ในขณะที่ทางเยี่ยชิงเหมยกำลังวางแผนว่าจะติดตามคุณน้าของเธอไปจับชู้ในวันพรุ่งนี้ทางบ้านเผิงก็มีเสียงดุด่าเจิ้งฉิงดังก้องไปทั่วบ้านแม้กระทั่งหลี่จิ่งหรานที่อยู่ข้างบ้านยังได้ยินอย่างชัดเจนและก็ได้แต่พยายามเก็บงำความไม่พอใจเอาไว้ในใจก็ยิ่งรู้สึกชิงชังผู้หญิงที่ชื่อเยี่ยชิงเหมยมากเป็พิเศษ
“อาเยี่ยนนี่แกแกล้งโง่หรือว่าแกโง่จริงกันแน่กับอีกแค่เด็กสาวกำพร้าอย่างหลี่จิ่งหรานจะไปสู้เยี่ยชิงเหมยลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านได้อย่างไร”คำพูดของเจิ้งฉิงทำให้เผิงเยี่ยนได้แต่ส่ายหน้า
“ผมก็ยังไม่ได้บอกว่าจะเลือกจิ่งหรานเสียหน่อยครับคุณแม่และอีกอย่างผมก็บอกเลิกกับจิ่งหรานไปแล้วแต่วันนั้นเป็เื่บังเอิญที่ผมพาเธอไปเลือกซื้อของขวัญมาให้เยว่เล่อแต่กลับคิดไม่ถึงชิงเหมยจะมาเห็นเข้า”เผิงเยี่ยนพูดพลางเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเบื่อหน่าย
“แต่เยว่เล่อบอกกับแม่ว่าแม่หนูบ้านเยี่ยบอกเลิกกับแกแล้วไม่ใช่หรือ”คำพูดของเจิ้งฉิงทำให้เผิงเยี่ยนส่ายหน้า
“บอกเลิกก็จริงแต่ผมไม่ยอมเลิกเสียหน่อยแล้วจะเรียกว่าเลิกได้อย่างไรเด็กสาวอย่างชิงเหมยแค่ผมเอาดอกไม้สักช่อไปง้องอนหรือไม่ก็ไปเสนอหน้าให้เธอเห็นบ่อยๆประเดี๋ยวเดียวก็คงจะใจอ่อนแล้ว”คำพูดของเผิงเยี่ยนทำให้เจิ้งฉิงพลันยิ้มออกมาในทันที
“เป็เื่ที่ถูกต้องแล้วที่ควรจะไปง้องอนเสียหน่อยได้ยินเยว่เล่อเคยพูดว่าเธอไม่พอใจที่พ่อแม่ของเธอบีบบังคับให้หมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนไม่ใช่หรือแกก็พยายามจี้จุดเื่นี้ให้มากเข้าไว้เด็กสาวสมัยนี้โหยหาเื่อิสรภาพในการตัดสินใจจะตายไป ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกที่บ้านบีบคั้นจนเกินไปเสียหน่อยก็จะรู้สึกว่าแกคือทางออกที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากการบังคับของที่บ้านได้”คำพูดของเจิ้งฉิงทำให้เผิงเยี่ยนพยักหน้า
“คุณแม่ไม่ต้องสอนผมหรอกผมรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรเพียงแต่่นี้ผมลาหยุดบ่อยเกินไปแล้วหลังจากหมดวันลาในคราวนี้คงอีกนานกว่าที่ผมจะได้กลับมาบ้าน”เมื่อเผิงเยี่ยนพูดเช่นนี้เจิ้งฉิงก็พยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้นวันหยุดของแกในครั้งนี้ก็พยายามทุ่มเทให้แม่หนูบ้านเยี่ยเข้าไว้ส่วนทางเยว่เล่อแม่จะไปหาทางเกลี้ยกล่อมเองไม่รู้ว่าเป็อะไรเกิดรู้สึกผิดใจกับเยี่ยชิงเหมยขึ้นมาเด็กสาวที่หัวอ่อนและใจกว้างเช่นนั้นสมควรจะตีสนิทเอาไว้ ดูเสื้อผ้าที่น้องสาวของแกสวมใส่อยู่สิทั้งสวยงามทั้งทันสมัยถ้าไม่ใช่เพราะเยี่ยชิงเหมยให้มาน้องสาวของแกก็คงจะไม่มีปัญญาซื้อมาสวมใส่หรอก"คำพูดของเจิ้งฉิงทำให้เผิงเยี่ยนทอดถอนใจออกมาด้วยความไม่พอใจในทันที
“แค่เสื้อผ้าไม่ใช่หรือผมให้เงินแม่ตั้งมากถ้ามีเวลาแม่ก็แค่พาเยว่เล่อไปเลือกซื้อหรือไม่ก็ไปสั่งตัดก็ได้แล้วจะไปอยากได้ของคนอื่นทำไมกัน” คำพูดของลูกชายทำให้เจิ้งฉิงส่งเสียงร้องเฮอะ! อย่างไม่พอใจในทันที
“ซื้อเองได้ก็จริงแต่ก็ล้วนสิ้นเปลืองเงินทองทั้งสิ้นเยว่เล่อบอกว่าเด็กสาวบ้านเยี่ยคนนั้นมีเสื้อผ้าตั้งมากมายบ้านเธอมีฐานะดีถึงขนาดมีที่ดินในตัวเมืองให้คนอื่นเช่าเื่เสื้อผ้าแค่นี้ไม่ถึงกับทำให้ขนหน้าแข้งของเธอล่วงหรอก”คำพูดของเจิ้งฉิงทำให้เผิงเยี่ยนได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา
“ที่ผมจีบเยี่ยชิงเหมยก็เพราะผมชอบเธอจริงๆเื่ฐานะทางบ้านของเธอก็แค่ผลพลอยได้เพียงเท่านั้นส่วนจิ่งหรานผมทั้งเอ็นดูและสงสารเธอแม่ก็ทำดีกับเธอหน่อยเถอะเธอน่าสงสารมากนะครับผมได้ยินมาว่าเธอเรียนเก่งมากจนคุณครูที่โรงเรียนคิดจะอุปการะเธอและส่งเสียให้เธอเรียนต่อแล้ว”เมื่อเผิงเยี่ยนเอ่ยเช่นนี้เจิ้งฉิงก็ส่ายหน้าในทันที
“ฉันไปทำไม่ดีกับเด็กสาวคนนั้นตอนไหนกันมีคนมาอุปการะก็ดีแล้ววันหน้าอนาคตของเธอจะได้สดใส”เมื่อเจิ้งฉิงเอ่ยเช่นนี้เผิงเยี่ยนก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมา
ส่วนทางด้านหลี่จิ่งหรานที่แอบยืนฟังอยู่ทางฝั่งรั้วบ้านของตนเองก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาถึงแม้ว่าคำพูดของเผิงเยี่ยนจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบอยู่ในใจแต่เธอก็ยังรู้สึกดีที่เขายังคงช่วยออกหน้าพูดกับแม่ของเขาให้เธออีกไม่นานเธอก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของคนที่รับอุปการะเธอแล้วและคงยากที่จะได้พบกับเผิงเยี่ยนอีกแต่ในใจของเธอก็ยังคงตั้งความหวังเอาไว้ว่าเธอจะต้องประสบความสำเร็จในชีวิตให้ได้แล้วก็จะทำให้คนบ้านเผิงได้เห็นว่าเธอนั้นดีกว่าเยี่ยชิงเหมยที่พี่เยี่ยนของเธอชื่นชอบมากเพียงใดแม้ว่าตอนนี้ฐานะของเธอจะไม่ดีแต่เธอก็มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชีวิตในวันหน้าของเธอประสบความสำเร็จและทำให้ตนเองกลายเป็คนที่คุณป้าบ้านเผิงยกย่องและชื่นชมให้ได้...
ในขณะที่เผิงเยี่ยนกำลังวางแผนว่าจะไปง้องอนเยี่ยชิงเหมยในวันพรุ่งนี้แต่ทางเยี่ยชิงเหมยก็เริ่มเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็เพื่อเตรียมตัวจะเดินทางไปกับฟางซูชิงแล้วตอนที่เยี่ยิฮุ่ยรู้ว่าเยี่ยชิงเหมยจะติดตามคุณน้าของเธอไปต่างเมืองเขาก็ได้แต่สอบถามทั้งลูกและภรรยาด้วยความประหลาดใจร้อยวันพันปีบุตรสาวของเขาไม่เคยคิดอยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนแต่คราวนี้กลับรบเร้าที่จะไปอย่างน่าประหลาดใจและที่สำคัญคนที่หวงลูกสาวอย่างฟางซูจิ้งก็พยักหน้าอนุญาตแล้วด้วยทำให้เขาต้องรีบตั้งคำถามกับลูกและภรรยาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอันจริงจังในทันที
“เกิดเื่อะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆลูกจึงอยากจะไปเที่ยวกับซูชิงได้”เมื่อเยี่ยิฮุ่ยเอ่ยถามเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็หันไปสบสายตากับคุณแม่ของเธอในทันทีก่อนหน้าที่จะกลับมาถึงบ้านคนทั้งคู่ต่างก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดถึงเื่การนอกใจของฉินอวี่ดังนั้นตอนนี้จึงเป็หน้าที่ของเยี่ยชิงเหมยที่จะต้องพูดให้คุณพ่อของเธอเชื่อว่าเธออยากจะไปเที่ยวจริงๆ
"หนูกับคุณน้าห่างเหินกันั้แ่หนูเริ่มโตแต่หนูก็ยังคิดถึง่เวลาดีๆ ที่หนูได้อยู่กับคุณน้าพอหนูรู้ว่าวันพรุ่งนี้คุณน้าจะไปเที่ยวหาน้าเขยหนูก็เลยอยากจะติดตามไปด้วยคุณพ่อให้หนูไปเถิดนะคะ คุณแม่ก็อนุญาตแล้วด้วย"เมื่อเยี่ยชิงเหมยพูดเช่นนี้เยี่ยิฮุ่ยก็หันไปส่งสายตาสอบถามภรรยาในทันที
“ฉันเห็นว่ามีซูชิงคอยดูแลก็เลยอนุญาตอีกทั้ง่นี้ลูกก็ว่างแล้วฉันจึงคิดว่าลูกควรจะออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก่อนที่จะเริ่มทำงานแล้วไม่มีเวลาได้ไปเที่ยว”เมื่อฟางซูจิ้งพูดเช่นนี้เยี่ยิฮุ่ยก็พยักหน้า
“ถ้าอยากจะไปพ่อก็ไม่คิดจะคัดค้านเพียงแต่เมืองที่ลูกจะไปพี่จิ้นเหอของลูกก็กำลังอยู่ที่นั่นพอดีถ้าพอจะมีเวลาลูกก็ไปพบพี่เขาสักหน่อยก็แล้วกัน”เมื่อเยี่ยิฮุ่ยเอ่ยเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็พลันขมวดคิ้วในทันที
“ได้ยินว่าเขาไปเรียนต่างประเทศไม่ใช่หรือคะ”
“เขาพึ่งจะกลับมาเมื่อไม่กี่วันนี้เองตอนนี้กำลังจะเริ่มฝึกงานที่สำนักงานกฎหมายของรุ่นพี่ของเขาที่นั่น”เยี่ยิฮุ่ยพูดพลางขมวดคิ้ว
“ได้ยินว่าชื่อสำนักงานกงผิงไม่น่าจะหายากนะ” เมื่อคุณพ่อขอเธอเอ่ยมาเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็พยักหน้าในทันที
“ถ้ามีเวลาหนูจะแวะไปนะคะ”เธอตอบรับไปส่งๆ ด้วยรู้ดีว่าเมืองที่ตนเองกำลังจะไปเป็เมืองใหญ่สำนักงานกฎหมายก็มีหลายสำนักงานซึ่งเธอไม่มีทางหาเจอแน่ๆและที่สำคัญเธอไม่คิดจะไปหาด้วยแต่เพราะอยากไปเป็เพื่อนคุณน้าด้วยไม่อยากให้เกิดเื่ที่ทำให้ตนเองต้องเสียใจในภายหลังเธอจึงรีบรับปากคุณพ่อของเธอเอาไว้ก่อนซึ่งเขาก็พลันยิ้มออกมาด้วยความยินดีเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้คิดจะต่อต้านเขาอย่างที่มักจะเป็
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็อันตกลงตามนี้วันพรุ่งนี้พ่อจะไปบอกกับคุณลุงลู่เอาไว้เขาจะได้โทรไปบอกจิ้นเหอว่าลูกจะไปที่นั่นพอลูกไปถึงเขาจะได้ให้การต้อนรับลูกเป็อย่างดี”เมื่อเยี่ยิฮุ่ยเอ่ยเช่นนี้เยี่ยชิงเหมยก็พยักหน้าแล้วยิ้มออกมาส่วนฟางซูจิ้งที่รู้จักนิสัยของลูกสาวดีก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อนด้วยรู้ดีว่าลูกสาวของเธอไม่มีทางไปหาลู่จิ้นเหอแน่เพราะเป้าหมายสำคัญของลูกสาวและน้องสาวของเธอคือไปจับชู้ของฉินอวี่แต่เพราะไม่อยากจะทำให้สามีต้องกังวลใจเธอจึงได้แต่ทำสีหน้าอึดอัดใจดุจคนโดนน้ำท่วมปากเพียงเท่านั้น