นหรอกน้องดาวพี่ก็ทำเท่าที่พี่ทำไหวน่ะแหล่ะ” ฟ้าหันมาตอบน้องสาวเสียงอ่อน
“ปิดซะมิดเลยลูกพ่อคนนี้ตอนแรกพ่อกะจะซื้อรถใหม่ให้รับขวัญลูกชายซะหน่อย ที่ไหนได้ลูกจะรวยแซงหน้าพ่อกับแม่ไปแล้วมั้ง” พ่อของฟ้าเอ่ยหยอกลูกชาย
“ถ้าซื้อให้ฟ้าก็รับนะครับแต่พอดีรถคันที่ขับอยู่ตอนนี้เป็รถเก่าของพ่อบุญธรรมฟ้าไม่อยากขายเลยเอามาใช้ต่อ” คนอื่นๆต่างหัวเราะออกมากับการหยอกล้อกันของพ่อลูก
“หลานคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ อายุแค่นี้ก็มีกิจการใหญ่โตซะแล้ว”ปู่ของฟ้าเอ่ยชมด้วยความภูมิใจ
“เืนักธุรกิจมันแรงใช่ไหมหลานตา ฮ่าๆๆ”ฟ้าที่เห็นคนเป็ตาหัวเราะก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
“คืนนี้ฟ้าค้างที่นี่นะลูกพรุ่งนี้วันอาทิตย์ฟ้าต้องไปไหนรึเปล่าลูก” แม่ของฟ้าทักเมื่อเห็นว่าตอนนี้เริ่มจะดึกแล้ว
“ก็ได้ครับพรุ่งนี้ฟ้าต้องเข้าร้านไปตรวจเอกสารแล้วก็คงจะกลับบ้านเลยล่ะครับ”
“แม่จัดห้องเอาไว้ให้ลูกแล้วลูกฟ้าจะมาค้างที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้เพราะยังไงที่นี่ก็เป็บ้านของลูก”ฟ้าฟังคำพูดนั้นด้วยความซาบซึ้ง
“งั้นตากับยายกลับก่อนนะเด็กๆก็รีบๆเข้านอนกันซะล่ะ” ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ จะมีปู่ของฟ้าที่ยังคงรออยู่
“หลานยิงปืนเป็ไหม” ฟ้าส่ายหน้าเป็คำตอบ
“งั้นวันไหนให้พ่อหลานพาไปฝึกยิงปืนนะปู่จะให้พกไว้ป้องกันตัวบ้างถึงหลานจะต่อสู้เก่งแต่ถ้าเกิดเจอพวกลอบกัดจะได้มีอาวุธไว้ป้องกันตัว”
“ขอบคุณมากครับคุณปู่”ฟ้าเอ่ยรับความหวังดีด้วยความเต็มใจ
“งั้นปู่กลับล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาปู่ได้”พอจบคำก็ผละจากไป
“เดี๋ยวลูกว่างวันไหนค่อยมาบอกพ่ออีกทีพ่อจะได้พาไปพร้อมน้องๆ เดี๋ยวให้แม่พาไปที่ห้องนะลูก”
ฟ้าเดินตามแรงจูงของแม่เพื่อเดินไปห้องนอนของเขาตัวห้องอยู่ไม่ไกลจากบันไดนัก ภายในห้องตกแต่งอยากเรียบหรู ข้างในก็กว้างขวางมีอุปกรณ์ครบครัน
“เสื้อผ้ากับพวกของใช้แม่เตรียมไว้ให้แล้วนะจ๊ะถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกแม่หรือพวกคนรับใช้ก็ได้”ฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณเสร็จคนเป็แม่ก็เดินออกจากห้องไป มองรวมๆแล้วฟ้าพึงพอใจกับห้องนี้ไม่น้อยเลยฟ้าโทรหาฟอกซ์บอกวันนี้เขาไม่กลับบ้าน ให้ดูแลบ้านและดูงานแทนเขาที
“จบไปอีกวันแล้วสินะ...”
>>>>>>>>>>